Showing posts with label Sherrilyn Kenyon. Show all posts
Showing posts with label Sherrilyn Kenyon. Show all posts

Nov 8, 2014

พรานสาวอเมซอน - No Mercy (Were-Hunter #5)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน พรานสาวอเมซอน
จากเรื่อง No Mercy
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ยามอยู่ให้แกร่ง ยามสู้ให้หนัก และถ้าคุณต้องตาย ก็จงพาศัตรูของคุณตายตกไปด้วยให้มากที่สุด นี่คือคติพจน์ในการดำรงชีวิตของชาวอะเมซอน และเป็นหนึ่งในสิ่งที่ซาเมียมีชีวิตอยู่และตายเพื่อมัน บัดนี้เมื่อต้องมาอยู่ในนิวออร์ลีนส์ นักรบสาวชาวอะเมซอนผู้เป็นอมตะก็ตระหนักว่าความชั่วร้ายชนิดเลวร้ายที่สุดที่หล่อนเคยพบเจอ กำลังจะมุ่งมาล้างผลาญมนุษยชาติ
เดฟ เพลเทียร์ มนุษย์กลายร่างเผ่าพันธุ์หมี ได้ยืนยามรักษาความปลอดภัยหน้าบาร์แซงชัวรีย์มาเกือบสองร้อยปี และเขาคิดว่าตลอดช่วงเวลาเหล่านั้นเขาได้เห็นอะไรต่อมิอะไรมาหมดแล้ว ทว่าบัดนี้ศัตรูของพวกเขาได้ค้นพบแหล่งพลังอำนาจแห่งใหม่
เมื่อสงครามอุบัติขึ้น เดฟกับแซมแทบไม่มีทางสู้เลย แต่เพื่อให้ได้ชัยชนะ สองหนุ่มสาวจะต้องแหกกฎเกณฑ์ทั้งปวง พร้อมกับภาวนาไม่ให้มันทำลายจักรวาลที่เราดำรงอยู่นี้...

REVIEW

แซมได้พบกับเดฟ ทั้งคู่ถูกตาต้องใจกัน เพียงแต่แซมไม่สามารถที่ไว้ใจในสัมผัสของใครได้เพราะหล่อนมีพลังที่จะรับเอาความรู้สึกของคนที่แตะต้องทั้งหมดออกมา แต่เมื่อเดฟเป็นข้อยกเว้นสำหรับแซม ทั้งคู่จึงสามารถมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันได้ เมื่อแซมตกเป็นเป้าหมายของสไตรเกอร์ในการใช้เป็นเครื่องมือสำหรับแก้แค้นอพอลโล เดฟจึงต้องออกโรงปกป้องเธอ จนกระทั่งธอร์นมาพาตัวแซมไป เพราะว่าเธอจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา เดฟจึงได้รับภารกิจเอาของวิเศษชิ้นหนึ่งเพื่อแลกกับอิสรภาพของแซม

ทั้งเดฟ แซมต้องร่วมมือกับแฟ็งและเหล่าดาร์ค-ฮันเตอร์เพื่อเอาของสำคัญที่ธอร์นมอบหมายให้ไปเอา เมื่อพวกทำภารกิจสำเร็จ แซมก็ได้รับอิสระพร้อมกับตระหนักความจริงที่ว่าเธอไม่สามารถที่จะอยู่กับเดฟได้เพราะเธอจะทำให้เขาตายไม่ต่างจากสามีและลูกๆของเธอในอดีตกาล

สัญลักษณ์ของเนื้อคู่ปรากฏที่ฝ่ามือของแซมและเดฟ แต่ถึงกระนั้นเดฟก็ถูกสไตรเกอร์จับตัวไปเพื่อใช้ต่อรองกับแซมในการใช้พลังของหล่อนเผยจุดอ่อนถึงตายของอพอลโล แต่สิ่งที่แซมเห็นนั้น ... จุดอ่อนที่แท้จริงของอพอลโลคือตัวสไตรเกอร์นั่นเอง และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่สไตรเกอร์จะทำลายพ่อของเขาได้

แซมและเดฟครองคู่กันในท้ายที่สุด โดยที่แซมยังคงเป็นดาร์ค-ฮันเตอร์ของเธอเอาไว้เพื่อที่เดฟจะไม่ต้องสิ้นอายุขัยของเขา นิคมอบของขวัญที่ทั้งคู่ต่างไม่คาดหวังว่าจะได้รับมาก่อน นั่นก็คือการปลดปล่อยดวงวิญญาณของแซมจากอาร์ทิมิสให้เป็นอิสระ

.............................................

บรรยากาศของดาร์คฮันเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ในเล่มแรกๆหายไปเกลี้ยงเลยสำหรับเล่มนี้ :( เชอร์ริลีนเธอเลือกที่จะขยายโลกในนิยายของเธอให้ใหญ่ขึ้น แต่เธอไม่สามารถที่จะควบคุมเนื้อเรื่องให้จำกัดอยู่ในกรอบที่จะไม่ทำให้เรามองว่ามันชักจะออกทะเลไปกันใหญ่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของสไตรเกอร์ที่เราว่าชักน่าเบื่อไปหน่อย กับ conflict ซ้ำๆเดิมๆที่เอามาเขียนวนไปวนมาไม่จบไม่สิ้น นอกจากสไตรเกอร์หาทางแก้แค้นอพอลโลและสุดท้ายก็ต้องเฟลทุกที คือเราคิดว่าปมที่ทิ้งไว้ในดรีมฮันเตอร์เล่มที่แล้วมันน่าสนใจมากๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกลับมาเล่นที่ปมเดิมอีก ?

การขยี้ปมของนางเอกก็ซ้ำซากน่าเบื่อไปหน่อย รู้ทั้งรู้ว่าแซมมีปมเรื่องที่เธอเห็นสามีของเธอถูกฆ่า เมื่อเธอรักกับเดฟ เธอก็เริ่มที่จะห่วงที่เดฟจะเดินรอยตามสามีของเธอ ซึ่งจุดนี้เรารับได้นะและก็เห็นใจตัวละครพอสมควร แต่เราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องย้ำนักย้ำหนาว่าเธอจะอยู่กับเดฟไม่ได้! เดฟจะต้องลงเอยแบบสามีเก่าของเธอแน่! เจอหนักๆเข้ามันก็เซ็งอีกเช่นเดียวกัน มันทำให้ความรักอันยิ่งใหญ่ของตัวละครดูด้อยค่าไปเลยเพราะความซ้ำซากจำเจของ POV ตัวละครนี่แหละ

จุดที่เราขอชื่นชมก็คือ ... บทสนทนาของเดฟที่มีความเป็นเอกลักษณ์และมุกตลกๆ ทำให้เราเผลอยิ้มออกมาเป็นบางครั้ง นอกจากนั้นแล้วเรายังชอบช่วงการผจญภัยแอ็คชั่นที่เพิ่มรสชาติให้กับหนังสือเล่มนี้ได้เป็นอย่างดี ตอนท้ายนิคพระเอกมากกกกกก ...

คะแนน 6.5/10

Nov 7, 2014

เงาพระจันทร์ - Bad Moon Rising (Were-Hunter #4)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน ใต้เงาพระจันทร์
จากเรื่อง Bad Moon Rising
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

แฟ็ง แคตตาลาคิสไม่ได้เป็นแค่สุนัขป่าธรรมดา เขาเป็นน้องชายของสมาชิกที่ทรงอำนาจที่สุดของสภาโอเมเกรียน ซึ่งเป็นสภาที่ออกกฏต่างๆเพื่อใช้ควบคุมเหล่าเวอร์-ฮันเตอร์ทั้งมวล แต่เมื่อสงครามระเบิดขึ้นระหว่างพวกไลแคนโทรพ การเลือกข้างจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อเอมี่ ผู้หญิงที่แฟ็งรัก ถูกกล่าวหาว่าทรยศต่อผู้คนของหล่อน ความหวังเดียวของหล่อนก็คือ แฟ็งต้องเชื่อในตัวหล่อน และเพื่อเป็นการปกป้องหล่อน แฟ็งจึงต้องละเมิดกฏของเผ่าพันธุ์เขา และทำให้ความศรัทธาของพี่น้องต้องคลอนแคลน ความผิดนั้นสามารถก่อให้เกิดจุดจบแห่งเผ่าพันธุ์ และเปลี่ยนโลกของพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง
สงครามดำเนินไปไม่หยุดยั้ง เวลาของพวกเขากำลังหมดลงแล้ว...

REVIEW

แฟ็งเป็นพี่น้องกับเวน แคตตาลาคิส หน้าที่ของเขาคือปกป้องฝูงหมาป่าและคุ้มครองอันยา น้องสาวของเขาที่กำลังจะคลอดลูกและกำลังจะตายในไม่ช้า แฟ็งเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อดีมอนตามมาสังหารน้องสาวของเขาถึงในถ้ำ ทำให้ทั้งเขาและเวนถูกพ่อแท้ๆของตัวเองลงโทษโดยการถูกจับไปแขวนรอให้เหล่าดีมอนมาฆ่า

แฟ็งไม่คิดมาก่อนเลยว่าการที่เขาได้รู้จักกันเอมี่จะทำให้ชีวิตของเขาพลิกตลบขนาดนี้ แต่เอมี่ก็ยังเป็นแสงสว่างในความมืดของเขา เมื่อแฟ็งติดอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยปีศาจมากมาย และหนทางเดียวที่เขาจะออกไปจากที่นี่ได้คือเอมี่ต้องฆ่าดีมอนที่สูบกินจากแฟ็งให้หมดเสียก่อน ระหว่างนั้นเขาก็รับข้อเสนอจากธอร์นว่าเขาจะรับหน้าที่เฮลล์เชสเซอร์ในการตามล่าพวกปีศาจที่หลุดไปยังโลกมนุษย์

แฟ็งถูกปีศาจเข้าสิงในระหว่างการต่อสู้ นั่นจึงทำให้เขาต้องควบคุมความกระหายเลือดในตัวเอง ประจวบเหมาะกับที่มีเวอร์-ฮันเตอร์ถูกฆ่าตายมากขึ้นเรื่อยๆ แฟ็งจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันที เมื่อซาวิทาร์สั่งให้แฟ็งมอบตัว แฟ็งก็ไปหาเอมี่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกตัดสินโทษประหาร โดยที่หารู้ไม่ว่าทั้งหมดเป็นแผนของซาวิทาร์กับธอร์นเพื่อกำจัดปีศาจในตัวของแฟ็งออกไป

บาร์แซงซัวรีย์ถูกถอนใบอนุญาติเมื่อมีเรื่องขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มเวอร์-ฮันเตอร์ด้วยกันเอง และเอมี่ก็ถูกขับไล่ออกจากสถานที่แห่งนั้น หล่อนมาอาศัยอยู่กับแฟ็งจนเมื่อหล่อนตระหนักได้ว่ามีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นที่บาร์แซงซัวรีย์ เอมี่จึงหายตัวไปสู่วงล้อมของการต่อสู้ที่พรากเอาลมหายใจพ่อแม่ของเธอไป สุดท้ายศัตรูที่อันตรายก็ถูกกำราบ และเอมี่กับแฟ็งก็ได้ครองคู่กันในที่สุด ...

............................................................

เราสนใจคู่ของแฟ็งกับเอมี่มาตั้งแต่เล่มของเวน จนเกือบจะลืมไปแล้วว่าเรารออ่านเรื่องของคู่นี้ เมื่อมาอ่านจริงๆ เรากลับพบว่าเนื้อเรื่องลากยาวและกินเวลามากจนเกินไป เรียกได้ว่าเหตุการณ์เกิดก่อนช่วงที่เวนจะเจอกับไบรด์ดำเนินเรื่อยมาจนถึงดาร์ค-ฮันเตอร์เล่มปัจจุบัน แล้วยังมีการเล่าถึงเหตุการณ์ในเล่มก่อนๆหน้าซ้ำอีกรอบ ทำให้บางช่วงก็มีเบื่อๆบ้าง

คู่ของแฟ็งกับเอมี่ ตอนแรกต่างฝ่ายต่างหักห้ามใจกันเหลือเกิน คนอ่านก็หวังว่าทั้งคู่จะลงเอยกันเร็วๆ แต่ก็ให้คอยจนเหงือกแห้งเพราะกว่าจะลงเอยก็เกือบจะจบเล่มแล้ว นั่นทำให้เราต้องโฟกัสไปที่เนื้อเรื่องหลักแทน ซึ่งตอนแรกถึงกลางๆเรื่องเรียกได้ว่าไม่เลวเลยทีเดียว เรารู้สึกว่าแนวทางในการผูกเรื่องเริ่มที่จะสะเปะสะปะหลังจากตอนที่แฟ็งฟื้นขึ้นมา แต่ก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไรถ้าเทียบกับบางเล่มก่อนหน้านี้ที่ออกทะเลไปเสียไกล

เป็นหนังสืออีกเล่มที่ความสัมพันธ์ของพระนางกุ๊กกิ๊กน่ารักดี แม้ว่าจะอืดไปบ้างก็ตาม ...

คะแนน 7.5/10

Nov 6, 2014

นักรบในฝัน - Dream Warrior (Dream-Hunter #4)


ชื่อเรื่อง พรานล่าฝัน ตอน นักรบในฝัน
จากเรื่อง Dream Warrior
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

เครตัส บุตรแห่งการศึกสงครามและความเกลียดชัง เขาใช้เวลาชั่วนิรันดร์กาลต่อสู้เพื่อเทพเจ้าโบราณผู้ให้กำเนิดเขา เขาคือมรณกรรมของใครก็ตามที่อาจหาญมาขวางทาง จนกระทั่งเมื่อวันที่เขาวางอาวุธและเดินเข้าสู่การเนรเทศด้วยความเต็มใจ บัดนี้ ศัตรูเก่าแก่รายหนึ่งได้รับการปลดปล่อย และเขาผู้นั้นเลือกที่จะใช้ความฝันของมนุษย์เป็นสมรภูมิรบ ความหวังเดียวที่เรามีคือเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งสาบานว่าจะไม่มีวันลุกขึ้นสู้อีก
ในฐานะดรีม-ฮันเตอร์ เดลฟีนใช้เวลาชั่วนิรันดร์ในการปกป้องมนุษย์จากนักล่าชั่วร้าย ที่คอยทำลายพวกเขาในยามนิทรา แต่บัดนี้ พลพรรคของหล่อนแปรพักตร์ หญิงสาวรู้ว่าหากจะเอาตัวรอดให้ได้ ดรีม-ฮันเตอร์จำเป็นจะต้องมีผู้นำใหม่ ใครบางคนที่จะสามารถฝึกฝนพวกเขาให้รู้จักการต่อสู้กับศัตรูหน้าใหม่ เครตัสเป็นความหวังเดียวของหล่อน แต่หล่อนคือสิ่งเตือนใจอันขมขื่นของสาเหตุที่เขาเลือกที่จะยอมจำนน
เวลากำลังจะหมดลง และถ้าหล่อนเอาชนะใจเขาให้ยอมคล้อยตามไม่ได้ มนุษยชาติจะถูกเข่นฆ่าสังหาร และไม่ช้าไม่นาน โลกที่เรารู้จักก็จะไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไป...

REVIEW

เครตัสถูกซูสลงทัณฑ์ให้มาอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ บัดนี้เขามีนามว่าเจริโค ผู้ซึ่งโกรธแค้นเทพเจ้าทั้งปวงและไม่แยแสต่อสิ่งใดทั้งสิ้นรวมถึงโลกใบนี้ด้วย เมื่อเจริโคถูกชักนำให้เข้าร่วมต่อสู้กับอะซูร่าที่กำลังจะนำทัพเหล่าสโกตีเพื่อโค่นล้มโอลิมปัส จึงเป็นหน้าที่ของเดลฟีนที่ต้องชักนำให้เขามาเข้าร่วมกับฝ่ายโอเนอรอยของตน แต่ใครจะรู้ว่าทารกที่เป็นสาเหตุให้เครตัสถูกลงทัณฑ์จะในกาลก่อนจะเติบโตมาเป็นลูกครึ่งโอเนอรอยอย่างเดลฟีนไปเสียได้

เจริโคกับเดลฟีนต้องเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากแอชรอนเมื่อทั้งคู่ถูกกัลลูที่ส่งมาจากนัวร์ตามล่า และก็เป็นไปไม่ได้เลยที่แอชรอนจะใช้มาลาไคอย่างนิคทำให้ชนะศึกในครั้งนี้ เพราะสิ่งเดียวที่จะปราบนัวร์ได้ก็คือเดอะเซฟิรอธองค์สุดท้ายที่อยู่ภายใต้การดูแลของราชินีแห่งดีมอน เจริโคเดินทางไปหาซูสเพื่อขอร้องให้เทพเจ้าปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกแก่เหล่าโอเนอรอยเพื่อย้ายพวกเขามาเป็นฝ่ายตน โดยแลกกับอิสรภาพของเจริโคเองที่จะต้องเป็นทาสของซูสไปตลอดชีวิตที่เหลือ

เจริโคปลดปล่อยจาเรดให้เป็นอิสระ และเขาก็ทำให้โอเนอรอยและสโกตีเข้ามาร่วมกับฝ่ายตนได้สำเร็จ นอกจากนั้นแล้วเทพโอลิมปัสบางส่วนยังร่วมมือกับเขาในศึกที่กำลังจะมาถึง และเจริโคได้ทำลายคำสัญญาแก่ซูสและแสดงให้เขาเห็นว่าพวกที่เหลือทั้งหมดจะไม่มีวันตกอยู่ในอาณัติของซูสอีกแล้ว ดังนั้นเจริโคจึงเดินหน้ากองทัพใหม่เพื่อต่อกรกับนัวร์ในศึกที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า ...

..................................................................

เล่มนี้เรียกได้ว่าเป็นการเปิดเรื่องใหม่ของหนังสือชุดนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเรื่องราวระหว่างดาร์ค-ฮันเตอร์กับดีมอนดูเหมือนจะเคลียร์ไปในเล่มของสไตรเกอร์แล้ว ดังนั้นเชอร์ริลีนจึงสร้างปมขัดแย้งขึ้นมาใหม่ คราวนี้คือศึกสงครามที่จะสะท้านสะเทือนถึงโอลิมปัสกันเลยทีเดียว

ด้วยความที่เราจำรายละเอียดเนื้อเรื่องได้ไม่หมดเท่าไร เลยรู้ว่าแค่ว่านัวร์เนี่ย มีความเกี่ยวข้องกับมาลาไคอย่างนิค เขาต้องการโค่นล้มโอลิมปัส จึงใช้เหล่าโอเนอรอยและสโกตีเป็นเครื่องมือ ดังนั้นเครตัสหรือเจริโคจึงต้องรวบรวมสมัครกำลังพรรคพวกเพื่อป้องกันไม่ให้นัวร์ทำลายล้างเหล่าเทพเจ้าและโลกใบนี้ได้สำเร็จ

คือรายละเอียดของเล่มนี้มันเยอะมากจริงๆ แต่เนื้อเรื่องก็สนุกมากกกกก เราโฟกัสไปที่คู่พระนางเป็นหลักซึ่งเป็นคู่ที่น่าสนใจมากๆคู่หนึ่ง และความรักของทั้งคู่ก็เข้มข้นและน่าติดตามมาก ถ้าคิดถึงในแง่พรานราตรี/พรานล่าฝันเล่มหลังๆที่เนื้อเรื่องแทบจะไม่ดึงดูดน่าสนใจสักเท่าไร ถือว่าเล่มนี้ทำได้ดีทีเดียว เพราะความสนุกแทบจะเทียบได้กับเล่มแรกๆของชุดพรานราตรีเลยด้วยซ้ำ

เล่มนี้มีซาเร็คกับบ็อบลูกของซาเร็คมาให้หายคิดถึงกันด้วยแหละคนผู้ชมมมม แล้วก็ตัวละครเล่มเก่าๆมากันเพียบเลย ดีใจที่เชอร์ริลีนทำให้เราสนใจที่จะติดตามซีรีย์ชุดนี้ของเธอได้อีกครั้ง หลังจากรู้สึกเบื่อๆในช่วงเล่มหลังๆ(ยกเว้นเล่มของแอช)

คะแนน 9/10

วีรบุรุษจันทรา - Dead After Dark (Were-Hunter #3.5 , Black Dagger Brotherhood #6.6)


ชื่อเรื่อง วีรบุรุษจันทรา
จากเรื่อง Dead After Dark
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

วีรบุรุษจันทรา - Sherrilyn Kenyon

แองเจเลียต้องต่อสู้เพื่อความแข็งแกร่งมาทั้งชีวิต บัดนี้เมื่อเผ่าตกอยู่ในอันตราย หล่อนจึงต้องปกป้องผู้คนของหล่อนจากฟิวรี่และฝูงสุนัขป่าของเขา เมื่อปฏิญาณว่าจะต้องทวงความยุติธรรมจากเขาให้ได้ แองเจเลียจึงออกลุยเดี่ยว... จนกระทั่งผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่า และหนทางเดียวที่หล่อนจะรอดได้คือ ต้องไว้วางใจสุนัขป่าหนุ่มตัวร้ายที่หล่อนสาบานว่าจะฆ่าให้จงได้...


ทายาทแวมไพร์ - J. R. Ward

แคลร์ สเตราจ์ตัน ทนายความคนสวยนิยมใช้ชีวิตยามค่ำคืนกับงานการด้านกฎหมาย มากกว่ากับหนุ่มในฝัน แต่แล้วการพบปะลูกค้าของหล่อนกลับกลายเป็นเรื่องอันตราย ...และแสนเย้ายวน... เมื่อหล่อนต้องตกเป็นเชลยของหนุ่มรูปงามผู้มีความกระหายหิวที่ไม่เหมือนมนุษย์...

REVIEW

วีรบุรุษจันทรา Shadow of the Moon - Sherrilyn Kenyon ( 7 คะแนน )

ฟิวรี่เคยถูกแองเจเลียทรยศหักหลังเขามาก่อน เขาไม่เคยคิดว่าการเจอหน้ากันครั้งนี้คือหนทางที่ทำให้เขาตกอยู่ในอุ้งมือของเธออีกครั้ง แต่คราวนี้แองเจเลียเลือกทางเดินที่ถูกต้องคือปลดปล่อยฟิวรี่ให้เป็นอิสระจากการถูกทรมานและเธอได้หารู้ไม่ว่า เธอกำลังจะกลายเป็นนักโทษของเขาในไม่ช้า

ด้วยความที่แองเจเลียคืออาร์เคเดียน ดังนั้นหล่อนจึงคิดว่าฟิวรี่เป็นสิ่งที่ชั่วร้ายต่ำทรามเหมือนสัตว์ เมื่อทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แองเจเลียก็ค่อยๆเรียนรู้ว่าบางทีเหล่าคาตากาเรียก็ไม่ได้แสดงสัญชาตญาณดิบออกมาแบบที่หล่อนเคยคิดเอาไว้ แถมตอนนี้แองเจเลียยังอยู่ในช่วงฤดูเป็นสัด นั่นทำให้ตัวเลือกเดียวของหล่อนคือฟิวรี่ ใครจะรู้ว่าสัญลักษณ์ของเนื้อคู่จะปรากฏที่ฝ่ามือของคนทั้งสองหลังจากนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงมีทางเลือกเดียวก็คือต้องยอมรับกันและกันก่อนที่เวลาสามอาทิตย์นั้นจะหมดไป

แองเจเลียถูกผลการกระทำของเธอย้อนมาเล่นงานเมื่อเธอจู่โจมสิงโตตัวหนึ่ง ทำให้เขาจะไม่สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้อีกเลย ดังนั้นแองเจเลียจึงตกเป็นเป้าหมายของสิงโตทั้งฝูงเพื่อที่จะล้างแค้น ฟิวรี่จึงยอมเสียสละและมอบตัวว่าเขาเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมดแทนแองเจเลีย แต่ก่อนที่จะสายเกินไป ความจริงก็ถูกเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วแดร์พี่น้องของเขาเป็นคนทำนั่นเอง ดังนั้นฟิวรี่จึงได้กลับมาครองคู่กับแองเจเลียในท้ายสุด

ทายาทแวมไพร์ The Story of Son - J. R. Ward ( 10 คะแนน )

แคลร์ ทนายความสาวตกกระไดพลอยโจนเมื่อหล่อนถูกลูกค้ารายหนึ่งโยนเข้าไปในห้องขังอันมืดมิด ภายในนั้นเธอก็ได้พบกับไมเคิล ชายหนุ่มรูปงามเท่าที่เธอเคยเจอมา แต่นั่นยังเทียบไม่ได้กับความจริงที่ว่าเขาเป็นแวมไพร์ และจุดประสงค์เดียวที่หล่อนมาอยู่ที่นี่คือเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้เขาได้ดื่มกิน

ไมเคิลทะนุถถนอมแคลร์ และนั่นก่อให้เกิดความรู้สึกลึกลับซับซ้อนขึ้นระหว่างทั้งคู่ แคลร์สัญญาว่าจะพาไมเคิลหนีออกมาจากที่คุมขัง เธอสอนให้เขารู้จักกับอารมณ์พิศวาสว่าแท้จริงแล้วมันเป็นเช่นไร ก่อนที่ไมเคิลจะตลบหลังเธอและสะกดจิตให้แคลร์ลืมเรื่องทั้งหมดของเขา

แคลร์กลับไปยังคฤหาสน์ที่คุมขังไมเคิลเอาไว้ด้วยความทรงจำอันว่างเปล่า ทันทีที่เธอลงไปชั้นใต้ดิน สัญชาตญาณเธอสั่งให้เธอเปิดประตูบานนั้น แคลร์ได้พบหน้าไมเคิลอีกครั้ง ความทรงจำที่หายไปถาโถมหาเธอ จนกระทั่งแคลร์จำไมเคิลได้อีกครั้ง ดังนั้นเธอจึงพาเขาหนีออกมาและมอบชีวิตใหม่พร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ให้แก่เขา

.......................................................................

ด้วยความที่เรากระโดดข้ามไปอ่านเรื่อง The Story of Son ของ J.R.Ward ก่อน พอย้อนกลับมาอ่าน Shadow of the Moon ของ Sherrilyn กลายเป็นว่าเรื่องของเชอร์ริลีนด้อยกว่าไปเลย และเมื่อรู้ว่าเป็นเรื่องสั้นทั้งคู่ทำให้เราต้องทำใจไว้ก่อนว่า การแก้ไขปัญหาต้องง่ายและไม่ซับซ้อนเพื่อประหยัดเนื้อที่ในการเขียนอย่างแน่นอน

แต่เมื่อนำเรื่องของนักเขียนทั้งสองคนมาเทียบกันจริงๆ เห็นได้ชัดเลยว่า The Story of Son ทำได้ดีกว่า ทั้งในด้านการใช้พื้นที่ไม่กี่ร้อยหน้าในการถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ละเมียดละไมและมีจุดให้ติน้อยกว่า Shadow of the Moon ที่ผูกปมความรู้สึกของตัวละครมาซะอย่างที แต่การจัดการปัญหาของพระนางกลับง่ายและดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไร แต่ก็เอาเป็นว่าเราก็พยายามมองข้ามๆไปละกัน เพราะเล่มนี้ก็เป็นรวมเรื่องสั้น จะให้ไปเทียบกับเวอร์-ฮันเตอร์เล่มหลักแล้วหวังว่าจะสนุกเหมือนกันก็ใช่เรื่องเนอะ ^^

เราอ่านแค่ 2 เรื่องนะสำหรับเล่มนี้ ของ Sherrilyn กับ J.R.Ward เท่านั้น ส่วนนักเขียนอีกสองคนเราไม่รู้จัก ก็ว่ารอว่างๆและถ้าไม่ลืมจะหยิบมาที่เหลือ สรุปว่าอ่านหนังสือเล่มนี้ได้อะไรมากกว่าที่เราคิดมากๆโดยเฉพาะเรื่องของ J.R.Ward ที่แหละอ่านเรื่องที่ทำให้เราประทับใจสุดๆ ถ้าเทียบกับสไตล์พระเอกชุด BDB ที่ J.R.Ward สร้างขึ้นมา ถือว่าไมเคิลนี่ฉีกแนวบุคลิกของพระเอกทั้งหมดทั้งมวลไปเลยนะ ส่วนมากพระเอกชุด BDB จะออกแนวห่ามๆเถื่อนๆทั้งนั้น แต่พระเอกเล่มนี้กลับอ่อนโยนน่าปกป้องมากๆ อ่านแล้วถูกใจสุดๆ >.<

คะแนน 8.5/10

Nov 3, 2014

ปีศาจราตรี - One Silent Night (Dark-Hunter #9)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน ปีศาจราตรี
จากเรื่อง One Silent Night
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

สไตรเกอร์บัญชาการและเรียกรวมพล
ขณะที่โลกดำเนินไปโดยไม่ตระหนักเลยว่ากำลังมีสิ่งใดเกิดขึ้น สไตรเกอร์ผู้นำกองทัพของดีมอนและแวมไพร์ทั้งหลาย ก็ได้วางแผนที่จะกำจัดเหล่าศัตรูของเขาให้สิ้นซาก ซึ่งถือเป็นโชคร้ายของมนุษย์ทั้งพงศ์พันธุ์
เพื่อแก้แค้นให้น้องสาว สไตรเกอร์เตรียมที่จะทำลายล้างเหล่าดาร์ค-ฮันเตอร์ให้หมดสิ้นไป แต่อะไร ๆ กลับผิดพลาดไปหมดเมื่อศัตรูเก่าแก่ที่สุดของเขาหวนกลับมา เซฟิร่า อดีตภรรยาของเขา ครั้นสไตรเกอร์คิดว่าไม่มีสิ่งใดจะมาหยุดเขาได้ เขาก็ถูกดึงกลับไปปะทะศึกเก่าแก่นับศตวรรษกับแม่สาวปากร้าย ที่สร้างคำนิยามใหม่ให้กับคำว่า...ความเจ็บปวด...

REVIEW

สไตรเกอร์ได้พบหน้าเซฟิร่า ภรรยาเก่าของเขาอีกครั้งหลังจากที่เขาเคยทิ้งนางตอนนางกำลังอุ้มลูก บัดนี้เซฟิร่ามาหาสไตรเกอร์เพื่อจุดประสงค์เดียวคือสังหารเขา สไตรเกอร์ได้ทำการปล่อยวอร์ออกไปฆ่าเพื่อแอชรอนและนิค หารู้ไม่ว่าสิ่งนั้นกำลังจะย้อนมาทำลายตัวเขาเองเมื่อสไตรเกอร์ค้นพบความจริงว่านิคคือมาลาไคและปีศาจกัลลูที่เขารับเลี้ยงไว้ก็กลับทรยศเขา

เซฟิร่าค้นพบหนทางที่จะทำให้ดีมอนไม่ต้องดื่มเลือดมนุษย์อีกต่อไปโดยการเสพกินจากกัลลู หลังจากนั้นไม่นานลูกสาวของเซฟิร่า และเมนยาร่าก็ถูกวอร์ลักพาตัวไป สไตรเกอร์จึงไปขอความช่วยเหลือจากแอชรอนและสงบศึกกันชั่วคราว จากนั้นก็ผนึกกำลังกันระหว่างเทพเจ้า ดีมอน และมาลาไคเพื่อเอาชนะวอร์และส่งมันกลับไปยังที่ที่มันจากมานั่นก็คือทาร์ทารัส

..............................................................

เราสัมผัสได้ถึงเนื้อเรื่องที่ส่อเค้าออกทะเลมาแต่ไกล ถ้าใครไม่ได้อ่านโครนิเคิลส์ออฟนิคก่อนจะมาอ่านเล่มนี้ คงจะงงกันว่ามาลาไคคืออะไร แล้วทำไมนิคถึงได้รับพลังแบบนั้นมา เพราะในเล่มนี้มีการเอ่ยถึงความเป็นมาของนิคแค่หน่อยเดียว แต่บทบาทที่เขามีต่อเนื้อเรื่องกลับเยอะกว่านั้น

รายละเอียดมากเกินไปจริงๆแหละอย่างที่เราว่า มีการรวมมิตรตัวละครหลายตัวจนทำให้คู่หลักของเรื่องจืดจางไปเลย ถ้าเล่มนี้ไม่มีแอชกับตัวละครตัวอื่นๆในเล่มก่อนหน้ามาร่วมด้วย เราว่าเนื้อเรื่องคงต้องน่าเบื่อมากแน่ๆ

คะแนน 6.5/10

Oct 31, 2014

ตามรักล่าฝัน - Dream Chaser (Dream-Hunter #3)


ชื่อเรื่อง พรานล่าฝัน ตอน ตามรักล่าฝัน
จากเรื่อง Dream Chaser
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

โอกาสเดียวที่เขาจะได้แก้แค้น
ไซเฟอร์ ถูกเทพเจ้าประกาศิตให้มีชีวิตอยู่อย่างปราศจากอารมณ์ความรู้สึก แต่เมื่อเขาละเมิดกฎนั้น เขาจึงได้รับโทษทัณฑ์ให้ถูกทรมานอยู่ในตรุนรกทาร์ทารัสชั่วนิรันดร์ ทว่าเขายังได้รับโอกาสสุดท้าย เขาจะได้ใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์เป็นเวลาหนึ่งเดือน และจะต้องไถ่บาปตัวเองภายในเวลานั้น แต่สิ่งที่เขาคิดจะทำมีเพียงการแก้แค้นหญิงแพศยาที่เป็นสาเหตุให้เขาต้องถูกลงทัณฑ์
ก่อนที่จะต้องกลับสู่ตรุนรกทาร์ทารัสอีกครั้ง
ซิโมน ดูบัวส์เป็นแพทย์ชันสูตรศพที่ไม่ใคร่จะกลัวอะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหล่อนมีพลังพิเศษสามารถมองเห็นภูติผีวิญญาณได้ แต่เมื่อทีมชันสูตรคนหนึ่งพบว่าศพที่กำลังชันสูตรจู่ ๆ ก็ลุกขึ้นเดินออกไปได้หน้าตาเฉย ซิโมนก็ชักสังหรณ์ใจว่าจะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น และเมื่อหล่อนถูกปีศาจคล้องกำไลทองคู่กับชายหนุ่มผู้ลึกลับ รูปหล่อ และแสนอันตราย หล่อนก็รู้ว่าหล่อนเจอดีเข้าแล้ว
บัดนี้ ชะตากรรมของเขาอยู่ในมือหล่อน
ไซเฟอร์ไม่มีเวลาที่จะมาอยู่กับมนุษย์ผู้หญิงและคอยตอบคำถามของหล่อน แต่กำไลคู่นั้นผูกติดชะตากรรมของเขาและหล่อนไว้ด้วยกัน ความพยายามลึกลับที่จะเอาชีวิตของซิโมนบังคับให้ไซเฟอร์ต้องยืนขวางอยู่ระหว่างผู้หญิงที่เริ่มสัมผัสถึงหัวใจของเขากับอันตรายที่คุกคามชีวิตหล่อน... ่

REVIEW

ไซเฟอร์มีเวลาไม่กี่อาทิตย์ในการตามแก้แค้นซาทาร่า หญิงสาวที่ทรยศหักหลังเขาเป็นผลทำให้ไซเฟอร์ถูกลงทัณฑ์มาหลายศตวรรษ จนกระทั่งเขาได้พบกับซิโมน หญิงสาวที่มีพลังวิเศษสามารถมองเห็นวิญญาณที่อยู่รอบๆตัวของเธอได้ ซิโมนสอนให้ไซเฟอร์รู้สึกความรู้สึกต่างๆที่เขาคิดว่าตายดับไปแล้วอีกครั้ง

ซิโมนต้องใช้ชีวิตอยู่กับไซเฟอร์อย่างช่วยไม่ได้เมื่อทั้งสองถูกศัตรูผูกติดให้อยู่ด้วยกัน ตลอดระยะเวลานั้นทั้งคู่ค่อยๆทำความรู้จัก และไซเฟอร์ก็เรียนรู้ที่จะรับรู้สิ่งต่างๆอีกครั้ง เขายอมเสียสละเลือดของเขาเองเพื่อทำให้งานของซิโมนเป็นไปอย่างราบรื่น นั่นทำให้หญิงสาวซาบซึ้งใจอย่างมาก จนกระทั่งไซเฟอร์สามารถเรียนรู้คำว่ารักได้อีกครั้ง

กระนั้นไซเฟอร์ก็ไม่มีทางเอ่ยคำว่ารักออกไปให้ซิโมนได้ยินแน่ๆ เพราะอีกไม่กี่วัน ... เขาก็ต้องกลับไปยังทาร์ทารัสและถูกจองจำเช่นนั้นชั่วนิรันดร์ จะมีประโยชน์อะไรที่จะพูดคำนั้นออกไปในเมื่อทั้งคู่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ เมื่อไซเฟอร์ได้เดินทางไปคาโลซิสและยื่นข้อเสนอแก่ซาทาร่าว่าจะไม่มีการแก้แค้นใดๆเกิดขึ้น เขารักซิโมนเกินกว่าจะจมปลักอยู่กับความแค้น ดังนั้นไซเฟอร์จึงยื่นชีวิตตัวเองให้แกซาทาร่าโดยแลกกับซาทาร่าจะต้องไม่มายุ่งกับซิโมนอีก

ซิโมนรู้ทันทีว่าไซเฟอร์ได้ตายจากเธอไปแล้ว และเขาสละชีวิตเพื่อปกป้องหล่อน ดังนั้นซิโมนจึงยื่นข้อเสนอแก่จาเดนเพื่อขอให้นำไซเฟอร์ออกมาจากทาร์ทารัส โดยที่หารู้ไม่ว่าไซเฟอร์ได้พิสูจน์ตัวเองแก่เฮดีสและเขาได้รับอิสระแล้ว ไซเฟอร์มาไม่ทันและพบว่าซิโมนตายแล้ว แต่นั่นคืออุบายที่จาเดนหยิบยื่นให้แก่ทั้งคู่เพื่อให้ซิโมนมีชีวิตที่เป็นนิรันดร์เพื่อครองคู่กับไซเฟอร์ได้ตลอดไป ดังนั้นซิโมนจึงมีชีวิตใหม่อีกครั้งเฉกเช่นผู้เป็นอมตะ

..................................................................

เราพบว่าเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพรานล่าฝันแล้ว ทุกอย่างจะห้วนๆและง่ายๆ ไม่ได้สลับซับซ้อนเหมือนชุดพรานราตรี โดยเฉพาะตอนจบเล่มนี้ที่เราคิดว่าตัดได้ห้วนมากๆ ทั้งก่อนหน้านั้นที่ดูเหมือนจะปูทางมาอย่างดี พอใกล้ๆจบก็ค่อยๆดรอปลงซะงั้น อีกอย่างหนึ่งที่เราสังเกตได้คือ ... เราไม่รู้ว่านิสัยไซเฟอร์เปลี่ยนไปตอนไหนจากเข้มๆโหดๆในตอนแรกกลับกลายมาเป็นน่ารักมุ๊งมิ๊งตอนกลางเรื่องซะงั้น นี่เราพลาดอะไรไปหรือเปล่า ? ฮ่าๆๆ

เราอ่านข้ามเล่มนี้ก่อนที่จะเล่มของแอชรอนไปแบบไม่ได้ตั้งใจ ทั้งๆที่เอาหนังสือวางเรียงชุดไว้แล้วแท้ๆ แต่เนื้อเรื่องก็ไม่ได้คาบเกี่ยวกันมาก เพราะ Dream Chaser จะเป็นการต่อยอดเรื่องราวจากเล่ม Devil May Cry โดยกล่าวถึงมีปีศาจกัลลูและดิมมีจากเล่มของซินที่รอดชีวิตมาได้และเล่มนี้ก็มีบทบาทในการเล่าเรื่องอยู่พอสมควร

เราคิดว่าไซเฟอร์เป็นตัวละครที่น่าสนใจตัวหนึ่ง หากการเขียนสามารถส่งเสริมตัวละครได้มากกว่านี้ เรามั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้เรารู้สึกเหมือนตอนอ่านเล่มของซาเร็คแน่นอน เพราะปมของพระเอกค่อนข้างจะคล้ายกัน และนิสัยก็เหมือนกันอีกต่างหาก

การแก้ไขปัญหาของตัวละครในเล่มนี้ดูเหมือนจะง่ายเกินไปโดยเฉพาะตอนท้ายๆที่ทุกอย่างเคลียร์ได้ไวเกินจนน่าตกใจ แต่ด้วยความที่เราอ่านเล่มแอชรอนก่อนจะมาอ่านเล่มนี้ ทำให้เรารู้ว่าบางปมที่ยังไม่เคลียร์ในเล่มนี้ พอไปเล่มหน้า พี่แอชแกจัดการให้หมด ฮ่าๆ

สรุปว่าได้อ่านเพลินๆ และเนื้อเรื่องดีขึ้นกว่าพรานล่าฝันสองเล่มก่อนหน้าพอสมควร ...

คะแนน 7.5/10

Oct 29, 2014

จอมเทพแอชรอน - Acheron (Dark-Hunter #8)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน จอมเทพแอชรอน
จากเรื่อง Acheron
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ชีวิตที่ต้องสาปของเทพผู้ยิ่งใหญ่...
เมื่อหนึ่งหมื่นหนึ่งพันปีก่อน เทพเจ้าองค์หนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้น ทว่าเขาถูกคำสาปให้ต้องใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์อย่างอัปยศอดสู เมื่อเขาถูกเข่นฆ่าโดยเทพเจ้าองค์หนึ่ง การตายของเขาก็ได้ปลดปล่อยความน่าสะพรึงกลัวที่เกือบจะทำลายโลก และแล้ว...เมื่อเขาถูกนำชีวิตกลับมาอีกครั้ง แอชรอนก็ได้กลายเป็นผู้ปกป้องหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ
เป็นเวลาหลายศตวรรษที่เขาต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์และซ่อนเร้นอดีตของเขาที่ไม่อยากให้ใครรู้ จนกระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เกรงกลัวเขาบุกรุกเข้ามาในชีวิตของเขา
บัดนี้ ความอยู่รอดของแอชรอนและทุกคนขึ้นอยู่กับหล่อน และบรรดาศัตรูเก่าก็ได้หวนคืนมาเพื่อฆ่าพวกเขาทั้งสอง...

REVIEW


-ภาคอดีต-

แอชรอนถือกำเนิดขึ้นมาด้วยความเกลียดชังจากคนรอบข้าง เขาคือบุตรของอโพลิมีที่ถูกพรากจากครรภ์ของมารดาเพื่อต้องการที่จะรักษาชีวิตของเขาไว้จากการสังหารตามคำทำนายว่าแอชรอนจะนำความพินาศมาสู่พวกเขา ดังนั้นแอชรอนจึงลืมตาดูโลกผ่านทางครรภ์ของมารดาอีกคน เขาเป็นพี่น้องฝาแฝดกับสติกซซ์ และด้วยคำบอกกล่าวว่าแอชรอนเป็นครึ่งเทพเจ้า นั่นทำให้เขาถูกเนรเทศจากครอบครัวไปสู่แอตแลนเตียน ที่นั่นเปลี่ยนให้แอชรอนกลายเป็นทาสและโสเภณีเพื่อแลกกับอาหาร จนกระทั่งริสซ่า พี่สาวของแอชรอนเดินทางไปช่วยเขาออกมาจากที่นั่น

แอชรอนถูกบิดาของเขาจับได้ว่ามาอยู่กับริสซ่า นั่นทำให้เขาถูกจับไปแอตแลนเตียนอีกครั้ง หลังจากอาของแอชรอนเสียชีวิตและเขาถูกปลดปล่อยจากที่นั่น บิดาและพี่น้องของแอชรอนก็เดินทางไปพบเขาเพียงเพื่อที่ว่าพวกเขาจะพบแอชรอนอยู่บนเตียงกับเจ้าชายองค์หนึ่ง นั่นทำให้แอชรอนถูกโยนไปข้างถนนด้วยสภาพเปลือยเปล่า มีเพียงเสื้อคลุมของริสซ่าที่ปกปิดร่างกายของเขาไว้ หลังจากนั้นแอชรอนก็กลายเป็นโสเภณีเพื่อหาเลี้ยงชีพตัวเอง จนกระทั่งแอชรอนถูกบิดาของตนจับมาขังไว้ในคุกพระราชวัง เพราะทนความอับอายขายหน้าเรื่องที่ว่าผู้คนที่ไปใช้บริการแอชรอนชอบคิดว่าเขามีหน้าตาที่เหมือนกับสติกซซ์มากแค่ไหน

ริสซ่าถูกเสนอตัวให้อพอลโล แอชรอนตามพี่สาวของเขาไป เมื่อแอชรอนมาได้พบกับเทพีอาร์ทิมิสที่วิหารของนาง นั่นทำให้แอชรอนได้รู้จักกับความปราถนาจริงๆเป็นครั้งแรก อาร์ทิมิสสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนกับแอชรอนและคอยดูแลแอชรอน ก่อนที่อาร์ทิมิสจะขับไล่แอชรอนไปหลังจากที่ทั้งคู่ร่วมรักกันครั้งแรกเพราะอาร์ทิมิสไม่คิดจะยอมจำนนให้ชายหน้าไหนเด็ดขาด แอชรอนเป็นชายเพียงคนเดียวที่ทำให้อาร์ทิมิสยอมจำนนได้

แอชรอนถูกทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุดทั้งเรื่องที่เขานำของไปสักการะที่วิหารเทพีอาร์ทิมิสหรือเรื่องที่เขาถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดจะสังหารบิดาของตัวเองทั้งๆที่ทั้งหมดนั่นเป็นฝีมือของสติกซซ์ แอชรอนจึงตัดสินใจสังหารน้องชายตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้สติกซซ์ก่อให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้อีก แต่สติกซซ์กลับไม่ตาย แอชรอนตระหนักได้ทันทีว่าคำสาปที่เชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกันนั้น มีไว้เพื่อรักษาชีวิตของเขาต่างหาก

อโพลิมีมอบพลังเทพให้แอชรอน แอชรอนจึงคิดว่าเขาสามารถทัดเทียมอาร์ทิมิสและสามารถอยู่กับนางได้ แต่ที่ไหนได้ ... อาร์ทิมิสกลับวางยาแอชรอน ในคืนนั้นริสซ่าและลูกสาวของหล่อนถูกสังหาร สองคนนั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่แอชรอนยังหลงเหลืออยู่ เมื่ออพอลโลปรากฏตัว แอชรอนคิดจะสังหารอพอลโล แต่นั่นกลับทำให้แอชรอนเป็นฝ่ายถูกฆ่าจนถึงแก่ชีวิตเสียเอง ...

อโพลิมีรู้เรื่องลูกชายของนางถูกสังหาร นางจึงเป็นอิสระเมื่อแอชรอนตายแล้ว อโพลิมีบุกอาละวาดทุกสิ่งทุกอย่างและจมแอตแลนเตียนลงสู่ท้องทะเลด้วยความเสียใจที่สูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวไป เป้าหมายสุดท้ายของนางคือโอลิมปัส ทำลายเทพเจ้ากรีกให้สิ้นซาก โชคดีที่อาร์ทิมิสพบหนทางในการยับยั้งอโพลิมี นั่นจึงทำให้นางให้แอชรอนดื่มเลือดของตนและผูกพันธ์ทั้งสองเข้าด้วยกันชั่วนิรันดร์ เมื่อแอชรอนฟื้นคืนชีพอีกครั้ง นั่นเป็นการยับยั้งอโพลิมีให้ถูกขังอยู่ในคาโลซิสและไม่สามารถที่จะออกมาอาละวาดได้อีก

กว่าสองพันปีที่แอชรอนไม่เยี่ยมหน้าไปหาอาร์ทิมิส จนกระทั่งอาร์ทิมิสสร้างดาร์ค-ฮันเตอร์กลุ่มแรกขึ้นมาให้อยู่ในความดูแลของแอชรอน แต่นั่นทำให้คนทั้งสองต้องยุ่งเกี่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกเลย เพราะหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยดวงวิญญาณของดาร์ค-ฮันเตอร์ให้เป็นอิสระ แอชรอนต้องทำการแลกเปลี่ยนกับอาร์ทิมิสเพื่อนำดวงวิญญาณดวงนั้นๆมา ....

-ภาคปัจจุบัน-

ทอรี่มีหลักฐานยืนยันว่าแอตแลนติสมีอยู่จริง ด้วยบันทึกของริสซ่าที่เธอค้นพบทำให้แอชรอนต้องมาข้องแวะกับเธออย่างเสียไม่ได้ เขาจำเป็นต้อวหันเหทอรี่ออกจากหนทางที่จะเธอจะเปิดโปงเรื่องราวทั้งหมดของเขา ก่อนที่ทุกคนจะรู้ว่าแม่แท้ๆของเขาเองคือต้นกำเนิดที่ทำให้อพอลไลท์กลายเป็นดีมอน แล้วไหนจะเรื่องที่แอชรอนเคยเป็นโสเภณีอีกล่ะ

ภัยคุกคามเกิดขึ้นกับคนรอบตัวของทอรี่เมื่อมีคนบางคนกำลังตามหาบางสิ่งบางอย่างที่ทีมสำรวจของเธอเพิ่งค้นพบหมาดๆ แอชรอนแน่ใจว่าเจ้าสิ่งนั้นคือบันทึกของริสซ่าอีกเล่ม แอชรอนต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งผลกระทบที่จะตามมา ไม่ว่าสิ่งนั้นจะหมายถึงกาลวิบัติของโลกหรือตัวเขาก็ตาม

แอชรอนไม่กล้าที่จะไว้วางใจใครอีกหลังจากที่อาร์ทิมิสเคยทรยศเขาอย่างแสนสาหัสมาแล้ว แต่ยิ่งเขาได้อยู่ใกล้ทอรี่มากเท่าไร แอชรอนก็ไม่สามารถห้ามความรู้สึกปราถนาของเขาต่อเธอได้มากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งทั้งสองต้องลี้ภัยมาอยู่ที่แซงซัวรีย์ นั่นทำให้แอชรอนเปิดเปลือยความลับทั้งหมดของเขาต่อหน้าทอรี่ แอชรอนหวังว่าเขาจะเห็นแววตารังเกียจจากทอรี่ แต่ไม่เลย ... เธอร้องไห้และเขาและกอดเขาเอาไว้หลังจากรู้ความจริง

อาร์ทิมิสรู้เรื่องทอรี่และแอชรอน นางจึงโบยเขา หลังจากนั้นทอรี่ถูกซาทาร่าลักพาตัวไปเพื่อแลกเปลี่ยนกับบันทึกของริสซ่าที่มีความลับในการสังหารอพอลโลและอาร์ทิมิสอยู่ในนั้น แอชรอนวางแผนโดยการส่งตัวสติกซซ์ไปรับทอรี่ที่คาโซลิสกลับมาและรวบรวมของกองทัพดาร์ค-ฮันเตอร์ทั้งหมดเพื่อต่อการกับเหล่าดีมอนที่กำลังจะบุกมาล้างบางเขา

ฝ่ายแอชรอนเป็นผู้ชนะศึกในครั้งนี้ แต่แอชรอนไม่สามารถอยู่ร่วมกับทอรี่ได้เมื่อเขายังต้องดื่มโลหิตจากอาร์ทิมิสอยู่ แอชรอนซมซานกลับไปหาอาร์ทิมิส นางกักตัวเขาไว้ เมื่ออาร์ทิมิสก็จับทอรี่ไปเป็นเหยื่อให้แอชรอนสูบโลหิตจากเธอจนเสียชีวิต วิญญาณของทอรี่ลอยไปอยู่ในมือของอโพลิมี และนางก็มอบของขวัญแก่ลูกชายของนางโดยการคืนชีวิตให้แก่ทอรี่

ทอรี่ได้รับพลังจากทั้งฝ่ายอโพลิมีและแอชรอน เมื่อหล่อนดื่มโลหิตจากเขา นั่นทำให้แอชรอนสามารถตัดพันธะที่ผูกพันธ์เขากับอาร์ทิมิสมานานหลายศตวรรษได้สำเร็จ แอชรอนกับทอรี่แต่งงานกัน และทอรี่ทำให้แอชรอนรู้สึกว่าเขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น ผู้ซึ่งอดีตไม่มีความสำคัญอีกต่อไปแล้ว ...

.........................................................................

อ่านจบด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้น มีอยู่หลายครั้งที่เราร้อง โว้วววว ! ว้าววววว ! ให้กับความวิลิศมาหราของเนื้อเรื่อง อารมณ์ของภาคอดีตและปัจจุบัน ... เรากล้าออกปากเลยว่าต่างกันลิบลับ ซึ่งการอ่านภาคอดีตก็ไม่ได้ทำให้เราเสียน้ำตาเลยด้วยซ้ำ ภาคปัจจุบันนี่แหละที่ทำให้เราร้องไห้ออกมาตอนที่ทอรี่ยอมรับตัวตนของแอชรอนได้ มันเป็นความรู้สึกที่แบบว่า ... นี่แหละ ! มันต้องอย่างนี้ ! (พร้อมกับตบเข่าฉาดสามที) ก่อนหน้านี้เรานึกภาพไม่ออกจริงๆว่าแอชรอนจะคู่กับผู้หญิงคนไหนได้ จะมีจริงๆน่ะหรอที่จะมีผู้หญิงสักคนที่จะไม่ทำให้แอชรอนหวนไปนึกถึงอดีตอันแสนเจ็บปวด และมันก็มีจริงๆด้วยสิ !

สิ่งที่เราค่อนข้างแน่ใจตลอดการอ่านหนังสือทั้งเล่มก็คือ ... อาร์ทิมิสรักแอชรอนก็จริง แต่นางรักตัวเองมากกว่า ! มันคือคำซ้ำๆที่ว่ายเวียนอยู่ในหัวเราตลอดเวลา นั่นทำให้เราไม่รู้สึกสะดุดกับการนำเสนอคาแรคเตอร์ของอาร์ทิมิสเลย ซึ่งเราคิดว่าคงมีหลายคนที่เกลียดคาแรคเตอร์นี้แน่นอน แต่เราไม่ได้มองแบบนั้น เรามองในแง่มุมที่ว่า ... ถ้านิยายเรื่องนี้ขนาดอาร์ทิมิสไป แอชรอนก็คงจะไม่กลายมาเป็นคนแบบที่เขาเป็นทุกวันนี้หรอก จริงมั้ย ?

เรารักทุกบรรทัดที่ได้อ่าน เพราะมันทำให้เราเข้าใจตัวตนของแอชรอนมากยิ่งขึ้น บางย่อหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำของแอชรอนเกินกว่าจะรับไหว แต่เราก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่า ... ทุกอย่างมันต้องจบแบบแฮปปี้แน่นอน แถมตอนจบยังเกินกว่าอะไรที่เราจะคิดเอาไว้เสียอีก ทุกอย่างมันลงตัว มันสวย และเราพอใจกับตอนจบแบบนี้มากๆ

ก่อนหน้านี้เราคาดหวังไว้สูงมากๆจนกลัวว่าพออ่านจริงๆแล้วจะผิดหวัง และหลังอ่านเรากล้าบอกได้เต็มปากเลยว่า ... นิยายเล่มนี้เหนือความคาดหมายของเราจริงๆ ลำพังแค่คาแรคเตอร์ของแอชรอนคนเดียวทำให้เราแจกคะแนนเต็มให้กับนิยายเล่มนี้ได้อย่างสบายๆแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเนื้อเรื่องที่พลิกไปพลิกมาอยู่ตลอดเวลาหรอก ทุกอย่างคือส่วนเติมเต็มกันและกันให้หนังสือเล่มนี้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก

คะแนน 10/10

Oct 28, 2014

เสน่หาล่าฝัน - Upon the Midnight Clear (Dream-Hunter #2)


ชื่อเรื่อง พรานล่าฝัน ตอน เสน่หาล่าฝัน
จากเรื่อง Upon The Midnight Clear
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นนักแสดงชื่อดัง ผู้เอื้อเฟื้อมอบตนเองและเงินทองให้โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน... จนกระทั่งผู้คนรอบตัวเขาปล้นชิงสิ่งต่างๆไปโดยไม่ขอ บัดนี้ไอดานไม่ต้องการข้องแวะใดๆกับโลก...หรือใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกใบนี้ เมื่อหญิงสาวแปลกหน้าผู้หนึ่งมาปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านของเขา ไอดานก็รู้ทันทีว่าเขาเคยเห็นหล่อนมาก่อน...ในความฝันของเขา...
ลีต้าถือกำเนิดเป็นเทพีบนสรวงสวรรค์โอลิมปัส หล่อนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกมนุษย์เลย แต่ศัตรูตัวฉกาจรายหนึ่งทำให้หล่อนต้องออกจากโลกแห่งความฝัน และไปยังบ้านของบุรุษผู้เดียวที่จะช่วยหล่อนได้ นั่นคือไอดาน พลังอมตะของหล่อนได้มาจากอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ และความโกรธของเขาเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียวที่หล่อนจำเป็นต้องมีเพื่อใช้คุ้มกันตน
เมื่อถูกกักขังอยู่ด้วยกันในพายุหิมะ ไอดานและลีต้าต้องหันหน้าเข้าพึ่งพลังเพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตของทั้งสอง หรือไม่ก็ทำลายพวกเขาทั้งคู่...นั่นคือ พลังแห่งความเชื่อมั่นไว้วางใจ...

REVIEW

ไอดานตกเป็นเครื่องมือการแก้แค้นระหว่างเทพทั้งสององค์ เขาเป็นนักแสดงที่ถูกคนรอบข้างหักหลังจนไม่สามารถที่จะไว้ใจใครได้อีก เมื่อลีต้ามาปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านเขาพร้อมกับอาสาว่าจะคุ้มครองเขา ไอดานจะกล้าไว้ใจผู้หญิงคนนี้ได้อีกหรือไม่ หรือเธอจะทรยศเขาเหมือนที่คนอื่นๆทำกับเขามาโดยตลอด

ไอดานต้องไว้ใจลีต้าเพื่อที่จะต่อสู้กับโดลอร์และเอาชนะเขาให้ได้ ทั้งคู่ต่อสู้กับศัตรูของตนทั้งในฝันและความเป็นจริง จนกระทั่งพี่ชายไอดาน คนที่ทรยศและทำร้ายเขาจนยับเยินมาหาที่บ้านของเขาพร้อมโดลอร์เพื่อที่จะปลิดชีพไอดาน ไอดานก็รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาสงสารพี่ชายผู้ซึ่งริษยาเขามากกว่า ดังนั้นไอดานจึงปล่อยความเจ็บปวดทั้งมวลให้หายไป โดลอร์จึงถูกสังหารเมื่อไม่มีพลังจากไอดานหล่อเลี้ยงอีกแล้ว

ลีต้าถูกซูสสังหาร ไอดานสูญเสียเธอไป แต่ถึงกระนั้น ... ลีต้ากลับฟื้นคืนจากความตายด้วยความช่วยเหลือของเฮดิสและมาหาไอดานในคราบของมนุษย์เต็มตัว

............................................................

แรกๆอ่านแล้วไม่เข้าใจในที่มาที่มาไปของตัวละคร งงว่าทำไมไอดานถึงคร่ำครวญจะเป็นจะตายซะขนาดนั้น มารู้เรื่องเอาตอนที่เนื้อเรื่องจะจบแล้วถึงสาเหตุแบบชัดๆ คือก่อนหน้ามันอธิบายไม่ค่อยชัด เราก็เลยไม่ค่อยเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครสักเท่าไร

พระนางรักกันเร็วมาก ไม่ถึง 24 ชั่วโมงได้มั้ง โอ้โหกันไปตามระเบียบกับความไวและกระชับของเนื้อหาที่ถึงแม้จะไม่อิรุงตุงนังแต่ก็ไม่ได้สนุกซับซ้อนอะไร ถือว่าเป็นเล่มที่อ่านได้เรื่อยๆ อารมณ์ก็เฉยๆ

มีตอนพิเศษคริสมาสต์ตอนท้ายที่ทำให้เราหายคิดถึงตัวละครเล่มก่อนๆหน้า แอบสงสารนิคมากๆ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสที่เหตุการณ์ในโครนิเคิลส์ออฟนิคจะมาบรรจบในดาร์ค-ฮันเตอร์ไหม แต่เราว่าคงไม่มีละมั้ง เพราะเรื่องมันเป็นอีกจักรวาลนึงเลย T.T

คะแนน 6.5/10

ปิศาจกำสรวล - Devil May Cry (Dark-Hunter #7)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน ปิศาจกำสรวล
จากเรื่อง Devil May Cry
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ ปัจจุบัน-เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ซินเคยเป็นหนึ่งในเทพผู้ทรงอำนาจที่สุดในวงศ์เทพของสุเมเรียนโบราณ...จนกระทั่งถึงราตรีที่อาร์ทิมิสขโมยความเป็นเทพของเขาไปอย่างโหดเหี้ยมและทิ้งให้เขารอความตาย นานนับสหัสวรรษที่อดีตเทพเจ้าผู้นี้ต้องกลายมาเป็นดาร์ค-ฮันเตอร์ ความฝันเพียงประการเดียวของเขาคือทวงพลังอำนาจคืนมา และหาทางแก้แค้นอาร์ทิมิส
โชคร้ายที่เขามีเรื่องฝูงปีศาจที่จะต้องจัดการ บัดนี้พวกปีศาจกัลลูจอมโฉดที่เหล่าเทพเจ้าสุเมเรียนของเขาเคยฝังเอาไว้ตื่นขึ้นแล้ว เป้าหมายของพวกมันคือทำลายมวลมนุษยชาติ ซินเป็นเพียงคนเดียวที่จะยับยั้งพวกมันได้ - ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งไม่ฆ่าเขาเสียก่อน โชคไม่ดีที่ซินค้นพบว่าบัดนี้เขาจำต้องพึ่งพาหล่อน ไม่เช่นนั้นความหายนะอันใหญ่หลวงจะอุบัติขึ้น บัดนี้ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งรู้จักแต่การถูกทรยศหักหลังจะต้องไว้วางใจคนคนหนึ่ง ที่มีแนวโน้มสูงว่าจะส่งตัวเขาให้พวกปีศาจร้าย อาร์ทิมิสอาจขโมยความเป็นเทพของเขา ทว่าแต่สตรีนางนี้ได้ขโมยหัวใจเขาไปเสียแล้ว คำถามเดียวก็คือ หล่อนจะเต็มใจเก็บมันไว้ หรือเอามันไปให้ผู้ที่อยากจะปลิดชีพเขา

REVIEW

ซินเคยเป็นเทพเจ้าสุเมเรียนมาก่อน หากเขาไม่โดนอาร์ทิมิสยึดพลังไป เมื่อซินกำลังจะกลับมาแก้แค้นนาง อาร์ทิมิสจึงส่งแคท ลูกสาวของนางกับแอชรอนออกมาจัดการซิน โดยที่หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วซินไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายอย่างที่ใครๆเข้าใจ เขากำลังต่อสู้กับปีศาจกัลลูกลุ่มหนึ่งที่กำลังจะทำลายล้างโลกในไม่ช้า เมื่อแคทรู้ความจริงข้อนี้แล้ว เธอจึงต้องร่วมมือกับเขาอย่างเสียไม่ได้เพื่อรักษาโลกใบนี้เอาไว้

แอชรอนได้รู้ความจริงจากอาร์ทิมิสว่าเขามีลูกสาวหนึ่งคน เขาเดือดดาลมากที่อาร์ทิมิสบอกเขาเรื่องนี้หลังจากผ่านมาหนึ่งหมื่นปี เมื่อแคทมาหาแอชรอน ... เขาก็ยอมรับเธอสู่อ้อมกอดและมอบความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆที่จะนำทางแคทไปหาน้องชายของซินซึ่งมีพลังที่จะยับยั้งไม่ให้ปีศาจดิมมีบุกทำลายล้างโลกนี้ได้

แคทและซินหาทางที่จะยับยั้งการปลดปล่อยดิมมีจนกระทั่งแคทไปขอความช่วยเหลือจากไซเฟอร์ให้ไปสืบความลับของศัตรู นั่นทำให้เธอรู้ว่ายังพอมีวิธีที่จะยับยั้งไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ระหว่างนั้นซินพยายามกันแคทให้ออกห่างๆจากเขา เพราะเขาไม่สามารถแยกสมาธิไปจากหล่อนได้ เขากลัวว่าทุกอย่างที่เขาพยายามมาจะต้องเสียหายเพราะหล่อน

แคทเสียใจที่ซินกันเธอออกไปห่างๆจากเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แคทก็ยอมกลับมาหาซิน ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันและเดินหน้าจัดการกับศัตรูโดยการไปที่สุสานลูกสาวของซินเพื่อนำกุญแจมายับยั้งดิมมี ระหว่างนั้นแอชรอนก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากภายใต้คำสั่งของอาร์ทิมิสและร่วมต่อสู้กับลูกสาวของเขา ซินได้พลังของเขาคืนจากอาร์ทิมิสแต่ต่อสู้เพื่อปิดผนึกปีศาจดิมมีได้สำเร็จ แม้ว่าจะมีตัวหนึ่งหลุดรอดออกไปก็ตาม แต่นั่นก็เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องตามหามันให้พบ

..........................................................................

อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงเคมีระหว่างพระนางจริงๆนะ ไม่รู้ทำไม ! แต่เรารู้สึกว่าเรื่องของแอชกลบเรื่องของคู่หลักไปจนหมดเลย คงเป็นเพราะใกล้จะถึงเล่มของแอชด้วยแหละ แอชก็เลยเด่นขึ้นผิดหูผิดตา ฮ่าๆ อีกอย่างนึงที่เราไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับเล่มนี้ก็คือเชอร์ริลีนเธอขยายวงศ์เทพเจ้าให้กว้างมากยิ่งขึ้นจนไปครอบครุมวงศ์สุเมเรียนเข้าไปอีก นั่นทำให้เรารู้สึกว่าเนื้อเรื่องเล่มนี้อิรุงตุงนังไปหมด มีทั้งดาร์ค-ฮันเตอร์ ดรีม-ฮันเตอร์ เทพเจ้ากรีกโรมัน ไหนจะแอตแลนเตียนอีกละ อ่านแล้วปวดหัวเบาๆ โดยเฉพาะชื่อไอเท็มแปลกๆในเล่มนี้เนี่ย อ่านจบแล้วยังจำไม่ได้เลยว่าอะไรเป็นอะไร -*-

คือเอาจริงๆเล่มนี้มันก็สนุกนะสำหรับการต่อสู้ตอนสุดท้าย แต่เราไม่ชอบที่เนื้อเรื่องดันไปลงอีหรอบเดิมเหมือนเล่มก่อนๆหน้า นั่นก็คือ ... แอชมา ... ปัญหาเคลียร์ อ่านเยอะๆมันก็เลยเริ่มเซง ยังจะมีเรื่องพระเอกกีดกันนางเอกไปแบบไม่เข้าเรื่องอีก ถ้ามาให้ถูกจังหวะกว่านี้อีกนิด มันจะช่วยส่งเสริมเนื้อเรื่องให้ดีขึ้นแน่นอน

ในความรู้สึกเรา เราว่าเล่มนี้ยังดีได้กว่านี้อีก ...

คะแนน 7/10

Oct 23, 2014

สุดฟ้าทะเลฝัน - The Dream Hunter (Dream-Hunter #1)


ชื่อเรื่อง พรานล่าฝัน ตอน สุดฟ้าทะเลฝัน
จากเรื่อง The Dream Hunter
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ ปัจจุบัน-เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

เมื่อต้องคำสาปให้มีชีวิตนิรันดร์โดยปราศจากอารมณ์ความรู้สึก เอริโกสจะมีความรู้สึกได้ก็ต่อเมื่อเขาอยู่ในความฝันของผู้คนอื่นเท่านั้น นับพันๆปีที่เขาเที่ยวท่องผ่านนิทรารมย์ของมวลมนุษย์เพื่อรับรู้อารมณ์ความรู้สึก ในที่สุดเขาก็ได้พบคนช่างฝันผู้มีอารมณ์บรรเจิดเพริศแพร้ว ที่เติมเต็มความว่างเปล่าให้เขาได้
ดอกเตอร์มีเจียร่า กาเฟียรี่ มองเห็นบิดาทำลายชีวิตและชื่อเสียงของเขาด้วยการค้นหาเพื่อพิสูจน์ว่าแอตแลนติสมีอยู่จริง คำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อก่อนเขาตายว่าจะกอบกู้ชื่อเสียงของเขาชักนำให้หล่อนเดินทางมาสู่กรีซ ตั้งใจจะพิสูจน์ให้ได้ว่า เกาะในตำนานตั้งอยู่ในจุดที่พ่อของหล่อนบอกว่ามันตั้งอยู่ แต่หล่อนกลับพบชายแปลกหน้าลอยคออยู่ในท้องทะเล...ชายที่หล่อนเคยเห็นใบหน้าของเขามาแล้วหลายครั้งหลายครา...ในความฝัน
สิ่งที่หล่อนไม่รู้ก็คือ เอริกเก็บงำความลับไว้มากกว่าความลับเก่าแก่โบราณทื่ช่วยให้หล่อนค้นพบเกาะปริศนาแห่งแอตแลนติส เขาทำข้อตกลงกับยมเทพเฮดิสเอาไว้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการเป็นมนุษย์สองสัปดาห์ เขาจะต้องกลับไปสู่สรวงสวรรค์โอลิมปัส พร้อมกับวิญญาณของมนุษย์หนึ่งดวง...วิญญาณของมีเจียร่า

REVIEW

เจียรี่เดินทางมาสำรวจแอตแลนติสที่จมอยู่ในท้องทะเลโดยได้รับความช่วยเหลือของเอริก ดรีม-ฮันเตอร์ผู้ผันทำสัญญากับเฮดิสเพื่ออยู่ในร่างมนุษย์เพียงสองอาทิตย์ แลกกับดวงวิญญาณของเจียรี่ที่เขาจะนำไปมอบให้ แม้ว่าทั้งเจียรี่และเอริกเคยพบหน้ากันหลายครั้งหลายคราในความฝัน แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งคู่ก็ไม่อาจแตะต้องกันได้ดังใจ จนกระทั่งเสียงเรียกร้องจากอโพลิมีดึงดูดให้เจียรี่หาทางที่จะปลดปล่อยนางออกมาจากท้องทะเลลึก ทั้งเหล่าข้ารับใช้เทพเจ้าที่แฝงตัวอยู่ในคณะสำรวจต้องหาทางยับยั้งไม่ให้เจียรี่ปลอดปล่อยอโพลิมีออกมา

เรือสำรวจของเจียรี่เกิดระเบิดและทำให้เธอต้องยกเลิกการสำรวจไปกระทันหัน พอดีกับที่เธอตัดสินใจออกเดทกับอีริกและล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา นั่นจึงทำให้ชีวิตของเจียรี่มีเรื่องยุ่งยากมากกว่าที่คิด เมื่อความจริงเรื่องข้อแลกเปลี่ยนของเอริกถูกเปิดเผยทำให้เขาถึงแก่ชีวิต จึงเป็นหน้าที่ของเจียรี่ในการนำดวงวิญญาณของเอริกกลับคืนมาโดยการทำข้อตกลงกับเฮดิสโดยมีเพอร์เซฟโฟนี ภรรยาของเขาร่วมมือด้วยอีกคน

เจียรี่และเอริกต้องผ่านบททดสอบการเดินทางออกจากนรก ทั้งคู่จะไม่สามารถมองหันหลังกลับไปเป็นอันขาด ไม่งั้นเอริกจะติดอยู่ในนรกชั่วนิรันดร์ แต่ในที่สุดเจียรี่ก็ทำสำเร็จและเธอตัดสินใจที่จะทำให้การค้นพบแอตแลนติสของเธอยังคงเป็นความลับอยู่ต่อไป เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของผู้คนที่เธอรู้จักอีกแล้ว

.....................................................................

เล่มนี้อ่านไปได้สักพัก อารมณ์ก็ชะงักเป็นระยะๆ สงสัยเป็นเพราะว่าความสัมพันธ์ของพระนางที่รวบรัดและก้าวกระโดดมากๆ เข้าใจว่าทั้งคู่รู้จักกันมาในความฝันแล้ว แต่ในความเป็นจริง ... เราว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการทำความเข้าใจกับตัวเองมันดูหยาบๆเกินไป บางเรื่องก็ไม่มีน้ำหนักมาพอมารองรับ แถมคาแรคเตอร์บางตัวยังดูลอยๆชอบกล

ถ้าเทียบๆกับงานชุดก่อนหน้าของเชอร์ริลีนอย่าง Dark-Hunter ถือว่า Dream-Hunter ตกมาตรฐานไปเลยทีเดียว แต่เราก็ยังชอบการนำปกรณัมกรีกมาเล่าใหม่ให้น่าสนใจตามสไตล์ของนักเขียนท่านนี้กับการแก้ไขปัญหาตัวละครตอนท้ายๆเรื่องที่ทำให้นิยายเล่มนี้ดูมีอะไรขึ้นมาหน่อยนึง

เราหักคะแนนตอนต้นๆเรื่องที่รู้สึกว่าเนื้อเรื่องไม่ค่อยคืบหน้าไปไหนเลย แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรนักในความคิดของเรา การอ่านนิยายเล่มนี้ทำให้เรานึกถึงการ์ตูนของวอลท์ดิสนีย์เรื่อง Atlantis เราคิดว่าธีมการผจญภัยเหมือนกันมาก แม้ว่า Dream Hunter จะออกมาในรูปแบบที่มีการผสมผสานตำนานเทพเจ้าด้วยก็ตาม ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

คือถ้าจะอ่านเพลินๆ ก็ได้นะ แต่ถ้าจะอ่านจริงจังและจับประเด็นสำคัญๆหรือความดราม่าเหมือนตอนอ่าน Dark Hunter เราว่านิยายเล่มนี้ยังตอบโจทย์ได้ไม่ดีเท่าที่ควรเพราะยังมีบางส่วนบางตอนที่ยังดูขาดๆเกินๆอยู่

คะแนน 7/10

Oct 2, 2014

ปาฏิหาริย์แห่งอัคคี - Inferno (Chronicles of Nick #4)


ชื่อเรื่อง โครนิเคิลส์ออฟนิค ตอน ปาฏิหาริย์แห่งอัคคี
จากเรื่อง Inferno
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

สถานการณ์ยังคงคุกรุ่น ในขณะเดียวกัน ภัยคุกคามใหม่สำหรับมนุษยชาติก็อุบัติขึ้น...
นิคมีใบขับขี่แล้ว และเขาใช้มันอย่างไม่ลังเล แต่การย่างเข้าสู่อายุสิบหกไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ขณะที่เด็กผู้ชายในวัยเขาจะกังวลเรื่องการหาคู่ควงออกงานพร็อมและการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย นิคกลับมีศัตรูที่ดาหน้ากันเข้ามาเพื่อจบชีวิตเขา เขาไม่แน่ใจอีกต่อไปแล้วว่าจะไว้ใจใครได้บ้าง พันธมิตรเดียวที่มีอยู่ก็ไม่แน่นักว่าอาจจะเป็นคนปลิดชีพเขาเสียเอง แถมพวกที่ต้องการจะได้ตัวเขายังอัญเชิญพลังเก่าแก่โบราณที่แม้แต่เทพเจ้ายังหวาดกลัวเพื่อมาเล่นงานนิค เมื่อนิคเรียนรู้ที่จะบัญชาและควบคุมธาตุได้แล้ว ธาตุที่เขาต้องควบคุมให้ได้เพื่อที่จะต่อสู้กับศัตรูรายล่าสุดคือสิ่งที่อาจจะทำลายเขาได้มากที่สุด เพราะตามที่คำโบราณว่าไว้ เปลวไฟนั้นไร้ความปรานีโดยสิ้นเชิง...

REVIEW

นิค โกเชร์ จุดไฟเผาเพื่อนที่โรงเรียนโดยไม่ได้ตั้งใจ แถมเขายังมารู้ความรักว่าโคดี้ แฟนสาวของเขาตั้งใจจะฆ่าเขาอีก นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่นิคตกเป็นเป้าหมายจากการตามล่าของสิ่งมีชีวิตตั้งครึ่งค่อนจักราลอีกนะ ไหนจะเรื่องเสียงกระซิบแปลกๆที่เขาได้ยินอีก นิคจึงต้องพยายามหาทางจัดการมันก่อนที่ชีวิตของเขาจะสับสนวุ่นวายไปมากกว่านี้

นิคเลิกกับโคดี้และเปิดทางให้สาวอีกคนเข้ามาในชีวิตเขา ดังนั้นชีวิตของนิคจึงเปลี่ยนไปในทางที่เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะเป็นมาก่อน นอกจากนี้แล้ว ... กริมยังเข้ามาเป็นอาจารย์เคมีที่โรงเรียนของนิคด้วยเหตุผลบางอย่าง จนเมื่อเหตุการณ์วุ่นๆเกิดขึ้น นิคได้พบกับเพื่อนที่เคยทำร้ายเขาเป็นเหตุให้เขาได้เจอกับไคเรียนในตอนแรก เมื่อสบโอกาส ... จิตใต้สำนึกสั่งให้นิคสังหารเพื่อนของเขาซะ แต่โชคดีที่เขายั้งได้ทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปและเขาปล่อยให้พลังมาลาไคเข้าครอบงำตัวเขา

อดาเรียนแหกคุกมาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ดังนั้นหนทางเดียวที่นิคพอจะทำได้ก็คือขโมยพลังของพ่อเขามาซะก่อนที่พ่อของเขาจะได้พลังของนิคไปแล้วทำให้ทั้งโลกวุ่นวายมากขึ้นกว่าเดิม แต่แผนการณ์ของเขาถูกขัดขวาง เมื่อนิคถูกเฮลลักพาตัวไปยังอีกโลกหนึ่ง ซึ่งโชคดีที่นิคได้รับความช่วยเหลือจากซาวิดให้หลบหนีออกมาจากได้ แต่นั่นก็ทำให้นิคต้องผ่านบททดสอบจิตใจมากมายเหมือนกัน สุดท้ายแล้วนิคก็ต้องเอาตัวเข้าไปผูกติดกับซาวิดเหมือนที่ผูกกับคาเลบอย่างช่วยไม่ได้

นิค คาเลบ โคอี้ ร่วมมือกันเพื่อที่จะช่วยแม่ของนิคซึ่งถูกลักพาตัวไป แต่ใครจะรู้ว่าในขณะที่อดาเรียนชิงชังนิคสุดหัวใจ เขากลับรักแม่ของนิคหมดใจเช่นกัน อดาเรียนสละชีวิตของเขาเพื่อปกป้องหล่อน ดังนั้นพลังมาลาไคจากพ่อของเขาจึงถ่ายเทมาที่ตัวนิคจนหมด ถ้านิคไม่ได้น้ำยาผูกพลังช่วยเอาไว้ เขาก็ไม่รู้จะควบคุมพลังมาลาไคที่เพิ่งได้รับมายังไงเหมือนกัน

เบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องนี้ก็คือกริมที่วางแผนเอาไว้อย่างแนบเนียน ด้วยการตบตาเฮลเพื่อแลกเปลี่ยนโฮลเลอร์ให้เป็นทาสของนาง และทำให้อดาเรียนอ่อนแอลง เพื่อให้เฮลปล่อยซาวิด ซึ่งจะทำให้ซาเรลด้าแข็งแกร่งมากขึ้นในการผูกหัวใจนิคไว้กับหล่อน แต่แผนของกริมก็มาพังเสียก่อนเมื่อเฮลรู้ทันกลโกงของเขา เป็นผลให้นิคถูกเอลจับตัวไป เมื่อหล่อนรู้ว่าเขาเป็นมาลาไค

.......................................................................................................

งง งง งง (ง.งูล้านตัว) 1/3 ตอนท้ายเป็นอะไรที่เราขอบอกว่า 'หัวสมองเรารับกับรายละเอียดแทบไม่ไหว' มันถาโถมมาชนิดที่เรียกได้ว่า ... ไม่ได้เกรงใจกันเลยทีเดียว คือนอกจากจะมีเรื่องของ Dark Hunter เข้ามาเอี่ยวแล้ว เล่มนี้ยังมีเรื่องของ Hellchaser มาครอสโอเวอร์อีก ไหนจะความเป็นมาของมาลาไคที่มีรายละเอียดยิบย่อยชวนงง รวมถึงเรื่องของคาเล็บและซาวิดที่เป็นตัวละครที่น่าสนใจมากๆในเล่มนี้

เราต้องขอยอมรับว่าเชอร์ริลีนเขียนหนังสือเล่มนี้ได้สนุกกว่าเล่มที่ผ่านๆมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ความสนุกมักพ่วงมาด้วยความอิรุงตุงนังอย่างถึงขีดสุด หากคุณคิดว่าสามเล่มก่อนหน้านี้อิรุงตุงนังแล้ว มาเจอเล่มนี้สามเล่มก่อนหน้าจะกลายเป็นหนังสือนิทานก่อนนอนไปเลย ไม่ใช่แค่รายละเอียดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของเทพเจ้าที่ทำให้เรางงในเล่มนี้อย่างเดียว แต่มันรวมถึงการตัดฉากที่แวบไปแวบมา งงเหลือเกินว่าตกลงนี่ความจริงหรือภาพมายาหรือโลกอะไรก็ตามตามท้องเรื่อง

เราจับแนวทางในการเขียนของเชอร์ริลีนได้แล้ว คือ 2/3 ของเนื้อเรื่องจะอืดๆและช้ามากๆ แทบจะไม่มีประเด็นความสำคัญอะไรนอกเสียจากนิคฝึกใช้พลัง หรืออธิบายชีวิตประจำวันของนิคที่ซ้ำไปซ้ำมากับเล่มก่อนหน้า แต่ไคลแมกซ์ 1/3 ที่เหลือในตอนท้ายจะยิบย่อยไปด้วยรายละเอียดซึ่ง(บางครั้ง)ก็มากเกิน จนเราไม่แน่ใจเชอร์ริลีนลืมไปว่าต้องทำให้คนอ่านเข้าใจด้วยการปูพื้นเสียตั้งแต่ตอนแรกหรือเปล่า ? หรือว่าเชอร์ริลีนคาดเดาว่าผู้อ่านทุกคนที่อ่านงานของเธอต้องรู้ตำนานเทพเจ้าอยู่แล้ว ถึงใส่ๆๆๆๆเนื้อหาแบบไม่มียั้ง ?

บอกได้คำเดียวว่าตั้งตัวไม่ติดจริงๆกับนิยายเล่มนี้ ซึ่งเราเป็นคนที่อ่านนิยายค่อนข้างระเอียดและเก็บประเด็นได้เกือบครบทั้งหมด แต่ Inferno นี่เราขอยอมจำนน โดยเฉพาะตอนท้ายๆที่โหดร้ายทารุณกับเมมโมรี่ของเรามาก เพราะเราถึงกับ Error แล้วต้องเปลี่ยนการอ่านไปโฟกัสการแก้ไขปัญหาของนิคแทนที่จะเก็บรายละเอียดในส่วนของตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามาได้อย่างไม่หยุดหย่อน

และเราก็ได้ข้อสรุปว่า Chronicles of Nick เป็นนิยายที่ไม่น่าจัดอยู่ในหมวด Young Adult เป็นอย่างยิ่งเพราะนึกภาพเยาวชนมาอ่านนิยายเรื่องนี้ คงงงกันเป็นแถบว่าตัวละครตัวนี้เป็นใคร แล้วมีความสำคัญอะไรต่อเนื้อเรื่อง ไม่ต้องพูดถึงน้องๆหนูๆที่อายุไม่ถึง 18 และไม่ได้หยิบชุดพรานราตรีมาอ่าน จะไม่มีทางอ่านเล่มนี้เข้าใจอย่างแน่นอน ! เพราะด้วยพื้นฐานของหนังสือเล่มนี้ คุณต้องอ่านพรานราตรีมาได้ประมาณสิบเล่มถึงจะเก็ตรายละเอียดบางส่วน

เป็น YA ที่เนื้อเรื่องหนักจนไม่น่าจะเป็น YA เอาเสียเลย...

คะแนน 7.5/10

Oct 1, 2014

ศึกปิศาจเทร็กเซียน - Infamous (Chronicles of Nick #3)


ชื่อเรื่อง โครนิเคิลส์ออฟนิค ตอน ศึกปิศาจเทร็กเซียน
จากเรื่อง Infamous
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ไปโรงเรียน ได้เกรดดี ๆ อยู่ให้ไกลจากปัญหา นั่นคือภารกิจของเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ แต่นิค โกเชร์ไม่ใช่วัยรุ่นธรรมดาทั่วไป เขาเป็นหนุ่มน้อยผู้มีชะตาชีวิตที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ และภารกิจแรกสุดของเขาคือมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ ในขณะที่คนอื่น ๆ...รวมทั้งพ่อของเขาเอง...พยายามที่จะฆ่าเขา

เขาเรียนรู้การกำจัดซอมบี้และการปลุกชีพคนตาย การมองเห็นอนาคต และการมองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นมองไม่เห็น ถ้าอย่างนั้นทำไมการหัดขับรถกับการมีแฟนถึงได้ยากนักล่ะ? แต่นั่นไม่ใช่ทักษะที่เขาต้องฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ ทักษะการเอาชีวิตรอดต่างหากที่เขาต้องฝึกฝน

นิคอยู่ในจุดที่หมิ่นเหม่ต่อการจะเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด... หรือไม่ก็ผู้ที่ทำให้โลกถึงกาลอวสาน เมื่อศัตรูทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่ามารวมพลกัน เขาจะต้องเรียกพลังทุกส่วนของตนออกมาต่อสู้ ไม่เช่นนั้นเขาจะสูญเสียทุกคนที่เขารักใคร่ไยดี...หรือแม้กระทั่งตัวเขาเอง...

REVIEW

นิค โกเชร์ เจอปัญหาใหม่เข้าแล้ว เมื่อเพื่อนๆที่โรงเรียนเขาถูกใครบางคนกลั่นแกล้ง ในขณะที่เขาต้องรับมือกับภัยคุกคามครั้งใหม่ เมื่ออดาเรียน พ่อแท้ๆของนิคพยายามวางแผนที่จะแย่งชิงพลังของเขา และทำให้ตนเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ไหนจะเรื่องเงาแปลกๆที่คอยตามตัวเขาอีกล่ะ เรื่องนี้ชักจะแย่ไปกันใหญ่แล้วสิ !

นิคตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีข่มขืน เขาถูกจับ แต่นั่นยังไม่หนักหนาเท่าก่อนหน้านั้น นิคถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เป็นผลให้เขาต้องลากตัวเองไปยังการต่อสู้ในอีกโลกหนึ่ง นิคใช้พลังมาลาไคของเขาเอาชนะศัตรูโดยที่ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆของเขา

สุดท้ายแล้ว ... นิคค้นพบว่าปีศาจเทร็กเซียนนี่เองที่ได้เข้าสิงเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งของเขาและปุกปั่นความแตกแยกระหว่างกัน โดยนิคตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายในเกมนี้ แต่ไม่ว่าจะยังไง ... ชะตากรรมอันโหดร้ายก็กำลังรอนิคอยู่เมื่อเขาจะต้องเป็นมาลาไคซึ่งครอบครองขุมพลังแห่งความชั่วร้าย แต่ก็ยังมีหวังลึกๆว่านิคอาจจะเป็นมาลาไคที่แตกต่างจากตนอื่นๆก่อนหน้านี้

.............................................................................

เล่มนี้สนุกกว่าเล่มที่แล้ว แต่เนื้อเรื่องตอนหลังๆนี่สิ อิรุงตุงนังกันไปหมด จนเราตามแทบจะไม่ทัน เดี๋ยวฟื้นเดี๋ยวสลบ จนเราชักจะงงๆว่าตกลงตอนนี้นิคอยู่ในโลกไหนกันแน่ !?

มีประเด็นหลายอย่างในเล่มนี้ที่น่าสนใจ สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างเด่นนั่นก็คือเรื่องของนิคกับแม่ของเขาที่เล่มนี้ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนออกมาได้ชัดเจนมากๆ และที่มาที่ไปของมาลาไคก็ตอบคำถามในสองเล่มก่อนหน้านี้ได้พอสมควร แม้ว่าจะยังไม่เคลียร์ 100% แต่ก็พอให้เราสามารถเดาทางได้ว่าแรงจูงใจของตัวละครแต่ละตัวไปในทิศทางไหน

เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านจบภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ด้วยความระทึกของเนื้อเรื่องที่ทิ้งระเบิดทางอารมณ์เป็นพักๆ อ่านแล้วเลยรู้สึกไม่เบื่อ แม้ว่าจะมีบางจุดที่ตามไม่ทันอยู่บ้างก็ตาม สไตล์การเขียนของเชอร์ริลีนที่โลดแล่นอย่างรวดเร็วต่างจาก Dark Hunter มากๆ ซึ่งเราสงสัยว่าสไตล์การเขียนชุดโครนิเคิลส์ออฟนิคนี่ เหมาะกับกลุ่มผู้อ่าน Young Adult จริงๆน่ะหรือ ?

คะแนน 8/10

Sep 24, 2014

มนต์พระจันทร์ - Dark Side of the Moon (Were-Hunter #3)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน มนต์พระจันทร์
จากเรื่อง Dark Side of the Moon
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ ปัจจุบัน - เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา

เรื่องย่อ

ซูซาน ไมเคิลส์เคยเป็นนักข่าวยอดเยี่ยมของหนังสือพิมพ์เบลท์เวย์บีท จนกระทั่งเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ทำลายชีวิตหล่อนจนต้องกลายเป็นคนเขียนบทความเล็กๆน้อยๆ หล่อนคิดว่าชีวิตที่เคยรู้จักสิ้นสุดลงแล้ว จนกระทั่งหล่อนได้รับเงื่อนงำของข่าวที่อาจเป็นการกอบกู้งานอาชีพให้รุ่งโรจน์อีกครั้ง ข่าวนั้นเป็นเรื่องแผนการซ่อนเร้นของตำรวจสำคัญคนหนึ่งที่จะช่วยเหล่าแวมไพร์ให้เข้าครอบครองซีแอตเทิล
ชีวิตของราวินพังยับเยินตั้งแต่เมื่อสี่ร้อยปีที่แล้ว เมื่อเขาไว้ใจเผยตัวตนที่แท้จริงกับมนุษย์ผิดคน เขาต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิต บัดนี้เมื่อต้องมาปกป้องผู้คนในซีแอทเทิล เขาก็ถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับฝันร้ายอีกครั้ง และการไว้ใจบอกความลับนั้นแก่สตรีอีกนางหนึ่งจะทำลายชีวิตของเขาหรือไม่...

REVIEW

ซูซานไปเจอแมวตัวหนึ่งและรับมันมาที่บ้านของเธอ หลังจากนั้นชีวิตเธอก็พลิกตลบ เมื่อแมวตัวนั้นกลายร่างเป็นราวิน ชายหนุ่มที่หล่อล่ำเปลือยเปล่าอยู่ในบ้านต่อหน้าต่อหน้าเธอในตอนนี้ จากนั้นตำรวจที่ร่วมมือกับดีมอนก็สาดกระสุนใส่บ้านของซูซานเพื่อจะเอาแมวตัวนั้นกลับไป ซูซานคิดว่าเธอพี้ยาจนสติแตก เมื่อความจริงตีแผ่ตรงหน้าเธอว่ายังมีอีกโลกหนึ่งที่เธอไม่รู้จักซ่อนอยู่ ซูซานต้องเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโลกของดาร์ค-ฮันเตอร์อย่างช่วยไม่ได้ และเธอก็ถูกลากเข้าไปในความชุลมุนของการปะทะกันระหว่างดีมอนและดาร์ค-ฮันเตอร์ ซูซานต้องขุดทุกความสามารถที่ตนมีเพื่อเอาชีวิตรอดไปให้ได้

สไตรเกอร์วางแผนชั่วร้ายครั้งใหม่เพื่อที่จะกำจัดเหล่าดาร์ค-ฮันเตอร์ให้ได้มากที่สุด ครั้งนี้เขาถึงกับยืมมือของมนุษย์และกำจัดดาร์ค-ฮันเตอร์ไปได้หลายคน ทั้งซูซานและราวินจึงต้องร่วมมือกันเพื่อหาให้รู้ถึงแผนการณ์ของเหล่าดีมอน ในขณะที่หนุ่มสาวเคยสูญเสียความไว้วางใจให้ใครสักคนไปในอดีต ทั้งราวินที่เคยถูกหญิงสาวที่เขารักทรยศหักหลัง นำมาซึ่งความพินาศของคนในครอบครัว และซูซานที่โดนอดีตทำร้ายจนเธอไม่กล้าที่จะเชื่อใจใครได้อีก

นิค โกเชร์ถูกส่งตัวมาอยู่กับราวินเพื่อให้เขาได้ฝึกใช้พลังของดาร์ค-ฮันเตอร์ ความโกรธแค้นที่เด็กหนุ่มมีต่อแอชรอนนั้นมากเหลือคณา เมื่อนิคเป็นคนเดียวที่รู้ถึงสิ่งที่แอชรอนเป็นอยู่ แต่ไม่มีดาร์ค-ฮันเตอร์คนไหนเชื่อเขา จนกระทั่งราวินและซูซานช่วยกันตามหาตัวต้นตอมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดได้สำเร็จ แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องวุ่นวายเพียงอย่างเดียวสำหรับทั้งคู่ เมื่อสัญลักษณ์ของเนื้อคู่ปรากฏบนฝ่ามือของราวินและซูซาน คราวนี้ราวินจะไม่ให้ทั้งคู่ต้องตัดสินใจผิดพลาดอีกเด็ดขาด เขาจึงไม่ร้อนรนที่จะให้ซูซานเป็นคนที่ค่อยๆตัดสินใจสำหรับเรื่องนี้

ราวินและซูซานบุกจัดการตัวตำราจที่เป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมดได้สำเร็จ ทั้งคู่ได้ครองคู่กันในท้ายที่สุด และนิคได้เข้าร่วมกับสไตรเกอร์และรับพลังของเขามาเพื่อที่จะสังหารแอชรอนให้ได้

..................................................................................

อ่านไปได้ครึ่งเล่ม ... ความสัมพันธ์ของราวิน-ซูซานนี่ยังไม่ได้กระดิกไปไหน
แล้วลองนึกดู ? ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหลือพื้นที่อีกแค่ครึ่งเล่มในการจบทั้งเนื้อเรื่องหลักและความสัมพันธ์ของตัวละคร
... มันจึงเกิดความยุ่งเหยิง ทั้งยุ่งและชุลมุนมากๆจนเราคิดว่าถ้าเชอร์ริลีนจะเอารายละเอียดที่กระหน่ำเข้ามาในตอนท้ายไปใส่เอาไว้ในตอนแรก น่าจะทำให้อ่านแล้วรู้สึกสบายมากกว่านี้

การเขียนเนื้อเรื่องให้ออกมาน่าสนใจสำหรับหนังสือเล่มนี้แผ่วลงกว่าเล่มก่อนๆหน้า เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นเสียเท่าไร นอกจากพ้อยท์สำคัญเกี่ยวกับนิค โกเชร์ ตอนบทส่งท้ายที่ทำลายความฝันเด็กๆมาก 555

ปกติเราจะเชียร์เล่มของเวอร์-ฮันเตอร์เป็นพิเศษนะ แต่สำหรับเล่มนี้เราไม่เชียร์เลย ถ้าอ่านข้ามได้นี่คงข้ามไปแล้ว ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีหรืออะไร แต่อารมณ์ตอนอ่านมันนิ่งมาก ไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย ตอนท้ายๆก็รวบรัดมาก สไตรเกอร์ก็ถอยง่ายๆแล้วบอกว่า ฝากเอาไว้ก่อน เฮ้ย ! เอาจริงดิ จบง่ายๆแบบนี้เลยหรอ !?

เกือบสอบตกแล้วนะเล่มนี้ ยังดีที่มีมุขตลกของซูซานมาให้เราขำเป็นพักๆ เวลาต่อปากต่อคำกับราวินนี่เป็นส่วนเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเลยทีเดียว ...

คะแนน 7/10

Aug 28, 2014

แผนล่ามาลาไค - Invincible (Chronicles of Nick #2)


ชื่อเรื่อง โครนิเคิลส์ออฟนิค ตอน แผนล่ามาลาไค
จากเรื่อง Invincible
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ชีวิตของเขาเริ่มจะดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสิ นิค โกเชร์คิดอย่างประชดประชัน ใช่เลย เขารอดตายจากการโจมตีของพวกซอมบี้ เพียงเพื่อจะตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองตกเป็นทาสอยู่ในโลกของพวกกลายร่างได้ และปิศาจที่จ้องจะครอบครองดวงวิญญาณของเขา อาจารย์ใหญ่คนใหม่ของเขาคิดว่าเขาเป็นจอมอันธพาลยิ่งกว่าอาจารย์ใหญ่คนเดิมเสียอีก ส่วนโค้ชทีมฟุตบอลก็พยายามจะชักชวนให้เขาทำสิ่งต่าง ๆ ที่เขาไม่กล้าพูดถึงด้วยซ้ำ แถมสาวที่เขาปิ๊งก็มีความลับมากมายที่ทำให้เขาหวาดหวั่น
แต่ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ เขากำลังถูกตัดแต่งเจียระไนโดยพลังอำนาจที่ดำมืดที่สุด และถ้าเขาไม่เรียนรู้ว่าจะปลุกคนตายให้ฟื้นภายในสุดสัปดาห์นี้ได้อย่างไร เขาจะกลายเป็นหนึ่งในคนตายที่ว่านั่นเสียเอง?

REVIEW

แอมโบรสพยายามจะแก้ไขอดีตของเขาเอง นั่นทำให้เขาต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้ตัวเขาในอดีตหรือนิคเดินไปบนเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ตกเป็นทาสของความชั่วร้ายอย่างที่เขาเป็นในขณะนี้ และบทเรียนที่เขากำลังจะสอนให้กับนิคนั้นล้วนแต่ต้องใช้กำลังใจทั้งสิ้น

นิคเผชิญหน้ากับโค้ชคนใหม่ของโรงเรียนที่ต้องการแบล็คเมล์เขาและสั่งให้นิคไปขโมยของของเพื่อนร่วมชั้นเรียนมา นั่นก็ทำให้นิคประหวั่นใจพอแล้ว ไหนจะเรื่องศพของเด็กอายุสิบสี่ปีที่ถูกทิ้งไว้อีกล่ะ แม้กระทั่งแอชรอน จอมเทพผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยซ้ำ แล้วเขาจะทำยังไงดีล่ะงานนี้ !?

ด้วยความร่วมมือของเพื่อนๆทั้งโคดี้และเคเลบทำให้นิครู้ถึงสาเหตุว่าทำไมเด็กสิบสี่ถึงถูกฆ่าและโยงไปถึงโค้ดตัวร้ายที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ในขณะที่นิคต้องพยายามเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของตัวเองและใช้ความสามารถที่เพิ่งได้รับมาช่วยเหลือคนอื่นๆ

..........................................................................

เล่มนี้ไม่มีอะไรเลย แถมอารมณ์ยังนิ่งมากๆ เนื้อเรื่องกว่า 60% บรรยายถึงชีวิตประจำวันของนิคว่าวันนี้นิคไปทำอะไรบ้าง ไปเจอกับใครมา แล้วมีความคืบหน้าอะไรไหม ... ซึ่ง มันทำให้เรารู้สึกเบื่อ !

การต่อสู้ไม่ได้เข้มข้นมันหยดติ๋งเหมือนเล่มที่แล้วเลยด้วยซ้ำ กับตัวร้ายที่ดูเหมือนจะตายง่ายไปหน่อย แต่ตัวละครเล่มนี้ก็น้อยจริงจัง มีคนที่มีบทบาทสำคัญอยู่แค่ไม่กี่คนเอง ซึ่งถ้าเทียบกับเล่มที่แล้วนี่เราขอบอกเลยว่า*คุณภาพ*ต่างกันมากๆ

สิ่งที่เรายังประทับใจอยู่นั่นก็คือความสัมพันธ์ของแม่กับนิค อ่านแล้วมันรู้สึกอบอุ่นมากๆ ส่วนประเด็นของแอมโบรสที่นิคมารู้ในหน้าสุดท้ายว่าทั้งคู่อาจจะเป็นคนๆเดียวกัน เราว่ามันไม่ได้ทำให้เราว๊าวเท่าไรนะ ก็รู้มาตั้งแต่เล่มแรกแล้วไม่ใช่หรอว่าแอมโบรสคือคนๆเดียวกันกับนิค

มีหลายจุดๆที่ขาดๆหายๆ เราสังเกตมาหลายครั้งละว่าในเล่มนี้จู่ๆตัวละครบางตัวก็หายและไร้ความสำคัญไปเสียเฉยๆ แล้วอยู่ๆก็โผล่กลับมาซะงั้น นี่อ่านแล้วก็งงๆบ้างนะบางครั้ง

ผ่านไปสองเล่มแล้ว ... แต่รายละเอียดยิบย่อยและความเป็นมาของมาลาไคยังไม่ได้เผยออกมาเท่าไรเลย เหมือนจะถูกกั๊กๆไว้เอาไว้เขียนเล่มต่อๆไปแน่ๆ เพราะเท่าที่เรารู้ตอนนี้คือนิคเป็นมาลาไคที่มีพลังที่จะทำร้ายล้างโลกได้ อะไรประมาณนั้น ... และแอมโบรสก็พยายามจะแก้ไขอดีตของเขา แม้ว่าจะรู้แก่ใจว่าอาจจะมีผลกระทบอื่นๆตามมา

ไม่ประทับใจเล่มนี้เท่าไร เพราะมันดูไร้แก่นสาร ล่องๆลอยๆยังไงชอบกล ที่ชอบอย่างเดียวก็คือ ... หน้าปกรูปนิคเท่ห์มากๆ แค่เห็นเสี้ยวหน้าก็ อรั๊ยยยยยย แล้ว

คะแนน 7.5/10

Aug 27, 2014

ปฐมบทแห่งมาลาไค - Infinity (Chronicles of Nick #1)


ชื่อเรื่อง โครนิเคิลส์ออฟนิค ตอน ปฐมบทแห่งมาลาไค
จากเรื่อง Infinity
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ในวัยสิบสี่ปี นิค โกเชร์เป็นหนุ่มน้อยฝีปากกล้าและชาญฉลาดคนหนึ่ง เขาคบค้าสมาคมกับคนไม่ดีโดยไม่รู้ตัว แต่ในคืนที่ความดีงามในตัวเขาไม่ยอมให้เขาร่วมปล้นนักท่องเที่ยวผู้บริสุทธิ์ พรรคพวกที่ชั่วร้ายจึงได้หันมาเล่นงานเขาแทน และขณะที่นิคคิดว่าชีวิตของเขากำลังจะสิ้นสุดลง?ชีวิตใหม่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ผู้ที่มาช่วยชีวิตเขาไว้คือไคเรียนแห่งเทรซ ไคเรียนไม่ได้เป็นแค่นักฆ่าแวมไพร์ เขาเป็นดาร์ค-ฮันเตอร์ นักฆ่าแวมไพร์ที่เสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อปกป้องมนุษยชาติ และเขาได้นำนิคเข้าสู่โลกที่หนุ่มน้อยไม่อาจจินตนาการได้
นิคเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าโลกใบนี้หาได้เล็กและปลอดภัยอย่างที่เขาเคยคิดไม่ เมื่อได้รู้ว่าเพื่อนคนหนึ่งในโรงเรียนเป็นมนุษย์หมาป่า และสาวน้อยแสนหวานที่เขาหลงชื่นชอบต้องตระเวนราตรีเพื่อกำจัดเหล่าผีดิบ ทว่าก่อนที่เขาจะได้เรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอดภายใต้กฎใหม่ของโลกใบนี้ เหล่าเพื่อนนักเรียนของเขาก็ได้กลายเป็นซอมบี้ที่กินเนื้อมนุษย์สด ๆ และตัวเขาเองตกเป็นเป้าหมายของซอมบี้เหล่านั้น...

REVIEW

นิค โกเชร์ อาศัยอยู่กับแม่ในบ้านเก่าๆโทรมๆหลังหนึ่ง ชีวิตในวัยเรียนของเขาถูกเพื่อนล้อและดูถูกอยู่เสมอ แต่นิคก็พยายามที่จะเป็นคนดี จนอยู่มาวันหนึ่ง ... เขาพยายามจะกลับใจและช่วยนักท่องเที่ยวที่ถูกดักปล้น เป็นผลให้นิคถูกทำร้ายจนเจ็บสาหัส จนไคเรียน ฮันเตอร์ได้เข้ามาช่วยชีวิตของนิคเอาไว้ และนั่นทำให้โลกของนิคพลิกตลบไปเลยตลอดกาล

ใครจะรู้ว่านอกจากดาร์ค-ฮันเตอร์หรือเวอร์-ฮันเตอร์แล้ว จะยังมีซอมบี้ที่กัดคนคอยตามล่านิคอยู่ข้างนอก โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเขาไปทำอะไรเอาไว้ ทำไมเขาจึงถูกล่า ลำพังแค่เขาต้องทำความเข้าใจเรื่องโลกใหม่ที่ไคเรียนพาเขาเข้าไปก็หนักพออยู่แล้ว

นิคต้องรอดชีวิตจากการตามไล่ล่าของเหล่าซอมบี้ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าเขาจะพอรู้สาเหตุว่าซอมบี้มาจากเกมที่เพื่อนของเขาสร้างเพื่อเอาคืนพวกขาโจ๋ที่คอยแต่จะรังแกเขายามอยู่โรงเรียน แต่มันจะไม่เหลือเชื่อไปหน่อยหรือยังไงที่เกมๆหนึ่งสามารถทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ได้น่ะ !?

ระหว่างที่โรมรันกับซอมบี้ นิคก็พบกับเคเลบที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเขา แท้จริงแล้วเคเลบถูกส่งให้มาช่วยนิคผ่านทางมือพ่อแท้ๆของนิคที่เป็นมาลาไคผู้ชั่วร้าย และนิคก็เป็นมาลาไคเช่นกัน เพียงแต่เขายังมีเวลาที่จะไม่ทำให้ตัวเองกลายเป็นอย่างพ่อของเขา

แอมโบรสคือตัวตนของนิคในอนาคต พูดได้ว่าแอมโบรสคือภาคหนึ่งของนิคที่พยายามจะแก้ไขอดีตของเขาโดยสอนให้นิคได้รู้ถึงพลังที่แท้จริงของตัวเองและวิธีที่จะควบคุมมัน เมื่อนิคถูกซอมบี้จับตัวไปและโดนบังคับให้ฆ่าพวกพ้องของตัวเอง ถึงเวลาที่นิคต้องตัดสินใจเลือกข้างว่าเขาจะยอมจำนนให้กับการแก้แค้นอันแสนหอมหวานหรือจะเลือกทางเดินที่ถูกต้องและปล่อยให้โชคชะตาลงโทษคนเหล่านั้นเสียเอง แต่สุดท้ายแล้วนิคก็สามารถผ่านบททดสอบนี้ไปได้ในที่สุด ...

........................................................................

ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็น Young Adult คือ ตัวละครเยอะแยะมากมายก่ายกอง และพล็อตเรื่องเราว่าหนักกว่าชุดพรานราตรีเสียอีก ในด้านการเล่าเรื่องของนิคเล่มนี้นี่เหมือนการตัดบทโรมานซ์ในนิยายเล่มอื่นๆของเชอร์ริลีนดีๆนี่เอง แล้วยัดรายละเอียดยิบย่อยของโครงเรื่องเข้าไปชนิดทีเรียกได้ว่าจัดหนักกันเลยทีเดียว

เรามั่นใจว่าน้องๆหนูๆที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่และหยิบนิยายเล่มนี้มาอ่านเลยโดยที่ไม่ได้อ่านนิยายชุด Dark Hunter (พรานราตรี) มาก่อน คงได้งงกันเป็นไก่ตาแตกแน่ๆว่า ดาร์ค-ฮันเตอร์ เวอร์-ฮันเตอร์ ดีมอน แอชรอน อาร์ทิมิส เป็นใคร ? แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอ่านนิยายเล่มนี้ไม่รู้เรื่องนะ มันก็มีคำอธิบายในตัวของมันอยู่แล้ว แค่ไม่ได้ลงรายละเอียดเหมือนพรานราตรีจนสามารถเห็นความเชื่อมโยงของตัวละครหรือบทบาทสำคัญๆเท่านั้นเอง

มาพูดถึงด้านการ spin-off เนื้อเรื่องออกมาดีกว่า เราถือว่าเชอร์ริลีนทำได้ดีทีเดียวที่สร้างตัวละครของนิคออกมาได้น่าสนใจและน่าติดตามมากมายขนาดนี้ ทั้งด้านอารมณ์ขันของนิคที่เป็นตัวสร้างสีสันให้กับท้องเรื่องได้อย่างดี จนถึงความตื่นตาตื่นใจในการดำเนินเรื่องที่ทำให้เราได้ลุ้น ได้รู้สึกตื่นเต้นไปกับฉากบู๊ที่มันส์มากๆ (โดยเฉพาะฉากต่อสู้ตอนท้ายๆที่ทำให้เราลุ้นจนลืมหายใจไปบ้างเลยทีเดียว)

รออ่านเล่มต่อไป .....

คะแนน 9.5/10

Aug 26, 2014

มนต์รักราตรี - Unleash the Night (Were-Hunter #2)



ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน มนต์รักราตรี
จากเรื่อง UNLEASH THE NIGHT
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

จากลูกผสมต้องห้ามระหว่างเสือต่างพันธุ์กำพร้าครอบครัว เร็น ไทกาเรียนเติบโตขึ้นภายใต้การจับตาดูอย่างใกล้ชิดและไม่ไว้ใจของผู้คนรอบข้าง เมื่อเร็นต้องการสิ่งใด เขาจะไม่ฟังเสียงใคร และบัดนี้เขาต้องการมาร์เกอริต
มาร์เกอริต โดแบร์ กูโด เกลียดชีวิตสังคมที่ถูกบิดาบังคับ หล่อนก็เหมือนผู้เป็นมารดาคือมีรากฐานอันแรงกล้าของชาวคาจัน แต่หล่อนก็ไม่มีทางเลือก นอกจากพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกซึ่งหล่อนมีความรู้สึกประดุจเป็นคนนอก แต่โลกของมนุษย์ที่ร่ำรวยและทรงอำนาจไม่เคยพบกับโลกของเวอร์-ฮันเตอร์ การทำลายกฎข้อนี้คือการเรียกความพิโรธของผู้มีอำนาจเบื้องบน
เพื่อที่จะได้มาร์เกอริตมาครอง เร็นต้องต่อสู้ทั้งกับมนุษย์ซึ่งจะไม่มีวันยอมรับธรรมชาติสัตว์ของเขา และพวกเวอร์-ฮันเตอร์ที่ต้องการให้เขาตายเพราะเป็นผู้นำอันตรายมาสู่โลกของพวกเขา มันเป็นการแข่งขันกับเวลาและเวทมนตร์โดยไม่มีขอบเขต ซึ่งสองหนุ่มสาวอาจต้องแลกด้วยชีวิตและวิญญาณของพวกเขา

REVIEW

แม็กกี้ เพื่อนสนิทของนิคไปที่บาร์แซงซัวรีย์และได้เจอกับเร็น ไทกาเรียน ชายหนุ่มติดเนื้อต้องใจเธออย่างห้ามตัวเองไม่ได้และนั่นทำให้เร็นได้เอาตัวเข้าไปปกป้องเธอและรับลูกกระสุนมาแทน หลังจากนั้นเร็นก็ไม่สามารถที่จะอยู่ห่างจากแม็กกี้ได้อีกครั้ง เขาพยายามเปลี่ยนรูปลักษณ์เพื่อที่จะเป็นคนใหม่ที่แม็กกี้จะได้ไม่ได้ต้องอับอายเวลาที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน

แต่แท้จริงแล้วแม็กกี้ไม่ได้สนใจเลยว่าเร็นจะเป็นยังไง แม้ว่าเธอจะมีฐานะสูงส่ง และถึงเร็นเป็นคนรวยที่มาทำงานอยู่ที่บาร์เก่าๆก็ตาม ทั้งสองก็เข้ากันได้ดีมาก แต่เร็นก็รู้อยู่แล้วว่าด้วยความที่เขาเป็นเสือและเธอเป็นมนุษย์ ทั้งคู่จึงไม่อาจรักกันได้ แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องเมื่อเร็นไม่สามารถที่จะต่อต้านสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ร่ำร้องอยากจะอยู่กับแม็กกี้ได้

เมื่อเร็นถูกตัดสินโดยสภาว่าเขาเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของเขาโดยความตั้งใจของลุงและลูกพี่ลูกน้องที่ต้องการจะฮุบกิจการของเขา นั่นทำให้เร็นและแม็กกี้ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ทั้งคู่เดินทางย้อนเวลากลับไปยังตอนที่พ่อของเร็นยังมีชีวิตอยู่เพื่อหาหลักฐานที่จะมาลบล้างว่าเขาไม่ได้ฆ่าพ่อแม่ของตน

เร็นได้พบกับพ่อของเขาอีกครั้ง และได้ปรับความเข้าใจกัน แต่อดีตคือสิ่งที่เร็นจะเข้าไปแก้ไขไม่ได้เพราะจะมีผลกระทบต่อคนอื่นๆตามมามากมาย ดังนั้นเขาจึงจำใจจากพ่อของเขามาแม้ว่าปริศนาในคืนที่พ่อของเขาถูกฆ่าจะยังไม่เคลียร์ก็ตาม แต่ผลพลอยได้จากการที่กลับไปยังอดีตก็คือพ่อของเร็นเปลี่ยนแม็กกี้ให้กลายเป็นเสือด้วยพลังของแม่เขาที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้แม็กกี้กลายเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันเร็น

สุดท้ายแล้ว ... พ่อของเร็นยังไม่ตาย และศพที่เร็นคิดว่าเป็นพ่อของเขาแท้จริงแล้วก็คือลุงของเขาที่ต้องการจะหักหลังและฆ่าเขาเพื่อฮุบกิจการนั่นเอง เมื่อเรื่องวุ่นๆจบลงและเร็นพ้นผิดแล้ว เขาก็จัดงานแต่งงานกับแม็กกี้แม้ว่าทั้งคู่จะไม่มีสัญลักษณ์ของเนื้อคู่ปราฏขึ้นที่ฝ่ามือก็ตาม แต่เร็นก็มั่นใจว่าเขารักแม็กกี้ และแม็กกี้ก็รักเขา ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดสำคัญอีกต่อไป

และของขวัญวันแต่งงานจากซาวิทาร์(เพื่อนของแอชรอนที่รับนิคไปดูแล)คือสัญลักษณ์เนื้อคู่ที่จะผูกพันธ์เร็นกับแม็กกี้เอาไว้ตลอดไป ...

......................................................................................

เล่มนี้อ่านเพลินๆ ไม่ค่อยอึดอัดใจเหมือนเล่มก่อนๆหน้า นิสัยของพระ-นางก็ไม่มีส่วนไหนที่ทำให้เรารำคาญเลยแม้แต่น้อย และเราก็ยังรู้สึกด้วยว่าเล่มไหนที่เป็นเรื่องของเวอร์-ฮันเตอร์ เชอร์ริลีนจะเขียนออกมาได้ถูกจริตเราทุกเล่ม ในด้านความสัมพันธ์ของเร็นและแม็กกี้ เป็นอะไรที่เราชอบมากๆเพราะมันดูเป็นธรรมชาติและไม่มีตรงไหนขัดใจเราเลย อีกสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นๆอยู่นิดหน่อยนั่นก็คือ เร็นกับแม็กกี้รักกันโดยที่แทบจะไม่มีโชคชะตาเข้ามาเกี่ยวข้องเลย เราชอบที่เร็นรู้ว่าเขารักแม็กกี้ทั้งๆที่เธอไม่ใช่เนื้อคู่ของเขา(แต่สุดท้ายก็ใช่ >.<)

พูดถึงเรื่องการเดินทางข้ามเวลาที่ทำออกมาได้ดีอย่างยิ่ง เพราะปกตินิยายเล่มอื่นๆเมื่อมีการเดินทางย้อนเวลาแล้วจะต้องเจอกับความสับสนวุ่นวายอลหม่านเมื่อตัวละครยุคปัจจุบันต้องพยายามอธิบายให้ตัวละครในอดีตฟังว่าพวกมาจากไหน ทำไมถึงแต่งตัวแปลกๆ ฯลฯ แต่เรื่องนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะผู้คนในอดีตต่างก็เป็นเวอร์-ฮันเตอร์ที่มีความสามารถที่จะเดินทางข้ามเวลาเหมือนกัน จึงทำให้เขายอมรับเรื่องของเร็นที่ย้อนเวลาได้ง่าย รวมถึงความพลิกผันของสถานการณ์ในตอนท้ายด้วยที่เราชื่นชอบมากๆ

เชอร์ริลีนเขียนเล่มนี้ออกมาได้ดีจริงๆถ้าพูดในแง่ของนิยายชุด Were-Hunter เทียบเล่มของเวน เราว่าเล่มนี้มีกลิ่นอายสืบสวนสอบสวนปนอยู่ด้วย ยิ่งทำให้ความเป็น Thriller น่าสนใจมากขึ้นสำหรับเรา และเราขอยอมรับจริงๆว่าเราลุ้นไปกับตัวละครและเราใจช่วยเร็นตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้าย ด้วยนิสัยน่ารักน่าชังของเร็นที่ยังมีความเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่ทำให้เรารู้สึกว่าแม็กกี้ช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีอะไรอย่างนี้...

ให้ 10 คะแนน อีกเล่ม -- สรุปว่าพรานราตรีตอนนี้เล่มที่เราให้ 10 มีแค่เล่มนี้กับระบำมาร(ซาเร็ค) แม้ว่าเล่มนี้จะไม่ได้ซาบซึ้งต่อมน้ำแตก หรือดราม่ารันทดจิตเหมือนเล่มของซาเร็ต แต่เล่มนี้แค่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกของทั้งพระเอกนางเอกก็ทำให้เราซาบซึ้งประทับใจได้แล้วจริงๆ

คะแนน 10/10

Aug 21, 2014

บาปรักราตรี - Sins of the Night (Dark-Hunter #6)



ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน บาปรักราตรี
จากเรื่อง SINS OF THE NIGHT
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

อเล็กซิออน - ดาร์ค-ฮันเตอร์ผู้ซึ่งแม้แต่คนไม่รู้จักกลัวอะไรก็ยังต้องหวาดกลัว ไม่มีสิ่งใดแตะต้องเขาได้ เขาคือผู้ไร้ซึ่งความพลุ่งพล่านและอารมณ์อันหวั่นไหว
หรือนั่นคือสิ่งที่อเล็กซิออนเคยคิดจนกระทั่งเมื่อเขาพบกับดาร์ค-ฮันเตอร์ สาวซึ่งชื่อแดนเจอร์ - หล่อนไม่ใช่แม่สาวอันตรายแค่ชื่อ ทว่ารวมถึงการใช้ชีวิตของหล่อนด้วย หล่อนรู้ว่าอเล็กซิออนมาที่นี่เพื่อเป็นผู้พิพากษา และยิ่งกว่านั้นคือเป็นเพชฌฆาตที่จะสังหารเพื่อนๆของหล่อน ทว่าหล่อนเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เขาช่วยชีวิตพวกเขาบางคนไว้ได้ หากไม่มีหล่อน พวกเขาจะตายกันหมด
อะไรบางอย่างในตัวแดนเจอรีส เซนต์ริชาร์ดปลุกหัวใจที่อเล็กซิออนเคยคิดว่าตายดับไปนานแล้วให้พลิกฟื้นขึ้นมาใหม่ ทว่าท่ามกลางการขับเคี่ยวกับสิ่งชั่วร้าย ความหวังเดียวของมนุษยชาติคือเขาจะต้องปฏิบัติหน้าที่ของตน แต่เขาจะทำหน้าที่นั้นได้อย่างไรในเมื่อมันหมายถึงจะต้องเสียสละผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารัก

REVIEW

ทุกๆสองสามร้อยปีจะมีดาร์ค-ฮันเตอร์ที่ตั้งข้อกังขาในตัวของแอชรอน และแหกกฎทำสิ่งที่เป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์โดยทำตัวไม่แตกต่างอะไรจากเหล่าดีมอน จึงเป็นหน้าที่ของอเล็กซิออนที่ต้องมาพิพากษาผู้คนเหล่านั้นหรือช่วยให้พวกเขาตาสว่างกับสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ การทำหน้าที่ครั้งนี้ของอเล็กซิออนทำให้เขาได้พบกับแดนเจอร์ หญิงสาวที่ตั้งข้อกังขาในตัวของอเล็กซิออนตั้งแต่แรกเห็น และคิดว่าเขาเป็นพวกเหล่าตัวร้ายที่จะมาฆ่าเธอ

อเล็กซิออนเปิดเผยอดีตของเขาให้แดนเจอร์ฟัง ว่าแท้จริงแล้วเขาคือดาร์ค-ฮันเตอร์ที่ถูกฆ่าตายและกลายเป็นเงา เพียงแต่แอชรอนยื่นมือมาช่วยเหลือและพาเขาไปอยู่ด้วย เมื่อเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าเขากับแอชรอนให้ความช่วยเหลือดาร์ค-ฮันเตอร์มากมายขนาดไหนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ข้อสงสัยของแดนเจอร์ก็ค่อยๆลดลง ประจวบเหมาะกับสไตรเกอร์ที่ส่งลูกสมุนขึ้นมาเพื่อหวังปลิดชีพอเล็กซิออนให้สาสมกับที่แอชรอนเป็นต้นเหตุให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเขาต้องตายดับลง

อเล็กซิออนพยายามแก้ไขชะตาชีวิตของไครอส อดีตเพื่อนรักที่ตอนนี้หันหลังให้เขาไปแล้ว แต่ยังไงอเล็กซิออนก็จะไม่ปล่อยให้ไครอสต้องตายเด็ดขาด สไตรเกอร์จึงหาทางล่อลวงไครอสเพื่อที่จะกำจัดอเล็กซิออนโดยใส่วิญญาณที่ระทมทุกข์เข้าไปในร่างเขาเพื่อชักนำให้เขาฆ่าตัวตาย โชคช่วยที่แดนเจอร์ช่วยอเล็กซิออนเอาไว้ได้ทันเวลา

สไตรเกอร์วางแผนที่จะโน้มน้าวดาร์คฮันเตอร์ให้ทรยศแอชรอนต่อไป เมื่อเขาส่งปีศาจที่เป็นพี่สาวของซิมมี่มาทำร้ายอเล็กซิออน โชคดีที่เขากำราบเธอได้ แต่สไตรเกอร์ยังไม่ยอมแพ้ เมื่อเขาลงมือฆ่าแดนเจอร์ต่อหน้าอเล็กซิออน และหลบหนีไป แต่อเล็กซิออนก็สามารถช่วยเหล่าดาร์คฮันเตอร์ไม่ให้กระทำผิดได้ โดยเฉพาะเพื่อนของเขา ไครอสที่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด

แดนเจอร์ฟื้นคืนอีกครั้งที่คาเตโตรอส ดินแดนของแอชรอนในสภาพเดียวกับอเล็กซิออนที่เขาเป็นมาตลอด ทั้งคู่จึงได้อยู่ร่วมกันโดยที่ไม่ต้องพลัดพรากจากกันอีก

...............................................

นี่ไม่ใช่พรานราตรีเล่มที่เราโปรดปรานนัก ...

เพราะเราไม่ชอบนิสัยใจคอของแดนเจอร์ตอนทั้งเรื่อง ไม่รู้เป็นไร ... ใจเราไม่ค่อยคลิกกับนางเอกคนนี้เลยแม้ว่พยายามจะกล่อมตัวเองให้ชอบแล้วนะ แล้วไหนจะอเล็กซิออนที่ทำให้เราเพลียเป็นพักๆกับเรื่องที่เขาดูจะสิ้นหวังกับชีวิตเสียเหลือเกิน เป็นพระเอกที่แลดูไม่ค่อยตั้งใจกับนางเอกเท่าไร แม่ว่าในใจจะวาดหวังเอาไว้ แต่เอาจริงๆก็ไม่ค่อยจะลงมือทำ

ส่วนสไตรเกอร์เป็นผู้นำของเหล่าดีมอนแท้ๆ แต่กลับมาใส่สีตีไข่อย่างกับนางร้ายขี้อิจฉาในละครไทย เป่าหูกันไปเป่าหูกันมา น่าจะคิดหนทางแก้แค้นแอชรอนได้ดีกว่านี้ นี่มันนิสัยผู้หญิงชัดๆ ให้ตายสิ ! นี่ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้เราไม่ค่อยชอบนิยายเล่มนี้เหมือนกัน

เนื้อเรื่องฉีกไปจากเล่มก่อนๆหน้านี้มากๆ ไม่มีตัวละครที่เกี่ยวพันกันมาเลย อยู่ๆก็มีอเล็กซิออนมาเป็นคนรับใช้ของแอชรอน น่าจะเกริ่นในเล่มก่อนหน้าซะหน่อยนะ เนื้อเรื่องจะได้ดูเนียนกว่านี้ นี่มันว่าเป็นการเพิ่มตัวละครด้วยความตั้งใจของนักเขียนเพื่อเล่าเรื่องเลย

คะแนน 5/10

Aug 20, 2014

ราตรีที่ผูกพัน - Seize the Night (Dark-Hunter #5)



ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน ราตรีที่ผูกพัน
จากเรื่อง SEIZE THE NIGHT
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

วาเลอเรียส แมกนัสเป็นลูกชายขุนนางโรมันผู้เลื่องชื่อในความโหดร้าย เขาได้ก้าวขึ้นเป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจและเป็นที่ชื่นชม แต่แล้วเขาก็ถูกพี่ๆน้องๆทรยศและสังหารอย่างหฤโหด บัดนี้เขาได้กลายเป็นพรานราตรีผู้โดดเดี่ยวและมีชีวิตอมตะ มีหน้าที่ปกป้องมนุษย์จากปีศาจชั่วร้าย
และเมื่อเจอแท็บบิธา มนุษย์สาวจอมซ่าที่ฝึกตัวเองให้ต่อสู้กับพวกแวมไพร์ได้อย่างมีความสามารถเช่นเดียวกับพรานราตรี เขาต้องติดใจในตัวหล่อน แต่ปัญหาคือหล่อนเป็นน้องสาวภรรยาของศัตรูคู่แค้นอมตะของเขา ยิ่งกว่านั้นแท็บบิธาและพี่สาวถูกตามล่าด้วยอำนาจอย่างหนึ่งที่จะไม่ยอมหยุดจนกว่าทุกคนที่หล่อนรักจะตายไป
สองหนุ่มสาวตระเวนราตรีด้วยกันด้วยความผูกพันที่ทวีขึ้น เพื่อร่วมสังหารปิศาจและหาหนทางเชื่อมประสานความอาฆาตพยาบาทที่เนิ่นนานถึงสองพันปีมาแล้ว และหาหนทางที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน
 
REVIEW

แท็บบิธาเผลอทำร้ายวาเลอเรียสโดยไม่ตั้งใจในระหว่างการต่อสู้ของเธอกับดีมอน เธอจึงพาเขามารักษาตัวที่บ้านของเธอ และวาเลอเรียสตระหนักได้ว่าแท็บบิธาคือผู้หญิงคนเดียวในรอบหลายศตวรรษที่ไม่แสดงท่าทีรังเกียจเขาเลย ด้วยตัวตนที่เขาเป็นอยู่ วาเลอเรียสจึงใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอด แต่แท็บบิธาก็รู้ดีว่าเรื่องระหว่างเธอกับวาเลอเรียสคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าพี่สาวของเธอและไคเรียน ศัตรูเก่าของวาเลอเรียสรู้เข้า มีหวังพวกเขาต้องหัวเสียกับเธอแน่นอน

เดซิเดอริอัสฟื้นคืนชีพและก่อภัยคุกคามต่อแท็บบิธาและอแมนด้า พี่สาวของเธอ นั่นทำให้เธอกับวาเลอเรียสต้องยืนหยัดต่อสู้กับเหล่าดีมอนที่จู่โจมพวกเขาอย่างไม่ยั้ง ในขณะที่คนรอบข้างของแท็บบิธารู้เรื่องระหว่างเธอกับวาเลอเรียส และทุกคนต่างคัดค้านกันทั้งนั้น ยกเว้นแอชรอนที่สนับสนุนพวกเธอด้วยเหตุผลบางอย่าง

เหล่าดีมอนโจมตีนิวออร์ลีนส์อย่างหนักหน่วง ความเสียหายเกิดขึ้นมากมาย เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของเหล่าสปาธีก็คือนำตัวลูกสาวของอแมนด้าไปส่งมอบให้กับสไตรเกอร์ โดยที่เขาใช้เดซิเดอริอัสเป็นเครื่องมือ

พี่สาวของแท็บบิธาถูกฆ่าตายก่อนที่แม่ของนิคจะถูกฆ่าด้วยเหมือนกัน นิคโกรธแค้นเหล่าดีมอนและเรียกอาร์ทิมิสของมาเพื่อทำให้เขากลายเป็นดาร์ค-ฮันเตอร์ เมื่อแท็บบิธาไปยังบ้านของอแมนด้าและไคเรียน เธอก็พบคู่รักทั้งสองนอนตายจมกองเลือดอยู่ แต่โชคดีที่แอชรอนช่วยทั้งคู่เอาไว้ได้ ไคเรียนและอแมนด้าจึงเป็นอมตะ

แท็บบิธาก็เป็นอมตะเช่นเดียวกันจากคำบอกกล่าวของแอชรอนหลังจากเหตุการณ์ทั้งหลายสงบลงแล้ว แท็บบิธากับวาเลอเรียสจึงแต่งงานกัน แต่เธอก็ตระหนักได้ว่า ... ทันทีที่เธอคืนดวงวิญญาณให้วาเลอเรียสแล้ว เขาก็จะเป็นมนุษย์ธรรมดาในขณะที่เธอเป็นอมตะ แต่โชคดีที่ซาเร็คมาร่วมงานแต่งงานของพี่ชายตนเองและมอบของขวัญคือชีวิตอันเป็นอมตะให้แก่วาเลอเรียส นั่นทำให้แท็บบิธาและวาเลอเรียสสามารถครองรักกันได้ชั่วนิรันดร์ ...

..........................................................................

อ่านงานเชอร์ริลีนทีไร ความเครียดมักจะถามหาทุกที ...

บอกได้เลยว่าเนื้อเรื่องครึ่งแรกของหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างจะยื้ดเยื้อและไม่มีอะไรน่าสนใจเลย แต่ครึ่งหลังเนื้อเรื่องก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนถึงบทสรุปที่เราคิดว่าขื่นขมพอตัวเลยทีเดียว ตามสไตล์เชอร์ริลีนนั่นแหละที่มักจะชอบทำให้หนังสือของเธอมีรสชาติขมๆทุกทีสิน่า

มีคนตายหลายคนมากๆในเล่มนี้ มีการสูญเสียมากมาย มันเยอะเสียจนแม้ว่าแอชรอนจะคืนชีพให้กับบางคนได้ แต่ความสูญเสียเหล่านั้นก็ยังอยู่ในใจเรา ทำให้เราไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับชัยชนะของฝ่ายดาร์ค-ฮันเตอร์เลยแม้แต่น้อย

ที่หน่วงที่สุดก็คือเรื่องของนิคนี่แหละ นี่เราคิดว่ามันเครียดมากๆตอนที่เขารู้ว่าแม่ตัวเองถูกฆ่าตายและกลายมาเป็นดาร์คฮันเตอร์ในที่สุด สำหรับแอชรอนเราก็คิดว่าเล่มนี้ดูง่อยแปลกๆ ไม่ค่อยเทพเหมือนเล่มก่อนหน้า สงสัยอาจจะเป็นเพราะศัตรูเก่งขึ้นด้วยล่ะมั้ง แต่เราก็คิดว่าตรงพาร์ทที่กล่าวถึงสไตรเกอร์หรือเดซิเดอริอัส เราว่ามันวับๆแว่บๆไปหน่อย อย่างตอนที่ต่อสู้กันครั้งสุดท้ายก็มาเร็วไปเร็วมาก คนอ่านยังไม่ทันจะปรับอารมณ์เลย อ้าว ! จบซะแล้ว

เรารู้สึกว่าเชอร์ริลีนชักจะใส่ความเครียดเข้ามาในงานของเธอมากเกินไปแล้ว(สำหรับเรา) ตั้งแต่ความรักของวาเลอเรียสและแท็บบิธาที่ดูเหมือนจะมีอุปสรรคมากมาย กับอดีตที่ขื่นขมตรอมตรมของวาเลอเรียสที่บัดซบน้อยกว่าซาเร็คนิดนึง (แอบสงสัยว่าเชอร์ริลีนชอบสร้างพระเอกในส่วนของดาร์ค-ฮันเตอร์ออกมาเป็นพิมพ์เดียวกันหมดเลยจริงๆใช่ไหม ให้ตายสิโรบิ้น !)

เอาจริงๆ เราก็ไม่ได้ทิ้งระยะห่างอะไรมากมายกับเล่มก่อนหน้านะ ยังไม่ถึงกับลืมเนื้อเรื่องไปจนหมดเลยด้วยซ้ำ แต่เรากลับจูนไม่ค่อยติดกับเรื่องนี้แปลกๆ บางครั้งก็จำไม่ได้ว่าเทพเจ้าองค์นี้เป็นใคร มีประวัติหรือความสำคัญอย่างไรกับเนื้อเรื่อง

มาพูดถึงวาเลอเรียสบ้างดีกว่า ที่นิสัยสุดแสนจะพระเอกมาก ยอมให้คนรอบข้างเกลียดโดยสดุดี และยึดมั่นว่าทั้งชีวิตนี้คงไม่มีใครรักเขาได้หรอก ดังนั้นเมื่อแท็บบิธาเข้ามาในชีวิตของเขา วาเลอเรียสจึงถือว่าเป็นเรื่องที่แสนวิเศษ และคนอย่างเขาไม่สมควรจะได้รับมัน ซึ่งตรงจุดนี้แหละที่ทำให้เราแอบรำคาญแนวคิดของพระเอกอยู่นิดหน่อย มันทำให้อารมณ์ในขณะที่อ่านยังไปไม่สุด แต่เราก็ชอบเวลาที่แท็บบิธาอยู่กับวาเลอเรียสนะ น่ารักดีคู่นี้

คะแนน 8/10

Jul 7, 2014

มายาราตรี - Night Play (Were-Hunter #1)



ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน มายาราตรี
จากเรื่อง NIGHT PLAY
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ไบรด์ แมคเทียร์นีย์มีอคติต่อพวกผู้ชาย พวกเขาไร้ค่า เห็นแก่ตัว และไม่ได้รักหล่อนในแบบที่หล่อนเป็น ถึงแม้จะภูมิใจว่าหล่อนอยู่ได้ด้วยตัวเองไม่จำเป็นต้องพึ่งพาชายใด แต่ลึกลงไปในใจแล้วหล่อนยังปรารถนาอัศวินในชุดเสื้อเกราะวาววับ แต่หล่อนไม่เคยคาดคิดว่าอัศวินในชุดเสื้อเกราะวาววับของหล่อนจะมีขนที่เป็นประกาย
เวน แคตตาลาคิสเป็นผู้ที่อันตรายและทุกข์ทรมาน เป็นสุนัขป่าที่เป็นเวอร์-ฮันเตอร์ ศัตรูของเขาอยากให้เขาตาย แต่โชคชะตากำหนดให้ไบรด์เป็นของเขา บัดนี้เขามีเวลาสามสัปดาห์ที่จะทำให้ไบรด์เชื่อว่าสิ่งเหนือธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องจริง ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องอยู่อย่างไร้คู่ไปตลอดชีวิต
แต่สุนัขป่าจะทำให้มนุษย์ไว้ใจเขาด้วยชีวิตของหล่อนได้อย่างไร ในเมื่อศัตรูกำลังตามล่าชีวิตของเขา ในโลกของเวอร์-ฮันเตอร์นั้นคือโลกของการแก่งแย่งและการเข่นฆ่าทำลาย ผู้ที่เหนือผู้อื่นเท่านั้นจึงจะชนะ...

REVIEW

ไบรด์คือหญิงสาวโชคร้ายที่เพิ่งโดนแฟนของหล่อนบอกเลิกมาหมาดๆ ทันทีที่เวน หมาป่าหนุ่มแห่งฝูงคาตากาเรียเดินเข้าไปในร้านของหล่อน ไบรด์ก็เกิดความปราถนาในตัวของชายหนุ่มแปลกหน้าขึ้นมา ในขณะที่เวนก็ปราถนาอยากจะครอบครองไบรด์เหมือนกัน เพราะเขาเคยเห็นไบรด์มาก่อนหน้านี้แล้วตอนที่เขาไปหาซันไชด์ แต่เขาก็รู้ว่าเรื่องของเขามันเป็นไปไม่ได้ มนุษย์ไม่มีทางคู่กับสุนัขป่าอย่างเขาหรอก

เมื่อมีรอยประทับเกิดขึ้นบนตัวของเวนและไบรด์ นั่นยิ่งทำให้เวนแน่ใจเข้าไปใหญ่ว่าไบรด์คือเนื้อคู่ของเขา ซึ่งเขามีเวลาเพียงสามสัปดาห์เพื่อครองคู่กับเธอ แต่ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ เวนก็จะไม่สามารถมีเซ็กส์กับผู้หญิงคนไหนไปตลอดช่วงเวลาที่ไบรด์ยังมีชีวิตอยู่

เวนกลับมาไบรด์ในรูปลักษณ์ของสุนัขป่า หญิงสาวรับพาเขาเข้าบ้านและดูแลเขา เวนไม่รู้จะทำยังไงดี ไบรด์ไม่มีทางเชื่อแน่นอนว่าเขาคือเวอร์-ฮันเตอร์ลูกครึ่งระหว่างอาร์คาเดียนและคาตากาเรีย และไหนจะเรื่องที่ฝูงของเขาตามล่าตัวของเขาอีก เวนจะไม่มีทางเอาชีวิตไบรด์เข้าไปเสี่ยงเด็ดขาด เวนตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะดูแลหญิงสาวแค่สามอาทิตย์ จากนั้นเขาก็จะปล่อยเธอให้มีชีวิตอยู่แบบมนุษย์ต่อไป แม้ว่านั่นจะหมายถึงหายนะของเขาก็ตาม

แต่เมื่อเวนคิดได้ว่า ทั้งชีวิตเขาต่อสู้กับอะไรมากมาย แต่เขากลับไม่ยอมต่อสู้เพื่อให้ได้ไบรด์มาครอบครองอย่างนั้นหรือ ? ชายหนุ่มจึงย้อนกลับไปหาไบรด์และเริ่มต้นความสัมพันธ์ง่ายๆกับเธอด้วยการพาไบรด์ไปออกเดท แต่เวนไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน เขาจึงต้องขอความช่วยเหลือกับอแมนด้าและเกรซในการให้คำแนะนำ

เวนใช้ชีวิตอยู่กับไบรด์ เขาหลงใหลในตัวหญิงสาว แต่เมื่อไบรด์รู้ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ หล่อนก็ไล่เขาไปแต่ ไบรด์ถูกแม่แท้ๆของเวนจับตัวไปเพื่อคุ้มครองให้ปลอดภัยตลอดสามอาทิตย์นั้น แต่ฝูงของหล่อนไม่เห็นด้วย ไบรด์จึงถูกพาตัวไปลงทัณฑ์โดยให้ผู้ชายทั้งเผ่าข่มขืน แต่โชคดีที่เวนมาช่วยไบรด์เอาไว้ได้ทันเสียก่อน

แอชรอนให้คำแนะนำแก่เวนว่าเขาควรจะพาไบรด์และฟิวรี่ น้องชายหมาดๆของเวนไปอยู่กับวาเลอเรียสเพื่อคุ้มครองให้หล่อนปลอดภัย ไบรด์ยอมให้โอกาสกับเวน ให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้กันและกันอีกครั้งก่อนที่หล่อนจะตัดสินใจว่าหล่อนจะใช้ชีวิตที่เหลือครองคู่อยู่กับชายหนุ่มอย่างเวนหรือไม่

ไบรด์ได้พาเวนเข้าสู่ชีวิตของหล่อน พาไปหาครอบครัวหล่อน นั่นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ไบรด์คิดได้ว่าเวนสำคัญต่อชีวิตของหล่อน และหล่อนรักเขามากแค่ไหน เมื่อมองดูชีวิตคู่ของพี่สาวของหล่อน ไบรด์เห็นแค่ความหนักแน่นมั่นคงในตัวของเวน เขารักและยอมรับหล่อนในแบบที่หล่อนเป็นโดยที่หล่อนไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยแม้แต่น้อย

... ... ด้วยพล็อตเรื่องที่มี 'ความเป็นสูตรสำเร็จ' มากจนเกินไป อย่าง ... หมาป่าหลงรักมนุษย์ จนต้องหาทางทำให้หญิงสาวเชื่อและยอมรับในตัวเขา แต่ก็มีอุปสรรครุมเร้า บลาๆๆๆ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องต่อสู้เพื่อที่จะชนะใจหญิงสาวได้ในที่สุด... ทำให้ใจเราคาดหวังตลอดช่วงเวลาการอ่านว่าต้องมีอะไรที่ 'แตกต่าง' ไปจากพล็อตนี้บ้างละน่า !! แต่สุดท้ายก็ไม่มี !! แม้ว่าเนื้อเรื่องจะไหลลื่นไปในทิศทางที่เราชอบ แต่มันกลับไม่มีอุปสรรคหินๆที่จะมาพิสูจน์ความรักของทั้งคู่ว่าพวกเขาต่างยึดมั่นในกันและกันมากเพียงใด มีแค่อุปสรรคเล็กๆและง่ายเกินไปที่เข้ามาเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องและทำให้ทิศทางของตัวละครเป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็นเท่านั้น

เราไม่ได้พูดว่าเราไม่ชอบนิยายชุดพรานราตรีเล่มนี้ ด้วยเนื้อเรื่องที่แสนจะเรียบง่ายและมีเกลื่อนกลาดตามท้องตลาด แต่บางครั้งเราก็ชอบความ 'เรียบง่าย' นี่แหละ เชอร์ริลีนเหมือนต้องการจะคั่นเรื่องหนักๆในชุดพรานราตรีหลังจากที่เขียนออกมาได้ 5 เล่ม ด้วยหนังสือมายาราตรีเล่มนี้ที่พลอตเบา ไม่หนักสมอง บทรักร้อนแรงถูกใจใครหลายคน

แต่ด้วยความง่ายของเนื้อคงเรื่อง แม้ว่าเราจะพอรู้อยู่แล้วว่าเรื่องจะดำเนินไปในทิศทางไหน ถึงอย่างไรก็ตาม คนอ่านก็คาดหวังความโลดโผนอันเป็นจุดเด่นของนิยายชุดพรานราตรีซึ่งเล่มนี้ขาดหายไปโดยสิ้นเชิง แต่ก็นะ เล่มนี้เป็นเล่มของ Were-Hunter ซึ่งคล้ายๆกับ spin-off จากมาจากชุด Dark-Hunter อีกที ดังนั้นเราจะไปตัดสินโดยยึดแกนหลักของ Dark-Hunter ไม่ได้ ก็เลยขออนุญาตให้ 9.5 คะแนนโดยที่ปิดหูปิดตาคิดเสียว่า หนังสือเล่มนี้คือเนื้อเรื่องที่ถูก...แยก...ออกมาจากโลกของ Dark-Huner อีกทีหนึ่ง

เมื่อคิดได้แบบนั้นแล้ว 'มายาราตรี' คือหนังสือโลกสวยเบาสมองอีกเล่มที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปในโลกของเวอร์-ฮันเตอร์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

คะแนน 9.5/10

Jun 7, 2014

เสน่หาราตรี - Kiss Of The Night (Dark-Hunter #4)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี
ตอน เสน่หาราตรี
จากเรื่อง KING OF THE NIGHT
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

เมื่อวูล์ฟ ทริกกาสัน นักรบไวกิ้งผู้เป็นอมตะได้ไปช่วยผู้หญิงคนหนึ่งที่ตกอยู่ในความยุ่งยาก สิ่งที่เขารู้ต่อมาก็คือ ประตูนรกเปิดออก และพวกดีมอนซึ่งเป็นแวมไพร์ก็ก้าวออกมา เพื่อลบล้างคำสาปที่ขับไล่พวกเขาสู่ความมืดมิดตลอดไป ปัญหาของเรื่องนี้คือพวกเขาต้องฆ่าแคสซานดรา ปีเตอร์สเพื่อยุติคำสาป และถ้าหล่อนตาย ดวงอาทิตย์และโลกพร้อมด้วยผู้อยู่อาศัยก็จะต้องดับสูญไปด้วย
โชคชะตานำเขาและหล่อนมาพบกัน เป็นหน้าที่ของวูล์ฟที่จะต้องปกป้องบุตรสาวของคนในเผ่าที่เขาตามล่ามาหลายศตวรรษ ทั้งคู่ต่างไม่กล้าไว้ใจกัน แต่ด้วยความกล้าหาญและพลัง หล่อนจึงเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่สัมผัสหัวใจที่เขาคิดว่าตายดับไปหลายศตวรรษแล้ว
หนทางเดียวที่ดาร์ค-ฮันเตอร์จะได้ดวงวิญญาณคืนก็คือผ่านทางความรักของผู้หญิง แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา

REVIEW

วูล์ฟ ทริกกาสันเป็นดาร์คฮันเตอร์ที่ถูกสาปให้ไม่มีใครจำเขาได้ยกเว้นคนที่มีสายเลือดเดียวกับเขา ซึ่งก็เหลืออยู่คนเดียวนั่นก็คริส สไควร์หนุ่มที่อยู่กับวูล์ฟตั้งแต่เจ้าตัวยังเพิ่งเกิด แต่นั่นก็ทำให้วูล์ฟเป็นกังวลถ้าหากคริสไม่มีทายาทสืบสกุลต่อไป เกรงว่าวูล์ฟจะต้องอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีใครจำเขาได้ไปตลอดชีวิตอันเป็นนิรันดร์ของเขา

จนเมื่อวูล์ฟได้พบกับแคสซานดรา หล่อนคือความปราถนาที่เขาหลงลืมไปนานแล้วหลายศตวรรษ ทั้งสองได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในความฝัน แม้ว่าคาสซานดราจะประหวั่นกับเวลาที่เหลือน้อยลงทุกทีของเธอเมื่อเธอเป็นลูกครึ่งอพอลไลท์ที่จะตายในวันเกิดครบรอบยี่สิบเจ็ดปีของเธอ

สไตรเกอร์คือลูกชายของราชินีแห่งเทพแอตแลนเตียนที่ถูกจองจำไว้นานแสนนาน หรืออีกชื่อหนึ่งของนางคือเดอะเดสทรอยเออร์ หนทางเดียวที่จะทำลายคำสาปของเหล่าอพอลไลท์ก็คือต้องสังหารแคสซานดราซึ่งเป็นทายาทที่เหลือเพียงคนเดียวของเทพอพอลโลทิ้งเสีย

ด้วยคำสั่งของแอชรอน ทำให้วูล์ฟต้องมาอยู่เคียงข้างพร้อมกับปกป้องแคสซานดรา หากหล่อนตาย ดวงอาทิตย์และโลกทั้งใบจะต้องดับสูญ ดังนั้นเขาจึงต้องปกป้องหล่อนเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

เมื่อแคท ผู้พิทักษ์ส่วนตัวของแคสซานดรามาแจ้งข่าวว่าหล่อนอุ้มท้องลูกของวูล์ฟอยู่ นั่นทำให้แคสซานดราห่วงชะตากรรมของลูกเธอว่าพวกเขาจะตายในวันเกิดครบรอบยี่สิบเจ็ดปีหรือไม่ แต่นั่นยังไม่น่าห่วงเท่าข่าวสารล่วงเลยไปถึงหูสไตรเกอร์ซึ่งได้รับบัญชามาจากเดอะเดสทรอยเออร์ว่าให้มาฆ่าลูกที่กำลังจะถือกำเนิดจากแคสซานดรา เพราะเขาจะปล่อยให้คำสาปของเหล่าอพอลไลท์ดำเนินต่อไปอีกไม่ได้แล้ว

ยูเรียน บุตรชายของสไตรเกอร์ มาช่วยวูล์ฟและแคสซานดราได้ทันเวลาเมื่อกองทัพดีมอนบุกเข้าโจมตี ยูเรียนเป็นสามีของพี่สาวแคสซานดรา ที่หล่อนเคยคิดว่าตายไปแล้ว แต่แท้จริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

วูล์ฟและแคสซานดรามาหลบภัยอยู่ที่ชุมชนของเหล่าอพอลไลท์จนกระทั่งวูล์ฟขอแคสซานดราแต่งงานและลูกชายของทั้งคู่ลืมตามาดูโลก แต่สไตรเกอร์กลับข่มขู่เอาตัวอีริก ลูกชายของทั้งคู่โดยการชีวิตพ่อของแคสซานดรามาอ้าง

ทันทีที่วูล์ฟตามไปกำจัดสไตรเกอร์ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการณ์เบี่ยงเบนความสนในเพื่อที่ว่าสไตรเกอร์จะได้ทำพรรคพวกของตนเองบุกเข้าไปโจมตีแคสซานดราที่ชุมชนอพอลไลท์ แต่เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากแอชรอน ไคเรียน จูเลียน ทาลอน และซาเร็ค ทำให้พวกเขาสามารถปกป้องแคสซานดราและลูกน้อยของหล่อนเอาไว้ได้ ในขณะที่สไตรเกอร์โดนมารดาเรียกตัวถอยกลับไปตั้งหลักใหม่

แอชรอนบางวิธีการทำลายคำสาปอพอลโลของแคสซานดรา โดยทั้งวูล์ฟและแคสซานดราต้องดื่มเลือดของกันและกัน แต่เมื่อทั้งคู่ได้ดื่มเลือดแล้ว แคสซานดรากลับตาย แอชรอนจึงย้อนมาชุบชีวิตให้หล่อน เขาท้าทายเทพแห่งโชคชะตา แต่ถึงกระนั้น ... แคสซานดราก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งและหล่อนก็ไม่ต้องตายในวันเกิดครบรอบยี่สิบเจ็ดปีของหล่อนแล้ว

สำหรับเล่มนี้ ... ซับซ้อนกว่าเล่มก่อนๆเพราะมีตำนานของเทพเจ้าแอตแลนเตียนเข้ามาเอี่ยวด้วย ยิ่งทำให้ฐานข้อมูลของนิยายชุดนี้แน่นปึ้กเข้าไปใหญ่ แอบสงสัยว่าถ้าไม่ได้อ่านห้าเล่มรวดแบบนี้ เราจะยังเนื้อหาเล่มก่อนๆแล้วเอามาประติดประต่อกันได้มั้ย เพราะหนังสือแต่ละเล่มของเชอริลีน รายละเอียดจะเยอะแล้วก็มีตัวละครใหม่ๆเข้ามาเพียบ

สำหรับความสัมพันธ์ของวูล์ฟและแคสซานดรา เริ่มต้นอย่างธรรมดาๆมาก แต่เมื่อทั้งคู่มีเซ็กส์กันโดยเป็นแผนการณ์ของเทพีอาร์ทิมิสที่ทำให้แคสซานดรามีทายาทสืบสกุลเพื่อที่เมื่อหล่อนตาย โลกจะไม่ได้ถึงกาลปวสานไปกับเทพอพอลโลด้วย

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆงอกเงยมาจนเป็นความรักในท้ายที่สุด ซึ่งเราว่ามันก้าวกระโดดมากเพราะทั้งสองคนยังไม่ทันรู้จักกันดีถึงขนาดนั้นเลย แต่ถ้าเทียบจากหนังสือ ... เอาเป็นว่าทั้งคู่ก็ใช้เวลาทำความรู้จักกันมากพอแล้วนะ เพราะ Timeline ของเรื่องนี้ไหลไปเร็วมาก(เทียบเท่ากับ timeline ของหนังสือ 2 เล่มก่อนหน้ารวมกันเลยทีเดียว) สองสัปดาห์ผ่านไป ... สามสัปดาห์ผ่านไป ขนาดที่ว่าเรื่องของวูล์ฟเกิดขึ้นพร้อมๆกับเรื่องของทาเลียนในเล่มดั่งดวงตะวัน แต่กลับลงเอยหลังจากซาเร็คในเล่มที่แล้วเลยอ่ะ คิดดูสิว่าใช้เวลานานขนาดไหน แต่เนื้อหาของหนังสือกลับเท่าเล่มก่อนๆ ดังนั้นย่อมมีการ skip เวลาบางช่วงอย่างแน่นอน ถ้าต้องการกระชับเนื้อหาไม่ให้มากจนเกินไป

ถ้า skip ช่วงเวลาเหล่านั้น และเขียนถึงเรื่องราวของวูล์ฟและแคสซานดราในขณะที่ทั้งสองค่อยๆผูกสัมพันธ์ เราว่ามันน่าจะลึกซึ้งกว่านี้สำหรับเนื้อเรื่องตอนท้ายๆที่แคสซานดราจะต้องตาย เพราะเรายังแอบงงๆอยู่ว่า ทำไมทั้งคู่รักกันเร็วเกิ๊น ?

คะแนน 8.5/10