May 31, 2014

เพลิงรักมนต์วนา - The Touch of Fire


ชื่อเรื่อง เพลิงรักมนต์วนา
จากเรื่อง The Touch of Fire
ผู้แต่ง ลินดา โฮเวิร์ด
โรมานซ์ ย้อนยุค
ผู้แปล พิชญา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ
แอนนี่ พาร์คเกอร์มาอยู่ที่เมืองซิลเวอร์เมซา รัฐแอริโซนา เพราะเป็นสถานที่เดียวที่ชาวพื้นเมืองคิดว่าการมีหมอผู้หญิงสักคนยังดีกว่าไม่มีหมอเลย ชีวิตอันอ้างว้างของเธอยิ่งลำเค็ญหนักขึ้นในคืนแห่งฤดูหนาว เมื่อเรฟ แมคเคย์ บุกเข้าไปในสำนักงานของเธอโดยมีลูกปืนฝังอยู่ที่สีข้าง และมีนักล่าค่าหัวตามหลังมา เขาจ่อปืนมาที่หัวใจเธอและพาเธอเดินทางลึกเข้าไปในเทือกเขาแอริโซนา เข้าสู่โลกแห่งภยันตรายและความพิศวาส
แอนนี่เริ่มเห็นใจเรฟเพราะพบว่าเขาเป็นชายที่ได้รับบาดเจ็บทั้งใจและกาย และเรฟซึ่งอาการดีขึ้นด้วยความชำนาญและมนตร์ขลังในมือเธอ ก็เริ่มผูกพันและปรารถนาในตัวหญิงสาว ทั้งสองถูกไล่ล่าด้วยความลับอันตรายแห่งอดีต ถูกกวาดเข้าสู่การผจญภัยอันน่าตื่นเต้น การผจญภัยที่มีชีวิตชีวาทำให้ความหวังที่สูญสิ้นไปแล้วของเรฟเรืองรองขึ้นมาใหม่ และเปลี่ยนพรสวรรค์ในการรักษาเยียวยาของแอนนี่ให้เป็นความรักอันลึกซึ้งยั่งยืน...

REVIEW

แอนนี่เป็นหมอที่เดินทางมาอยู่ในเมืองซิลเวอร์เมซาเพราะที่ไหนๆก็ไม่ต้องการหมอผู้หญิง(ยุคสมัยก่อนจะไม่เห็นด้วยที่ผู้หญิงจะมาเป็นหมอ) เมื่อหล่อนเดินทางมาที่นี่ แอนนี่สามารถใช้วิชาแพทย์ที่เล่าเรียนมาช่วยเหลือผู้คนได้อย่างเต็มที่  ต่อมาแอนนี่ถูกเรฟ แมคเคย์ที่ได้รับบาดเจ็บลักพาตัวไป หลังจากที่เขาหนีจากนักล่าค่าหัว เรฟไม่ยอมเสียเวลาอีกแม้แต่นิดเดียวในการรักษา เขาจึงต้องพาแอนนี่ไปกับเขาด้วยท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ

เรฟเกิดความปราถนาในตัวของแอนนี่ยามที่หล่อนแตะต้องผิวกายของเขา แต่เขากลัวว่าหล่อนจะหนีเขาไปเมื่อสบโอกาส เรฟจึงให้แอนนี่แก้ผ้าในตอนกลางคืนเพื่อที่หล่อนจะไม่สามารถหนีไปจากเขาได้ แอนนี่ดูแลจนแผลของเรฟหายตัวพอๆกับที่เรฟปราถนาในตัวของหล่อน แอนนี่ไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้เลยตกใจในครั้งแรกที่เรฟแตะต้องหล่อน หล่อนกลัวเขาจะข่มขืนเลยหาทางหนี แอนนี่ไม่ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์เลยเถิดกับเรฟเพราะเมื่อหล่อนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ จิตใจของหล่อนคงจะยับเยินเพราะมัวแต่คิดถึงเรฟเป็นแน่แท้ นั่นทำให้แอนนี่ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่มาโดยตลอด

สุดท้ายแอนนี่ก็ใจอ่อนยอมเรฟจนได้ เรฟทำให้แอนนี่รู้สิ่งที่หล่อนไม่เคยรู้มาก่อน แม้ว่าแอนนี่จะยังหวาดกลัวกับประสบการณ์ครั้งแรกของหล่อน แต่เรฟก็ทำให้หล่อนสุขสมไปกับมันอย่างห้ามไม่ได้ เรฟไม่อยากปล่อยหล่อนไปเลย แม้ว่าบาดแผลของเขาจะหายดีแล้วก็ตาม

นักล่าค่าหัวตามหาตัวเรฟจนพบ แต่แอนนี่ชิงฆ่าเขาได้เสียก่อน นั่นทำให้แอนนี่รู้สึกผิดบาป เธอเป็นหมอ เธอต้องช่วยชีวิตคน ไม่ใช่พรากชีวิตคนแบบนี้ ! นั่นทำให้เรฟต้องล้มเลิกแผนการณ์ที่จะพาหล่อนกลับไปยังเมืองซิลเวอร์เมซา แอนนี่อยู่กับความรู้สึกผิดไม่ได้แน่ๆ เขาต้องพาหล่อนไปด้วยและต้องปลอบประโลมหล่อน

เรฟและแอนนี่เดินทางผ่านที่อยู่ของเผ่าอปาเช่ซึ่งกำลังป่วยด้วยโรคหัด แอนนี่พยายามรักษาพวกเขาให้รอดพ้นจากโรคระบาดครั้งนี้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เธอจะช่วยเอาไว้ได้ ท้ายที่สุด ... เรฟจึงตัดสินใจบอกแอนนี่ว่าเธอมีมือแห่งการรักษา ที่ช่วยเขาในครั้งแรกตอนเรฟได้รับบาดเจ็บ ทำให้แอนนี่ช่วยเด็กทารกที่กำลังจะตายเอาไว้ได้

เรฟได้รับความช่วยเหลือจากนายอำเภอที่ตอนแรกต้องการจะจับเขา แต่เมื่อแอนนี่เล่าความจริงถึงเรื่องที่ว่าเรฟมีเอกสารชุดหนึ่งอยู่ในมือ เอกสารที่ทำให้เขาตกเป็นเป้าตลอดสี่ปีที่ผ่านมา สุดท้ายด้วยความร่วมมือจากนายธนาคารมอร์แกนจึงทำให้เรฟสามารถนำเอกสารที่เขามีไปใช้ประโยชน์และล้างมลทินได้สำเร็จ เรฟกับแอนนี่ให้กำเนิดลูกสาวคนแรกออกมา พร้อมๆกับชีวิตที่ไม่ต้องอยู่นอกกฎหมายอีกต่อไป

เล่มนี้เนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่หวือหวา แต่ก็ละเมียดละไม ความสัมพันธ์ของตัวละครค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆอย่างสมเหตุสมผล กับจรรยาบรรณแพทย์ของแอนนี่ที่คอยทำให้เนื้อเรื่องดูยากขึ้น ไม่ได้ง่ายเกินไปสำหรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ มีเรื่องของการเมืองและสงครามเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เราไม่ค่อยเก็ตตรงจุดนี้เท่าไร ตอนจบปัญหาก็ดูเหมือนจะเคลียร์ง่ายๆไปหน่อย แต่ก็โอเค ...

สำหรับเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรหวือหวาทั้งในแง่สถานการณ์ แต่เราชอบคาแรคเตอร์ของพระเอกที่ดูเหมือนจะเป็นคนที่แข็งนอกอ่อนใน แต่ปมของเรฟก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสมากมายแบบที่เราคิดไว้ตอนแรกก่อนที่จะเริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้ เป็นเพราะการเมืองและสงครามมากกว่าที่ทำให้เรฟต้องกลายมาเป็นคนแบบที่เขาเป็นอย่างทุกวันนี้โดยไม่มีทางเลือก ส่วนเรื่องมือแห่งการรักษาของแอนนี่เราว่ามันดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่ก็คงเกิดจากความเชื่อของคนในสมัยนั้นด้วยแหละมั้ง ^.^

คะแนน 8.5/10

May 29, 2014

โรมันรัญจวน - Enslaved


ชื่อเรื่อง โรมันรัญจวน
จากเรื่อง Enslaved
ผู้แต่ง เวอร์จิเนีย เฮนรี่
โรมานซ์ ย้อนยุค
ผู้แปล สีตา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ผู้ชายแท้ ๆ อยู่ที่ไหนกันหมด? หล่อนนึกสงสัย... สำหรับเลดี้ไดอาน่า เดเวนพอร์ตแล้ว ชายชาตรีที่แท้จริงมีอยู่แต่ในหนังสือและในความฝันของหล่อนเท่านั้น เมื่ออยู่ในโลกของหนังสือและโลกแห่งความฝันแล้ว หล่อนสามารถปล่อยใจให้แล่นเตลิด กลายเป็นไดอาน่าผู้เย้ายวน ห่างไกลจากกฎเกณฑ์เคร่งครัดของลอนดอนในศตวรรษที่สิบแปดอย่างลิบลับ

ไดอาน่าเฝ้าใฝ่ฝันถึงบุรุษเพศที่กร้าวแกร่งอย่างไร้ความหวัง จนกระทั่งหล่อนลองสวมหมวกโรมันในร้านขายของโบราณ แล้วถูกเหวี่ยงย้อนกาลเวลา ร่อนลงสู่อ้อมแขนของมาร์คัส แม็กนัสพอดิบพอดี

นี่ไม่ใช่ความฝัน! หล่อนหลงเข้ามาในอเควซูลิส เมืองในอดีตกาลที่หล่อนรู้จักในชื่อเมืองบาธ กลายเป็นนักโทษของนายพลโรมันทรงอำนาจ ที่กล่าวหาสาวน้อยแสนสวยผู้มีดวงตาสีม่วง ว่าเป็นสายลับของดรูอิด แล้วบังคับให้หล่อนเป็นทาสเขา...

REVIEW

เลดี้ไดอาน่า เดเวนพอร์ตคือเด็กสาวที่อายุยังไม่ถึงที่จะสามารถจัดการทรัพย์สินและมรดกของหล่อนได้ นั่นทำให้อำนาจทั้งหมดตกไปอยู่ที่คุณน้าและคุณอาของหล่อน หลังจากที่ไดอาน่าโดนบังคับให้เข้าสังคมแม้ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม หล่อนก็ถูกชักจูงให้รู้จักกับปีเตอร์ ที่กลายเป็นคู่หมั้นของเลดี้ไดอาน่า แม้ว่าจิตใต้สำนึกของหล่อนจะบอกว่าหล่อนชอบพี่ชายของปีเตอร์ที่มีรูปลักษณ์ดิบเถื่อนมากกว่าก็ตาม

เมื่อถึงคราวที่เลดี้ไดอาน่าต้องเดินทางไปเมืองบาธอย่างเรื่องไม่ได้ โชคชะตาก็นำพาให้หล่อนเข้าไปในร้านขายของเก่า ที่นั่นเลดี้ไดอาน่าได้ลองสวมหมวกโรมันใบเก่าใบหนึ่ง ส่งผลให้หล่อนเดินทางย้อนเวลากลับไปยังศตวรรษที่หนึ่ง ...

หลังจากนั้นเลดี้ไดอาน่าถูกมาร์คัส แม็กนัสจับตัวไปเป็นทาสของเขา !!!!!! ...

มาร์คัสหลงใหลในตัวของเลดี้ไดอาน่าครั้งแรกที่เขายลโฉมของหล่อน หล่อนคือผู้หญิงที่ไม่เหมือนใครในยุคโรมันของเขา เขาปราถนาในตัวหล่อนและต้องการร่วมเตียงกับหล่อน แต่เลดี้ไดอาน่ากลับประวิงเวลาและยื่นข้อเสนอเพื่อหล่อนจะได้เป็นฝ่ายควบคุมเขา

มาร์คัสตกหลุมรักไดอาน่าในที่สุด ขณะหญิงสาวก็ภูมิใจที่ทำให้ท่านนายพลอย่างเขามาสนใจหล่อนได้ เมื่อมาร์คัสมีแผนการณ์ที่จะกลับไปโรมพร้อมกับขอหล่อนแต่งงาน ทีแรกไดอาน่าไม่ยอมไปเพราะหล่อนรับไม่ได้กับขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของที่นั่น แต่ผลสุดท้ายหล่อนก็พ่ายแพ้แก่มาร์คัสจนได้

ที่โรม ... ไดอาน่าผูกสัมพันธ์กับพ่อของมาร์คัสได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าหล่อนจะตะขิดตะขวงใจเรื่องที่น้องชายของมาร์คัสหนีทหารแล้วกลับมาโรมกับมาร์คัสจนได้ เพราะน้องชายของมาร์คัสเคยคิดที่จะข่มขืนหล่อนมาแล้วแม้ว่าตอนนั้นไดอาน่าจะไม่ได้บอกมาร์คัสเพราะคิดว่าน้องชายของเขาต้องเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งไว้ในสนามรบ แต่หากลับได้เป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อน้องชายของมาร์คัสมีแผนแย่งชิงมรดกทุกอย่างที่กำลังจะตกทอดมาทางมาร์คัสสู่ไดอาน่า พ่อของมาร์คัสถูกวางยาจนถึงแก่ชีวิตโดยไดอาน่าถูกป้ายความผิดว่าหล่อนเป็นคนวางยาพ่อของมาร์คัส

ไดอาน่าถูกจับตัวไปด้วยแผนการณ์อันโฉดชั่วของน้องชายมาร์คัส หล่อนถูกลงโทษด้วยไฟและสิงโต มาร์คัสสังหารไดอาน่าในวินาทีสุดท้ายเพื่อไม่ให้หล่อนต้องทรมาน นั่นทำให้ไดอาน่าถูกส่งตัวกลับมายังปัจจุบันทันที

มาร์ค พี่ชายของปีเตอร์ คู่หมั้นของไดอาน่าคือบุคคลที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมาร์คัสทุกระเบียดนิ้ว ไม่เพียงแต่เขาเกิดเพลิงปราถนาในตัวหล่อนตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตา ตอนนี้เขากลับหลงรักหล่อน แต่ก็ยากที่จะเชื่อว่าตลอดเวลาที่ไดอาน่าหายตัวไปจนกลับมาหาเขานั้น หล่อนไปอยู่ในอีกกาลเวลาหนึ่งมา ...

มาร์คค่อยๆยอมเชื่อไดอาน่าในที่สุดว่าหล่อนหลงไปในอีกยุคนึงมาจริงๆ ในขณะที่ไดอาน่าโดนภัยคุกคามจากญาติของหล่อนที่ต้องการจะฮุบสมบัติ จึงเป็นหน้าที่ของมาร์คที่จะต้องพาหล่อนกลับมาให้ได้ สุดท้ายทั้งคู่ก็ลงเอยอยู่ด้วยกัน ปีเตอร์ น้องชายของมาร์คเสียชีวิตในวินาทีสุดท้ายที่เขาจ้องจะปองร้ายไดอาน่าหลังพิธีแต่งงานแต่กลับพลาดพลั้งเสียเอง ทั้งคู่จึงลงเอยด้วยกันอย่างมีความสุข

เล่มนี้ฮ็อตมาก และแต่ละคำที่มาร์คัสพูดจาโลมเลียเลดี้ไดอาน่านี่แบบ ... ทำเอาคนอ่านอย่างเราๆเขินไปตามๆกันเลยนะ ความคลาสสิคของเรื่องนี้ก็คือการนำเรื่องราวในประวัติศาสตร์มาร้อยเรื่องใหม่ทำให้กลมกล่อมมากยิ่งขึ้นเมื่อชีวิตของมาร์คัสและไดอาน่าดำเนินไปภายในอารยธรรมของโรมัน บวกกับความร้อนแรงของเนื้อเรื่องและตัวละครทำเอาเราวางแทบไม่ลงแหน่ะ แต่เราว่าเนื้อเรื่องตอนที่ย้อนเวลาสนุกมากเสียจนกลบเนื้อเรื่องตอนยุคปัจจุบันจนหมดเลยนะ แล้วก็มีบางจุดที่ดูง่ายๆไม่ค่อยเมคเซนต์ไปหน่อย แต่โดยรวมก็ถือว่าสนุกเลยทีเดียวแหละ อ่านเพลินๆได้อีกเรื่อง เราว่าที่นิยายเรื่องนี้ได้รับการกล่าวขวัญถึงก็น่าจะมาจากฉากฮ็อตนี่แหละ

คะแนน 9/10

May 25, 2014

เกมล่าปริศนา ตอน ไข้มรณะ - The Death Cure (The Maze Runner #3)


สำนักพิมพ์ : Enter books
ผู้เขียน : James Dashner
ผู้แปล : แสงตะวัน

เรื่องย่อ

ทั้งแดนสังหารและแดนมอดไหม้คือด่านทดสอบอันจะนำไปสู่การผลิตวัคซีนป้องกันไข้วาบ วิคเค็ดอ้างว่าที่ทำลงไปทั้งหมดคือความจำเป็น และผลที่จะได้รับกลับมามันคุ้มค่า ต่อให้มีเด็กๆ ต้องตายลงก็ตาม

แต่มันจะไม่มีการทดสอบใดๆ อีกต่อไปแล้ว นับจากนี้คือความร่วมมืออย่างเท่าเทียมระหว่างวิคเค็ดกับชาวทุ่งทั้งสองกลุ่มการทดลอง และวิคเค็ดยังแสดงเจตนาดีด้วยการสัญญาว่าจะคืนความทรงจำให้ทุกคน

สำหรับโทมัส เขาเกลียดตัวเองในอดีตพอๆ กับที่เกลียดวิคเค็ด ไม่สิ เกลียดมากกว่าด้วยซ้ำ เมื่อเขาคือคนต้นคิดบททดสอบนรกพวกนั้นเอง เขาจึงไม่ต้องการจะจำอะไรได้ทั้งสิ้น

แต่เรื่องที่ได้รับแจ้งยังไม่หมดแค่นั้น นี่อาจเป็นไปเพื่อหว่านล้อม... หรือข่มขู่... วิคเค็ดบอกกับทุกคนว่าในกลุ่มพวกเขามีทั้งคนที่มีภูมิคุ้มกันไข้วาบและคนที่ไม่มี โดยหนึ่งในคนที่ไม่มีภูมิและตอนนี้ก็ติดเชื้อไข้วาบไปเรียบร้อยแล้วคือเพื่อนคนหนึ่งซึ่งสนิทกับโทมัสที่สุด!

REVIEW

หลังจากเล่มที่แล้วที่เทเรซาบอกว่าโทมัสติดไข้วาบอย่างร้ายแรง ปรากฏว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องโกหกของวิคเค็ดเพื่อเป็นการทดสอบปฏิกิริยาของกลุ่มตัวอย่าง (พูดง่ายๆว่าเป็นการทดสอบขั้นที่ 3 นั่นเอง)

แจนสัน(ไอ้หน้าหนู)ตัดสินใจจะคืนความทรงจำให้กับทุกคน แต่โทมัส มินโฮและนิวท์ กลับปฏิเสธซะงั้น(ด้วยเหตุผลที่ไม่ไว้ใจวิคเค็ด กลัวว่าพวกนั้นจะมายุ่งกับสมองพวกเขาอีก) ทั้งสามจึงวางแผนหลบหนีออกโดยใช้เบิร์กโดยมีฮอร์เก้และเบรนดาคอยหนุนหลัง

โทมัส มินโฮ นิวท์ ฮอร์เก้ เบรนดา หลบหนีมายังเดนเวอร์ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเทเรซามาที่นี่ จิตใต้สำนึกของโทมัสไม่ไว้ใจเทเรซาอีกแล้ว แต่ก็ยังอยากจะร่วมมือกับเธออยู่ดี (หงุดหงิดเหตุผลตรงนี้มากอ่ะ) ไหนจะมีเรื่องของกัลลี่ที่เคยฆ่าชัค เมื่อโทมัสรู้ว่าเขาถูกวิคเค็ดควบคุม ความโกรธที่เคยมีก็หายไปเป็นความรู้สึกผิดที่เคยทำร้ายกัลลี่ปางตายแทน (อะไรจะเปลี่ยนอารมณ์ง่ายขนาดนั้น หงุดหงิดเหตุผลตรงนีอีกแล้ว)

โทมัสมาอยู่ในเดนเวอร์ไม่เท่าไร ก็ถูกเชิ้ตแดงจับ ทั้งๆที่แบรนดาบอกให้รีบออกไปจากร้านกาแฟ แต่โทมัสก็นั่งบื้อ ชมเหตุผลที่เกิดขึ้นแล้วปล่อยให้ใครหน้าไหนก็ไม่รู้พาตัวไปอีก (มันไม่ make sense หลายจุดเลยอ่ะ ทั้งๆที่โทมัสผ่านเขาวงกต แดนมอดไหม้อะไรมาแล้ว แต่กลับไม่มีไหวพริบและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเอาเสียเลย)

นิวท์ถูกจับตัวไปเพราะเขาติดไข้วาบจนเกินเยียวยาแล้ว โทมัสตามไปช่วยแต่นิวท์ไม่ยอมกลับมากับเขา

โทมัสถูกกลุ่มแขนขวาจับตัวไปเพื่อรับฟังแผนการณ์ของเขาในที่สุด โทมัสต้องเข้าไปในวิคเค็ดแล้วติดตั้งเครื่องระบบสัญญาณให้อาวุธของคนในนั้นใช้งานไม่ได้ โทมัสเกือบจะถูกผ่าตัดสมองซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทดลอง แต่เขาก็หลบหนีมาได้เสียก่อน แผนการณ์ของเขาก็คือโทมัสต้องกลับไปช่วยคนที่มีภูมิคุ้มกันซึ่งตอนนี้ถูกพาตัวไปไว้ในเขาวงกต ดังนั้นโทมัสรวมถึงชาวทุ่งที่เข้าร่วมกับกลุ่มแขนขวาต้องย้อนกลับไปในเขาวงกตแล้วช่วยคนที่เหลืออกมาในคณะที่วินซ์ ผู้นำกลุ่มแขนขวามีเป้าหมายในการระเบิดตึกของวิคเค็ดให้ราบคาบ

สปอยล์ตอนจบล้วนๆเลยนะ หากไม่อยากเสียอรรถรสในการอ่านหนังสือเล่มนี้ โปรดข้ามส่วนนี้ไป ...

เทเรซ่าโดนตึกถล่มลงมาทับจนเสียชีวิต(คิดว่าผู้เขียนไม่รู้จะจบประเด็นความสัมพันธ์ของโทมัส-เทเรซายังไงดีแน่ๆถึงได้ฆ่าตัวละครตัวนี้ทิ้ง) ส่วนโทมัส มินโฮ เบรนดา และพวกที่เหลือสามารถเดินทางผ่านระนาบเคลื่อนย้ายไปยังโลกใหม่ซึ่งมีธรรมชาติสีเขียว แสงอาทิตย์ ตามจุดมุ่งหมายสุดท้ายของประธานเพจของวิคเค็ดนั้นก็คือเพาะพันธุ์มนุษยชาติขึ้นมาใหม่ เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เ่ผ่าพันธุ์มนุษยชาติมีชีวิตรอดต่อไปหลังจากการพัฒนาคิดค้นวัคซีนล้มเหลว

... หนังสือเล่มนี้สนุกน้อยที่สุดในบรรดาสามเล่ม อาจจะเป็นเพราะผู้เขียนหมดมุกในการเล่าเรื่องให้น่าติดตามไปแล้ว เล่มนี้ไม่มีประเด็นที่น่าสนใจเลย เนื้อเรื่องหลักๆค่อนข้างจะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรือแปลกใหม่เลยด้วยซ้ำต่างจากสองเล่มแรกที่มีประเด็นความแปลกใหม่เข้ามาเรื่อยๆทำให้เราแปลกใจได้เสมอ เล่มนี้เนื้อเรื่องกลับเนือยๆ เอื่อยๆ อย่างบอกไม่ถูกอ่ะ

แถมตอนจบยังเรียบง๊าย เรียบง่ายยยยยย เรียกว่าง่ายจน 'น้ำเน่า' เลยก็ได้ สำหรับการผจญภัยในเขาวงกตมาจนถึงดินแดนมอดไหม้ ทุกคนเสี่ยงชีวิตไปเท่าไร แต่ทางออกกลับเป็นอะไรที่ง่ายๆและขอไปที ถึงแม้ว่ามันจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับมวลมนุษยชาติก็ตามเถอะ (และสำหรับตอนจบโลกสวยสำเร็จรูปสำหรับนิยาย YA)

ยังมีประเด็นที่ไม่เคลียร์อยู่นะ เช่น โทมัสยังไม่ได้รับความทรงจำกลับคืนมา แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจของตัวละครด้วยแหละที่ไม่ต้องการการรับรู้อดีตและพอใจกลับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

ให้ 6.5 สำหรับเล่มนี้ สำหรับเนื้อเรื่องที่ตื้นเขินไม่มีมิติหรือความสมเหตุสมผลเท่าสองเล่มก่อนหน้า กับตอนจบที่ง่ายเกินไปสำหรับนิยายชุดนี้ ....

คะแนน 6.5/10

May 24, 2014

เกมล่าปริศนา ตอน สมรภูมิมอดไหม้ - The Scorch Trials (The Maze Runner #2)



สำนักพิมพ์ : Enter books
ผู้เขียน : James Dashner
ผู้แปล : แสงตะวัน

เรื่องย่อ

ความจริงเศษเสี้ยวหนึ่งเผยออกมาแล้วว่าสิ่งเลวร้ายทั้งหมดที่โทมัสและเพื่อนๆ ผ่านออกมาได้คือกาทดลองเพื่อเป้าหมายบางอย่าง แต่มันมีคนที่ต้องเป็นบ้า คนที่ได้รับบาดเจ็บ และคนที่ตาย... การทดลองพรรค์ไหนกันจึงต้องทำถึงขนาดนี้

ผู้รอดชีวิตจากวงกตมฤตยูมีเพียงยี่สิบคน พวกเขาต่างคาดหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้น ว่าได้หนีพ้นจากนรกกันมาแล้ว หากความหวังก็อยู่กับพวกเขาสั้นเหลือเกิน แค่ข้ามคืนภาพนรกขุมใหม่ก็ปรากฏตรงหน้า การลุกวาบของดวงอาทิตย์ ไข้วาบ เหล่าผู้ติดเชื้อ ฯลฯ นี่ไม่ใช่โลกในแบบที่ใครอยากหนีออกมาเจอเลย

คลื่นความแตกตื่นยังคงโหมซัดไม่หยุด เมื่อเทเรซา เด็กสาวเพียงคนเดียวจู่ๆ ก็หายตัวไป ที่มาแทนคือเด็กหนุ่มแปลกหน้าซึ่งบอกว่าตนมาจากอีกกลุ่มหนึ่งของการทดลอง!

‘วิคเค็ด’ปูทางให้พวกเขาเข้าสู่การทดสอบขั้นต่อไป ความทรมาน ความทุกข์ยาก และความตายกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง ทั้งกลุ่มคนปริศนาพวกนั้นยังรับประกันด้วยว่าหนนี้... มันจะหนักหนากว่าเดิม

REVIEW

หลังจากที่โทมัสและผองเพื่อนหลุดออกมาจากเขาวงกตได้แล้ว เขาคิดว่าการทดลองบ้าๆนี่จะจบลงเสียที แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นเมื่อเทเรซ่าหายตัวไปและมีเด็กหนุ่มอีกคน อริส มาแทนที่เธอเสียนี่

ภารกิจขั้นต่อไป นำเด็กยี่สิบคนที่รอดชีวิตเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่ ณ บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิที่ลุกโชนด้วยความร้อน พายุ และสายฟ้า ไข้วาบทำให้ผู้คนเป็นบ้า โทมัสได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ติดไข้วาบแต่ยังไม่กลายเป็นบ้า เพื่อเดินทางไปยังหนึ่งร้อยไมล์ทางทิศเหนือตามที่เขาได้รับภารกิจ

โทมัสได้พบกับเทเรซ่าอีกครั้ง บัดนี้เธอกลับกลายเป็นอีกคนที่โทมัสไม่รู้จัก ท่ามกลางสมรภูมิมอดไหม้ที่โทมัสต้องเอาชีวิตรอด อุปสรรคกลับยากยิ่งขึ้นเมื่อเด็กสาวจากกลุ่มบีที่เหลือรอดมาจากเขาวงกตเช่นเดียวกับโทมัสที่มาจากกลุ่มเอ กลับหมายปองที่จะเอาชีวิตพวกเขาเสียนี่โดยอ้างว่าการฆ่าโทมัสคือภารกิจที่พวกเธอได้รับมอบหมายมา

ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเทเรซ่าทรยศโทมัส อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของเขา แม้ว่าเหตุผลที่เทเรซ่ายกมาอ้างหลังจากที่เธอทำทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งเป็นการทรยศหักหลังโทมัสจะเป็นแค่การช่วยโทมัสให้มีชีวิตรอดต่อไปก็ตาม แต่ลึกๆในใจของโทมัส ความรู้สึกๆดีที่มีให้กับเทเรซ่านั้นหายไปจนไม่เหลือแล้ว

เมื่อมาถึงแหล่งปลอดภัยตามที่ภารกิจบอกไว้ กลับกลายเป็นพื้นที่โล่งกว่าง ไม่มีอะไรนอกจากทะเลทรายที่ไร้จุดสิ้นสุด แต่ก่อนที่เวลาแห่งการสิ้นสุดของภารกิจจะมาถึง สัตว์ประหลาดกลับจู่โจมเด็กจากกลุ่มเอและบี โทมัสต้องต่อสู้ทั้งกับสัตว์ประหลาดและพายุฝนฟ้าคะนองจนในที่สุดยานลำหนึ่งก็จอดมารับโทมัสและเพื่อนๆขึ้นไปพร้อมกับบอกว่า 'บททดสอบสิ้นสุดลงแล้ว หลังจากนี้จะไม่มีการทดสอบอะไรอีก'

โทมัสจะสามารถเชื่อคำบอกกล่าวนั้นได้หรือ ? หลังจากสิ่งเลวร้ายที่เขาต้องเผชิญทั้งหมดนี่ แถมตอนท้ายเขาถึงถูกจับไปขังไว้ในห้องสีขาวพร้อมกับคำบอกเล่าของเทเรซ่าในโทรจิตว่าเขาติดไข้วาบและไข้วาบฝังลึกในตัวของเขามากเกินไปจนเกินเยียวยาแล้ว ...

เล่มนี้ตอนต้นๆสนุกมาก เหมือนกับเปิดเข้าสู่ความแปลกใหม่อีกอย่างที่แตกต่างจากเล่มที่แล้ว แต่กลางๆเรื่องกลับอืดอาดยืดยาดเสียนี่ เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างไม่มีความสลักสำคัญอะไร ไม่ค่อยน่าตื่นเต้น ส่วนตอนจบก็ธรรมดาไม่ได้หักมุมหวือหวาอย่างที่ควรจะเป็นสำหรับนิยายแนวนี้หรือแนวทางในการเขียนของนักเขียนที่พยายามโน้มน้าวให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมไปกับชิ้นส่วนปริศนาที่ค่อยๆปรากฏขึ้นทีละชิ้นพร้อมกับการตลบหลังในตอนท้ายที่ทำให้ผู้อ่านรู้ตัวว่าพวกเขาคิดผิดมาตลอด

แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้น ... การกระทำบางอย่างของตัวละครขาดแรงจูงใจไปมาก แม้ว่าจะมีผลกระทบมาจากไข้วาบหรืออะไรก็ตาม โดยส่วนตัวเราคิดว่าเล่มที่แล้วมีความสมเหตุสมผลในแง่มุมของการดำเนินเรื่องมากกว่าเล่มนี้ (ยกเว้นตอนแรกๆของหนังสือที่ยังมีความตื่นเต้นอยู่กับตอนท้ายๆที่สามารถดึงเสน่ห์ของนิยายชุดนี้กลับมาได้)

ให้ 8 คะแนนเท่ากับเล่มแรก เพราะคิดว่าเนื้อเรื่องยังไม่หลุดออกจากกรอบมากนักและมีความสนุกเพิ่มจากในส่วนที่เล่มแรกยังไม่มี

คะแนน 8/10

May 23, 2014

สายัณห์สีเพลิง - When Twilight Burns (The Gardella Vampire Chronicles #4)



สำนักพิมพ์ : แก้วกานต์
ผู้เขียน : Colleen Gleason
ผู้แปล : เฟิร์น

เรื่องย่อ

วิกตอเรียกลับจากอิตาลีมาลอนดอนเพื่อจัดการกับชีวิตของตัวเอง เธอย้ายออกจากเซนต์ฮีธส์โรว์มาอยู่ที่ทาวน์เฮาส์ซึ่งคุณยายยูสเตเซียยกให้เธอ แวมไพร์ออกอาละวาดในลอนดอนอีกครั้ง คราวนี้เล่นงานเหยื่อตอนกลางวันแสกๆ วิกตอเรียถูกปรักปรำว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมสยองที่เกิดขึ้นหลายครั้ง เธอจึงต้องพยายามสืบหาความจริงให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น


เพราะมีเลือดของแวมไพร์ปนเปื้อนในตัว ประสาทสัมผัสของวิกตอเรียจึงยกระดับสูงขึ้น รับรู้ชัดเจนขึ้นเมื่อแวมไพร์ปรากฏตัว วิกตอเรียต้องเผชิญกับศึกสองด้าน ทั้งผีดิบพันธุ์ใหม่ที่คุกคามลอนดอนและสิ่งชั่วร้ายภายในตัวเธอ มิหนำซ้ำปัญหาหัวใจยังตามรุมเร้า เซบาสติยง วิโอเฌต์ผู้ลึกลับพร้อมจะอยู่เคียงข้างวิกตอเรีย แต่ใจของเธอกลับปรารถนาแมกซ์ เปซาโร มือปราบแวมไพร์ที่สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน...


REVIEW

วิกตอเรียมีเลือดของแวมไพร์ปนเปื้อน แต่หล่อนไม่กลายเป็นแวมไพร์ แม้ว่าเซบาสติยงจะสามารถสัมผัสได้ว่าทุกครั้งที่อยู่ใกล้หล่อนต้นคอของเขาจะเย็นเฉียบแค่ไหนก็ตาม

ศพของหญิงสาวที่ถูกพบในเวลากลางวันทำให้วิกตอเรียสันนิษฐานว่าตอนนี้มีแวมไพร์บางกลุ่มออกมาเดินเพ่นพล่านและฆ่าผู้คนตามใจชอบ สาเหตุก็มาจากหน้ากระดาษที่เซบาสติยงเคยขโมยจากคอนซิเลียมไปให้โบรีการ์ด(เล่มที่แล้ว)

วิกตอเรียตกเป็นผู้ต้องสงสัยในทันทีที่มีคนมาพบเธออยู่กับศพ แม้ว่าวิกตอเรียจะสะกดรอยตามซารา อดีตคู่หมั้นของแม็กซ์มาก็ตามที ทุกอย่างถูกจัดฉากขึ้นโดยไม่่ต้องสงสัย

ลิลลิธจับตัววิกตอเรียไปในที่สุดเพราะเชื่อว่าเธอกำลังจะกลายเป็นแวมไพร์ในไม่ช้า วิกตอเรียปฏิเสธเซบาสติยง หล่อนมีความสัมพันธ์กับเขาไม่ได้หลังจากเพิ่งผ่านเรื่องของโบรีการ์ดมา แต่วิกตอเรียกลับมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแมกซ์แทน

ซาราจับตัวเซบาสติยงและคริสตานูไป แมกซ์ก็โดนจับไปให้ลิลลิธอีกเช่นเดียวกัน วิกตอเรียตามไปช่วยและพิสูจน์ตัวเองว่าหล่อนจะไม่มีทางกลายเป็นแวมไพร์ชั่วร้ายพวกนั้น ก่อนทีลิลลิธจะหลบหนีไปในท้ายสุดเมื่อรู้ว่าตัวเองจะไม่มีทางชนะในการต่อสู้ครั้งนี้

เราพยายามจะทำความเข้าใจกับประเด็นความสัมพันธ์รักสามเศร้าระหว่างเซบาสติยง-วิกตอเรีย-แมกซ์ ปกติเราจะชอบแนวรักสามเศร้านะ แต่สำหรับเล่มนี้เรารู้สึกเบื่อมากกว่า วิกตอเรียเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าเบลล่าจาก Twilight เสียอีก ลังเลไม่แน่นอนกับใครสักคน ตอนท้ายที่วิกตอเรียมีความสัมพันธ์กับแมกซ์นะ ตอนอ่านเล่มหนึ่งเราคิดว่าเราต้องกรี๊ดตรงจุดนี้แน่ๆ แต่เอาจริงๆ ... แมกซ์ทำเราเสียอารมณ์มาก เขาหลบหน้าวิกตอเรีย ไม่พอใจหล่อน พอมีอะไรกันเสร็จก็ผละทันที

เซบาสติยงก็พระเอ๊ก พระเอกสำหรับเล่มนี้ เขารักวิกตอเรียแล้วก็สารภาพไปแล้วด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าวิกตอเรียไม่มีใจให้เขาแล้วแต่ไปมีใจให้แมกซ์แทน แลดูไม่มีเหตุผลมากเลยอ่ะ ไม่มีลำดับขั้นตอน ค่อยเป็นค่อยไป เหมือนเป็นไปตามความตั้งใจของนักเขียนมากกว่าตัวละครอีกอ่ะ

เนื้อเรื่องก็อ่อนปวกเปียก เบาโหวง ยิ่งกว่าพายเรือวนไปวนมาในอ่างอีก ไม่มีอะไรนอกจากลิลลิธกลับมาเพราะแมกซ์ตัดสินใจใช้ยาขี้ผึ้งและเสียความสามารถในการเป็นวีเนเตอร์ไป ซาราก็ตายง่ายไปทั้งๆที่นางร้ายกาจอย่างไม่มีเหตุผลอะไรนอกจากวิกตอเรียฆ่าพ่อตัวเอง แต่นางก็พาลไปทั่ว อะไรก็ไม่รู้

สรุปคือ ... เนื้อเรื่องยุ่งเหยิงมากๆ เนื้อเรื่องวนไปวนมาไม่มีอะไรแปลกใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครก็ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ อะไรๆก็หมุนรอยตัวของวิคตอเรียมากเกินไป จนเรารู้สึกว่ามันเริ่มเยอะเกินไปแล้วในความรู้สึกเรา

คะแนน 6/10

May 22, 2014

เงารักข้ามเวลา - Spell of the Highlander (Highlander #7)


สำนักพิมพ์ : แพรว
ผู้เขียน : Karen Marie Moning
ผู้แปล : ขีดขิน จินดาอนันต์

เรื่องย่อ

กว่าพันปีที่คิออนถูกกักอยู่ในห้องหินเล็กๆ ที่แสนจะน่าเบื่อ มองโลกผ่านกระจกอย่างซังกะตายและเฝ้าแต่รอโอกาสที่จะได้ล้างแค้น จนกระทั่งเขาได้พบกับสาวน้อยในฝันอย่าง 'เจสซิกา เซนต์เจมส์' เธอช่วยเขาจากคำสาป ปลดปล่อยเขาออกจากกระจกที่คุมขัง และแม้จะเป็นการช่วยเหลือที่ไม่ถาวร แม้ว่าเธอจะทำไปเพื่อช่วยชีวิตตนเอง แต่คิออนก็ซึ้งใจมาก มากเสียจนอยากจะเกาะติดกับเธอทุกวินาที แถมยังลากเธอไปที่นู่นที่นี่โดยบอกว่าเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง

ตลอดหลายปีแห่งความโสดสนิท เจสซิกาเฝ้ามองคนอื่นมีความรักด้วยความริษยา ปลอบใจตัวเองว่า รอให้จบปริญญาเอกก่อนเถอะ เธอจะกระโจนเข้าใส่ทุกเรื่องที่อยากทำให้เต็มที่! จนกระทั่งเธอได้พบกับชายในฝันอย่าง 'คิออน แม็คเคลทาร์' เขาช่วยเธอให้รอดจากการถูกปองร้าย แต่ก็บังคับลากเธอไปผจญกับอันตรายอย่างอื่นแทนเสียนี่ แล้วนี่...เธอเชื่อเขาจะดีแน่นะ ก็เขาถูกจอมเวท (จอมเวท!) ตามล่าจนต้องพาเธอหนีหัวซุกหัวซุน แถมยังเรื่องที่เขาแสนจะมือไม้อยู่ไม่สุข โอเค เธออาจจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา...แต่เธอจะปลอดภัยจากเขาละหรือ?

REVIEW

ในที่สุดก็กลับมาแนวย้อนเวลาเบาสมองของโมนนิ่งอีกรอบ หลังจากดองหนังสือเล่มนี้มานานแล้วไปหมกมุ่นอยู่กับแนวพาราของแก้วกานต์กับเกรซ ฮี่ๆ

เจสซิกา นักศึกษาปริญญาเอกทำงานให้ศาสตราจารย์ที่ลาป่วยและนั่นทำให้เธอพบกันกระจกเงาบานยักษ์ที่ถูกส่งมาให้ศาสตราจารย์ของเธอ แวบแรกที่เธอมองกระจก เธอเห็นเงาร่างของหนุ่มรูปร่างกำยำจนกระทั่งเธอจิตนาการไปไกลหาว่าเขาคนนั้นเป็นเทพแห่งเซ็กส์กันเลยทีเดียว เพียงแต่เมื่อเจสซิกาเผชิญกับชายแปลกหน้าที่จะมาแย่งชิงกระจกและขู่จะทำร้ายเธอ ผู้ชายคนนั้นที่อยู่ในกระจกกลับออกมาช่วยเธอเสียนี่ หรือว่า ! นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ไม่สิ ! เธอต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ

แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เจสซิกาต้องย้อนกลับมาในห้องที่เก็บกระจกเงาบานนั้นอีกครั้งสิน่า คราวนี้เธอเห็นผู้ชายคนนั้นจริงๆ หนุ่มสกอตเปลือยอกรูปร่างสูงใหญ่ยื่นข้อเสนอขอให้เจสสิกาปลดปล่อยเขาออกไปจากกระจกเงาบานนี้ แล้วเขาจะเป็นโล่ป้องกันอันตรายให้เธอเอง

ตอนแรกเจสสิกาลังเลในข้อตกลงกับชายแปลกหน้า แต่เมื่อเธอรับรู้ข่าวการตายของคนที่เกี่ยวข้องกับกระจกเงาบานนี้และศาสตราจารย์ของเธอที่มาเสียชีวิตอย่างปุบปับ ด้วยความที่เป็นห่วงสวัสดิภาพของตัวเอง เจสซิกาเลยตกปากรับคำกับ คิออน แมคเคลทาร์ อย่างเลี่ยงไม่ได้

ชีวิตของเจสซิกาพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเธอหนีหัวซุกหัวซุนจากการตามล่าของลูแคนที่ส่งลูกน้องมาขโมยกระจกเงากลับไปเพื่อส่งส่วยแลกกับชีวิตอันเป็นอมตะของเขา คิออนไม่ได้ยอมให้ศัตรูของเขาได้กระจกกลับไปอีกครั้งแน่ๆ เป็นหน้าที่ของเจสซิกาที่จะนำหนุ่มสกอตคนนี้เดินทางไปยังที่ต่างๆที่ปลอดภัย เพราะอีกแค่ยี่สิบวัน ... คิออนจะเป็นอิสระจากกระจกเงาบานนี้หากไม่ถูกลูแคนจับได้เสียก่อน

การใช้ชีวิตกับหนุ่มสกอตที่ถือว่าเป็นวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งสำหรับเจสซิกาไม่ได้เรียบหรูนักเมื่อคิออนจะโดนกระจกดูดเข้าไปในแต่ละวัน และเวลาในการออกมานอกกระจกยังไม่แน่นอนอีกด้วย คราวนี้เธอจะทำยังไงถ้าเธอตกอยู่ในอันตรายตอนที่คิออนเข้าไปอยู่ในกระจก

การเดินทางไปยังไฮแลนด์ แผ่นดินเกิดของคิออนดูท่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่หนุ่มสาวทั้งคู่คิดออก แต่ปัญหาก็คือพวกเขาจะขึ้นเครื่องบินไปยังไงเพื่อไม่ให้ถูกฝ่ายศัตรูตามจับตัวได้จากร่องรอยการซื้อตั๋วและการรูดบัตรเครดิต

เป็นหน้าที่ของคิออนที่ต้องใช้ความสามารถดรูอิดของเขาหว่านล้อมผู้คนหลากหลายเพื่อให้การเดินทางของทั้งคู่เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ก็ไม่วาย ... ขณะที่กำลังเดินทางอยู่บนเครื่องบิน คิออนกลับโดนดูดกลับเข้าไปในกระจกอีกครั้ง กระจกที่ถูกส่งตามมาเป็นสัมภาระ เจสซิกาไม่มีใบรับสัมภาระ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเธอในการบุกฝ่าเจ้าหน้าที่หญิงโฉดประจำเคาน์เตอร์เพื่อไปยังห้องเก็บสัมภาระ แล้วนำคิออนออกมาจากกระจกให้ได้ ส่วนหลังจากนั้นน่ะเหรอ ... ค่อยว่ากันอีกทีละกัน

คิออนและเจสซิกาเดินทางมาถึงไฮแลนด์และพบกับเดกิส ทั้งคู่เดินทางไปยังปราสาทแม็คเคลทาร์และได้รับความช่วเหลือจากดรัสตินและเดกิสเพื่อปกป้องคุ้มครองจนกว่าจะถึงวันส่งส่วย

คิออนกับเจสซิกาเปิดเผยความรู้สึกต่อกันและกันว่าแต่ละฝ่ายต่างต้องกันกันมากเพียงใด และนั่นทำให้เจสซิกาหลงรักคิออนอย่างหมดหัวใจเช่นเดียวกับชายหนุ่ม แต่เมื่อเจสซิการู้ความจริงว่าถ้าคิออนจัดให้ไม่มีการส่งส่วย ตัวเขาและลูแคนเองก็จะตาย และนั่นคือการแก้แค้นอย่างที่คิออนเคยกล่าวเอาไว้

เมื่อวันส่งส่วยมาถึง เดกิสเป็นคนจัดฉากโดยการวางเดิมพันทั้งหมดให้ขึ้นอยู่กับเจสซิกาและคิออน อาศัยความรักอันไม่เห็นแก่ตัวของคิออนที่จะทำให้พันธสัญญาระหว่างเขากับกระจกเป็นโมฆะและทำให้ลูแคนไม่เป็นอมตะอีกต่อไปเพื่อจะได้ฆ่าเขา คิออนยอมสละชีวิตตนเองเพื่อเจสซิกา เขาทำลายกระจกเพื่อให้ลูแคนผละออกจากการทำร้ายเจสซิกาและนั่นก็คือการปลดปล่อยตัวเขาออกมาจากกระจกได้สำเร็จ

เล่มนี้ฮามากกกก อ่านไปขำไป เจสซิกาคือผู้หญิงที่มีครบทุกรสจริงๆ เนื้อเรื่องเบาๆใสๆในบรรยกาศไฮแลนด์ที่มีทุ่งหญ้า เนินเขา สายลมโชยพัด อ่านแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน ยิ่งสำนวนการแปลที่ถ่ายทอดความตลกโปกฮาออกมาได้อย่างสุดขั้วแล้ว ทำให้คนอ่าน(อย่างเรา)เพลิดเพลินไปกับหนังสือเล่มนี้ได้อย่างสบายๆเลยแหละ

ส่วนตอนท้ายก็เศร้าน้ำตาคลอเลยตอนที่เจสซิการู้ความจริงว่าการล้างแค้นลูแคนของคิออนนั้นก็การที่เขาต้องสละชีวิตตนเอง ทำให้เธอนับวันที่ทั้งคู่จะมีความสุขด้วยกัน แต่งงานกัน ร่วมรักกัน คิออนกล่าวคำปฏิญาณที่จะผูกตัวเขาไว้กับเจสซิกาทุกชาติภพ ตอนนั้นเราน้ำตาไหลเลย

แถมยังมีทิ้งท้ายเรื่องสงครามที่จะเกิดขึ้นอีกห้าปีหลังจากนั้น ราชินีอาวีลวางหมากของเธอทั้ง 5 ตัว ตอนนี้มี 3 ตัว (เดกิส ดรัสติน คิออน) เพื่อใช้ต่อกรกับตูอา เดฝ่ายมืด

สำหรับชุด Highlander ยังเหลือหนังสืออีกหนึ่งเล่มในชุดนี้ เห็นสำนักพิมพ์แพรวบอกว่ากำลังจะออกเร็วๆนี้ด้วยแหละ ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษก็คือ Into The Dreaming

คะแนน 9.5/10

May 21, 2014

สนธยาสีเลือด - The Bleeding Dusk (The Gardella Vampire Chronicles #3)


สำนักพิมพ์ : แก้วกานต์
ผู้เขียน : Colleen Gleason
ผู้แปล : เฟิร์น

เรื่องย่อ

เลดี้วิกตอเรีย การ์เดลลา แกรนท์เวิร์ธ เดอ เลซีรับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของเหล่านักล่าแวมไพร์เป็นภาระอันหนักหน่วงสำหรับเธอที่ยังด้อยประสบการณ์ ในระหว่างที่วิกตอเรียทำใจกับความสูญเสียและดำเนินชีวิตต่อไป ลางหายนะก็เริ่มก่อตัวในกรุงโรม จอมอสูรอัควานกลับมายังโลกหลังจากโอเบลิสก์ของเขาถูกทำลาย อัควานมาพร้อมกับแผนการร้าย ผู้คนมากมายตกเป็นเหยื่อของอสูรร้ายและแวมไพร์

คฤหาสน์ปาลอมบาราซึ่งเป็นของนักเล่นแร่แปรธาตุที่มีชื่อเสียงในตำนานมีสิ่งสำคัญซุกซ่อนอยู่ จอมอสูรอัควานและโบรีการ์ด แวมไพร์ผู้ร้ายกาจ ต่างก็ต้องการของสิ่งนั้น เป็นหน้าที่ของวิกตอเรียกับเหล่านักล่าแวมไพร์ที่ต้องขัดขวาง แมกซิมิเลียน เปซาโร นักล่าแวมไพร์ที่เก่งที่สุดกลับมาช่วย อย่างไรก็ตาม วิกตอเรียยังต้องขอความช่วยเหลือจากเซบาสติยง วิโอเฌต์ คนที่เธอไม่ไว้ใจ สงครามครั้งนี้นำมาซึ่งความสูญเสีย และวิกตอเรียก็ถลำเข้าสู่ด้านมืด...

REVIEW

แมกซ์เดินทางไปหาลิลลิธเพื่อเจรจาเรื่องข้อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับรอยกัดที่ลิลลิธฝากไว้บนคอของเขา ลิลลิธมอบขี้ผึ้งที่เมื่อแมกซ์ทาแล้วรอยแผลเป็นนี้จะหายไปและเขาจะไม่ผูกพันธ์อยู่กับลิลลิธอีก เพียงแต่ว่าราคาที่ต้องจ่ายนั้นแพงเหลือเกินเพราะเขาต้องสูญเสียความทรงจำของวีเนเตอร์ไปทั้งหมดรวมถึงความสามารถในการล่าแวมไพร์ไปด้วยถ้าหากเขายอมใช้ขี้ผึ้ง

วิกตอเรียเป็นหัวหน้าของเหล่าวีเนเตอร์หลังจากที่หล่อนสูญเสียคุณยายยูสเตเซียไปแล้ว หล่อนออกตามล่าแวมไพร์และได้ค้นพบปริศนาเกี่ยวกับกุญแจทั้งสามดอกของปาลอมบารา อันเป็นที่มาของนักเล่นแร่แปรธาตุ วิกตอเรียไปที่วิลลาปาลอมบารา ที่นั่นเธอและแมกซ์ถูกซาราคู่หมั้นของเขาจับตัวไป และได้พบกับเซบาสติยง วิกตอเรียหาทางหนีออกมาจนได้และทำให้เธอรู้ว่าอัควาน จอมปีศาจได้กลับมาแล้วหลังจากโอเบลิสก์ถูกทำลาย

เซบาสติยงไปโผล่ที่สถานที่ลับของเหล่าวีเนเตอร์ใต้วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้มาได้หลายสหัสวรรษ วิกตอเรียได้รู้ในท้ายที่สุดว่าแท้จริงแล้วเซบาสติยงเป็นวีเนเตอร์เช่นเดียวกับหล่อนเพียงแต่เขาปิดบังความสามารถมาตลอด ชั่วขณะนั้นเหล่าปีศาจและแวมไพร์บุกทำลายและเกือบจะหาทางเข้าสถานที่ลับพบ แต่เหล่าวีเนเตอร์รวมถึงวิกตอเรียสกัดพวกมันเอาไว้ได้ทัน

วิกตอเรียคลางแคลงว่าเซบาสติยงพาพวกมันมาที่นี่หรือไม่ แต่เขายอมรับว่าเขาไม่มีส่วนในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เซบาสติยงต้องการปกป้องวิกตอเรียมาโดยตลอด และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ล้ำลึกกันอีกครั้งก่อนเซบาสติยงจะผละไป ทิ้งให้วิกตอเรียเดินหน้าทำตามแผนการณ์ของหล่อนในการซ่อนโอเบลิสก์

แมกซ์ตัดสินใจยอมรับการเป็นอิสระจากลิลลิธโดยใช้ยาขี้ผึ้ง เขาสูญเสียความสามารถของวีเนเตอร์จนหมด และลงมือสังหารอัควานตามคำนายได้สำเร็จ วิกตอเรียติดตามเซบาสติยงเนื่องจากเซเวียร์ถูกเขาทำร้าย และหล่อนถูกเลือดแวมไพร์ปนเปื้อนในกระแสเลือดเนื่องจากถูกปู่ทวดของเซบาสติยงครอบงำในท้ายที่สุด เซบาสติยงสังหารปู่ทวดของเขาและพาวิกตอเรียกลับมายังสถานที่ลับของวีเนเตอร์เพื่อตัดสินใจว่ามีทางเลือกใดสำหรับวิกตอเรียบ้าง

เล่มนี้อ่านเหนื่อยมาก คงเป็นเพราะว่าเราไม่ค่อยสนใจแนวทางการดำเนินเรื่องของหนังสือชุดนี้ด้วยอ่ะ มันน่าเบื่อตั้งแต่เล่มสองแล้วด้วยซ้ำตรงที่เนื่อเรื่องเหมือนพายเรือวนไปวนมาในอ่าง ไม่ได้ออกนอกกรอบที่ตีเอาไว้เลย พอเราคุ้นเคยกับประวัติและที่มาของเหล่าตัวละครรวมถึงแนวทางการเล่าเรื่องในเล่มแรกแล้ว พออ่านต่อไปเรื่อยๆมันเหมือนกับว่าเราไม่ได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ รวมถึงความสัมพันธ์ของตัวละครที่ไม่เคลียร์สักอย่าง อ่านแล้วรู้สึกหงุดหงิด แถมการบรรยายอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครก็ไม่ค่อยละเอียด เน้นไปทางสถานที่เสียมากกว่า เวลา Colleen อธิบายถึงสถานที่และรายละเอียดนะ เนื้อหายาวเหยียดยาวไปครึ่งๆหน้าเลย อ่านแล้วรู้สึกเพลียนะบางครั้ง

โดยเฉพาะเซบาสติยง-วิกตอเรีย-แมกซ์ สามคนนี้เหมือนจะรักสามเศร้าก็ไม่ใช่นะ ในเมื่อวิกตอเรียกับเซบาสติยงปราถนาในตัวกันละกันและมีอะไรกันบ่อย แต่ทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยปากว่ารักกัน ส่วนแมกซ์บางครั้งก็ดูเหมือนพยายามจะซ่อนความรู้สึกที่มีต่อวิกตอเรียเอาไว้ บางครั้งก็ดูคล้ายๆกับว่าเขาไม่ได้สนใจอะไรในตัวของหล่อนเลย ยิ่งอ่านยิ่งสับสน

คะแนน 6.5/10

May 20, 2014

ภูตมนตรา - Enchanting The Beast (Relics of Merlin #3)


สำนักพิมพ์ : เกรซ
ผู้เขียน : Kathryne Kennedy
ผู้แปล : กัญชลิกา

เรื่องย่อ

ปราสาทหินกริมสเปลล์ที่ตั้งตระหง่านมืดทะมึนลึกลับดูน่ากลัวเหมือนมีปีศาจสิงสู่ แม้เลดี้ฟิโลมินา...นักล่าผีจะคุ้นเคยกับวิญญาณที่ไม่ยอมพักผ่อน แต่หล่อนพบว่านิสัยเร้นลับน่าเกรงขามของเจ้าของปราสาทดูแล้วน่ากลัวกว่าวิญญาณทั้งหลาย แม้สังคมลอนดอนจะไม่ชอบพวกเปลี่ยนร่างได้อย่างเซอร์นิโคดิมัส วูล์ฟซัน แต่ฟิโลมินาที่ค้างเติ่งอยู่บนคานพึงพอใจเป็นอย่างมากที่บารอนเนต หนุ่มน้อยเกิดความสนใจในตัวหล่อนขึ้นมาอย่างปุบปับ หล่อนพร้อมจะยอมแพ้เขาอย่างราบคาบด้วยซ้ำ ถ้าไม่เป็นเพราะฆาตกรผู้หนึ่งรอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายออกมา...สัตว์ร้ายที่อาจเป็นนิโคนั่นเอง

REVIEW

เลดี้ฟิโลมินา สาววัยสี่สิบ เป็นนักล่าผีเพราะหล่อนมีความสามารถในการมองเห็นวิญญาณได้ เซอร์นิโคดิมัสเลยจ้องหล่อนเพื่อไปไล่วิญญาณที่คุกคามพี่ชายที่คฤหาสน์ของเขา ที่นั่นทำให้ฟิโลมินาได้รู้จักบารอนเนตหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดคนนี้มากยิ่งขึ้น รวมถึงความลับของเขาที่ว่าคู่หมั้นของเขาถูกสัตว์ป่าทำร้ายจนเสียชีวิตไป นั่นทำให้ชาวบ้านต่างโทษว่าเป็นความผิดของนิโคดิมัส

วิญญาณที่คฤหาสน์ทุกตัวทิ้งปริศนาไว้ให้ฟิโลมินาไปยังชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ ที่นั่นมีอุโมงค์ที่แม้แต่นิโคดิมัสก็ยังหวาดหวั่นที่จะเข้าไป ทั้งสองหนุ่มสาวเกิดแรงปราถนาในตัวของเขากันและกันแม้ว่าจะมีช่องว่างระหว่างอายุขวางทั้งคู่ไว้อยู่ก็ตาม แต่นิโคดิมัสหลงใหลในตัวฟิโลมินาเสียแล้ว

ฟิโลมินาไม่เชื่อว่านิโคดิมัสจะมาหลงรักคนอย่างหล่อน เขาเหมาะกับหญิงสาวที่อายุน้อยกว่า แต่ความสัมพันธ์ก็เลยเถิดไปจนเมื่อนิโคดิมัสพาฟิโลมินาเข้าไปท่องเที่ยวในป่าเวทมนตร์และทั้งคู่ก็มีอะไรกัน หลังจากนั้นนิโคดิมัสจึงขอหล่อนแต่งงาน แต่ฟิโลมินาปฏิเสธ

เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหยื่อเป็นหญิงสาวในรุ่นราวคราวเดียวกับเบียทริซ คู่หมั้นของนิโคดิมัสที่เสียชีวิตไปหลังจากมีปากเสียงกันเนื่องจากหญิงสาวไม่ซื่อสัตย์ต่อนิโคดิมัสจนชายหนุ่มขอถอนหมั้น นิโคดิมัสกลายมาเป็นผู้ต้องสงสัยอีกครั้ง

ฟิโลมินายังมีปัญหาระหว่างช่วงอายุของเธอกับนิโคดิมัส นั่นทำให้ดูเหมือนว่านิโคดิมัสจะเหมาะกับเจน หมาป่าในฝูงของเขามากกว่าฟิโลมินามากมายนัก แต่เมื่อเจนเชิญหล่อนไปรับประทานอาหารค่ำที่บ้าน ฟิโลมินาก็ถูกโจมตีโดยมหาป่าขนสีเทาที่เป็นฆาตกรฆ่าเบียทริซ นิโคดิมัสมาช่วยเอาไว้ได้ทันและตอนนั้นเขาจึงตระหนักได้ว่าหมาป่าตัวสีดำนั้นอาจจะเป็นเจนจริงๆก็ได้ เขาโกรธมาก และแจ้งข้อหาเจนว่าหล่อนเป็นฆาตกร

ย้อนกลับไปทีคฤหาสน์ บรรดาภูติผีนำทางฟิโลมิน่าไปที่อุโมงค์ใต้ดิน ทำให้หล่อนหาหินอาคมโบราณจนพบและที่นั่นทำให้ฟิโลมิน่าได้ล่วงรู้ความลับของบาร์เกสต์ สุนัขปีศาจตัวสีดำที่สิงสู่ร่างพี่สะใภ้ของเซอร์นิโคดิมัส วิธีเดียวที่จะกำจัดมันได้คือต้องใช้หินอาคมโบราณ แต่ในเมื่อปีศาจกำลังจะเปลี่ยนเป้าหมายโดยใช้ร่างนิโคดิมัสเป็นที่สิงสู้แทนที่พี่สะใภ้ ฟิโลมินาจึงต้องใช้ความรักและศรัทธาทั้งหมดเหนี่ยวรั้งความเป็นมนุษย์ในตัวของนิโคดิมัสเอาไว้ให้ได้

เล่มนี้เนื้อเรื่องหลักสนุก กระชับ ซับซ้อนดี ทำให้คนอ่านเดาตัวฆาตกรผิดตั้งแต่ตอนต้นและไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถโยงเรื่องการฆาตกรรมเข้ากับหินอาคมโบราณได้ ส่วนความสัมพันธ์ของตัวละครก็น่าสนใจด้วยช่วงอายุที่ห่างกันของพระนาง ทำให้นางเอกมีอุปสรรคในการเชื่อมความสัมพันธ์กับพระเอกมาตั้งแต่ต้น แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เอาชนะจุดนั้นไปได้

หนังสือชุดนี้ยิ่งอ่านยิ่งสนุกเหมือนเนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนเล่มที่ออก เสียดายที่ฉบับแปลไทยบอกว่าเล่มนี้เป็นเล่มสุดท้ายแล้ว แต่เมืองนอกเพิ่งออกเล่มต่อจากเล่มนี้มาเมื่อปีที่แล้วเองชื่อ Everlasting Enchantment

คะแนน 8.5/10

May 19, 2014

ทวิมนตรา - Double Enchantment (Relics of Merlin #2)


สำนักพิมพ์ : เกรซ
ผู้เขียน : Kathryne Kennedy
ผู้แปล : กัญชลิกา

เรื่องย่อ

เลดี้จัสมีนาอยู่ในโลกของปัญหา คาถาธรรมดาของหล่อนกลายเป็นความหายนะ และเวลานี้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนหล่อนกำลังสนุกซุกซนไปทั่วลอนดอน...ผู้หญิงที่ไม่มีจิตใจรับรู้เรื่องคุณธรรมความถูกต้องอะไรทั้งนั้น ทั้งสังคมกำลังซุบซิบ และบารอนเนตผู้หนึ่งที่หล่อนไม่เคยพบหน้าทำตัวเหมือนเขารู้จักกับหล่อนอย่างดี แบบสนิทสนมใกล้ชิดด้วย ทั้งสองต้องทำงานร่วมกันเพื่อตามหาภาพลวงตาที่หล่อนสร้างขึ้นมา และทำให้ชีวิตกลับเป็นเหมือนเดิม...สองหนุ่มสาวต้องผจญภัยบนถนนที่เต็มไปด้วยม่านหมอก ต่อสู้กับกลุ่มคนลึกลับที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มภราดรภาพ และอารมณ์เร่าร้อนที่รุนแรงยิ่งกว่าเวทย์มนตร์ใดๆ

REVIEW
เลดี้จัสมีนาร่ายเวทมนตร์สร้างร่างฝาแฝดขึ้นมาเพื่อนำเครื่องประดับที่คุณแม่หัวขโมยของหล่อนฉกมาจากบรรดาผู้ดีมีตระกูลไปคืนตามบ้านในยามค่ำคืน แต่ครั้งนี้ ... เวทมนตร์กลับทำงานผิดพลาดเมื่อฝาแฝดของหล่อนไม่ยอมหายไปหลังเสร็จภารกิจ แต่กลับไปปรากฏตัวในงานเต้นรำแล้วไปลงเอยอยู่บนเตียงกับเซอร์สเตอร์ลิง บารอนเนตรูปงามที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นม้าได้

หลังค่ำคืนอันแสนหวานระหว่างสองหนุ่มสาว สเตอร์ลิงได้พบหน้ากับจัสมีนาอีกครั้งในยามที่หล่อนไปขอความช่วยเหลือ แต่จัสมินาคนที่สเตอร์ลิงพบไม่ใช่คนเดียวกับที่เขามีอะไรด้วยเมื่อคืนเสียหน่อย แถมเขายังโดนจัสมินาตบหน้าฉาดใหญ่เสียอีกเมื่อเขาพยายามจะจูบหล่อนต่อหน้าเจ้าชาย

จัสมินาต้องตามหาคู่แฝดของหล่อนและร่ายมนตร์คาถาย้อนกลับให้ได้เมื่อฝีมือของคู่แฝดสร้างความเสียหายมากมายแก่ชื่อเสียงของจัสมินา หล่อนต้องร่วมมือกับสเตอร์ลิงแม้ว่าหล่อนจะรู้ว่าสเตอร์ลิงรักคู่แฝดของหล่อน ไม่ได้รักตัวที่หล่อนเป็นจริงๆ

ความใกล้ชิดสนิทสนมมากขึ้นร่วมกับภารกิจและกฏระเบียบสังคมที่ทำให้ทั้งหนุ่มสาวเกิดความปราถนาในตัวกันและกัน สเตอร์ลิงชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขารักภาพลวงตาของจัสมินนาจริงหรือไม่ เพราะเขาก็หลงรักจัสมินาตัวจริงอีกเหมือนกัน

เมื่อจัสมีนาตามหาภาพลวงตาของหล่อนพบและจัดการร่ายมนตร์ย้อนกลับได้สำเร็จ ร่างของคู่แฝดก็หลอมรวมเข้ากับร่างของเธอ เพราะอันที่จริงแล้วคู่แฝดที่เลดี้จัสมีนาสร้างขึ้นมาจากส่วนหนึ่งของตัวเธอเช่นกัน

เรื่องนี้สนุกและดูมีมิติมากกว่าเล่มที่แล้ว แถมโนมสองตัวก็ยังช่วยสร้างสีสันให้กับเล่มนี้อีกด้วย เนื้อเรื่องไหลลื่น กระชับ แม้ว่าจะอ่านแล้วรู้สึกขัดๆระหว่างแจ๊ซกับจัสมีนาไปบ้างก็เหอะ เหมือนเซอร์สเตอร์ลิงรักผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกันง่ะ

เป็นหนังสืออ่านเพลินๆอีกเล่ม ...

คะแนน 8.5/10

May 18, 2014

แวมไพร์ปลุกวิญญาณ - Rises The Night (The Gardella Vampire Chronicles #2)



สำนักพิมพ์ :
แก้วกานต์

ผู้เขียน : Colleen Gleason

ผู้แปล : เฟิร์น

เรื่องย่อ

เลดี้วิกตอเรีย การ์เดลลา แกรนท์เวิร์ธ เดอ เลซี เป็นนักล่าแวมไพร์มากว่าหนึ่งปีแล้ว การช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นภัยปิศาจร้ายดูดเลือดทำให้เธอต้องพบกับความสูญเสีย แต่เธอก็ยังมุ่มั่นที่จะปราบแวมไพร์ต่อไป

ที่อิตาลี เนดัส แวมไพร์ผู้ทรงอำนาจกำลังรวบรวมพลังเพื่อควบคุมวิญญาณคนตาย หากเขาทำสำเร็จก็จะสร้างกองทัพปิศาจขึ้นมาครองโลก ยูสเตเซียกับวิกตอเรียจึงมุ่งหน้าไปอิตาลีเพื่อยับยั้งแผนการร้าย

วิกตอเรียต้องพึ่งพาเซบาสติยง วิโอเฌต์ให้ช่วยเหลือ แต่เขาเป็นคนไม่น่าไว้ใจ ไม่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยู่ข้างไหน อย่างไรก็ตาม เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ เพราะนับจากนี้ไป เธอจะได้เป็นอิลลา การ์เดลลา ผู้นำของนักล่าแวมไพร์...

REVIEW

หลังจากการสูญเสียของวิกตอเรีย นักล่าแวมไพร์ก็ใช้เวลาไปกับการไว้ทุกข์ให้กับสามีของเธอ หนึ่งปีผ่านไป ... วิกตอเรียตามล่าแวมไพร์เหมือนกันอย่างที่หล่อนเคยทำ และนั่นทำให้หล่อนได้เบาะแสของสมาคมมนุษย์ที่บูชาเทิดทูนเหล่าแวมไพร์ จนโยงไปถึงเรื่องราวของเนดัส แวมไพร์ชั่วร้ายที่วางแผนจะสร้างกองทัพวิญญาณคนตายขึ้นมาเพื่อครองโลก

วิกตอเรียเดินทางไปอิตาลีเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องนี้ หล่อนทำงานคนเดียวที่นั่น และเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดด้วยซ้ำ เมื่อเซบาสติยงยื่นมือมาช่วยหล่อน ความสัมพันธ์ที่ครุมเครือระหว่างสองคนก็บังเกิดขึ้น แม้ว่าวิกตอเรียจะยังอาลัยฟิลลิปอยู่ แต่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับเซบาสเตียน ความปราถนาระหว่างคนทั้งคู่ก็เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้

แม็กซ์หายตัวไปไร้การติดต่อเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว ล่าสุดมีคนบอกว่าเห็นเขาอยู่ที่อิตาลี เมื่อภารกิจนำพาให้วิกตอเรียได้พบกับแม็กซ์อีกครั้ง คราวนี้เขาเปลี่ยนไป เย็นชา และไม่สนใจหล่อนเช่นเคย วิกตอเรียคิดว่าต้องมีสาเหตุเปลี่ยนเขาให้เป็นเช่นนี้ แม็กซ์บอกความจริงกับวิกตอเรียว่าที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะว่าเขาทำข้อตกลงกับลิลลิธให้ปล่อยเขาจากการครอบงำถ้าเขาเข้าร่วมกับทูเทลลา(กลุ่มมนุษย์ที่สนับสนุนและปกป้องแวมไพร์)

เมื่อเนดัสวางแผนที่จะใช้โอเบลิสก์สร้างกองทัพปิศาจของเขาขึ้นมาจากวิญญาณคนตาย วิกตอเรียจึงต้องเข้าไปขัดขวางโดยมีเซบาสติยงเป็นกองหนุน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก้าวหน้าจนกระทั่งวิกตอเรียตัดสินใจมีอะไรกับเขา เมื่อหล่อนเข้าไปถึงโรงโอเปร่า สถานที่ที่ใช้ในการปลุกวิญญาณตาย วิกตอเรียพบแม็กซ์ และเขาสังหารคุณยายยูสเตเซียของเธอ แม็กซ์หักหล่อนหล่อน ! แต่ดูเหมือนว่าจะมีเหตุผลให้เขาทำแบบนั้นใช่หรือเปล่า

แม็กซ์แฝงตัวเข้ามาในทูเทลลาโดยหวังที่จะทำลายโอเบลิสก์ และเขาก็ทำได้ในที่สุดโดยอาศัยการเสียสละของคนที่เขารักและไว้ใจ คุณยายยูสเตเซีย นั่นทำให้เขาตัดสินใจจบชีวิตลง แต่วิกตอเรียกลับช่วยชีวิตของแม็กซ์ออกมาได้สำเร็จในตอนท้าย เขาจึงตัดสินใจหายตัวไป และวิกตอเรียได้ขึ้นเป็นผู้นำของนักล่าแวมไพร์ในที่สุด .. เล่มนี้ปวดตับมาก ครึ่งเล่มแรกไม่ค่อยมีประเด็นรักๆใคร่ๆนอกจากเซบาสติยงที่ดูเหมือนไม่มีจุดประสงค์ชัดเจนว่าต้องการอะไรในตัววิกตอเรีย เนื้อเรื่องต่อยอดจากเล่มที่แล้วโดยลิลลิธยังไม่ถูกกำจัดและเล่มนี้มีศัตรูใหม่เพิ่มเข้ามา ซึ่งทำให้รู้สึกว่าการเป็นนักล่าแวมไพร์นี่มันช่างท้อแท้เหลือเกิน ฝ่ายศัตรูมีเป็นกองทัพ แต่ฝ่ายนางเอกขาดแคลนคน แถมนางเอกยังเป็นเด็กใหม่เสียอีก พาลเอาคนอ่านรู้สึกท้อตามและไม่อยากอ่านเอาง่ายๆ ตอนจบที่คุณคุณยายยูสเตเซียเสียสละตัวเองเพื่อให้แม็กซ์ได้รับความไว้วางใจพอที่จะเข้าร่วมกับเดนัสและมีโอกาสทำลายโอเบลิสก์อีก โอ๊ย ! ไม่ได้ซึ้งกับการเสียสละของตัวละครเลยนะ แต่ระเหี่ยใจมากกว่าว่า ทำเพื่อ ?

คะแนน 6.5/10

May 17, 2014

ดรุณีนักล่า - The Rest Falls Away (The Gardella Vampire Chronicles #1)


สำนักพิมพ์ : แก้วกานต์
ผู้เขียน : Colleen Gleason
ผู้แปล : เฟิร์น

เรื่องย่อ
ในสังคมชั้นสูงของลอนดอน ศตวรรษที่ 19 มีปิศาจแวมไพร์กระหายเลือดอยู่ปะปนกับผู้คนคอยเล่นงานหญิงสาวที่เพิ่งเปิดตัวเข้าสู่วงสังคมและขุนนางหนุ่มสำอาง หากไม่มีนักล่าแวมไพร์ตระกูลการ์เดลลา เหล่าผีดิบคงจะครองโลกไปนานแล้ว

คนทุกรุ่นในตระกูลการ์เดลลาจะมีคนหนึ่งที่ถูกเรียกมารับประเพณีสืบทอด และครั้งนี้ วิกตอเรีย การ์เดลลา แกรนท์เวิร์ธ ถูกเลือกให้รับหน้าที่นักล่าแวมไพร์ มันเป็นความท้าทายและน่าตื่นเต้นสำหรับเธอ

เมื่อวิกตอเรียพบรักกับมาร์ควิสแห่งร็อคลีย์ หนุ่มโสดเนื้อหอมที่สุดของลอนดอน เธอก็เชื่อมั่นว่าเธอสามารถเป็นทั้งนักล่าปิศาจและภรรยาของท่านมาร์ควิสได้ ทว่านั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเมื่อเธอเผชิญหน้ากับราชินีแวมไพร์ผู้โหดร้าย เธอจึงจำเป็นต้องเลือกระหว่างหน้าที่และความรัก...

REVIEW

เล่มนี้เป็นเกี่ยวกับนักล่าแวมไพร์อีกเช่นเคย (ช่วงนี้อ่านแต่ Paranormal อิอิ)

วิกตอเรียคือสาวงามที่กำลังจะเปิดตัวเข้าสู่สังคมครั้งแรกในชีวิตของหล่อน แต่ความฝันทำให้หล่อนต้องผันตัวไปเป็นนักล่าแวมไพร์ และนั่นทำให้ชีวิตธรรมดาๆของหล่อนดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เมื่อยามค่ำคืนหล่อนต้องออกล่าแวมไพร์

เมื่อภารกิจแรกของวิกตอเรียคือการสังหารแวมไพร์ในงานเปิดตัวสู้สังคมขอหล่อน ทำให้หล่อนได้รู้ความลับของเหล่าแวมไพร์ และได้พบกับแม็กซ์ นักล่าแวมไพร์ที่เงียบขรึมแต่ปากร้าย

ฟิลลิป คือมาร์ควิสรูปงามที่หลงรักวิกตอเรียมาตั้งแต่เด็กๆ เขากำลังจะแต่งงานกับหล่อน แต่กลับเกิดเรื่องเสียก่อนเมื่อวิคตอเรียแอบนัดพบกับเซบาสติยงลับๆ ทำให้ฟิลลิปสะกดรอยตามไป และตอนนั้นทำให้วิกตอเรียรู้ว่าชีวิตนักล่าแวมไพร์กับหญิงสาวธรรมดาที่หล่อนวาดไว้จะไม่มีทางมาบรรจบกันได้เสียแล้ว

ความเสียหายของใหญ่ลวงบังเกิดขึ้นในชีวิตของวิกตอเรีย เมื่อหล่อนตัดสินใจสารภาพความจริงกับฟิลลิป สามีหมาดๆของหล่อนว่าหล่อนเป็นนักล่าแวมไพร์ นั่นทำให้เขายิ่งต้องค้นหาความจริงและลากตัวเองไปสู่กับดัก เขาถูกลิลิธเปลี่ยนให้เขากลายเป็นแวมไพร์ และนั่นคือจุดจบอันย่อยยับของชีวิตทั้งคู่ ... วิกตอเรียตัดสินใจฆ่าฟิลลิป ผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดในตอนสุดท้าย

เป็นหนังสือที่อ่านได้เรื่อยๆ เนื้อเรื่องดำเนินช้าในช่วงแรกๆจนอ่านแล้วจะหลับหลายรอบ แต่ความขลังของหนังสือเล่มนี้มันอยู่ตรงที่ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ดูเหมือนจะคลุมเครือและไม่ชัดเจนในบางแง่มุมทำให้เราคาดเดาไปต่างๆนานาว่าแม็กซ์นั้นแอบหลงรักวิกตอเรียหรือเปล่า รวมถึงความรู้สึกของเซบาสติยงที่มีให้กับวิกตอเรียนั้นเป็นของจริงหรือไม่ ทำให้ความเข้มข้นของความสัมพันธ์ตัวละครน่าสนใจกว่าเนื้อเรื่องหลักเสียอีก

ไม่ค่อยชอบตอนจบที่ทำร้ายจิตใจคนอ่านเบาๆ ฟิลลิปคือผู้ชายที่มีค่าและวิกตอเรียรักมากที่สุด แต่หนังสือก็จบได้แบบ ... เข้าใจว่าผู้เขียนต้องการจะให้เห็นการพัฒนาและการตัดสินใจของวิกตอเรียในเล่มถัดไปแน่ๆ

คะแนน 7.5/10

May 14, 2014

ปราถนาซาตาน - Covet ( Fallen Angels #1)


สำนักพิมพ์ : เกรซ
ผู้เขียน : J.R.WARD
ผู้แปล : พิชญา

เรื่องย่อ

‘การไถ่บาป’ ไม่ใช่คำที่จิม เฮรอน อดีตคนงานก่อสร้างและมือสังหารจะรู้จักมักคุ้นมากนัก...เมื่อความชำนาญพิเศษของเขาคือการแก้แค้น และสำหรับเขาแล้ว บาปเป็นเสมือนญาติสนิท
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อเขากลายมาเป็นเทวดาตกสวรรค์ และได้รับมอบหมายให้กอบกู้ดวงวิญญาณของมนุษย์เจ็ดคนให้พ้นจากบาปร้ายแรง ซึ่งความล้มเหลวไม่อยู่ในตัวเลือก
วิน ดิเปียโตรทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจ....จนกระทั่งโชคชะตาก้าวเข้ามาในรูปของผู้ช่วยเหลือบนรถฮาร์เลย์ที่พูดจาห้วนกระด้าง กับหญิงสาวที่ทำให้เขานึกสงสัยในโชคชะตาของตัวเอง และเมื่อมีปีศาจร้ายจ้องจะครอบครองเขา วินจึงต้องร่วมมือกับเทวดาตกสวรรค์ ไม่เพียงเพื่อให้ได้คนรักมาครอบครองเท่านั้น...แต่เพื่อไถ่บาปให้กับวิญญาณของตัวเองด้วย

(ปกนิยายฉบับอังกฤษ)


REVIEW
โครงเรื่องเล่มนี้น่าสนใจมาก แถมฉากหลังยังเป็นฉากเดียวกับหนังสือชุด 'ภราดรผู้พิทักษ์' อีกด้วย (ไม่อ่านไม่ได้แล้วนะเล่มนี้)

จิม เฮรอนถูกเลือกโดยทั้งฝ่ายเทวดาและปีศาจเพราะเขามีทั้งความดีและความชั่วอยู่ในตัวเท่าๆกัน เขาคือคนสำคัญที่จะตัดสินวิญญาณทั้งเจ็ดดวงที่อยู่ในสองทางแยกในชีวิตของพวกเขาระหว่างความดีและความเลว นี่คือสงคราม ... ที่เป็นตัวตัดสินการอยู่รอดของสวรรค์และนรก หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ อีกฝ่ายจะสูญสลายหายไปตลอดกาล

วิน ดิเปียโตรคือชายหนุ่มผู้ร่ำรวยมั่งคั่ง ในคืนที่เขากำลังจะขอแฟนสาวขอเขา เดวิน่าแต่งงาน เดวิน่ากลับไปใช้ชีวิตยามราตรีและมีเซ็กส์อยู่กับจิม เฮรอน และนั่นทำให้เรื่องทั้งหมดซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเมื่อจิมฟื้นคืนชีพขึ้นมาหลังจากที่เขาได้รับภารกิจช่วยเหลือมนุษย์ทั้งเจ็ดคนและบุคคลรายแรกที่เขาต้องช่วยก็คือวิน ดิเปียโตร

มารี-เทเรส หญิงสาวโสเภณีที่มีฝันร้ายจากสามีเก่าของเธอตามหลอกหลอน ลูกชายของหล่อนถูกสามีพาตัวไป หลังจากหล่อนพาลูกชายกลับมาอยู่ด้วยพร้อมภาระค่าใช่จ่ายอันหนักอึ้ง หล่อนก็ผันตัวไปเป็นโสเภณีทั้งๆที่หล่อนไม่ชอบแบบนี้เลย

วินาทีที่มารี-เทเรสสบตากับวิน ดิเปียโตร เกิดกระแสของความปราถนาขึ้นระหว่างสองหนุ่มสาว เขารู้ว่าคนที่เขารอคอยมาตลอดคือผู้หญิงคนนี้ เขาตั้งใจจะตัดความสัมพันธ์กับเดวิน่า แต่ดูเหมือนเรื่องจะไม่ได้จบลงง่ายๆเมื่อเดวิน่าแจ้งตำรวจจับวินข้อหาที่เขาทำร้ายร่างกายหล่อนตอนหล่อนพยายามจะสารภาพกับเขามีก่อนหน้านี้หล่อนนอนกับจิมมาแล้ว

จะเป็นไปได้อย่างไร ? เมื่อวินใช้เวลาทั้งคืนอยู่กับมารี-เทเรส ทั้งคู่มีเซ็กส์กัน แต่เมื่อจิมรู้ความจริง เขาสะกดรอยตามเดวิน่าไปและเขาพบความจริงที่ว่าเดวิน่าเป็นปีศาจและเพื่อนสนิททั้งสองคนที่อยู่รอบกายเขาเป็นเทวทูตที่จะมาช่วยเขาในการทำภารกิจนี้

ย้อนความกลับไปเมื่อหลายปีก่อน วิน ดิเปียโตรคือเด็กหนุ่มผิดแปลกที่มีพลังงานวิเศษอยู่ในตัว เขาสามารถมองเห็นอนาคตได้และนั่นทำให้เขาไม่เป็นที่ยอมรับของเพื่อนที่โรงเรียน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจให้ร่างทรงคนหนึ่งช่วยเขา และตอนนั้นคือครั้งแรกในชีวิตที่ ... วิน ดิเปียโตรทำสัญญาข้อผูกมัดกับปีศาจ

ชีวิตของวินแขวนอยู่บนเส้นด้าย เดวิน่ามีแหวนที่เขาเคยคิดจะขอหล่อนแต่งงาน ดังนั้นจิมและเหล่าเทวทูตต้องทำการหยุดยั้งเดวิน่าและช่วยเหลือวิน วินกลับไปที่บ้านเก่าของเขา ที่นั่นเขาได้ทำพิธีชำระล่างจิตวิญญาณของเขาให้บริสุทธิ์ ความชั่วร้ายที่เคยตกลงทำพันธสัญญากับปีศาจได้ถูกขจัดปัดเป่าออกไป

จิมทำภารกิจแรกของเขาได้สำเร็จ เทวดาเป็นฝ่ายมีชัยไปในครั้งนี เหลือวิญญาณอีก 6 ดวงที่เขาต้องช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาในการตัดสินใจในชีวิตไปให้ได้

ตอนแรกเราอ่านเรื่องนี้แล้วคิดว่า ภราดรผู้พิทักษ์สนุกกว่าตั้งเยอะ พอเนื้อเรื่องดำเนินไปได้ครึ่งทาง ความลุ้นกระทึกและความ HOT ของเนื้อเรื่องก็ทำให้เรารีบอ่านจนจบในที่สุด เนื้อเรื่องตื่นเต้นระทึกขวัญ ประทับใจ แม้ว่าจะไม่ได้ลึกลับซับซ้อนและแฟนตาซีเหมือนภราดร แต่เราถือว่าหนังสือเล่มนี้กำราบเราได้อยู่หมัดจริงๆ อ่านเพลิน อ่านสนุกมากกกกกกกก อ่านจบแล้วอยากอ่านเล่มต่อไปเลย

คะแนน 9.5/10

นางฟ้าไขลาน - Clockwork Angel (The Infernal Devices #1)


สำนักพิมพ์ : อิ่มอ่าน
ผู้เขียน : คาสซานดร้า แคลร์
ผู้แปล : ปติมา รัชตะวรรณ

เรื่องย่อ
เมืองในหมอก เมืองในเงา เมืองที่เทสซ่า เกรย์สาวน้อยจากนิวยอร์กไม่เคยคุ้น เมื่อต้องตกไปอยู่ในโลกที่แปลกแตกต่าง โลกของนักล่าเงา โลกของพ่อมดแม่มด มนุษย์หมาป่า ค้างคาวผีดูดเลือด เทสซ่าจะเข้าใจ ทำใจรับ และตั้งใจเอาตัวรอดไปได้อย่างไร ติดตามได้จาก นางฟ้าไขลาน เรื่องแรกในซีรีส์ใหม่ เงารัตติกาล ที่จะพาไปลุ้นระทึก ร่วมผจญภัยด้วยกันในโลกนักล่าเงาอันลึกลับ ลี้ลับ ชวนฉงนไม่รู้วาย

REVIEW

เทสซ่าเดินทางมาลอนดอนเพื่อตามหาพี่ชายและถูกจับตัวไป เธอถูกช่วยเหลือโดยเหล่านักล่าเงาและก้าวเข้าสู่โลกแห่งใหม่ซึ่งเธอไม่รู้จักมาก่อน พรสวรรค์การเปลี่ยนร่างเป็นใครก็ได้ของเธอเป็นที่สงสัยของเหล่านักล่าเงา ภายใต้ม่านหมอกแห่งมหานครลอนดอน ที่ซึ่งเป็นโลกใหม่ที่เธอไม่เคยเผชิญมาก่อน ปริศนาการหายตัวไปของพี่ชายคือสิ่งที่เทสซ่าต้องค้นหาให้พบ

ภัยคุกคามของเทสซ่าถภายใต้ชื่อของ 'ใต้เท้า' คือหุ่นจักรกลที่ถูกออกคำสั่งมาให้จับตัวเธอไป ภายใต้หน้ากากของผู้ที่ประสงค์ร้ายต่อเธอ คือกลลวงที่หลอกล่อให้เทสซ่าและพ้องเพื่อนนักล่าเงาต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อรักษาโลกของเนฟิลิมเอาไว้ให้ได้

หนังสือเล่มนี้ตอนต้นเรื่องเนื้อหาน่าสนใจมาก แต่พออ่านๆไปแล้วก็เริ่มรู้สึกเบื่อ ด้วยสำนวนการแปลที่อ่านแล้วมึน ไม่ได้อรรถรสเลย ทำให้เนื้อเรื่องดีๆของหนังสือเล่มนี้สูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย การใช้คำที่ไม่เหมาะกับท้องเรื่องที่เป็น Historical แม้ว่าทางบก.จะเกริ่นไว้ในบทนำว่าพยายามปรับคำให้เข้ากับท้องเรื่องแล้ว แต่เราก็ยังสงสัยอยู่ว่า "นี่พยายามแล้วหรอ ?"

แอบผิดหวังเบาๆกับหนังสือเล่มนี้ ไม่ค่อยชอบคาแรคเตอร์ของพระเอกทั้งสองคนด้วย เหมือนจะพยายามให้เป็นรักสามเศร้า แบบมีคาแรคเตอร์ทั้งสองคนดู Contrast กันยังงั้น ประมาณเทวดากับซาตาน (?) ถ้าจะอ่านเล่มต่อไปเราคงซื้อต้นฉบับภาษาอังกฤษอ่านแล้วอะ นี่เราว่าสำนวนการแปลแย่ยิ่งกว่าเมืองกระดูกอีกนะ อ่านแล้วมึนมากมาย เว้นวรรคชวนปวดหัวเป็นช่วงๆ แต่เราชอบหักมุมตอนท้ายเรื่องนะ แม้ว่าตอนจบจะตายกันระเนระนาดมากมายก่ายกองขนาดนี้ (เสียดายโธมัส T^T) ส่วนอีตาวิลก็ผีเข้าผีออกอยู่นั่นแหละ อ่านแล้วรำคาญคาแรคเตอร์นี้กับเจสซามีนมากสุด

คะแนน 6.5/10

May 13, 2014

รักต้องมนตรา - Enchanting the Lady (Relics of Merlin #1)



สำนักพิมพ์ : เกรซ
ผู้เขียน : Kathryne Kennedy
ผู้แปล : กัญชลิกา

เรื่องย่อ

ในโลกหนึ่งที่เวทมนตร์คาถาปกครองทุกสิ่งทุกอย่าง เฟลิซิตี้ ซีมัวร์ไม่สามารถใช้แม้กระทั่งเวทมนตร์ง่ายๆ ถ้าหล่อนไม่ผ่านการทดสอบ หล่อนจะต้องสูญเสียบรรดาศักดิ์ดัชเชส...และหมดหวังที่จะได้แต่งงาน แต่ดูเหมือนว่าผู้ชายคนหนึ่งไม่รังเกียจการที่หล่อนไม่มีเงินติดตัว...บารอนเน็ตรูปงามลึกลับผู้ที่ขับไล่สาวงามที่เหลือทั้งหมดในสังคมลอนดอนให้อยู่ห่างไกลเขา เซอร์เทอเรนซ์ แบล็คเวลล์รู้ว่าผู้หญิงทรงเสน่ห์น่าหลงใหลตรงหน้าเขาไม่ใช่ว่าจะไม่มีเวทมนตร์เสียเลยทีเดียว เพราะหล่อนไม่เพียงทำให้เขาสิ้นฤทธิ์ด้วยนัยน์ตาสีม่วงอ่อนแสนสวยของหล่อนเท่านั้น แต่ร่างสิงโตของเขาได้กลิ่นพลังเร้นลับบนตัวหล่อนด้วย...กลิ่นประเภทเดียวกับหินอาคมโบราณที่ฆ่าพี่ชายของเขา หล่อนเป็นผู้ใช้มัน หรือว่ามีใครใช้มันทำร้ายหล่อน คนหนึ่งจำเป็นต้องมีสามี อีกคนหนึ่งต้องการคำตอบ แต่ต้องอยู่ด้วยกันเท่านั้นทั้งคู่จึงจะพบเวทมนตร์ที่ทรงฤทธิ์ที่สุด...นั่นคือรักแท้

REVIEW
เฟลิซิตี้ คือสาวน้อยที่ไม่มีความสามารถอะไรเลย เธอรักษาบรรดาศักดิ์ของพ่อแม่เธอเอาไว้ไม่ได้ เพราะเธอไม่มีพลังอำนาจเวทมนตร์ใดๆ

เซอร์เทอเรนซ์ สิงโตหนุ่มรูปงาม เห็นว่าเฟลิซิตี้สวยงามเพียงใดในสายตาของเขา เขาไม่สนใจว่าหล่อนจะไม่มีเงินติดตัวหรือไม่มีเวทมนตร์ นอกจากนั้นแล้วเทอเรนซ์ยังทำหน้าที่ตามหาหินอาคมโบราณ เขาได้กลิ่นของมันทันทีที่เขาพบเจอหล่อน

เซอร์เทอเรนซ์เข้าถึงตัวเฟลิซิตี้ด้วยการพยายามจีบหล่อน เขาได้เบาะแสของหินอาคมโบราณทั่วบ้านของหล่อน เขาเปลี่ยนร่างเป็นสิงโตในยามราตรีเพื่อปกป้องหล่อนและสัมผัสหล่อนอย่างเร่าร้อน

จนกระทั่งทั้งคู่ตกหลุมรักกันและแต่งงานกัน ความรักมีความสำคัญเหนือการตามล่าหินอาคมโบราณ เฟลิซิตี้ถูกน้าสาวและน้าขายของหล่อนจับตัวไป เซอร์เทอเรนซ์จึงออกตามหาหล่อนจนเจอและค้นพบว่าตามหลายปีที่ผ่านมาเฟลิซิตี้ถูกหินอาคมโบราณถึงพลังเวทมนตร์ของเธอไปจนหมด นั่นเลยทำให้เธอไร้ความสามารถใดๆตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และน้าสาวของเธอคือคนร้ายที่ครอบครองหินอาคมโบราณนั่น

เฟลิซิตี้จัดการทำลายอาคมที่ครอบงำตัวหล่อนได้ในที่สุดและกลับมาใช้ชีวิตกับเซอร์เทอเรนซ์อย่างสงบสุขโดยไร้ซึ่งบรรดาศักดิ์ใดๆในบ้านอันแสนอบอุ่นของเขา ...

โครงเรื่องน่าสนใจดีสำหรับเรื่องนี้ แถมเรายังชอบนิสัยของเซอร์เทอเรนซ์มาดๆด้วย แต่เนื้อเรื่องไม่ค่อยละเมียดละไมเลยเวลาอ่าน เหมือนมันเร่งๆยังไงก็ไม่รู้ ทำให้ไม่ค่อยอินตามเท่าไร แถมเรายังแอบรำคาญด้วยเวลาตอนที่เฟลิซิตี้เรียกมังกรของเธอว่าลูกอย่างนั้นลูกอย่างนี้

เนื้อเรื่องน่าจะมีเยอะกว่านี้ แล้วก็เพิ่มประเด็นเข้าไปอีกสักหน่อย น่าจะทำให้หนังสือเล่มนี้สนุกขึ้นก็ได้นะ

คะแนน 7.5/10

May 10, 2014

The King (Black Dagger Brotherhood #12)



ชื่อเรื่อง The King
จากชุด Black Dagger Brotherhood
ผู้เขียน : J.R.WARD
สำนักพิมพ์ : New American Library

เรื่องย่อ

Long live the King

After turning his back on the throne for centuries, Wrath, son of Wrath, finally assumed his father's mantle--with the help of his beloved mate. But the crown sets heavily on his head. As the war with the Lessening Society rages on, and the threat from the Band of Bastards truly hits home, he is forced to make choices that put everything--and everyone--at risk. Beth Randall thought she knew what she was getting into when she mated the last pure blooded vampire on the planet: An easy ride was not it. But when she decides she wants a child, she's unprepared for Wrath's response--or the distance it creates between them. The question is, will true love win out... or tortured legacy take over?

REVIEW

เล่มนี้จะมีเรื่องของราธรุ่นพ่อกับเชลแลนของเขาแทรกเป็นระยะๆ โรแมนติคน่ารักมากๆเลยคู่นี้

ราธ บุตรแห่งราธใช้ชีวิตภายใต้ภาระอันหนักอึ้งแห่งการเป็นราชาของเผ่าพันธุ์ร่วมกับเชลแลนของเขา เบธ แต่ราธไม่รู้เลยว่าเบธปราถนาจะมีลูกขนาดไหน เบธใช้เวลาส่วนมากในการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเลย์ล่าและหวังลึกๆว่าช่วงเวลาต้องการของตนจะมาถึงโดยเร็ววัน

ทางด้านของคอร์ ... เขาได้วางแผนการณ์ใหม่ เพราะหนอนบ่อนไส้ในกลิเมร่าคนก่อนถูกแอลเซลฆ่าตายไปแล้ว คราวนี้เขาจึงมีจุดประสงค์ใช้กฎหมายฉบับเก่าเล่นงานราธเรื่องที่เขาแต่งงานกับเบธ หล่อนเป็นลูกครึ่งแวมไพร์ ดังนั้นทายาทของราธจะไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์ ซึ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะครองบัลลังก์ตามหลักของกฎหมาย เหลือเพียงแค่ว่า ... คอร์ต้องใช้เสียงของสมาชิกกลิเมร่าถึงจะสามารถโค่นบัลลังก์ราธได้ ดังนั้นเขาจึงออกข่มขู่ผู้คนให้ออกเสียงต่อต้านราธเพื่อล้มบัลลังก์ตามที่เขาต้องการ

May 9, 2014

เสน่หารอยอดีต - The Pagan Stone (Sign of Seven Trilogy#3)


สำนักพิมพ์ : เพิร์ล
ผู้เขียน : Nora Roberts
ผู้แปล : จรรย์สมร รัตนชาตะ

เรื่องย่อ

"หินสีเลือด...หรือศิลาเพเกินซึ่งแตกออกมาจากศิลาอัลฟา...จะช่วยทำลายความมืด ความชั่วร้าย และปีศาจลงได้ ถ้าแทงเข้าตรงหัวใจของมัน..."

ในที่สุดภาพฝันอันโหดร้าย ภาพนิมิตของเลือดและไฟ เหตุการณ์รุนแรงของวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดก็เริ่ม รุกไล่เพื่อนร่วมสาบานทั้งสาม รวมทั้งกลุ่มหญิงสาวอีกสามคนที่ชะตาชีวิตถูกลิขิตให้เข้ามาผูกพันกัน... แต่พรหมลิขิตที่ร้อยรัดผูกโยงเกจกับซีบิลไว้ไม่อาจกำหนดความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้ เพราะพวกเขา ต่างปรารถนาให้ครรลองแห่งรักดำเนินไปตามเงื่อนไขของหัวใจตัวเอง

REVIEW

อีก 2 เดือนจะถึงวันชี้ชะตา ...

เกจ และ ซีบิล สองหนุ่มสาวคู่สุดท้ายที่ชะตาชีวิตนำพาให้มาเกี่ยวข้องกับการไขปริศนาเพื่อหาวิธีกำจัดปีศาจที่ฮอว์กินส์ ฮอล์โลว์ แต่มันไม่ง่ายเลยเมื่อทั้งคู่ไม่ใช่คนประเภทที่ว่าชอบให้ชะตาลิขิตเส้นทางที่เดิน พวกเขาล้วนอยากเลือกชีวิตของตัวเองกันทั้งนั้น รวมถึง ... เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะตกหลุมรักกันเองเหมือนกับคู่ของคาล-ควินน์ ฟ็อกซ์-เลย์ล่า

แต่แรงปราถนาที่ดึงดูดระหว่างเกจและซีบิลกลับผลักดันให้เขาและเธอต้องร่วมเดินทางสายเดียวกัน ขณะที่ภัยร้ายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนถึงขนาดก่อให้เกิดบาดแผลความเจ็บปวดทางกายได้จริงๆ ไม่ใช่ภาพลวงตาอีกต่อไป เบาะแสที่ถูกซ่อนเอาไว้ถูกค้นพบ หนทางที่จะนำไปสู่การปกป้องเมืองคือเส้นทางเดินที่เขาทั้งหกคนต้องฝ่าฝันเพื่อไปให้ถึงในท้ายที่สุด

ศิลาเลือดที่เคยแตกออกเป็นสามส่วนบัดนี้ได้กลับมารวมเป็นชิ้นเดียวแล้ว แต่พวกเขายังไม่รู้วิธีการใช้กำจัดปีศาจ หากแต่พวกเขาต้องทำเมื่อวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดมาถึง ภาพนิมิตที่เกจและซีบิลเห็นคือความตาย ไม่มีใครรอดชีวิต แต่อนาคตคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ พวกเขามีทางเลือกและการเลือกครั้งนี้ของพวกเขามีคนหลายพันชีวิตในเมืองฮอว์กินส์เป็นเดิมพัน

เกจและซีบิลหาหนทางที่จะหลอกหล่อปีศาจโดยการจำลองสถานการณ์การทะเลาะเบาะแว้งกันให้ความโกรธเกรี้ยวทำพาปีศาจมาสู่หลุมพรางที่พวกเขาเป็นคนขุดไว้ เกจโดนปีศาจกัดและในขณะเดียวกันเขาก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับปีศาจได้เหมือนกัน นั่นทำให้เกจมีภูมิคุ้มกันพิษของปีศาจและถ่ายทอดมันสู่เพื่อนๆทั้งห้าคนของเขา

เกจกับซีบิลค้นพบวิธีการกำจัดปีศาจคือเกจต้องยอมเสียสละตัวเองเพื่อนำศิลาเลือดใส่เข้าไปในตัวของปีศาจ ภาพนิมิตที่ทั้งคู่เห็นคือเกจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาหลังจากฆ่าปีศาจสำเร็จแล้ว

เมื่อวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดมาถึง ทั้งหกคนเดินทางไปยังแท่นศิลาเพเกินเพื่อตัดสินชะตา ในขณะที่ภัยร้ายคุกคามเมืองขึ้นเรื่อยๆ การต่อสู้ระหว่างพวกเขาและปีศาจดำเนินไปถึงจุดสิ้นสุดเมื่อเกจเอาศิลาเข้าไปใส่ไว้ในตัวของปีศาจและฆ่ามันได้สำเร็จ แต่เกจไม่ตาย เพราะเดนต์ได้เสียสละตัวเองเพื่อให้เขาได้ไปอยู่กับแอนน์ ปีศาจเลยถูกกำจัดไปและเมืองฮอว์กินส์ ฮอล์โลว์ก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ในขณะที่เกจและซีบิลเริ่มเส้นทางเดินให้กับอนาคตของพวกเขาทั้งสองที่รออยู่เบื้องหน้า

เล่มนี้สนุกพอๆกับเล่มแรก แต่ความสัมพันธ์ตัวละครของเกจ-ซีบิล เราว่ายังเฉยๆสำหรับเรานะ เบื่อที่แต่ละฝ่ายงี่เง่าไม่ยอมพูดยอมจากันอยู่นั่นแหละ อ้ำๆอึ้งๆตลอดทั้งเล่ม ส่วนปริศนาก็ค่อยๆเฉลยๆมาในเล่มนี้ ตื่นเต้นดี แต่เราว่ายังไม่เท่าเล่มแรกที่เวลาปมปริศนาเผยมาทีละปม เรานี่ลุ้นตามเลย หลังๆนี่เริ่มเฉยๆเหมือนนอร่าพยายามจะยืดเยื้อเนื้อเรื่องยังไงชอบกล ทั้งๆที่มีปีศาจอยู่ตัวเดียว แถมภัยคุกคามก็ไม่ได้ซ้ำซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรมากมาย วิญญาณของแอนน์หรือบันทึกของแอนน์ก็แทงกั๊กกันอยู่นั่นแหละ บอกมาตรงๆก็หมดเรื่องละ ฮ่าๆ

คะแนน 8.5/10

May 8, 2014

ลิขิตรักรอยอดีต - The Hollow (Sign of Seven Trilogy#2)


สำนักพิมพ์ : เพิร์ล
ผู้เขียน : Nora Roberts
ผู้แปล : จรรย์สมร รัตนชาตะ

เรื่องย่อ

"เลือดของข้า เลือดของพวกเขา เลือดของเรา เลือดของมัน หนึ่งรวมเป็นสาม สามรวมเป็นหนึ่ง ความมืดกับความสว่าง เราขอทำการเซ่นสรวง เราขอปฏิญาณ"

วันที่เจ็ดเดือนเจ็ดกำลังรุกรานคืบคลานเข้ามาทุกที...พิธีเลือดก็กำลังอุบัติขึ้นอีกครั้ง เหตุการณ์ต่างๆ จะชักจูงชะตากรรมของเมืองฮอว์กินส์ ฮอลโลว์ไปในทิศทางใด... นอกจากนี้ ฟ็อกซ์ บี. โอเดลล์ กับ เลย์ล่า ดาเนลล์ จะทำเช่นไร เมื่อยังมิอาจจัดการกับความสัมพันธ์ และความสามารถพิเศษส่วนบุคคลของทั้งคู่ให้ลงตัวได้

ลิขิตรักรอยอดีต...เรื่องราวของความรัก ความผูกพัน และการต่อสู้กับอำนาจเหนือธรรมชาติ นวนิยายเปี่ยมเสน่ห์แฝงความลึกลับชวนติดตาม...พร้อมสานต่อตำนานความเข้มข้นแล้ว ณ บัดนี้


REVIEW

หายนะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ...

เลย์ล่า และ ฟ็อกซ์ พยายามหาทางที่จะภัยคุกคามเหล่านี้ เบาะแสที่เขายังมีอยู่คือพวกเขาทั้งหกต้องตามหาบันทึกที่หายสาบสูญไปของแอนน์ให้เจอ

เลย์ล่าไม่ยอมรับในพลังของตนเอง หล่อนกลัวสิ่งนั้นจะทำให้ชีวิตของหล่อนเปลี่ยนไป หล่อนเป็นคนเดียวที่มาเมืองนี้โดยไม่ได้ตั้งใจและหล่อนรู้ดีว่าชีวิตของหล่อนกำลังถอยห่างจากสิ่งนี้ นั่นจึงทำให้ฟ็อกซ์พยายามสอนเลย์ล่าให้ใช้พลังงานแห่งปัจจุบันที่สามารถอ่านจิตใจของสิ่งต่างๆได้เหมือนกับของเขา

อีกาคือภัยคุกคามที่ราวกับฝันร้ายของชาวเมืองฮอว์กินส์ ทั้งหกคนจึงรู้ดีว่าครั้งนี้มันรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพราะปีศาจมันสามารถลงมือทำร้ายผู้คนได้แล้ว เวลางวดเข้ามาทุกทีในขณะความลับในบันทึกของแอนน์ที่หายสาบสูญถูกค้นพบขึ้นมาโดยการรวมพลังกันของฟ็อกซ์และเลย์ล่า

เลย์ล่าประทับใจในตัวฟ็อกซ์ เหตุผลแค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่หล่อนจะยอมมีเซ็กส์กับเขาและเดินร่วมไปกับเขาในถนนสายนี้ แต่มันไม่ง่ายเลยเมื่อความสัมพันธ์ หน้าที่ และการต่อสู้ต้องเดินเคียงคู่กันไประหว่างทั้งสองคน พวกเขาจะจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างไร

หนุ่มสาวทั้งหกคนถูกเร่งงานหนักหน่วงยิ่งขึ้นจากปีศาจที่ครอบงำเมืองแห่งนี้ หนทางเดียวที่ทำได้คือหาหนทางต่อการสำหรับเจ็ดวันนรกที่กำลังใกล้เข้ามา เลย์ล่าจะทำอย่างไรเมื่อหล่อนปฏิเสธข้อเสนอของฟ็อกซ์ เขาอยากให้หล่อนย้ายมาอยู่ที่นี่กับเขา เขารักหล่อน แต่เลย์ล่าเลือกแบบนั้นไม่ได้ เมืองฮอว์กินส์ไม่ใช่ที่ที่หล่อนควรจะอยู่มาตั้งแต่แรก ...

สุดท้ายพวกเขาทั้งหกคนก็เดินทางกลับไปยังศิลาเพเกินเมื่อทำพิธีกรรมหาทางรวบชิ้นส่วนทั้งสามของศิลา แต่ปีศาจได้เข้ามาขัดขวางระหว่างทำพิธี ด้วยพลังใจของหนุ่มสาวทั้งหกคน พวกเขาก็สามารถทำให้ศิลาที่เคยแตกกระจายเป็นสามชิ้นกลับมารวมกันเป็นชิ้นเดียวได้สำเร็จ ... และนั่นคืออาวุธชิ้นสำคัญที่จะนำไปสู่การทำลายเจ้าปีศาจที่เป็นภัยร้ายของเมืองมาโดยตลอด

เล่มนี้สนุกน้อยกว่าเล่มแรก แถมความสัมพันธ์ของฟ็อกซ์-เลย์ล่ายังดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไรอ่ะ ไม่ค่อยมีความโรมานซ์เลย เหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวละครหลักๆก็ดูเหมือนจงใจจะใส่เพิ่มเข้ามาเพื่อให้เกี่ยวโยงกับเนื้อเรื่องหลักที่เกี่ยวกับปีศาจและอุปนิสัยลึกๆของตัวละคร ทำให้บางครั้งอ่านแล้วรู้สึกขัดใจว่ารู้สึกตัวละครดูลอยๆ สุดโต่งไปเป็นบางครั้งประมาณนั้น โดยเฉพาะฟ็อกซ์นะ ตอนแรกเราคิดว่าเป็นผู้ชายเรียบๆอารมณ์ขัน แต่ที่ไหนได้กลับเป็นผู้ชายที่มีน้ำใจ แต่มีปมเรื่องอดีตเกี่ยวกับคนรักเก่าของเขาที่ตายไปเมื่อเหตุการณ์นรกครั้งก่อน แถมยังจะมีเรื่องที่ฟ็อกซ์บริจาคสเปิร์มให้พี่สาวตัวเองที่เป็นเลสเบี้ยนแล้วอยากมีลูกอีก เรานี่แบบ ... ฮะ ! จำเป็นต้องเพิ่มเข้ามาด้วยหรอ บางอย่างมันดูขัดๆชอบกลอ่ะ บอกไม่ถูก

คะแนน 7/10

May 7, 2014

ปริศนารอยอดีต - Blood Brothers (Sign of Seven Trilogy#1)



สำนักพิมพ์ : เพิร์ล
ผู้เขียน : Nora Roberts
ผู้แปล : จรรย์สมร รัตนชาตะ

เรื่องย่อ

"ลูกหลานเอ๋ย สามส่วนจากหนึ่งเดียว ด้วยศรัทธา ด้วยความหวัง และด้วยความจริง ลำแสงหนึ่งผนึกเข้าด้วยกันเพื่อขับไล่ความมืด ข้าขอปฏิญาณไว้ ณ ที่นี้ว่าข้าจะไม่ลาลับจนกว่าจะถึงวันชี้ชะตา"

เมืองฮอว์กินส์ ฮอลโลว์ มีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 7 เดือน 7 ของทุก ๆ 7 ปี เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กชายสามคน...เคเลบ, ฟ็อกซ์ และเกจ... ซึ่งเกิดวันเดียว เดือนเดียว และปีเดียวกัน พากันไปฉลองวันเกิดที่ศิลาเพเกิน สถานที่เก่าแก่ซึ่งมีอดีตยาวนานย้อนหลังไปหลายร้อยปี แล้วปลดปล่อยปีศาจร้ายแห่งการทำลายล้างออกมาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อถึงเดือน 7 ของทุก ๆ 7 ปี เมืองฮอว์กินส์ ฮอลโลว์ จะแปรเปลี่ยนเป็นนรกนานถึง 7 วัน

ยี่สิบเอ็ดปีให้หลัง ตำนานท้องถิ่นเรื่องนี้ได้นำพา ควินน์ แบล็ก นักข่าวและนักเขียนสาวมาสู่เมืองต้องสาปแห่งนี้ ด้วยความหวังที่จะใช้เหตุการณ์สยองนี้เป็นหัวข้อผลงานชิ้นใหม่ของเธอ โดยหารู้ไม่ว่าอดีตได้เชื่อมโยงตัวเธอเข้ากับเมืองนี้จนเธอไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมแห่งอาถรรพณ์...รวมทั้งพรหมลิขิตแห่งรัก...


REVIEW

คาล , ฟ็อกซ์ , เกจ เกิดวันเดียว เดือนเดียว ปีเดียวกัน เมื่อวันเกิดครบรอบสิบปีของพวกเขามาถึง ทั้งสามคนตัดสินใจไปฉลองวันเกิดที่ศิลาเพเกิน และระหว่างที่ทั้งสามคนกรีดข้อมือสาบานเป็นพี่น้องกัน พวกเขาก็ปลดปล่อยปีศาจออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และนั่นทำให้เมืองฮอว์กินส์ ฮอลโลว์เกิดเหตุการณ์นรกแตกในทุกๆเจ็ดปี

ควินน์ แบล็ก มาหาข้อมูลเพื่อที่จะเขียนลงหนังสือของเธอที่ฮอว์กินส์ ที่นั่นทำให้เธอได้พบกับคาล ทั้งสองได้มีเวลาอยู่ด้วยกันในขณะที่สิ่งแปลกๆเกิดขึ้นรอบๆตัวทั้งสอง ไม่เพียงเท่านั้น เลย์ล่า หญิงสาวนางหนึ่งที่ถูกฝันร้ายตามหลอกหลอนจนเธอต้องพาตัวเองออกจากนิวยอร์คแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ฮอว์กินส์ยังเป็นอีกคนที่สามารถมองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติได้อีกด้วย

ปีศาจที่คุมคามเมืองแห่งนี้แข็งแรงขึ้นทุกทีในเวลาที่ผ่านไป ก่อนจะถึงวันที่ 7 เดือน 7 คาล , ฟ็อกซ์ , ควินน์ . เลย์ล่า ต้องช่วยกันหาจุดเชื่อมโยงทั้งหมดนี้ที่จะนำไปสู่หนทางในการยุติเรื่องทั้งหมดนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างคาลและควินน์พัฒนาขึ้นจนหญิงสาวเอ่ยบอกรักชายหนุ่ม แต่คาลทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่ใช่ตอนนี้ ในขณะที่ฝันร้ายกำลังจะมาเยือนเมืองนี้ในอีกไม่กี่คน เขาปล่อยให้ทั้งสองต้องเข้าไปเสี่ยงอยู่ตรงนั้นไม่ได้

ปมปริศนาค่อยๆเผยออกมาเรื่อยๆ เมื่อ เกจ และ ซีบิล เดินทางมายังเมืองแห่งนี้ ทั้ง 6 คนเริ่มมือกันประกอบภาพชิ้น่สวนปริศนาที่กระจัดกระจาย ทั้งภาพของความทรงจำของแอนน์ ฮอว์กินส์ที่ดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญสู่อะไรก็ตามที่พวกเขากำลังตามหาอยู่

... ชอบสไตล์การเล่าเรื่องของนอร่ามากๆ ที่ปริศนาค่อยๆเผยขึ้นทีละน้อยบวกกับกลิ่นอายระทึกขวัญระคนโรแมนติกของโทนเรื่องที่ยิ่งเพิ่มความน่าดึงดูดเข้าไปใหญ่ ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ค่อยๆเติบโตขึ้นตามกาลเวลาก็ทำได้ดี

แต่เราว่าเนื้อเรื่องเล่มนี้เหมือนดำเนินไปช้านิดนึง คล้ายๆว่านอร่าต้องการปูเนื้อเรื่องทั้งหมดภายในเล่มนี้เสียมากกว่า เพราะกว่าอะไรจะเข้าที่เข้าทางก็ปาไปเกือบครึ่งเล่มแล้ว แถมจุดไคลแม็กซ์ยังไปอยู่ท้ายๆเล่มแล้วก็มีไม่ค่อยเยอะเท่าไร

คะแนน 8/10

May 6, 2014

ลิขิตรักแวมไพร์ - Dark Needs at Night's Edge (Immortals After Dark #5)



ชื่อเรื่อง Dark Needs at Night's Edge
จากชุด Immortals After Dark
ผู้เขียน Kresley Cole
โรมานซ์ เหนือธรรมชาติ

แปลไทยโดย
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
ผู้แปล จิตอุษา

เรื่องย่อ

โฉมงามผมดำขลับผู้แสนเย้ายวนใจในความมืด... เนโอมี ลาแรส นักบัลเลต์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส จบชีวิตลงด้วยฝีมือคู่หมั้นของหล่อนเมื่อแปดสิบปีก่อน หล่อนกลายเป็นวิญญาณสาวสิงสู่อยู่ในคฤหาสน์ของตนเอง มีพลังอำนาจเหนือโลก คอยขับไล่ผู้รุกรานให้เตลิดหนี--จนกระทั่งถึงวันที่หล่อนเผชิญหน้ากับแวมไพร์ผู้แกร่งกร้าวที่ทำให้แม้แต่ปีศาจสาวอย่างเนโอมียังต้องหวั่นเกรง หนุ่มนักรบแวมไพร์ผู้ถูกความบ้าคลั่งเข้าครอบงำ... เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำร้ายผู้คนอื่น พี่ ๆ ของคอนราดจึงจองจำเขาไว้ในคฤหาสน์ร้างแห่งหนึ่ง แต่ ณ ที่นั้น มีอิสตรีผู้หนึ่งอยู่ด้วย--อิสตรีสาวแสนสวยที่เขาผู้เดียวเท่านั้นที่มองเห็น หล่อนมุ่งมั่นที่จะผลักดันเขาให้บ้าหนักขึ้น ทรมานเขาด้วยความปรารถนา แล้วทิ้งให้ร่างกายเขาทุกข์ทนอยู่กับราคะ อันร้อนแรง ดวงวิญญาณของเขาถูกฉีกทึ้งด้วยความต้องการ ที่จะได้หล่อนมาครอบครอง ทว่าต่อให้คอนราดพิชิตใจเนโอมีได้ ความชั่วร้ายมากมายก็ยังวนเวียนอยู่รอบตัวหล่อน เมื่อเขาหวนกลับไปเป็นจอมหฤโหดเพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองหล่อน เขาจะตกเป็นทาสของความต้องการอันดำมืดที่ซึมซาบอยู่ในตัวเขาหรือไม่...

REVIEW

เล่มนี้เป็นอีกเล่มที่สนุกมากๆในหนังสือชุดนี้ ...

แวมไพร์เป็นบ้ากับนักเต้นระบำเปลื้องผ้า แค่อ่านเรื่องย่อก็พอจะเดาได้แล้วว่าเนื้อเรื่องต้องสุดขั้วขนาดไหน

คอนราด รอธ สูญเสียการควบคุมตัวเนื่องจากเขาเป็นแวมไพร์ที่ดูดเลือดจากศพจนตายจนทำให้เขาได้ความทรงจำมากมายจากเหยื่อของเขา นั่นทำให้เขาจวนเจียนจะเป็นบ้า พี่น้องของเขาจึงจับเขามาขังไว้ที่คฤหาสน์อันเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณสาวนักเต้นบัลเลต์ที่ถูกฆาตกรรมไปเมื่อแปดสิบปีก่อน

เนโอมี ทุกข์ทรมานจากการที่วิญญาณของเธอยังวนเวียนอยู่ในคฤหาสน์ เธอออกไปไหนไม่ได้ พูดคุยกับใครไม่ได้เพราะไม่มีใครเห็นเธอ แต่เมื่อเธอได้เจอกับคอนราด เขาสามารถมองเห็นเธอได้ แต่ความบ้าคลั่งของเขายังมากเกินกว่าจะรับรู้ว่าเธอเป็นเพียงภาพหลอนของเขาหรือว่าเป็นสิ่งที่มีตัวตนอยู่จริงๆนอกเหนือจากนั้น

May 4, 2014

พลังรักหมาป่า - Wicked Deeds on a Winter's Night (Immortals After Dark #4)



ชื่อเรื่อง Wicked Deeds on a Winter's Night
จากชุด Immortals After Dark
ผู้เขียน Kresley Cole
โรมานซ์ เหนือธรรมชาติ

แปลไทยโดย
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
ผู้แปล จิตอุษา

เรื่องย่อ

จุมพิตเร่าร้อนของหล่อนหลอนใจเขา... หัวใจหมาป่าหนุ่ม โบเวน แมครีฟ แทบแหลกสลายเมื่อสูญเสียสตรีนางเดียว ที่มีความหมายต่อชีวิตเขา นักรบผู้ดุดันกลายเป็นคนเย็นชายิ่งกว่าเดิม ไม่เคยรับสตรีอื่นใดสู่เตียงของเขาอีกเลย...จนกระทั่งได้เผชิญหน้าอย่างร้อนระอุ กับแม่มดสาวสวย มาริเกต้า ศัตรูคู่แค้นของเขา หล่อนปลุกเพลิงปรารถนาที่ร้อนแรง ที่สุดของเขาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อความชั่วร้ายผนึกกำลังกันเล่นงานหล่อน โบเวนพบว่าตัวเขาต้องใช้พละกำลังและทักษะทั้งมวลเพื่อคุ้มครองชีวิตหล่อน สัมผัสอ้อยอิ่งของเขาคือสิ่งที่ไม่อาจต้านทานได้... เมื่อถูกปลดพลังชั่วคราว มารีจำใจต้องพักพิงหลบภัยอยู่กับศัตรูตัวแสบของหล่อน เล่าลือกันว่าไม่มีใครยั่วยวนหัวใจที่แข็งแกร่งสุดขีดของโบเวนได้เลย แต่แล้วไม่ช้า เพลิงพิศวาสก็แผดเผาสองหนุ่มสาว ถึงแม้การมีอนาคตร่วมกันคือฝันที่เป็นไปไม่ได้ แต่มารีเกรงว่าเขาไม่คิดที่จะปล่อยหล่อนไป ถ้าพวกเขาเอาชนะความชั่วร้ายที่อยู่ รอบตัวได้ หล่อนจะยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อผู้พิทักษ์ที่ดุดันอันตรายของหล่อนหรือไม่...

REVIEW

โบเวน สูญเสียคู่ครองของเขาไปเมื่อร้อยแปดสิบปีที่แล้ว และเมื่อเดอะไฮเป็นหนทางเดียวที่จะนำคู่ครองของเขากลับคืนมา เขาจึงต้องร่วมเข้าแข่งขันในครั้งนี้ ...

โบเวนได้พบกับมาริเกต้า และเขาคิดว่าหล่อนทำเสน่ห์ในเขาเมื่อเขาเกิดความต้องการในตัวหล่อนอย่างควบคุมไม่ได้ นั่นทำให้โบเวนขังหล่อนไว้ในถ้ำในขณะที่เขาออกไปแข่งขันและพ่ายแพ้ สูญเสียหนทางเดียวที่นำคู่ครองของเขากลับคืนมา

May 2, 2014

เกมล่าปริศนา ตอน วงกตมฤตยู - The Maze Runner (The Maze Runner#1)


สำนักพิมพ์ : Enter books
ผู้เขียน : James Dashner
ผู้แปล : แสงตะวัน

เรื่องย่อ

การตื่นนอนกลายเป็นฝันประหลาดน่ากลัว โทมัสลืมตาขึ้นมาพร้อมกับที่ความทรงจำทั้งหมดทั้งมวลสูญหายไป ในสถานที่ที่ไม่อาจทำความเข้าใจ รายล้อมด้วยเด็กหนุ่มวัยเดียวกันมากมายที่ต่างก็ไร้ความทรงจำ โทมัสเข้ามาเป็นสมาชิกรายล่าสุดของ ‘ทุ่ง’และต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ ‘ชาวทุ่ง’นับแต่นี้ กำแพงหินสูงเสียดฟ้าทั้งสี่ด้านเป็นดังปราการ แรกทีเดียวโทมัสเข้าใจว่ามันมีไว้ไม่ให้พวกเขาหลบหนี หากที่แท้แล้วมีไว้เพื่อกันไม่ให้ ‘บางอย่าง’ข้างนอกนั่นเข้ามาทำให้ทุ่งกลายเป็นนรกต่างหาก คืนแล้วคืนเล่าทางเดินด้านนอกขยับเคลื่อนไหว คืนแล้วคืนเล่าไม่ว่าใครเผลอล่วงล้ำออกไปไม่มีวันได้กลับมา คืนแล้วคืนเล่าก็ยังคงไม่อาจไขปริศนาใดๆ คืนแล้วคืนเล่าที่ความหวังว่าจะได้หนีออกจากโลกบ้าๆ นี้ไปค่อยๆ ริบหรี่ลง นอกกำแพงน่ากลัว... แต่โทมัสกลับมีความรู้สึกแรงกล้าว่าอยากออกไป และเขาไม่สามารถต้านทานสัญชาตญาณตัวเองได้เลย!

REVIEW

จะทำอย่างไร ... หากคุณถูกขังไว้ในเขาวงกตและความทรงจำของคุณสูญหายไปทั้งหมด ?

นั่นคือจุดเริ่มตอนของเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ เมื่อโทมัสคือเด็กหน้าใหม่ของ 'ทุ่ง' เขาไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และเขาเป็นใคร ? แต่ยังไงเขาก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่เขาวงกตแห่งนี้กับเด็กวัยเดียวกับเขา ผู้ที่ซึ่งไม่รู้อะไรเลยเหมือนกับเขา

มีปริศนาบางอย่างที่โทมัสสงสัยว่าทำไมแต่ละวันก่อนที่ประตูจะปิด มีเด็กหลายคนวิ่งกลับเข้ามาจากเขาวงกต และมีตัวอะไรอันตรายอยู่ข้างนอกนั่นกันแน่ !?

เมื่อโทมัสเริ่มที่จะเรียนรู้และมีเพื่อนที่ไว้ใจได้ เขาก็อยากเป็น 'นักวิ่ง' เพื่อสำรวจเส้นทางเขาวงกต เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใครและที่นี่คือที่ไหน ถ้าโชคดี ... เขาอาจจะหาทางออกออกจากที่นี่ก็เป็นไปได้

เมื่อการสำรวจเขาวงกตไม่รุกคืบไปไหน มีแต่อันตรายที่ต้องผจญ ตัวโศกาที่บุกทำลายสิ่งมีชีวิตในเขาวงกตจนเสียหาย และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็มาถึง เด็กสาวคนแรกและคนสุดท้ายถูกส่งตัวมายังเขาวงกตพร้อมกับความทรงจำที่ขาดๆหายๆของเธอและของโทมัส เด็กทั้งหมดของทุ่ง ... ต้องไขปริศนาให้ได้ว่าแท้จริงแล้วทั้งหมดนี้คืออะไร เขาวงกตมีทางออกไหม ? และพวกเขาจะจัดการอย่างไรกับอันตรายที่รายล้อมเข้ามา

เราว่าพล็อตเรื่องน่าสนใจมากๆเลยนะตอนได้อ่านครั้งแรก ... แต่โดยรวมแล้วเราให้หนังสือเล่มนี้อยู่เกรด B นะ เพราะว่าพล็อตเรื่องน่าสนใจแต่การเล่าเรื่องมีบางช่วงที่เราว่าเอื่อยๆไปหน่อย เนื้อหาแต่ละตอนก็สั้นมากๆ อ่านไปได้ 2-3 หน้าก็ขึ้นตอนใหม่ซะแล้ว เราว่าอารมณ์มันไม่ค่อยประติดประต่ออ่ะ

แถมตอนจบ ! ... ความลับของเขาวงกต เราว่านักอ่านหลายคนเดาได้แน่ๆ เพราะเราอ่านไปได้ไม่ถึงครึ่งเล่มด้วยซ้ำ เราก็เดาได้แล้วนะว่า เขาวงกตที่จริงคือการทดลองอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเด็กกลุ่มหนึ่งโดยมีการควบคุมตัวแปรและปัจจัยต่างๆ

บอกตรงๆว่าเราแอบเสียดายไอเดียของผู้แต่งมาก เราว่าตอนเฉลยปมมันดูง่ายไปหน่อย คนที่เคยดูภาพยนตร์แนวนี้มาน่าจะเดากันออกตั้งแต่เงื่อนงำบางอย่างปรากฏออกมาแล้วด้วยซ้ำ แต่มันก็เป็นหนังสือสำหรับเยาวชนอ่ะเนอะ เราว่าเด็กๆหลายคนที่เริ่มต้นอ่านหนังสือแนวนี้คงรู้สึกถึงความแปลกใหม่ของวรรณกรรมเล่มนี้แน่ๆ ความน่าตื่นตาตื่นใจขององค์ประกอบต่างๆที่ค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อยๆในแต่ละบท รวมถึงการเล่าถึงที่ผู้แต่งดูเหมือนจะกั๊กๆเอาไว้ ค่อยๆปล่อยออกมาทีละนิดให้เราลุ้นจนใจหายเล่นๆ

คะแนน 8/10


ฉบับภาพยนตร์กำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้แล้ว ได้พระเอกจาก Teen Wolf ด้วย (ยังติดภาพสไตล์อยู่เลย 555)

ปราการรักวัลคีรี - No Rest for the Wicked (Immortals After Dark #3)



ชื่อเรื่อง No Rest for the Wicked
จากชุด Immortals After Dark
ผู้เขียน Kresley Cole
โรมานซ์ เหนือธรรมชาติ

แปลไทยโดย

สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
ผู้แปล จิตอุษา

เรื่องย่อ

เซบาสเตียน รอธถูกแปรสภาพเป็นแวมไพร์โดยที่เขาไม่เต็มใจ ชายหนุ่มแบกรับความชิงชังมานานแสนนานจนไม่เห็นเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป จนกระทั่งเมื่อสิ่งมีชีวิตสาวแสนสวยราวกับนางฟ้าเดินทางมาเพื่อปลิดชีพเขา... เมื่อคาเดริน เดอะโคลด์ฮาร์ทสูญเสียพี่น้องสองคนด้วยน้ำมือแวมไพร์ตนหนึ่งเมื่อเนิ่นนานมาแล้ว พลังเบื้องบนมีเมตตาช่วยดับความโศกเศร้าให้หล่อน แต่อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดของหล่อนพลอยสูญสิ้นไปด้วย ทว่าเมื่อคาเดรินเผชิญหน้ากับเซบาสเตียน ความรู้สึกต่าง ๆ ของหล่อน...โดยเฉพาะเพลิงปรารถนา...ก็ปะทุแรงกล้าขึ้นอีกครั้ง... คาเดรินเข้าร่วมการแข่งขันผจญภัยที่ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน และหล่อนจะทำทุกทางเพื่อให้ชนะและได้รางวัลมาเพื่อพี่น้องของหล่อน เซบาสเตียนต้องการชนะใจหล่อนให้ได้ จึงเข้าแข่งขันด้วย พวกเขาต่างเดินทางไปตามสุสานโบราณต่าง ๆ เที่ยวเสาะแสวงหาของศักดิ์สิทธิ์ไปรอบโลก แต่เมื่อคาเดรินจำต้องเลือกระหว่างแวมไพร์หนุ่มที่หล่อนตกหลุมรัก กับการได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัวอีกครั้ง หล่อนจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรเมื่อปราศจากสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสองสิ่งนั้น...

REVIEW

เล่มนี้ก็เป็นเล่มที่สนุก(มาก)อีกเล่มหนึ่งเหมือนกัน ...

เซบาสเตียน รอธ ถูกนิโคไล รอธ พี่ชายของเขาเปลี่ยนเป็นแวมไพร์อย่างช่วยไม่ได้ เขาเกลียดมันและใช้ชีวิตอยู่อย่างไร้จุดหมาย ว่างเปล่า จนกระทั่งเจ้าสาวของเขาเดินทางมาเพื่อปลิดชีพเขา แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เมื่อคาเดริน วัลคีรีสาวสวยกลับทำการบลัดเขาโดยไม่ตั้งใจ ให้เซบาสเตียนมีเลือดเนื้อขึ้นมาอีกครั้ง หล่อนคือเจ้าสาวของเขาและเขาต้องคอยปกป้องคุ้มครองหล่อนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เว้นเสียแต่ว่า ... ดาเดรินคือนักรบผู้แกร่งกร้าว หล่อนไม่ต้องการชายหนุ่มคนใด ยิ่งชายหนุ่มคนนั้นเป็นแวมไพร์ เผ่าพันธุ์เดียวกับพวกที่พรากครอบครัวของหล่อนไป ทำให้คาเดรินจำต้องผลักไสเซบาสเตียนออกไปอย่างช่วยไม่ได้ แม้ว่าข้างในลึกๆของหล่อนจะต้องการเซบาสเตียนมากแค่ไหนก็ตาม