Oct 30, 2015

The Gladiator's Master



ชื่อเรื่อง The Gladiator's Master
ผู้แต่ง  Fae Sutherland , Marguerite Labbe
โรมานซ์ย้อนยุค MM
สำนักพิมพ์ Carina Press

เรื่องย่อ

When Roman politician Caelius inherits a stable of gladiators, there is one who captures his attention above the others...one whose eyes gleam with hate, pride and desire.

Forced into slavery by Roman greed, Gaidres can barely conceal his contempt toward his new Dominus. Gaidres has a plan: kill Caelius and end the lineage of the Roman family that enslaved him. For his plan to succeed, he must make a show of respect and obedience--even when called on to service his master's desires.

Gaidres is shocked to learn that in the confines of his quarters, Caelius doesn't want to dominate his slave, but to be taken by him. The sex is explosive as they break society's taboos and, to Gaidres's dismay, they form a tenuous relationship. Even when Caelius learns of Gaidres's plans for revenge, he knows he can't live without his perfect lover. Is he willing to risk it all to tame his gladiator's heart?


REVIEW

แคเลียสพยายามที่จะบูรณะอาณาจักรของเขาหลังจากที่ผู้ปกครองคนก่อนเสียชีวิต จุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในวันที่แคเลียสเดินทางไปยังคุกของทาสซึ่งถูกฝึกให้เป็นแกลดดิเอเตอร์ วันนั้นคือวันที่เขาได้พบกับไกเดรส ทั้งคู่ถูกตาต้องใจกันและไกเดรสก็ไม่อยู่ในสถานะปฏิเสธความต้องการของนายตัวเองได้ เมื่อแคเลียสปราถนาในตัวเขาและเรียกเขาไปที่ห้องส่วนตัว ไกเดรสสามารถตอบสนองความต้องการของแคเลียสได้อย่างเหนือความคาดหมาย แต่แท้จริงแล้วในใจของไกเดรสนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อพวกโรมันที่กาลครั้งหนึ่งพวกนั้นเขาพรากคนรักและทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา และการที่ไกเดรสมีโอกาสได้เข้าใกล้แคเลียสนั้นทำให้เขามีโอกาสที่จะปลิดชีวิตสายเลือดสกปรกนี้ลงได้ในที่สุด

Oct 25, 2015

เก๊บกับการเปลี่ยนแปลง - Son (The Giver #4)



ชื่อเรื่อง  เก๊บกับการเปลี่ยนแปลง
จากเรื่อง Son
ผู้แต่ง โลอิส เลาว์รี
ผู้แปล ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ
สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน

เรื่องย่อ

บทสรุปของดินแดนดิสโทเปีย และการดำดิ่งสู่ความชั่วร้ายในจิตใจมนุษย์

เก๊บกับการเปลี่ยนแปลง หนังสือเล่มสุดท้ายของชุด The Giver บทสรุปของดินแดนดิสโทเปีย ตีพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษตามหลัง โจนาสกับผู้ให้ นานถึง ๑๙ ปี อาจเพราะโลอิส เลาว์รีไม่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าจะเขียนเล่มนี้ขึ้นมาเป็นเล่มจบ ทว่าเมื่อคิดถึงทารก “เก๊บ” ที่เคยปรากฏตัวในเล่ม ๑ และ “แคลร์” ตัวละครหญิงอีกตัว เธอก็พบว่ายังมีเรื่องราวระหว่างเล่ม ๑-๓ ให้เล่าอีกมากมาย

ตลอดสามเล่มที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในชุมชนแห่งความเหมือนอันสมบูรณ์พร้อม ชุมชนแห่งความโหดร้าย และชุมชนแห่งการเยียวยาที่ดูเหมือนไม่มีอยู่จริง ล้วนมีความชั่วร้ายคอยทำลายชีวิตผู้คนทั้งสิ้น ค่อยๆ ทำลายอย่างแนบเนียน จนหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ชีวิตนี้ไม่ได้ดีอย่างที่เห็น และน่ากลัวตรงที่ไม่มีใครรอดพ้นเงาดำดังกล่าวไปได้ แม้แต่คนที่จิตใจดีอย่างโจนาสกับผู้ให้ คิรากับช่างย้อมสี หรือกระทั่งแมตตี้ก็ตาม

โลอิสร้อยเรื่องราวของตัวละครจากสามเล่มแรกออกมาเป็นบทสรุปในเล่มนี้ บทสรุปที่อาจทำให้เราได้เห็นอะไรบางอย่าง ว่าพื้นที่ที่เราใช้ชีวิตกันอยู่ แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากโลกใน The Giver เลย คือเป็นดินแดนดิสโทเปียที่มีพลังชั่วร้ายบางอย่างควบคุมเราอยู่จากที่ไหนสักแห่ง

และหนทางเดียวจะอยู่รอดได้ คือการใช้ “หัวใจ” ดีๆ จำนวนหนึ่งกับความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะไม่ยอมตกเป็นเหยื่ออธรรมอีกต่อไป



REVIEW

แคลร์ให้กำเนิดบุตรชายแต่เธอไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขาเธอก็ถูกส่งไปทำหน้าที่อื่นในชุมชนเสียก่อน แต่แคลร์ยังหาโอกาสที่จะกลับมาดูแลเก๊บอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งวันที่เด็กชายถูกประเมินว่ามีความผิดปกติและถูกส่งไปกำจัด นั่นทำให้วันที่โจนาสหลบหนีออกไปจากหมู่บ้านและได้พาเก๊บออกไปได้

Oct 21, 2015

Unite Me (Shatter Me #1.5, 2.5)



...ความหวังจะทำลายหัวใจผม...

ชื่อเรื่อง Ignite Me
จากชุด Shatter Me
ผู้แต่ง Tahereh Mafi
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

Destroy Me tells the events between Shatter Me and Unravel Me from Warner’s point of view. Even though Juliette shot him in order to escape, Warner can’t stop thinking about her—and he’ll do anything to get her back. But when the Supreme Commander of The Reestablishment arrives, he has much different plans for Juliette. Plans Warner cannot allow.

Fracture Me is told from Adam’s perspective and bridges the gap between Unravel Me and Ignite Me. As the Omega Point rebels prepare to fight the Sector 45 soldiers, Adam's more focused on the safety of Juliette, Kenji, and his brother. The Reestablishment will do anything to crush the resistance . . . including killing everyone Adam cares about.

Oct 20, 2015

Ignite Me (Shatter Me #3)



...ความหวาดกลัวจะได้เรียนรู้ที่จะกลัวฉัน...

ชื่อเรื่อง Ignite Me
จากชุด Shatter Me
ผู้แต่ง Tahereh Mafi
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

The heart-stopping conclusion to the New York Times bestselling Shatter Me series, which Ransom Riggs, bestselling author of Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children, called “a thrilling, high-stakes saga of self-discovery and forbidden love.”

With Omega Point destroyed, Juliette doesn’t know if the rebels, her friends, or even Adam are alive. But that won’t keep her from trying to take down The Reestablishment once and for all. Now she must rely on Warner, the handsome commander of Sector 45. The one person she never thought she could trust. The same person who saved her life. He promises to help Juliette master her powers and save their dying world . . . but that’s not all he wants with her.

The Shatter Me series is perfect for fans who crave action-packed young adult novels with tantalizing romance like Divergent by Veronica Roth, The Hunger Games by Suzanne Collins, and Legend by Marie Lu. Tahereh Mafi has created a captivating and original story that combines the best of dystopian and paranormal, and was praised by Publishers Weekly as “a gripping read from an author who’s not afraid to take risks.” Now this final book brings the series to a shocking and satisfying end.

REVIEW

จูเลียตฟื้นขึ้นมาและได้พบกับวอร์เนอร์ เขาแจ้งข่าวให้เธอได้รู้ว่าคนของโอเมก้าพ้อยท์ได้ตายไปจนหมดแล้ว และฐานลับก็ถูกทำลายลงจนสิ้น แต่จูเลียตไม่เชื่อ จนกระทั่งวอร์เนอร์พาไปดูสถานที่ที่ถูกทำลายและนั่นทำให้เธอได้พบกับเคนจิอีกครั้ง เคนจิพาจูเลียตและวอร์เนอร์มายังบ้านของอดัมที่เป็นสถานที่หลบภัยผู้ที่รอดชีวิตจากสงครามซึ่งมีอยู่ไม่มาก อดัมเมื่อเห็นว่าจูเลียตอยู่กับวอร์เนอร์ เขาทั้งผิดหวัง เจ็บปวดและเสียใจจนถึงขนาดพูดออกมาว่า ... ให้จูเลียตตายไป เขายังจะเสียใจน้อยกว่าเห็นเธออยู่กับคนอื่น

Oct 19, 2015

Unravel Me (Shatter Me #2)



พวกเขาอยากหาตัวฉันให้พบ ฉันจะเป็นฝ่ายไปหาพวกเขาก่อน

ชื่อเรื่อง Unravel Me
จากชุด Shatter Me
ผู้แต่ง Tahereh Mafi
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

tick
tick
tick
tick
tick
it's almost
time for war.

Juliette has escaped to Omega Point. It is a place for people like her—people with gifts—and it is also the headquarters of the rebel resistance.

She's finally free from The Reestablishment, free from their plan to use her as a weapon, and free to love Adam. But Juliette will never be free from her lethal touch.

Or from Warner, who wants Juliette more than she ever thought possible.

In this exhilarating sequel to Shatter Me, Juliette has to make life-changing decisions between what she wants and what she thinks is right. Decisions that might involve choosing between her heart—and Adam's life.


REVIEW

อดัมและจูเลียตอาศัยอยู่ที่โอเมก้าพ้อยท์ ระหว่างที่แคสเซิล ผู้นำกลุ่มต้องการค้นพบพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวของอดัม จูเลียตก็พบว่าคนรักของเธอพยายามปิดบังอะไรบางอย่างจากเธอ จนเธอรู้ความจริงว่าที่อดัมสามารถแตะต้องตัวเธอได้นั้นก็เพราะว่าเขามีพลังพิเศษที่จะทำให้พลังของคนอื่นใช้การไม่ได้ แต่ยิ่งเขาสนิทกับเธอมากขึ้นเท่าไร เกราะกำบังในตัวของอดัมก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น จนกระทั่งสัมผัสของจูเลียตทำให้เขาเจ็บปวดเจียนตายไม่แตกต่างจากคนอื่น

Shatter Me (Shatter Me #1)



สัมผัสของฉันนั้นถึงตาย  สัมผัสของฉันนั้นคือพลัง

ชื่อเรื่อง Shatter Me
จากชุด Shatter Me
ผู้แต่ง Tahereh Mafi
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

I have a curse
I have a gift

I am a monster
I'm more than human

My touch is lethal
My touch is power

I am their weapon
I will fight back

Juliette hasn’t touched anyone in exactly 264 days.

The last time she did, it was an accident, but The Reestablishment locked her up for murder. No one knows why Juliette’s touch is fatal. As long as she doesn’t hurt anyone else, no one really cares. The world is too busy crumbling to pieces to pay attention to a 17-year-old girl. Diseases are destroying the population, food is hard to find, birds don’t fly anymore, and the clouds are the wrong color.

The Reestablishment said their way was the only way to fix things, so they threw Juliette in a cell. Now so many people are dead that the survivors are whispering war – and The Reestablishment has changed its mind. Maybe Juliette is more than a tortured soul stuffed into a poisonous body. Maybe she’s exactly what they need right now.

Juliette has to make a choice: Be a weapon. Or be a warrior.

REVIEW

หลายวันที่จูเลียตถูกขังเอาไว้โดยไม่เคยสัมผัสโลกภายนอกเลย จนกระทั่งเด็กหนุ่มคนหนึ่งถูกจับขังร่วมกับเธอ เขาคืออดัม ผู้ชายที่เธอเคยแอบชอบสมัยอยู่โรงเรียน ก่อนที่ความสามารถพิเศษของจูเลียตจะทำให้ชีวิตเธอพินาศย่อยยับ เพราะเธอสามารถฆ่าคนเพียงสัมผัสเดียวเท่านั้น

กลายเป็นว่าทั้งหมดที่อดัมเข้ามาอยู่กับเธอเป็นแผนการณ์ของวอร์เนอร์ที่ต้องการนำตัวจูเลียตไปเข้าร่วมกับ The Reestablishment อดัมเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของวอร์เนอร์ วอร์เนอร์มีความปราถนาในตัวของจูเลียตลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น อดัมก็เช่นกัน เขาหลงรักในตัวของเธอมานานแล้ว ตั้งแต่ทั้งคู่ยังไม่เคยคุยกัน เขาเห็นความงดงามในตัวของจูเลียตทั้งๆที่คนรอบข้างมองว่าเธอเป็นปีศาจร้ายที่สามารถฆ่าคนก่อนจะถูกจับไปขัง เพียงแต่วอร์เนอร์ต้องการใช้พลังของจูเลียตเพื่อตัวของเขา ในขณะที่อดัมต้องการพาจูเลียตหนีออกไปจากที่แห่งนี้

Oct 16, 2015

Library of Souls (Miss Peregrine’s Peculiar Children #3)



ชื่อเรื่อง Library of Souls
จากชุด Miss Peregrine’s Peculiar Children
ผู้แต่ง Ransom Riggs
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ Quirk Books

เรื่องย่อ

As the story opens, sixteen-year-old Jacob discovers a powerful new ability, and soon he’s diving through history to rescue his peculiar companions from a heavily guarded fortress. Accompanying Jacob on his journey are Emma Bloom, a girl with fire at her fingertips, and Addison MacHenry, a dog with a nose for sniffing out lost children.

They’ll travel from modern-day London to the labyrinthine alleys of Devil’s Acre, the most wretched slum in all of Victorian England. It’s a place where the fate of peculiar children everywhere will be decided once and for all.

REVIEW

เจคอบ เอ็มม่าและแอดดิสันคือผู้หลงเหลือจากการจับกุมของเหล่าไวท์ พวกเขาเดินทางผ่านลอนดอนไปยังเดวิลเอเคอร์ ลูปแห่งการลงโทษและเต็มไปด้วยความเสื่อมโทรม หนทางเดียวที่เขาจะช่วยมิสเพเรกรินและเพื่อนๆออกมาได้ก็คือ เจคอบ เอ็มม่าและแอดดิสันต้องบุกทะลวงเข้าไปยังปราการของเหล่าไวท์ที่ต้องโดดเด่นเป็นสง่าอยู่หลังสะพานที่เต็มไปด้วยอันตรายจากฮอลโลว์ซึ่งทำให้ไม่มีใครสามารถข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้สำเร็จ

Oct 15, 2015

Hollow City (Miss Peregrine’s Peculiar Children #2)



ชื่อเรื่อง Hollow City
จากชุด Miss Peregrine’s Peculiar Children
ผู้แต่ง Ransom Riggs
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ Quirk Books

เรื่องย่อ

September 3, 1940. Ten peculiar children flee an army of deadly monsters. And only one person can help them—but she’s trapped in the body of a bird.

The extraordinary journey that began in Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children continues as Jacob Portman and his newfound friends journey to London, the peculiar capital of the world. There, they hope to find a cure for their beloved headmistress, Miss Peregrine. But in this war-torn city, hideous surprises lurk around every corner. And before Jacob can deliver the peculiar children to safety, he must make an important decision about his love for Emma Bloom. Like its predecessor, this second novel in the Peculiar Children series blends thrilling fantasy with vintage photography to create a one-of-a-kind reading experience.

REVIEW

หลังจากที่เด็กๆต้องออกจากลูปเวลาและมาใช้ชีวิตอยู่บนเกาะ พวกเขาก็ได้ค้นพบกับลูปใหม่ที่สัตว์ประหลาดอาศัยอยู่ ซึ่งก็เหมือนกับตัวเด็กๆเอง สัตว์เหล่านี้มีความสามารถพิเศษที่สัตว์ธรรมดาไม่มี เจคอบ เอ็มม่าและเพื่อนๆของพวกเขารู้ว่าพวกตนต้องรีบรักษามิสเพเรกรินโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นเธอจะติดอยู่ในร่างของนกตลอดกาล และหนทางเดียวที่จะตามหาเหล่าอิมบรินคนอื่นๆก็คือพวกเขาต้องเดินทางสู่ลอนดอน

ระหว่างทางเด็กๆได้พบกับเหล่ายิปซีที่มีลูกชายล่องหนเหมือนกับมิลลาร์ด และเผชิญหน้ากับเหล่าไวท์ที่ตามล่าพวกเขาตั้งแต่บนเกาะมาจนถึงสถานีรถไฟไปลอนดอน ฮิวจ์ได้ใช้พลังของตัวเองในการปล่อยฝูงผึ้งออกมาจากท้องกำจัดทหารเหล่านี้ไปได้ และเมื่อเหล่าเด็กประหลาดมาถึงลอนดอนในที่สุด การตามหานกพิราบและอิมบรินเป็นเรื่องหนักหนาสาหัส เมื่อพวกเขาได้เข้าไปในอีกลูปเวลาและได้พบกับเด็กสาวที่มีโทรจิตสามารถควบคุมสิ่งของได้ สองพี่น้องตาบอดที่สามารถใช้เสียงโจมตีราวกับค้างคาว ทั้งคู่ก็ถูกไล่ล่าโดยฮอลโลว และต้องระเห็จผ่าสงครามกลางเมืองอันโหดร้ายไปให้ได้

Oct 13, 2015

Miss Peregrine's Home For Peculiar Children (Miss Peregrine’s Peculiar Children #1)



ชื่อเรื่อง Miss Peregrine's Home For Peculiar Children
จากชุด Miss Peregrine’s Peculiar Children
ผู้แต่ง Ransom Riggs
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ Quirk Books

เรื่องย่อ

A mysterious island. An abandoned orphanage. A strange collection of curious photographs.

A horrific family tragedy sets sixteen-year-old Jacob journeying to a remote island off the coast of Wales, where he discovers the crumbling ruins of Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children. As Jacob explores its abandoned bedrooms and hallways, it becomes clear that the children were more than just peculiar. They may have been dangerous. They may have been quarantined on a deserted island for good reason. And somehow—impossible though it seems—they may still be alive.

A spine-tingling fantasy illustrated with haunting vintage photography.

REVIEW

เจคอบคิดว่านิทานที่คุณปู่เล่าให้เขาฟังมาตลอดหลายปีเป็นเรื่องโกหกรวมถึงรูปถ่ายสมัยเก่าที่ในนั้นเป็นภาพของเด็กหญิงที่ลอยได้ เด็กชายที่มีผึ้งบินออกมาจากปาก และเด็กหญิงที่สามารถจุดไฟได้ด้วยมือเปล่า จนกระทั่งวันหนึ่งคุณปู่ของเขาก็ถูกฆ่าโดยฝีมือของอสุรกายที่ราวกับหลุดออกมาจากฝันร้ายของเจคอบ รวมถึงคำสั่งเสียสุดท้ายจากปากชายชรา นั่นทำให้เจคอบเริ่มกลายเป็นคนเสียสติในสายตาของครอบครัว ทำให้เขาต้องไปพบจิตแพทย์ ไม่ช้าเจคอบก็ถูกนำทางไปสู่การค้นพบความจริงบนเกาะแห่งหนึ่งที่ไร้ซึ่งความเจริญใดๆ และไฟฟ้าจะถูกตัดหลังจากสี่ทุ่มและความมืดจะเข้าปกคลุมทั้งเกาะ

บ้านเด็กกำพร้ารกร้างแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้ เจคอบคิดว่าเขาเข้าใกล้ความจริงของคุณปู่มากขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ไม่มีคนรอดชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดที่ทำลายบ้านเด็กกำพร้า จนกระทั่งเขาได้หลุดเข้าไปอีกห้วงเวลาหนึ่ง ปี 1940 เดือนกันยายน บ้านเด็กกำพร้าของมิสเพเรกรินตั้งโดดเด่นเป็นสง่าไร้รอยขีดข่วนใดๆ ในนั้นคือที่อยู่อาศัยของเด็กประหลาดที่มีความสามารถพิเศษแบบที่เจคอบเคยเห็นในรูปถ่ายของคุณปู่มาแล้วทั้งสิ้น และสิ่งที่น่าตกใจมากขึ้นไปอีกก็คือ เด็กพวกนี้ไม่มีวันโตเพราะพวกเขาอาศัยอยู่ในลูปของเวลาที่จะรีเซ็ตกลับไปวันก่อนหน้าทุกครั้งที่หมดวัน เพื่อรักษาชีวิตและความเยาว์วัยของเด็กเหล่านี้เอาไว้

Oct 6, 2015

The Sword of Summer (Magnus Chase and the Gods of Asgard #1)



ชื่อเรื่อง The Sword of Summer
จากชุด Magnus Chase and the Gods of Asgard
ผู้แต่ง Rick Riordan
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ Disney Hyperion Books

เรื่องย่อ

Magnus Chase has always been a troubled kid. Since his mother’s mysterious death, he’s lived alone on the streets of Boston, surviving by his wits, keeping one step ahead of the police and the truant officers.

One day, he’s tracked down by a man he’s never met—a man his mother claimed was dangerous. The man tells him an impossible secret: Magnus is the son of a Norse god.

The Viking myths are true. The gods of Asgard are preparing for war. Trolls, giants and worse monsters are stirring for doomsday. To prevent Ragnarok, Magnus must search the Nine Worlds for a weapon that has been lost for thousands of years.

When an attack by fire giants forces him to choose between his own safety and the lives of hundreds of innocents, Magnus makes a fatal decision.

Sometimes, the only way to start a new life is to die . . .

REVIEW

การตายของแม็กนัส เชส หลังจากที่ต่อสู้กับเซิร์ททำให้เขาได้ไปอยู่ในวัลฮาร่า สรวงสวรรค์ของผู้กล้าชาวไวกิ้งที่จะมาใช้ชีวิตหลังความตายที่นี่ ขณะอาหารมื้อเย็น ... แม็กนัสก็ค้นพบว่าพ่อของเขาคือเฟรย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพเจ้านอร์ส ซึ่งมีทั้งโอดิน ธอร์และโลกิ แม็กนัสได้ฟังคำทำนายซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวเขาโดยตรง และการที่ดาบแห่งคิมหันต์ได้หายไปนั้น อาจทำให้แร็คนาร็อค หรือสงครามครั้งใหญ่ระหว่างเทพเจ้าและยักษ์อุบัติขึ้นเร็วกว่าที่คาดคิดก็เป็นได้

แม็กนัสได้รับความช่วยเหลือจากฮาร์ทและบลิทซ์ซึ่งแท้จริงแล้วพวกเขาคือคนแคระและเอลฟ์ที่อยู่เคียงข้างแม็กนัสตลอดที่เขาไม่มีบ้านมาโดยตลอด ทั้งสามต้องป่ายปีนต้นไม้ที่เชื่อมต่อโลกทั้งเก้าเพื่อที่จะค้นพบความจริงว่า เชือกที่กำลังรัดหมาป่าเฟนริสมาตลอดหลายปีนั้นกำลังจะสูญสิ้นพลัง และหมาป่าเฟนริสจะทำให้แร็คนาร็อคมาถึงเร็วกว่าที่คิด ดาบแห่งคิมหันต์ซึ่งเป็นที่ต้องการของเซิร์ทมาก่อนหน้านี้ก็สามารถตัดเชือกเส้นนี้ได้ ดังนั้นแม็กนัส ฮาร์ท บลิทซ์ รวมถึงแซมที่เป็นวาลคิรีจึงต้องเดินทางไปยังเมืองของคนแคระเพื่อต่อรองเอาเชือกเส้นใหม่มาให้ได้

บลิทซ์เชี่ยวชาญทางด้านแฟชั่น เขาไม่เก่งการสร้างอาวุธเลยแม้แต่น้อย แต่สถานการณ์บังคับให้เขาต้องประชันการประกวดสร้างอาวุธกับจูเนียร์ ด้วยกลโกงของแซมทำให้พวกเขาสามารถหนีออกมาจากที่นั่นได้อย่างหวุดหวิดพร้อมกับเชือกเส้นใหม่ที่จะพันธนาการเฟนริสเอาไว้ได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็พบกับธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า พร้อมกับความจริงที่ว่าค้อนของเทพเจ้าได้หายไปและธอร์ต้องการให้แม็กนัสไปตามหาค้อนของเขาในรังของยักษ์แลกกับพิกัดของเกาะซึ่งเฟนริสได้ถูกจองจำเอาไว้

เมื่อทั้งสี่เดินทางไปถึงเกาะที่เฟนริสถูกพันธนาการเอาไว้หลายปี แม็กนัสสามารถเอาตัวรอดจากคำล่อลวงของโลกิมาได้ เขาต่อสู้กับหมาป่าเฟนริสเพื่อไม่ให้แร็คนาร็อคเกิดขึ้นและผูกเชือกล่ามหมาป่าเอาไว้ได้สำเร็จ แต่นั่นต้องแลกมาด้วยชีวิตของวาลคิรีทั้งสามที่ต้องสูญเสียไป แม็กนัสเดินทางกลับมายังวัลฮาร่าและได้พบกับโอดินซึ่งจำแลงอยู่ในร่างของเอ็กซ์มาโดยตลอด แม็กนัสได้รับสิทธิที่สามารถเดินทางไปยังโลกทั้งเก้าภายใต้นามของโอดินได้

ทางด้านโลกิที่ยังไม่ยอมรามือง่ายๆ เขาเตรียมแผนการณ์อันแยบยลเอาไว้อีกครั้งแล้ว และนั่นก็มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับค้อนที่หายไปของธอร์

.....................................................

นี่เป็นหนังสือ 1 ในไม่กี่เล่มที่เราตั้งหน้าตั้งตารอสำหรับปีนี้ ความคาดหวังสำหรับ The Sword of Summer นั้นเกือบจะสูงพอๆกับ Winter ของ Marissa Meyer เลยด้วยซ้ำ และหลังจากอ่านจบ...เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างตอบโจทย์ที่เราตั้งไว้เลยทีเดียว ป๋าริค ไรออร์แดนกลับมาพร้อมกับปรณัมบทใหม่ที่ไฉไลยิ่งกว่าเดิม (?) ตำนานไวกิ้งถูกเล่าขานใหม่ เทพเจ้าชุดใหม่ (แต่สำหรับแฟนๆ MARVEL คงรู้สึกว่าเทพในเล่มนี้ก็คุ้นๆตากันอยู่บ้างแล้วล่ะ) หนังสือเล่มนี้มีดีที่ความตลก ที่มีทั้งแป๊กและปัง รวมถึงการเสียดสีวงการบันเทิงแบบถึงพริกถึงขิง ใครจะรู้ว่าเทพเจ้าธอร์จะเป็นคอซีรีย์ ดู Game of Thrones / The Arrow / The Walking Dead และบาร์ของคนแคระจะเปิดเพลง Blank space ของ Taylor Swift ด้วย นี่ยังไม่รวมถึงป๋าริคมีอารมณ์ขันที่จะเล่นมุกกัปตันอเมริกาอีกนะ
The most unreal thing about the bar was Taylor Swift’s ‘Blank Space’ blasting from the speakers.
แต่ด้วยเนื้อเรื่องแทบจะเหมือน Percy Jackson ราวกับฝาแฝด ซึ่งตอนแรกเรามองว่ามันคือความบังเอิญหรือเปล่าที่ แม็กนัส = เพอร์ซีย์ / วัลฮาร่า = ค่ายฮาล์ฟบลัด / แร็คนาร็อค = โครนอส / ค้อนที่หายไปของธอร์ = สายฟ้าที่หายไปของซุส และพลอตเรื่องที่แลดูจะคล้ายคลึงกันมากๆจนน่าตกใจ มันเลยมีความรู้สึกมาสะกิดเราตลอดเวลาว่านี่คือหนังสือ Percy Jackson ในฉบับ Revised ใหม่หรือยังไง ทำให้เราไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวเองจะสนุกอย่างเต็มที่ไปกับหนังสือเล่มนี้สักเท่าไร

โดยภาพรวมแล้วป๋าริคเอาตำนานนอร์สมายำใหม่ได้น่าสนใจพอตัว เหตุการณ์เกิดขึ้นในบอสตัน ตอนช่วงแรกที่อ่านความรู้สึกเรานี่ epic มากๆ จบแทบจะให้คะแนนเต็ม แต่อ่านๆไปก็เริ่มชินกับเนื้อเรื่อง ความตื่นเต้นก็เลยลดหายไปเรื่อยๆ จนไปถึงตอนท้ายๆเล่ม เราถึงจะกลับมาลุ้นติดขอบเก้าอี้อีกครั้ง

หนังสือเล่มนี้ถึงแม้จะไม่ทรงพลังเท่าเพอร์ซีย์ชุดแรก แต่ก็ยังมีความลื่นไหลมากกว่าชุดเดอะเคนอยู่ ถึงอย่างไรก็ตาม ป๋าริคยังคงการใช้การผูกโยงเรื่องแบบเดิมๆ นั่นก็คือเควสต่อเควส ...ไอเท็มชิ้นนี้จะนำไปสู่แผนที่ไปเก็บไอเท็มชิ้นนั้น บลาๆๆๆ จนกระทั่งไล่ไปถึงบอสใหญ่ในที่สุด ซึ่งมันค่อนข้างเดาได้ แต่ก็นะ เราคิดว่าสไตล์การเขียนแบบนี้กลายเป็นซิกเนเจอร์ของป๋าไปแล้วล่ะ

สรุป The Sword of Summer คุ้มค่ากับการรอคอยของเราในระดับหนึ่ง อ่านเพลิน สนุก แต่ไม่มีอะไรแปลกใหม่จนทำให้เรารู้สึกว๊าวแฟคเตอร์อะไรขนาดนั้น มันยังคงเป็นอะไรเดิมๆ สไตล์การเล่าเรื่องแบบเดิมๆของริคเขาแหละ ...

คะแนน 8.5/10