Showing posts with label Highlander. Show all posts
Showing posts with label Highlander. Show all posts

Jul 18, 2014

สะพานรักข้ามกาล - Into The Dreaming (Highlander #8)


ชื่อเรื่อง
สะพานรักข้ามกาล
จากเรื่อง Into The Dreaming
ผู้แต่ง คาเรน มารี โมนนิ่ง
โรมานซ์ เหนือจริง/ย้อนยุค
สำนักพิมพ์ แพรว

เรื่องย่อ


คุณจะทำอย่างไรให้ชายที่คุณเคยพบแต่เพียงในฝัน มาหลงรักคุณภายในหนึ่งเดือน

คุณเชื่อเรื่องเนื้อคู่ไหม เชื่อหรือไม่ว่าเนื้อคู่เป็นสิ่งที่กำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเกิดเสียอีก 'เจน ซิลลี' เชื่อเรื่องนั้น เชื่อตั้งแต่วันแรกที่พบ 'เอเดน แมคคินนอน' ในความฝัน หากแต่ในความเป็นจริงนั้น เอเดนกลับจำเจนไม่ได้เลย มันก็คงจะไม่ยากเย็นเท่าไร หากเจนมีเวลาค่อยๆ ตะล่อมให้เขาชอบเธอทีละน้อย แต่เสียงกระซิบจากความมืดได้บอกเธอว่า หากไม่สามารถทำให้เขาหลงรักเธอได้ภายในหนึ่งเดือน ทั้งสองจะหมดโอกาสได้ครองคู่กันโดยสิ้นเชิง แล้วเธอจะทำอย่างไรให้เขาหันมามองเธอเหมือนในฝัน

REVIEW


... เล่มนี้เป็นเรื่องสั้นจำนวน 125 หน้า ...

เจน ซิลลีคือนักเขียนที่มีความฝัน ตลอดอายุของเธอ เธอฝันเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ในฝันของเธอนั้น ... เขาช่างเร่าร้อนและคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการ จนเมื่อเจนได้เดินทางย้อนเวลา นั่นทำให้เธอได้พบกับเอเดน ภาพลักษณ์ของเขาเย็นชา ต่างกับความฝันอันแสนเร่าร้อนของเธอ

เอเดน แมคคินนอน คือมนุษย์ที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยฝีมือราชาอันซิลี ตลอดเวลาห้าศตวรรษนั้น เอเดนถูกฝึกให้มาเป็นเพชฌฆาต เย็นชา ไร้หัวใจ เมื่อเขาได้เป็นอิสระภายใต้ระยะเวลาหนึ่งเดือน หนทางเดียวที่จะทำให้เขาหลุดพ้นจากการจองจำชั่วนิรันดร์ ก็คือ ... รักแท้เพียงหนึ่งเดียวของเขา\

เมื่อเอเดนปฏิเสธทุกอย่างที่เจนมอบให้ แต่ถึงกระนั้น ... เจนก็ไม่เคยยอมแพ้ เธอค่อยๆเจาะป้อมปราการน้ำแข็งที่ห่อหุ้มจิตใจของเขาจนมันค่อยๆละลายในที่สุด

....................................

มันสั้น มันสั้นมากๆ สั้นจนเขียนรีวิวได้แค่ 3 ย่อหน้าเอง T.T

ด้วยความที่มันสั้นนี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกเสียดายพลอตของนิยายเล่มนี้มาก ทั้งๆที่สามารถเติมรายละเอียดลงไปได้เยอะ ทั้งประวัติความเป็นมาของเอเดน หรือกระทั่งเวลาที่ทั้งคู่ใช้ด้วยกัน คือบรรยากาศมันอบอุ่นมากๆเลยนะ เวลาเจนสอนให้เอเดนรู้จักความเป็นมนุษย์อีกครั้ง เราชอบตอนที่เอเดนลงมือทานอาหารที่เจนทำครั้งแรกหลังจากที่เขากินขนมปังแข็งๆมาโดยตลอด หรือตอนที่เอเดนไม่รู้ว่าจะร่วมรักกับเจนอย่างไรดี มันดูบริสุทธิ์มากๆเลยนะในความคิดเรา

เราอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องยาว ด้วยอารมณ์ที่สามารถดื่มด่ำมากกว่านี้ ตอนอ่านเล่มนี้รู้สึกเหมือนโดนตัดตอนหลายครั้งหลายคนเหลือเกิน จนบางครั้งก็ถึงกับงงว่า อ้าว ! ไหงเป็นงั้นอ่ะ

แถมตอนจบก็ยังจบง่ายเกิน เหมือนหักดิบนิยายไปเลยอ่ะ จู่ๆก็แว๊บ เนื้อเรื่องมาลงอีหรอบนี้แล้วก็จบเฉยเลย เสียดายมากๆ

ถ้านับว่าเล่มนี้คือเล่มต่อจาก Spell of the Highlander จริงๆ เราถือว่าเฟลมากเลยนะ เพราะเล่มของคิออนนี่ทิ้งปมไว้น่าสนใจมาก (เรื่องที่ว่าราชินีแห่งเฟย์รวบรวมหมากเอาไว้สำหรับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น) เหมือนเนื้อเรื่องยังไม่ต่อได้อีกยาว แต่ Into the Dreaming ดันมากลายเป็นเล่มจบของหนังสือชุดนี้ซะงั้น ทิ้งปมให้คางคาเฉยเลย หรือว่าต้องไปอ่านต่อในชุด Fever แน่ๆเลย

ทั้งบรรยากาศและท้องเรื่องทำให้เราชอบมากๆ คาเรนน่าจะเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องยาวเนอะ คงสนุกมากกว่านี้แน่ๆ เพราะเราชอบพลอตโทนนี้พอๆกับ Kiss of the Highlander เลยแหละ

คะแนน 7.5/10

May 22, 2014

เงารักข้ามเวลา - Spell of the Highlander (Highlander #7)


สำนักพิมพ์ : แพรว
ผู้เขียน : Karen Marie Moning
ผู้แปล : ขีดขิน จินดาอนันต์

เรื่องย่อ

กว่าพันปีที่คิออนถูกกักอยู่ในห้องหินเล็กๆ ที่แสนจะน่าเบื่อ มองโลกผ่านกระจกอย่างซังกะตายและเฝ้าแต่รอโอกาสที่จะได้ล้างแค้น จนกระทั่งเขาได้พบกับสาวน้อยในฝันอย่าง 'เจสซิกา เซนต์เจมส์' เธอช่วยเขาจากคำสาป ปลดปล่อยเขาออกจากกระจกที่คุมขัง และแม้จะเป็นการช่วยเหลือที่ไม่ถาวร แม้ว่าเธอจะทำไปเพื่อช่วยชีวิตตนเอง แต่คิออนก็ซึ้งใจมาก มากเสียจนอยากจะเกาะติดกับเธอทุกวินาที แถมยังลากเธอไปที่นู่นที่นี่โดยบอกว่าเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง

ตลอดหลายปีแห่งความโสดสนิท เจสซิกาเฝ้ามองคนอื่นมีความรักด้วยความริษยา ปลอบใจตัวเองว่า รอให้จบปริญญาเอกก่อนเถอะ เธอจะกระโจนเข้าใส่ทุกเรื่องที่อยากทำให้เต็มที่! จนกระทั่งเธอได้พบกับชายในฝันอย่าง 'คิออน แม็คเคลทาร์' เขาช่วยเธอให้รอดจากการถูกปองร้าย แต่ก็บังคับลากเธอไปผจญกับอันตรายอย่างอื่นแทนเสียนี่ แล้วนี่...เธอเชื่อเขาจะดีแน่นะ ก็เขาถูกจอมเวท (จอมเวท!) ตามล่าจนต้องพาเธอหนีหัวซุกหัวซุน แถมยังเรื่องที่เขาแสนจะมือไม้อยู่ไม่สุข โอเค เธออาจจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา...แต่เธอจะปลอดภัยจากเขาละหรือ?

REVIEW

ในที่สุดก็กลับมาแนวย้อนเวลาเบาสมองของโมนนิ่งอีกรอบ หลังจากดองหนังสือเล่มนี้มานานแล้วไปหมกมุ่นอยู่กับแนวพาราของแก้วกานต์กับเกรซ ฮี่ๆ

เจสซิกา นักศึกษาปริญญาเอกทำงานให้ศาสตราจารย์ที่ลาป่วยและนั่นทำให้เธอพบกันกระจกเงาบานยักษ์ที่ถูกส่งมาให้ศาสตราจารย์ของเธอ แวบแรกที่เธอมองกระจก เธอเห็นเงาร่างของหนุ่มรูปร่างกำยำจนกระทั่งเธอจิตนาการไปไกลหาว่าเขาคนนั้นเป็นเทพแห่งเซ็กส์กันเลยทีเดียว เพียงแต่เมื่อเจสซิกาเผชิญกับชายแปลกหน้าที่จะมาแย่งชิงกระจกและขู่จะทำร้ายเธอ ผู้ชายคนนั้นที่อยู่ในกระจกกลับออกมาช่วยเธอเสียนี่ หรือว่า ! นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ไม่สิ ! เธอต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ

แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เจสซิกาต้องย้อนกลับมาในห้องที่เก็บกระจกเงาบานนั้นอีกครั้งสิน่า คราวนี้เธอเห็นผู้ชายคนนั้นจริงๆ หนุ่มสกอตเปลือยอกรูปร่างสูงใหญ่ยื่นข้อเสนอขอให้เจสสิกาปลดปล่อยเขาออกไปจากกระจกเงาบานนี้ แล้วเขาจะเป็นโล่ป้องกันอันตรายให้เธอเอง

ตอนแรกเจสสิกาลังเลในข้อตกลงกับชายแปลกหน้า แต่เมื่อเธอรับรู้ข่าวการตายของคนที่เกี่ยวข้องกับกระจกเงาบานนี้และศาสตราจารย์ของเธอที่มาเสียชีวิตอย่างปุบปับ ด้วยความที่เป็นห่วงสวัสดิภาพของตัวเอง เจสซิกาเลยตกปากรับคำกับ คิออน แมคเคลทาร์ อย่างเลี่ยงไม่ได้

ชีวิตของเจสซิกาพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเธอหนีหัวซุกหัวซุนจากการตามล่าของลูแคนที่ส่งลูกน้องมาขโมยกระจกเงากลับไปเพื่อส่งส่วยแลกกับชีวิตอันเป็นอมตะของเขา คิออนไม่ได้ยอมให้ศัตรูของเขาได้กระจกกลับไปอีกครั้งแน่ๆ เป็นหน้าที่ของเจสซิกาที่จะนำหนุ่มสกอตคนนี้เดินทางไปยังที่ต่างๆที่ปลอดภัย เพราะอีกแค่ยี่สิบวัน ... คิออนจะเป็นอิสระจากกระจกเงาบานนี้หากไม่ถูกลูแคนจับได้เสียก่อน

การใช้ชีวิตกับหนุ่มสกอตที่ถือว่าเป็นวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งสำหรับเจสซิกาไม่ได้เรียบหรูนักเมื่อคิออนจะโดนกระจกดูดเข้าไปในแต่ละวัน และเวลาในการออกมานอกกระจกยังไม่แน่นอนอีกด้วย คราวนี้เธอจะทำยังไงถ้าเธอตกอยู่ในอันตรายตอนที่คิออนเข้าไปอยู่ในกระจก

การเดินทางไปยังไฮแลนด์ แผ่นดินเกิดของคิออนดูท่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่หนุ่มสาวทั้งคู่คิดออก แต่ปัญหาก็คือพวกเขาจะขึ้นเครื่องบินไปยังไงเพื่อไม่ให้ถูกฝ่ายศัตรูตามจับตัวได้จากร่องรอยการซื้อตั๋วและการรูดบัตรเครดิต

เป็นหน้าที่ของคิออนที่ต้องใช้ความสามารถดรูอิดของเขาหว่านล้อมผู้คนหลากหลายเพื่อให้การเดินทางของทั้งคู่เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ก็ไม่วาย ... ขณะที่กำลังเดินทางอยู่บนเครื่องบิน คิออนกลับโดนดูดกลับเข้าไปในกระจกอีกครั้ง กระจกที่ถูกส่งตามมาเป็นสัมภาระ เจสซิกาไม่มีใบรับสัมภาระ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเธอในการบุกฝ่าเจ้าหน้าที่หญิงโฉดประจำเคาน์เตอร์เพื่อไปยังห้องเก็บสัมภาระ แล้วนำคิออนออกมาจากกระจกให้ได้ ส่วนหลังจากนั้นน่ะเหรอ ... ค่อยว่ากันอีกทีละกัน

คิออนและเจสซิกาเดินทางมาถึงไฮแลนด์และพบกับเดกิส ทั้งคู่เดินทางไปยังปราสาทแม็คเคลทาร์และได้รับความช่วเหลือจากดรัสตินและเดกิสเพื่อปกป้องคุ้มครองจนกว่าจะถึงวันส่งส่วย

คิออนกับเจสซิกาเปิดเผยความรู้สึกต่อกันและกันว่าแต่ละฝ่ายต่างต้องกันกันมากเพียงใด และนั่นทำให้เจสซิกาหลงรักคิออนอย่างหมดหัวใจเช่นเดียวกับชายหนุ่ม แต่เมื่อเจสซิการู้ความจริงว่าถ้าคิออนจัดให้ไม่มีการส่งส่วย ตัวเขาและลูแคนเองก็จะตาย และนั่นคือการแก้แค้นอย่างที่คิออนเคยกล่าวเอาไว้

เมื่อวันส่งส่วยมาถึง เดกิสเป็นคนจัดฉากโดยการวางเดิมพันทั้งหมดให้ขึ้นอยู่กับเจสซิกาและคิออน อาศัยความรักอันไม่เห็นแก่ตัวของคิออนที่จะทำให้พันธสัญญาระหว่างเขากับกระจกเป็นโมฆะและทำให้ลูแคนไม่เป็นอมตะอีกต่อไปเพื่อจะได้ฆ่าเขา คิออนยอมสละชีวิตตนเองเพื่อเจสซิกา เขาทำลายกระจกเพื่อให้ลูแคนผละออกจากการทำร้ายเจสซิกาและนั่นก็คือการปลดปล่อยตัวเขาออกมาจากกระจกได้สำเร็จ

เล่มนี้ฮามากกกก อ่านไปขำไป เจสซิกาคือผู้หญิงที่มีครบทุกรสจริงๆ เนื้อเรื่องเบาๆใสๆในบรรยกาศไฮแลนด์ที่มีทุ่งหญ้า เนินเขา สายลมโชยพัด อ่านแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน ยิ่งสำนวนการแปลที่ถ่ายทอดความตลกโปกฮาออกมาได้อย่างสุดขั้วแล้ว ทำให้คนอ่าน(อย่างเรา)เพลิดเพลินไปกับหนังสือเล่มนี้ได้อย่างสบายๆเลยแหละ

ส่วนตอนท้ายก็เศร้าน้ำตาคลอเลยตอนที่เจสซิการู้ความจริงว่าการล้างแค้นลูแคนของคิออนนั้นก็การที่เขาต้องสละชีวิตตนเอง ทำให้เธอนับวันที่ทั้งคู่จะมีความสุขด้วยกัน แต่งงานกัน ร่วมรักกัน คิออนกล่าวคำปฏิญาณที่จะผูกตัวเขาไว้กับเจสซิกาทุกชาติภพ ตอนนั้นเราน้ำตาไหลเลย

แถมยังมีทิ้งท้ายเรื่องสงครามที่จะเกิดขึ้นอีกห้าปีหลังจากนั้น ราชินีอาวีลวางหมากของเธอทั้ง 5 ตัว ตอนนี้มี 3 ตัว (เดกิส ดรัสติน คิออน) เพื่อใช้ต่อกรกับตูอา เดฝ่ายมืด

สำหรับชุด Highlander ยังเหลือหนังสืออีกหนึ่งเล่มในชุดนี้ เห็นสำนักพิมพ์แพรวบอกว่ากำลังจะออกเร็วๆนี้ด้วยแหละ ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษก็คือ Into The Dreaming

คะแนน 9.5/10

Mar 15, 2014

วิญญาณรักข้ามเวลา - Immortal Highlander (Highlander #6)


สำนักพิมพ์ : แพรว
ผู้เขียน : Karen Marie Moning
ผู้แปล : ขีดขิน จินดาอนันต์

เรื่องย่อ

"แก๊บบี้ โอคัลลาฮัน" ฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากจะมีเจ้าชายมาพาตัวเธอไป แล้วทั้งสองก็จะมีความสุขด้วยกันราวกับเทพนิยาย จนกระทั่งเธอได้เจอกับเจ้าชายตัวจริง... เจ้าชายล่องหนที่ไม่มีใครมองเห็นนอกจากเธอ "แอดัม แบล็ก" เป็นเจ้าชายแห่งเฟย์ แต่เขาอาจไม่ใช่เจ้าชายที่เธอถวิลหา เขาร้ายกาจ เซ็กซี่เกินห้ามใจ ช่างยั่วเย้า เก่งด้านลวนลามเป็นที่หนึ่ง และเอาแต่ใจเป็นที่สุด ทั้งบังคับยัดเยียดตัวเองเข้ามาอยู่ในบ้านของเธอ ทั้งลากเธอเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายที่ทำให้ทั้งคู่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแต่ถึงอยากจะเกลียด "แอดัม" แค่ไหน เธอก็อดไม่ได้ที่จะค่อยๆ ตกหลุมล่อ เอ่อ... หลุมรักเขาทีละนิดๆ

REVIEW

เล่มนี้เป็นเรื่องของ 'แอดัม แบล็ก' ซึ่งมีบทบาทสำคัญใน Dark Highlander เรื่องราวจะต่อจากเล่มที่แล้วคือเมื่อแอดัมกลายเป็นมนุษย์ เขาก็อับจนหนทาง หวังว่าราชินีจะให้อภัยเขาและเขาจะกลับไปเป็นตูอา เด ดันนา เหมือนเดิม แต่ไม่เลย ! เขามองไม่เห็นแฟรี่ แล้วเขาจะติดต่อกับราชินีได้อย่างไร

แต่แอดัมมีบุตรชายคนหนึ่งที่เขาให้กำเนิด ลูกชายของเขาเป็นลูกครึ่งแฟรี่ ดังนั้นเขาจึงคิดตามหาลูกชายของเขา แต่เขากลับพบ 'แก๊บบี้' เสียก่อน

แก๊บบี้มีความสามารถพิเศษในการมองเห็นแฟรี่ แต่ยายของห่อนห้ามไม่ให้หล่อนเผยตัวให้แฟรี่เห็นเพราะแฟรี่จะมาเอาตัวหล่อน แต่ในเมื่อแก๊บบี้เผยความสามารถพิเศษนี้ให้แอดัมรู้ แอดัมก็เกาะติดหนึบพยายามล่อลวงเธอทุกวิถีทางเพื่อให้หล่อนยื่นมือมาช่วยเขา

'ดาร์ร็อก' คือภัยคุกคามของอดัม เมื่อดาร์ร็อกพยายามจะกำจัดเขา แอดัมและแก๊บบี้หนีไปขอความช่วยเหลือที่ประสาทเคลทาร์ และนั่นทำให้พวกเขาได้พบกับ 'ดรัสติน' และ 'เดกิส'

เล่มนี้เราว่าสนุกสู้สองเล่มแรกไม่ได้ พอดีมันมีบางจุดที่เราอ่านแล้วรู้สึกหงุดหงิดว่าต่างฝ่ายต่างคิดเอาเอง ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดอยู่เรื่อยๆว่าทั้งคู่ไม่ได้มีใจให้กัน กว่าจะเปิดปากสารภาพกันได้ก็ตอนท้ายๆ แถมแอดัมยังลังเลเพราะคิดถึงอดีตที่เขาเคยทำเอาไว้กับภรรยาเก่าของเขาอยู่นั่นแหละ ทำให้เนื้อเรื่องดูยืดๆเกินความจำเป็น

ถือว่าเป็นหนังสือที่อ่านได้เพลินๆอีกเล่ม เรื่องนี้จะไม่มีการย้อนเวลาเหมือสองเล่มแรก แต่จะมีพื้นภูมิประวัติศาสตร์ของตูอา เด ตันนาเข้ามาแทน เนื้อเรื่องไม่ได้ตื่นเต้นวาบหวามอะไรอาจจะเป็นเพราะปมตัวละครไม่ค่อยน่าสนใจ เกี่ยวกับการเลือกที่จะเป็นมนุษย์ของแอดัมโดยมีเหตุผลหลายๆอย่างเข้ามาประกอบ ส่วนตัวรู้สึกไม่ค่อยชอบราชินีในเล่มนี้เลย

คะแนน 7.5/10

สาปรักข้ามเวลา - Dark Highlander (Highlander #5)


สำนักพิมพ์ : แพรว
ผู้เขียน : Karen Marie Moning
ผู้แปล : ขีดขิน จินดาอนันต์

เรื่องย่อ

"เดกิส แม็คเคลทาร์" ดรูอิดแห่งศตวรรษที่ 16 ย้อนเวลาไปในอดีตเพื่อช่วยชีวิต "ดรัสตัน" พี่ชายฝาแฝดไม่ให้เสียชีวิตลงในกองเพลิง แต่กฎแห่งการข้ามเวลาระบุไว้ว่า ดรูอิดจะต้องไม่เปิดสะพานข้ามเวลาด้วยเหตุผลส่วนตัว มิเช่นนั้นจะถูกปิศาจดรูอิดฝ่ายมืดทั้งสิบสามตนสิงสู่ ด้วยเหตุนี้เดกิสจึงกลายเป็นดรูอิดฝ่ายมืดและจะกลายร่างเป็นปิศาจในที่สุด... เดกิสจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะถอนคำสาป โดยหลีกหนีจากสก็อตแลนด์มาใช้ชีวิตอยู่ในนิวยอร์ก แหล่งรวมของพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุโบราณที่ทรงคุณค่า เพื่อศึกษาตำราโบราณและหาวิธีถอนคำสาป เขาจะสามารถรอดพ้นจากคำสาปและช่วยชีวิตพี่ชายได้หรือไม่?

REVIEW

เล่มนี้เป็นเรื่องราวของ 'เดกิส' และ 'โคลอี้' ...

ด้วยความที่เดกิสช่วยเหลือ 'ดรัสตัน' พี่ชายฝาแฝดของเขาเอาไว้ในเล่มที่แล้ว ทำให้เขาต้องยอมรับปีศาจมาสิงสู่ร่างกายตนเอง แล้วผลตามมาก็คือ ... เขาต้องนอนกับผู้หญิง นั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้ปีศาจในตัวของเขาสงบลงได้

การพบกันครั้งแรกของเดกิสเป็นโคลอี้เป็นอะไรฮามาก โคลอี้นำหนังสือโบราณไปส่งให้เดกิส แต่เดกิสไม่อยู่ห้อง เจ้าหล่อนก็ดันบังเอิญเข้าห้องนอนของเขาแล้วก็เจอถุงยาง วัตถุโบราณ ทำให้เจ้าหล่อนตาเป็นประกาย เมื่อเดกิสกลับมาเห็น ชายหนุ่มเลยต้องจัดการโคลอี้โดยการมัดมืดมัดเท้าไว้กับเตียง

ในที่สุดเดกิสก็ตัดสินใจกลับไปหาดรัสตันที่ใช้ชีวิตอยู่กับเกว็นที่ไฮแลนด์ ส่งผลให้ทั้งคู่ย้อนเวลากลับไปเพื่อค้นหาตำราโบราณว่ามีวิธีที่จะช่วยให้เดกิสหลุดพ้นจากคำสาปนี้ได้หรือไม่ ?

เล่มนี้ยังมี 'แอดัม แบล็ก' ที่มีส่วนสำคัญในเนื้อเรื่องอีกด้วย แอดัมเป็นดูอา เต ตาแนนและกลายเป็นมนุษย์ในท้ายเล่มเพราะเดิมพันกับราชินีเอาไว้ในเรื่องของเดกิส

เล่มนี้ HOT มาก แต่ก็เสียอารมณ์ตรงที่แพรว 'ตัดเลิฟซีน' ออกจนแทบไม่เหลือ แล้วเลิฟซีนที่ตัดไปนั้นมีบางส่วนที่มีส่วนสำคัญต่อเนื้อเรื่องด้วย ทำให้อารมณ์ค่อนข้างขาดๆหายๆไปเวลาอ่านเจอฉากที่ถูกตัด แต่เราก็ไปหาต้นฉบับมาอ่านควบคู่กันไป ถึงรู้ว่าฉบับแปลไทยตัดเลิฟซีนออกไปเยอะมากมายแค่ไหน

เล่มนี้มีความดาร์คและแฟนตาซีมากกว่า Kiss of the Highlander มากพอสมควร รวมถึงการเล่าเรื่องให้เห็นอีกด้านของเดกิสและยังมีความเป็นมาของดูอิสที่ก่อให้เกิดการเดินทางข้ามเวลาอีกด้วย ถือว่าสาระสำคัญในเล่มนี้สำคัญและละเอียดมากกว่าเล่มที่แล้วจริงๆ


คะแนน 8/10

มนตร์รักข้ามเวลา - Kiss of the Highlander (Highlander #4)


สำนักพิมพ์ : แพรว
ผู้เขียน : Karen Marie Moning
ผู้แปล : ขีดขิน จินดาอนันต์

เรื่องย่อ

"ดรัสตัน แม็คเคลทาร์ แลร์ด" แห่งไฮแลนด์ต้องมนต์สะกดให้หลับใหล เขาตื่นมาในอีกห้าร้อยปีให้หลัง เพราะหญิงสาวผู้หนึ่งถอนคำสาปโดยบังเอิญ ดรัสตันไม่เคยพบหญิงใดเหมือนเช่นเธอ "คาสซิดี้" เป็นคำไอริส แปลว่า ฉลาด เกว็นโดลิน หมายถึง เทพีจันทรา เขาคิด เมื่อได้พบเธอ ดรัสก็รู้ว่า โชคชะตานำพาทั้งสองให้มาพบกัน และชะตากรรมของเขาก็อยู่ในกำมือของเธอ...

"เกว็น คาสซิดี้" แสนจะเพลียกับบรรดาลูกค้าประกันจอมงก เธอตัดสินใจกระโจนขึ้นรถทัวร์สกอตแลนด์ กับผู้สูงอายุอีกเป็นโขยง หมายจะหาความตื่นเต้นให้ชีวิตจืดชืด เธอโหยหาอะไรสักอย่างที่ยังระบุออกมาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หรือสิ่งนั้นจะเนแค่ความต้องการทางกายที่บรรจุอยู่ในยีน แต่แล้วเธอก็หล่นตุ้บลงบน "โชคชะตา" เข้าเต็มรัก...

REVIEW

**Kiss of the Highlander เป็นหนังสือเล่มที่ 4 ในชุด Highlander แต่สำหรับฉบับแปลจะนับเล่มนี้เป็นเล่มที่ 1 เพราะทางสนพ.ไม่ได้นำเอา 3 เล่มก่อนหน้านี้มาแปล**

เราว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สนุกที่สุดในบรรยากาศนิยายชุดนี้แล้วนะ ด้วยความที่พลอตใช้ฉากหลังเป็นสกอตแลนด์ ทุ่งหญ้าป่าเขาสีเขียวขจี หนุ่มสก็อตใส่ผ้านุ่ง ตัวล่ำกล้ามใหญ่บึกบึน อะไรประมาณนี้

แต่ที่ทำให้นิยายเล่มนี้มีจุดน่าสนใจขึ้นมาก็คือ ผู้เขียนได้มีการดึงเอาตำนานของดรูอิดและการ 'ย้อนเวลา' เข้ามาใช้ในการเล่าเรื่อง ทำให้มีกลิ่นอายความเป็นแฟนตาซีมากขึ้น การพบเจอกันครั้งแรกของ 'เกว็น' กับ 'ดรัสตัน' ก็ถือว่าเริ่มได้น่าสนใจพอสมควร

ส่วนตัวเราแล้ว เราชอบนิสัยของดรัสตันมากอ่ะ ตอนแรกๆที่พยายามจะบอกเกว็นว่าเขาไม่ได้บ้า เขาย้อนเวลามาจากอดีตจริงๆ แล้วพยายามจะพิสูจน์ให้เกว็นดูว่าเขาสามารถย้อนเวลากลับไปได้

สุดท้ายนางเอกเลยถูกดูดเข้าไปสู่อดีตโดยไม่รู้ตัวในสภาพเปลือยเปล่า พระเจ้า ! ทำไมน่ะรึ ? ก็สองคนนี้เล่นมีอะไรกันก่อนที่นางเอกจะย้อนเวลามาได้คนเดียวนะสิ ส่วนพระเอกดรัสตันของเราไม่สามารถย้อนกลับมาได้เพราะกฏทางฟิสิกส์ที่กล่าวถึงการมีสองตัวตนอยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน (นางเอกเป็นนักฟิสิกส์นะเล่มนี้)

คราวนี้เกว็นเลยต้องมารับมือกับดรัสตันในอดีตที่จำหล่อนไม่ได้ แต่ลึกๆแล้วดรัสตันคนนี้กลับรู้สึกผูกพันธ์กับนางเอก เกว็นก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ดรัสตันจำตัวเองได้ ! มันฮาตรงนี้นี่แหละ ก็เจ้าหล่อนเล่นซะ ดรัสตันกลัวจนหางจุกตูดไปเลย ฮ่าๆ

ตอนจบก็ทิ้งประเด็นไว้ได้ดี กล่าวถึง เดกิส ... น้องชายฝาแฝดของดรัสตันที่จะมามีบทบาทในเล่มนี้

เล่มนี้อ่านเพลินๆ ... พลอตเรื่องไม่หนัก เบาสมอง ความซับซ้อนมีไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นหนังสือที่อ่านแล้วเพลินเล่มหนึ่งเลยทีเดียว

คะแนน : 9/10