Sep 30, 2014

The Selection (The Selection #1)


ชื่อเรื่อง The Selection
ผู้แต่ง Kiera Cass
วรรณกรรมเยาวชน โรมานซ์-ดิสโทเปีย
สำนักพิมพ์ HarperTeen

เรื่องย่อ

For thirty-five girls, the Selection is the chance of a lifetime. The opportunity to escape the life laid out for them since birth. To be swept up in a world of glittering gowns and priceless jewels. To live in a palace and compete for the heart of gorgeous Prince Maxon.

But for America Singer, being Selected is a nightmare. It means turning her back on her secret love with Aspen, who is a caste below her. Leaving her home to enter a fierce competition for a crown she doesn't want. Living in a palace that is constantly threatened by violent rebel attacks.

Then America meets Prince Maxon. Gradually, she starts to question all the plans she's made for herself—and realizes that the life she's always dreamed of may not compare to a future she never imagined.

REVIEW

อเมริกา ซิงเกอร์ ไม่นึกไม่ฝันว่าเธอจะต้องเข้าร่วมการแข่งขัน The Selection ในการเลือกเฟ้นหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวเพื่อเป็นคู่ครองของเจ้าชายแม็กซอน จากผู้เข้าแข่งขัน 35 คน อเมริกาไม่คิดที่จะเป็นผู้ชนะในเกมครั้งนี้แม้แต่น้อย เพราะเธอไม่ได้สนใจแม็กซอน แต่แอสเพน ผู้ชายที่อเมริกาเคยรักก็กลับมาทิ้งเธอไป เพื่อให้เธอได้พบกับชีวิตที่ดีกว่าการอยู่กับเขา อเมริกาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเข้าร่วม The Selection ตามแรงผลักดันจากแม่ของเธอ

อเมริกาได้ใช้ชีวิตในพระราชวังอันหรูหรา รายล้อมไปด้วยคนรับใช้และผู้เข้าแข่งขันมากหน้าหลายตา ค่ำคืนแรกอเมริกาได้พบกับแม็กซอนและได้แสดงเจตจำนงออกไปชัดเจนว่าเธอไม่อยากเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้แม้แต่น้อย แม็กซอนจึงเสนอว่าเขาขอเป็นแค่เพื่อนกับเธอเท่านั้น

เมื่อพระราชวังไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยหรูหราอย่างที่ทุกคนคิด ขบถชาวเหนือและใต้ต่างบุกเข้ามาโจมตีพระราชวังบ่อยครั้งด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป แม็กซอนคาดว่าขบถชาวใต้ต้องการทำลายพวกเขา ในขณะที่ขบถชาวเหนือต้องการของบางอย่างจากพวกเขา

แม็กซอนและอเมริกาสนิทสนมกันเร็วกว่าที่คิดว่าหญิงสาวตัดสินใจเล่าเรื่องของตัวเองให้แม็กซอนฟังพร้อมกับเผยสาเหตุว่าทำไมเธอถึงอยากอยู่ห่างๆจากบ้าน แม็กซอนจึงสัญญากับอเมริกาว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อยื้อให้เธอเป็นผู้เข้ารอบสองคนสุดท้ายให้ได้

จูบแรกของแม็กซอนเป็นของอเมริกา เมื่อแอสเพนเข้ามาเป็นทหารเฝ้ายามในพระราชวังและได้พบกับอเมริกาอีกครั้ง จิตใจของเธอก็หวั่นไหวหลงลืมไปกับผู้ชายคนที่เธอเคยรัก จนกระทั่งมีการบุกโจมตีจากกลุ่มขบถและพระราชวังตกอยู่ในความสงบในที่สุด แม็กซอนก็ประรายชื่อ The Elite 6 คนสุดท้ายที่จะได้เข้ารอบ แม็กซอนมาพบอเมริกาที่ห้องและพยายามเคลียร์ความรู้สึกทั้งคู่ จากนั้นแอสเพนก็เข้ามาหาเธอ อเมริกาตัดสินใจทีจะทิ้งระยะห่างระหว่างเธอกับแอสเพน แต่แอสเพนก็ไม่ยอมแพ้ พร้อมกับสัญญาว่าเขาจะพยายามให้หนักขึ้น เพื่อที่จะชนะใจอเมริกาอีกครั้ง

.............................................................................................

ต้องยอมรับว่าช่วงหลังๆนิยาย YA ขยันออกแนว Dystopia มาจนเกลื่อน และในนั้นมีทั้งเรื่องที่สนุกและไม่สนุก สำหรับ The Selection เราว่าพลอตอ่อนมากๆถึงมากที่สุด เนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรนอกจากจะดำเนินไปเหมือนกับเกม The Bachelor ที่มีแบ็คกราวน์เป็นพระราชวังเท่านั้นเอง ตัวละครหลักของอเมริกานั้นมีบุคลิกที่น่ารำคาญตามประสาตัวละครหญิงในนิยาย YA เลยจริงๆ เธอมีความขัดแย้งในตัวเองแต่การตัดสินใจของเธอทำให้เราหงุดหงิดหลายต่อหลายครั้ง แบบ เอาจริงดิ !? คิดอย่างนี้น่ะหรอ !? คือบอกตรงๆว่าเราไม่ถูกจริตกับบุคลิกของอเมริกาตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีแล้ว

เรื่องนี้เล่าหลังหลังสงครามโลก และมีการแบ่งสถานะคนเป็นระดับชั้นตั้งแต่ 1-8 ระดับ 8 คือระดับล่าง ดังนั้นจึงมีการเลือกสรรหญิงสาวตัวแทนจากที่ต่างๆเพื่อมาแข่งขันเกมเอาชนะใจเจ้าชาย ซึ่งนางเอกก็ไม่คิดอยากจะเข้าร่วมเกมนี้เอาเสียเลยตั้งแต่ทีแรก กลับถูกคัดเลือกจนได้ อืม ! พลอตแบบนี้คุ้นๆไหม ใช่แล้ว ! มันคือพลอตจาก The Hunger Games และเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ 70% ได้มั้ง แทบจะเหมือนกับ The Hunger Games หมดเลย มีผู้ชายสองคนเข้ามาพัวพันกับนางเอก คนนึงเป็นคนรักเก่า(เกล) อีกคนเป็นผู้ชายในเกมที่เธอต้องมามีส่วนร่วม(พีต้า)...

การเขียนของ Cass เราว่ามันเบาโหวงในทุกจุด ไม่มีจุดไหนที่เราจะสามารถหยิบยกแล้วบอกว่า 'นี่เป็นไคลแมกซ์ของเรื่องนะ' ได้เลย ถึงแม้ว่าเธอจะใส่ประเด็นของกบฎเข้ามา แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นไปด้วยเลยในช่วงท้ายๆเรื่อง ดังนั้นการอ่านตลอดทั้งเรื่องของเราจึงเป็นกราฟที่ดิ่งลงๆมากขึ้นเรื่อยๆ คิดอยากจะเลิกอ่านหลายครั้ง แต่พอดีเล่มมันไม่ได้หนาก็เลยทนๆอ่านจนจบ แต่บอกได้เลยว่าอ่านจบแล้วไม่ประทับใจเลย เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ

- พลอตเหมือน The Hunger Games จนคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกันในตอนแรก
- Love triangle ระหว่างตัวละครทั้งสามไม่ได้ส่งเสริมให้เนื้อเรื่องน่าสนใจขึ้น แต่กลับฉุดให้เนื้อเรื่องดิ่งลง
- การปูพื้นในเล่มหนึ่งอ่อนมาก เพราะปกตินิยายชุดจะใช้เล่มแรกในการปูพื้น แต่สำหรับ The Selection อ่านเล่มแรกจบแล้วยังไม่เห็น Scope จริงๆของเรื่องเลยด้วยซ้ำ
- อเมริกาทำตัวได้น่ารังเกียจมาก เธอใช้ความรู้สึกของแม็กซอนเป็นเครื่องมือในการให้ตัวเองไม่ต้องออกจากการแข่งขันตั้งแต่เนิ่นๆ คืออ่านจริงๆแล้วจะรู้สึกว่า เฮ้อ ! นี่หรอนางเอก ?
- เนื้อเรื่องเป็นแนวดิสโทเปียที่ภาพรวมกลวงๆ ให้อารมณ์เหมือนจับนิยายเรื่องนู้น หนังเรื่องนี้ รายการทีวีอันนั้นมายำรวมกัน แล้วก็ ปุ๋ง ! กลายเป็น The Selection
- ฯลฯ

จัดไป 2 คะแนนเบาๆก่อน รอดูว่าเล่มหน้าจะดีขึ้นกว่าเล่มนี้มั้ย ...

คะแนน 2/10

Sep 29, 2014

ปมรักในหัวใจ - Unleashed (Gemini Men #3)


ชื่อเรื่อง สามหนุ่มเจมินาย ตอน ปมรักในหัวใจ
จากเรื่อง Unleashed
ผู้แต่ง เจมี อัลเด็น
โรมานซ์ สืบสวน
ผู้แปล พิชญา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

แดนนี่ แท็กการ์ทเป็นพี่ชายคนโตของสามพี่น้องแท็กการ์ท เขาห้าวหาญ ร่างสูง คมเข้ม เปี่ยมไปด้วยกล้ามเนื้อกำยำ และไร้ความปรานีในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ทุกสิ่งไม่ง่ายเมื่อคดีที่ต้องรับมือชักนำเขาเข้าไปชิดใกล้กับแคโรไลน์ เมดฟอร์ด หญิงสาวที่เคยทิ้งเขาให้ปวดร้าวโหยหา เธอยังคงร้อนแรงดุจเปลวเพลิง และเธอกำความลับของสิ่งที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นนักรบผู้มีจิตวิญญาณบอบช้ำอย่างที่เป็นอยู่
แดนนี่ตั้งใจจะสนองความโหยหาที่ตนเองมีต่อแคโรไลน์แล้วจากเธอไป ทว่าเมื่อมีเรือนร่างอันอบอุ่นและยินยอมพร้อมใจของเธอมาแนบกาย เขากลับไม่มีทางรู้สึกเพียงพอในตัวเธอได้เลย... แม้ในขณะที่มีภยันตรายคุกคามทุกสิ่งทุกอย่างที่สำคัญต่อชีวิตของเขา รวมถึงผู้หญิงคนเดียวที่เขาเคยรักคนนี้...

REVIEW

แคโรไลน์ ไปขอความช่วยเหลือจาก แดนนี่ เมื่อสามีของเธอถูกฆาตกรรมและเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัยในทันที นอกจากนี้แคโรไลน์ยังกุมหลักฐานส่วนหนึ่งในการตายของแม่แดนนี่ ทีแรกแดนนี่ปฏิเสธหญิงสาว แต่เมื่อเขารู้ว่ามีภัยคุกคามบางอย่างจ้องจะเล่นงานแคโรไลน์ นั่นทำให้เขาต้องเอาตัวมาเกี่ยวพันกับอดีตคนรักที่เคยหันหลังให้เขามาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อไปแต่งงานกับผู้ชายที่ร่ำรวยกว่า

เมื่อการสืบสวนของแดนนี่สาวลึกลงไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ของเขาและสามีผู้ล่วงลับของแคโรไลน์ว่ามีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายอย่างเช่นการค้าเด็กทารก และทั้งแดนนี่และคาโรไลน์ต่างก็รู้ดีว่าถ่านไฟเก่าที่เคยมอดไปแล้วระหว่างกันนั้น กำลังจะกลับมาลุกโชนอีกครั้ง แตการสืบคดีย่อมมาก่อนเพราะนั่นหมายถึงสวัสดิภาพของแคโรไลน์

ทั้งคู่เข้าใกล้หลักฐานมากขึ้น ในขณะที่แดนนี่ต้องปกป้องชีวิตแคโรไลน์จากการตามล่าของฝ่ายผู้ร้ายที่คิดว่าเธอได้รับหลักฐานมาแล้ว จนในที่สุดแดนนี่และแคโรไลน์ก็ค้นพบว่าสามีเก่าของเธอมาส่วนเกี่ยวพันกับธุรกิจการค้ามนุษย์ และแม่ของแดนนี่ได้เข้าไปช่วยเด็กสาวคนหนึ่งเพื่อไม่ให้เธอสูญเสียลูกของเธอไป นั่นทำให้แม่ของแดนนี่ถูกฆ่าตาย

แคโรไลน์คิดว่านี่จะเป็นโอกาสคร้ั้งสุุดท้ายระหว่างเธอกับแดนนี่ เมื่อเขาพยายามปิดกั้นตัวเองอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แดนนี่ได้รับบาดเจ็บเพราะพยายามช่วยเหลือแคโรไลน์ที่ถูกคนร้ายลักพาตัวไป และแคโรไลน์หวังอยู่ลึกๆว่าทุกครั้งที่พวกเขาทะเลาะกัน แดนนี่จะมาหาเธอ แต่ในอดีต ... แดนนี่ไม่เคยตามมาง้อเธอสักครั้ง และแคโรไลน์ก็รู้ว่า ... ครั้งนี้ก็เช่นกัน

แดนนี่คิดได้ในที่สุดว่าตราบใดที่แคโรไลน์ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งไม่เหมือนแม่ของเขาที่ตายไปแล้ว เขาก็ยังมีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ดังนั้นแดนนี่จึงตามหาแคโรไลน์เพื่อขอโอกาสให้กับเธอ ...

........................................................................................................

พาร์ทสืบสวนของเล่มนี้สนุก ตื่นเต้นกว่าสองเล่มก่อนหน้ามาก ซึ่งการเขียนทำให้เรารู้ทันตัวเอกในเรื่องก้าวหนึ่งเสมอ และได้ติดตามว่าพวกเขาจะคลายปมคดีเหล่านี้ลงได้อย่างไร ไหนจะเรื่องแม่ของแดนนี่ เดเร็ค อีธานที่เป็นประเด็นในสองเล่มที่แล้ว พอมาเล่มนี้ก็เฉลยจนหมดและค่อนข้างเหนือความคาดหมายของเรามาก เพราะแม่ในความคิดของชายหนุ่มทั้งสามคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ทิ้งพวกเขาไป แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เป็น เมื่อแม่ของพวกเขาคือผู้หญิงคนหนึ่งที่มีส่วนพัวพันในการช่วยหญิงสาวอีกคนในธุรกิจผิดกฎหมายจนต้องเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งเสียเปล่า

เราชอบความรักระหว่างแดนนี่กับแคโรไลน์ ที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้พัฒนาแบบก้าวกระโดดเหมือนเล่มของอีธาน แต่ความรักของทั้งคู่อยู่บนพื้นฐานของการแยกทางในอดีต ในขณะที่ความรู้สึกยังเหมือนเดิม แต่พวกเขาก็เชื่อว่าความรักในอดีตไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จได้ จนกระทั่งทั้งแดนนี่และแคโรไลน์เห็นว่าตอนนี้ทุกอย่างได้แตกต่างออกไปจากเดิมมากแล้ว

เกือบทุกอย่างในเรื่องดูสมเหตุสมผลมากๆ และเราก็ทายตัวคนร้ายผิดเสียตั้งแต่ตอนแรก จนถือได้ว่าหนังสือเล่มนี้สนุกที่สุดในบรรดา 3 เล่มที่ออกมาเลยทีเดียว

คะแนน 8.5/10

Sep 27, 2014

Dark Skye (Immortals After Dark #14)



ชื่อเรื่อง Dark Skye
ผู้แต่ง เครสลีย์ โคล
โรมานซ์ เหนือจริง
สำนักพิมพ์ Simon & Schuster

เรื่องย่อ

In this highly anticipated fifteenth novel in the Immortals After Darkseries, #1 New York Times bestselling author Kresley Cole spins a sultry tale of a mighty warrior scarred inside and out and the beguiling sorceress with the power to heal him—or vanquish him forever.

ETERNAL OBSESSION

As a boy, Thronos, prince of Skye Hall, loved Lanthe, a mischievous Sorceri girl who made him question everything about his Vrekener clan. But when the two got caught in the middle of their families’ war, tragedy struck, leaving Thronos and Lanthe bitter enemies. Though centuries have passed, nothing can cool his seething need for the beautiful enchantress who scarred his body—and left an even deeper impression on his soul.

ENDLESS YEARNING

Lanthe, a once-formidable sorceress struggling to reclaim her gifts, searches for love and acceptance with all the wrong immortal suitors. But she’s never forgotten Thronos, the magnificent silver-eyed boy who protected her until she was ripped from the shelter of his arms. One harrowing night changed everything between them. Now he’s a notorious warlord with a blood vendetta against Lanthe, hunting her relentlessly.

CAN THE HEAT OF DESIRE BURN BRIGHTER THAN VENGEANCE?

With their families locked in conflict and battles raging all around them, will Thronos and Lanthe succumb to the brutal chaos that threatens everything they cherish? Or will the fragile bond they formed so long ago spark a passion strong enough to withstand even the darkest doubts?

REVIEW

ครั้งหนึ่งเมแลนท์และโทรนอสเคยเป็นเพื่อนกัน โทรนอสคอยดูแลเธอ และสัญญาว่าสักวันหนึ่งทั้งคู่จะเป็นมากกว่าเพื่อน ถ้าครอบครัวของแลนท์ไม่ได้ถูกฆ่าโดยเผ่าพันธุ์ Vrekener ของโทรนอสเสียก่อน แลนท์คิดว่านั่นเป็นการทรยศหักหลังของโทรนอส เธอใช้พลังในการจูงใจของตัวเอง ชักเชิดให้โทรนอสกระโดดลงจากที่สูงโดยไม่ใช้ปีกพยุง โทรนอสบาดเจ็บสาหัส ปีกของเขาเสียหายยับเยิน เมื่อเยียวยาจนหายดี โทรนอสก็ไม่สามารถที่จะบินโดยไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นได้อีก

หลายศตวรรษที่โทรนอสตามล่าแลนท์อย่างเอาเป็นเอาตาย ในที่สุดเขาก็ได้ตัวเธอ ระหว่างการหลบหนีจากเกาะของ the Order ที่จับสิ่งมีชีวิตจากเดอะลอร์ไปทดลอง โทรนอสคว้าตัวแลนท์และพาเธอบินหนีไป โทรนอสตัดสินใจที่ใช้แลนท์เป็นผู้ให้กำเนิดทายาทของเขา เพราะเขาไม่สามารถนอนกับผู้หญิงอื่นได้หลังจากเขาได้รู้จักกับแลนท์ เขาโหยหาและปราถนาแลนท์เพียงคนเดียวเท่านั้น

แต่สิ่งที่ขวางกั้นระหว่างทั้งคู่นั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าใครจะเอื้อมถึง เมื่อความทรงจำในคืนที่พ่อแม่ของแลนท์ถูกตัดหัว พ่อของโทรนอสถูกซาบินฆ่า และแลนท์สั่งให้โทรนอสกระโดดลงไปนั้นทำให้ทั้งคู่เป็นปรปักษ์กัน เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อแลนท์เห็นความทรงจำของโทรนอสหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นแล้วว่าโทรนอสให้อภัยแลนท์ที่ทำร้ายเขาจนบาดเจ็บ และตั้งใจอธิบายให้เธอฟังเพื่อที่แลนท์จะได้ยกโทษให้เขา แต่โทรนอสกลับเห็นแลนท์อยู่กับผู้ชายคนอื่นและมอบความบริสุทธิ์ให้แทนที่คนๆนั้นจะต้องเป็นเขา นั่นทำให้โทรนอสผิดหวังเป็นอย่างมาก

แลนท์ใช้ประตูมิติเปิดไปผิดที่ นั่นทำให้เธอต้องติดอยู่ใน Pandemonia สถานที่ที่เต็มไปด้วยเดมอนและมังกรกับโทรนอส ระหว่างนั้นแลนท์กับโทรนอสก็พยายามจะหากุญแจเพื่อที่จะเปิดประตูมิติได้อีกครั้ง โดยที่โทรนอสหาทางพาแลนท์กับไปที่ Skye Hall กับเขาให้ได้ เมื่อแลนท์รู้ว่าโทรนอสคิดจะทำอะไร ทั้งคู่ก็ทะเลาะกันเพราะโทรนอสไม่ยอมรับในตัวตนที่แลนท์เป็นอยู่เลย แล้วยังคิดจะทำให้แลนท์ท้องเพื่อที่จะมัดเธอให้ยอมอยู่กับเขา โทรนอสรับไม่ได้ที่แลนท์นอนกับผู้ชายหลายคนก่อนหน้าเขา ทั้งๆที่ถ้าย้อนเวลากลับได้ แลนท์ก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอดีตของตนเด็ดขาด เพราะสิ่งนั้นทำให้เธอเป็นเธอมาจนถึงทุกวันนี้

โทรนอสกับแลนท์หนีออกจากแผ่นดินที่เต็มไปด้วยมังกรและเดมอนได้สำเร็จ แต่ก็ต้องมาติดอยู่ในท้องปีศาจพอทั้งคู่เปิดประตูมิติอีกครั้ง โทรนอสกับแลนท์ก็มาอยู่ในโลกบาดาลที่รายล้อมไปด้วยนางพรายที่พยายามจะยั่วยวนโทรนอส ซึ่งได้พิสูจน์ความจริงที่ว่าความผูกพันธ์ที่โทรนอสมีให้กับแลนท์นั้นมั่นคงเพียงใด เพราะเขาไม่ได้หวั่นไหวไปกับแรงยั่งยุนั้น และจุดนี้ ... ทำให้แลนท์ยอมกลับไป Skye Hall กับโทรนอสในที่สุด

โทรนอสกับแลนท์แต่งงานกันในคืนที่ทั้งคู่กลับ Skye โทรนอสได้ข่าวว่าอริสโต พี่ชายของเขาตายแล้วเพราะไปทำร้ายเบททินาเข้า สิ่งร้ายกาจที่อริสโตทำลงไปพิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นตัวการในการทำลายครอบครัวของแลนท์ ดังนั้นโทรนอสจึงได้เป็นราชาต่อจากพี่ชายของเขาที่ตายไป แต่นั่นไม่ได้ยับยั้งสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อมอร์แกนนาและซาบินมาพาตัวแลนท์กับไป มอร์แกนนาได้ทำลาย Skye ทั้งเมืองและสาปให้โทรนอสลืมแลนท์ จำไม่ได้ว่าครั้งหนึ่งทั้งคู่เขารักกัน

แลนท์หาทางที่จะเปิดประตูมิติไปหาโทรนอสอีกครั้ง จนกระทั่งเธอมาเจอโทรนอสอยู่ที่ Pandemonia แลนท์เรียกคืนความจำให้โทรนอสได้สำเร็จ ทั้งคู่จึงพาเหล่า Vrekener ที่อพยพหนีจาก Skye มาตั้งรกรากใหม่อยู่ที่นี่ Pandemonia  ในที่สุด

................................................................................................

โทรนอส พระเอกเรื่องนี้น่ารักมากกกกกก ! นอกจากจะเป็นหนุ่มจิ้นแล้วนิสัยยังออกไปทาง Beta male ด้วยนะ เริ่มแรกโทรนอสไม่มั่นใจตัวเองอย่างแรง กลัวว่าแผลเป็นบนร่างกายของตัวเองจะทำให้แลนท์ไม่กล้าแตะต้องเขา ไหนจะยังตามตื๊อผู้หญิงคนเดียวมาตั้งห้าศตรวรรษอีก พอจับตัวแลนท์ได้ก็รู้ว่าตัวเองทั้งโกรธทั้งรัก อยากเกลียดเธอ แต่ก็ลืมเธอไม่ลง อะไรประมาณนี้ ! ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นพลอตเรื่องที่น่ารักและน่าสนใจมาก

อีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบก็คือเรื่องราวของโทรนอสและแลนท์ตอนเด็กๆ อ่านไปยิ้มไป อะไรจะน่าเอ็นดูขนาดนั้น แถมธรรมเนียมในคืนแต่งงานของโทรนอสก็ยังน่ารักอีก โอ๊ยยยย ! (ไม่อยากจะเล่าตรงจุดนี้ เดี๋ยวมันจะเรตเกิน 555)

เล่มนี้ Adventure มากๆ อารมณ์เหมือนนั่งดู The Hobbit แถมยังมีการวาร์ปไปวาร์ปมาอีกต่างหาก เราชอบที่เครสลีย์อธิบายเกี่ยวกับ Skye และก็ Vrekener มันเป็นอะไรที่สนอง need เรามาก ณ จุดจุดนี้ เนื่องจากเราอ่านเรื่องราวของ หมาป่า แวมไพร์ วัลคีรี เดมอน มาได้ 13 เล่ม มันก็เริ่มเกิดอาการเบื่อ ! พอเล่มนี้เป็นเรื่องของผู้ชายติดปีก มันเลยดูน่าสนใจขึ้นมาทันที แม้ว่านิยายโรมานซ์จะหยิบเรื่องแนวๆ Angel ขึ้นมาเขียนบ่อยก็เถอะ แต่เราก็มั่นใจว่าไม่มีนิยายเล่มไหนที่พระเอกจะน่ารักเท่าโทรนอสได้อีกแล้ว

มีแอบเซงตอนที่ทั้งคู่ง๊องแง๊งใส่กันนี่สงสารโทรนอสมากๆ โดนผู้หญิงทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า ได้แต่รำพึงรำพันว่า อย่าทิ้งผมไป ! แต่โดยรวมแล้วถือว่าสนุกมากๆ มันมีครบทุกอารมณ์แตกต่างจากเล่มก่อนๆหน้าที่หนักไปทางดราม่าเสียส่วนใหญ่ เล่มนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น

Ps. เล่มนี้มีการเปิดเผยความลับขอกนิกซ์มาบางส่วนด้วย(ซึ่งเราเชื่อว่าต้องมีบทบาทสำคัญในเดอะลอร์มากๆ) และก็เจอฟิวรี่ วัลคีรีที่ถูกจับถ่วงไว้ใต้น้ำแล้ว

ที่จริงถ้าจะมองเฉพาะเนื้อเรื่อง เราให้ 9 คะแนน แต่ +1 ให้เพราะโทรนอสล้วนๆ 555

คะแนน 10/10

Sep 26, 2014

MacRieve (Immortals After Dark #13)


ชื่อเรื่อง MacRieve
ผู้แต่ง เครสลีย์ โคล
โรมานซ์ เหนือจริง
สำนักพิมพ์ Simon & Schuster

เรื่องย่อ

A Beast In Torment

Uilleam MacRieve believed he’d laid to rest the ghosts of his boyhood. But when a brutal torture revives those ancient agonies and destroys his Lykae instinct, the proud Scot craves the oblivion of death. Until he finds her—a young human so full of spirit and courage that she pulls him back from the brink.

A Beauty In Chains

Seized for the auction block, Chloe Todd is forced to enter a terrifying new world of monsters and lore as a bound slave. When offered up to creatures of the dark, she fears she won’t last the night. Until she’s claimed by him—a tormented immortal with heartbreaking eyes, whose touch sets her blood on fire.

A Full Moon On The Rise

With enemies circling, MacRieve spirits Chloe away to the isolated Highland keep of his youth. But once he takes her to his bed, his sensual mate becomes something more than human, evoking his savage past and testing his sanity. On the cusp of the full moon, can he conquer his worst nightmare to save Chloe . . . from himself?

REVIEW

วิลเลียม แมครีฟ หรือ วิล เคยทำผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งในอดีตเมื่อเขาหลงรักผู้หญิงคนหนึ่งหัวปักหัวปำและคิดว่าหล่อนเป็นคู่ครองของเขา แต่แท้จริงแล้วหล่อนคือซัคคิวบัสที่ล่อลวงผู้ชายมาติดกับ และนั่นนำเขาไปสู่ความพินาศย่อยยับของครอบครัวเมื่อแม่ของเขาถูกฆ่า พ่อของเขาจึงตรอมใจตามไป ต่อมา ... วิลถูก the Order จับตัวไปทดลองที่เกาะและถูกฝันร้ายหลอกหลอนเขาหลังจากที่วิลหลบหนีออกมาได้ วิลจึงสำมะเลเทเมา และนั่นทำให้มันโร พี่น้องฝาแฝดของวิล ไม่รู้จะจัดการยังไงกับเขาดี

โคลอี้เพิ่งรู้ตัวว่าเธอเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ประจวบเหมาะกับที่พ่อของเธอหายไปในภารกิจ โคลอี้จึงมารู้ทีหลังว่าพ่อของเธอคือเวบบ์ หัวหน้าใหญ่ของ the Order ที่สั่งให้มีการจับสิ่งมีชีวิตในเดอะลอร์ไปทดลอง ขณะที่แมครีฟต้องการจะแก้แค้นให้แก่ตัวเขาเองที่ถูกจับไปทรมาน เขาได้เจอกับโคลอี้และรู้ในทันทีว่าเธอเป็นของเขา ซึ่งเมื่อแมครีฟรู้ว่าโคลอี้คือลูกสาวของเวบบ์ ถึงเขาอยากจะเกลียดเธอขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำได้ลง

โคลอี้สามารถเอาชนะใจวิล เขาหลงรักเธอ แต่เมื่อความจริงเปิดเผยออกมาต่อหน้าต่อตาเขาว่าโคลอี้คือลูกครึ่งซัคคิวบัส  วิลก็รังเกียจเธอ แต่ยังไงโคลอี้ก็ยังเป็นผู้หญิงของเขา ดังนั้นเขาจึงทำอะไรไม่ได้ เมื่อโคลอี้ไม่ได้รับการปรนเปรอเรื่องเซ็กส์ ร่างกายเธอจะอ่อนแอลง ต่อจากนั้นเธอก็จะดึงดูดผู้ชายทุกคนไปหาเธอเพื่อที่จะได้สูบกินพลังงานจากการมีเซ็กส์ร่วมกัน ซึ่งวิลยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ โคลอี้เป็นคู่ของเขา จะดีเลวยังไงเขาก็จะไม่ปล่อยให้ผู้ชายหน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด

วิลพาโคลอี้ไปยังไฮแลนด์ บ้านเกิดเมืองนอกของเขา พร้อมกับอดีตอันแสนรวดร้าวเกี่ยวกับครอบครัวที่วิลทิ้งเอาไว้ทีนั่น เมื่อวิลปรนเปรอโคลอี้ครั้งแรก ความทรงจำที่น่าขยะแขยงเรื่องที่เขาเคยถูกซัคคิวบัสนางหนึ่งหลอกใช้ก็เข้าครอบงำเขา จนเขายอมให้สัตว์ร้ายในตัวควบคุมในที่สุด วิลอับจนหนทางเมื่อคู่ครองของเขากลายเป็นสิ่งที่เขารังเกียจมาตลอด

โคลอี้เจ็บปวดกับการกระทำของวิล เมื่อวิลเห็นว่าเธอโศกเศร้าเสียใจแค่ไหน ความรู้สึกผิดก็ทำให้เขาคิดได้และพยายามเปลี่ยนทัศนคติที่เขามีต่อโคลอี้ใหม่ วิลพยายามจะลืมอดีตที่ซัคคิวบัสนางนั้นได้ฝากไว้กับเขา แต่โคลอี้ดันป่วยเสียก่อน นั่นก็เพราะว่าวิลใช้ความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอมาทำร้ายเธอเสียเอง ทางเดียวจะรักษาโคลอี้ได้นั่นก็คือวิลต้องเมคเลิฟกับเธอด้วยความรักจากเขา

โคลอี้ฟื้นขึ้นมาและรักษาตัวจนหายดี วิลได้ปรับความเข้าใจกับเธอ แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้นเมื่อเวบบ์ บิดาของโคลอี้ที่ถูกโลแธร์ฆ่าไปแล้ว มาปรากฏตัวต่อหน้าลูกสาวของเขาในร่างใหม่ที่เป็นส่วนผสมจากทุกสิ่งมีชีวิตในเดอะลอร์ พยายามชักชวนให้โคลอี้เข้าร่วมกับเขา แต่เธอก็ไม่สนใจ

มันโรถูกจับตัวไประหว่างภารกิจ เขาถูกทรมานและนั่นทำให้เขาได้พบกับเคเรนี่ คู่ครองของเขาที่เป็นสามัญชนในที่สุด ศัตรูได้ใช้เคเรนี่มาทำให้มันโรยอมจำนนต่อพวกมัน สุดท้ายแล้วมันโรก็เปลี่ยนเคเรนี่ให้เป็นไลเคพร้อมกับความเกลียดชังที่ก่อตัวขึ้นในใจของหญิงสาวเพราะเธอไม่อยากถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ว่านั้น

.............................................................................................

ได้กลิ่นตุๆมาครึ่งเล่มแรกว่าทำไมพระนางถึงหวานกันนัก หวานจนมดขึ้น ... และมันก็เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆ ด้วยชั้นเชิงในการบิดเนื้อเรื่องของเครสลีย์ให้เกิดปมต่างๆขึ้นระหว่างตัวละคร ซึ่งไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยในความคิดของเรา ออกจะเป็นมุขเก่าๆที่เครสลีย์เคยใช้ไปในเล่มแรกๆด้วย ทำให้อารมณ์ของการอ่านเล่มนี้แทบจะไม่ได้แตกต่างกับเล่มของแลคเลนมากนัก ออกจะเซงนิดๆด้วยซ้ำที่การดำเนินเรื่องช่างใกล้เคียงกันเหลือเกิน

เครสลีย์ใช้การสนทนาแบบ Talk Dirty มาวอร์มให้เนื้อเรื่องส่วนเลิฟซีนฮ็อตขึ้นในเล่มนี้ ซึ่งก็ตามมาตรฐานของเครสลีย์อะนะ อีกอย่างหนึ่งที่เราขอชื่นชมก็คือ ... ก่อนหน้านี้เราไม่คิดว่าเราจะทนอ่านนิยายเล่มนี้ให้จบภายในวันเดียวแน่ๆ เพราะเราไม่ค่อยชอบเรื่องราวที่ตัวพระนางเกลียดขี้หน้ากันเพราะพระเอกมีปมฝังใจกับผู้หญิงอีกคนมา แล้วเผอิญนางเอกดันไปเหมือนกับผู้หญิงคนนั้น พระเอกก็เลยตั้งหน้าตั้งตาเกลียดอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่เครสลีย์ก็ทำให้เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจและดึงดูดมากขึ้น จนเราอ่านจบภายใน 1 วัน

แปลกแฮะ ... ปกติเราจะเชียร์พระเอกของเครสลีย์เกือบจะทุกคน แต่พอมาเล่มนี้ ... เราไม่เชียร์วิลเลียมเลยแฮะ ทั้งๆที่เขาไม่ได้เลวร้ายเท่าโลแธร์ในเล่มที่แล้ว แต่มีอะไรบางอย่างในการเล่าเรื่องของเครสลีย์ที่ทำให้เรารู้สึกว่าคาแรคเตอร์ของวิลเลียมเอาแต่ย่ำไปย่ำมาอยู่ที่เดิม ในขณะที่เราเห็นพัฒนาการของโคลอี้ทั้งด้านความคิดและทักษะที่ค่อยๆเติบโตไปพร้อมๆกับเนือเรื่อง

สรุปว่าเล่มนี้อ่านแล้วเฉยๆอ่ะ ครึ่งแรกสนุกดี ครึ่งหลังแอบเซงหน่อยๆ

คะแนน 8/10

Sep 24, 2014

มนต์พระจันทร์ - Dark Side of the Moon (Were-Hunter #3)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน มนต์พระจันทร์
จากเรื่อง Dark Side of the Moon
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ ปัจจุบัน - เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา

เรื่องย่อ

ซูซาน ไมเคิลส์เคยเป็นนักข่าวยอดเยี่ยมของหนังสือพิมพ์เบลท์เวย์บีท จนกระทั่งเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ทำลายชีวิตหล่อนจนต้องกลายเป็นคนเขียนบทความเล็กๆน้อยๆ หล่อนคิดว่าชีวิตที่เคยรู้จักสิ้นสุดลงแล้ว จนกระทั่งหล่อนได้รับเงื่อนงำของข่าวที่อาจเป็นการกอบกู้งานอาชีพให้รุ่งโรจน์อีกครั้ง ข่าวนั้นเป็นเรื่องแผนการซ่อนเร้นของตำรวจสำคัญคนหนึ่งที่จะช่วยเหล่าแวมไพร์ให้เข้าครอบครองซีแอตเทิล
ชีวิตของราวินพังยับเยินตั้งแต่เมื่อสี่ร้อยปีที่แล้ว เมื่อเขาไว้ใจเผยตัวตนที่แท้จริงกับมนุษย์ผิดคน เขาต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิต บัดนี้เมื่อต้องมาปกป้องผู้คนในซีแอทเทิล เขาก็ถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับฝันร้ายอีกครั้ง และการไว้ใจบอกความลับนั้นแก่สตรีอีกนางหนึ่งจะทำลายชีวิตของเขาหรือไม่...

REVIEW

ซูซานไปเจอแมวตัวหนึ่งและรับมันมาที่บ้านของเธอ หลังจากนั้นชีวิตเธอก็พลิกตลบ เมื่อแมวตัวนั้นกลายร่างเป็นราวิน ชายหนุ่มที่หล่อล่ำเปลือยเปล่าอยู่ในบ้านต่อหน้าต่อหน้าเธอในตอนนี้ จากนั้นตำรวจที่ร่วมมือกับดีมอนก็สาดกระสุนใส่บ้านของซูซานเพื่อจะเอาแมวตัวนั้นกลับไป ซูซานคิดว่าเธอพี้ยาจนสติแตก เมื่อความจริงตีแผ่ตรงหน้าเธอว่ายังมีอีกโลกหนึ่งที่เธอไม่รู้จักซ่อนอยู่ ซูซานต้องเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโลกของดาร์ค-ฮันเตอร์อย่างช่วยไม่ได้ และเธอก็ถูกลากเข้าไปในความชุลมุนของการปะทะกันระหว่างดีมอนและดาร์ค-ฮันเตอร์ ซูซานต้องขุดทุกความสามารถที่ตนมีเพื่อเอาชีวิตรอดไปให้ได้

สไตรเกอร์วางแผนชั่วร้ายครั้งใหม่เพื่อที่จะกำจัดเหล่าดาร์ค-ฮันเตอร์ให้ได้มากที่สุด ครั้งนี้เขาถึงกับยืมมือของมนุษย์และกำจัดดาร์ค-ฮันเตอร์ไปได้หลายคน ทั้งซูซานและราวินจึงต้องร่วมมือกันเพื่อหาให้รู้ถึงแผนการณ์ของเหล่าดีมอน ในขณะที่หนุ่มสาวเคยสูญเสียความไว้วางใจให้ใครสักคนไปในอดีต ทั้งราวินที่เคยถูกหญิงสาวที่เขารักทรยศหักหลัง นำมาซึ่งความพินาศของคนในครอบครัว และซูซานที่โดนอดีตทำร้ายจนเธอไม่กล้าที่จะเชื่อใจใครได้อีก

นิค โกเชร์ถูกส่งตัวมาอยู่กับราวินเพื่อให้เขาได้ฝึกใช้พลังของดาร์ค-ฮันเตอร์ ความโกรธแค้นที่เด็กหนุ่มมีต่อแอชรอนนั้นมากเหลือคณา เมื่อนิคเป็นคนเดียวที่รู้ถึงสิ่งที่แอชรอนเป็นอยู่ แต่ไม่มีดาร์ค-ฮันเตอร์คนไหนเชื่อเขา จนกระทั่งราวินและซูซานช่วยกันตามหาตัวต้นตอมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดได้สำเร็จ แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องวุ่นวายเพียงอย่างเดียวสำหรับทั้งคู่ เมื่อสัญลักษณ์ของเนื้อคู่ปรากฏบนฝ่ามือของราวินและซูซาน คราวนี้ราวินจะไม่ให้ทั้งคู่ต้องตัดสินใจผิดพลาดอีกเด็ดขาด เขาจึงไม่ร้อนรนที่จะให้ซูซานเป็นคนที่ค่อยๆตัดสินใจสำหรับเรื่องนี้

ราวินและซูซานบุกจัดการตัวตำราจที่เป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมดได้สำเร็จ ทั้งคู่ได้ครองคู่กันในท้ายที่สุด และนิคได้เข้าร่วมกับสไตรเกอร์และรับพลังของเขามาเพื่อที่จะสังหารแอชรอนให้ได้

..................................................................................

อ่านไปได้ครึ่งเล่ม ... ความสัมพันธ์ของราวิน-ซูซานนี่ยังไม่ได้กระดิกไปไหน
แล้วลองนึกดู ? ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหลือพื้นที่อีกแค่ครึ่งเล่มในการจบทั้งเนื้อเรื่องหลักและความสัมพันธ์ของตัวละคร
... มันจึงเกิดความยุ่งเหยิง ทั้งยุ่งและชุลมุนมากๆจนเราคิดว่าถ้าเชอร์ริลีนจะเอารายละเอียดที่กระหน่ำเข้ามาในตอนท้ายไปใส่เอาไว้ในตอนแรก น่าจะทำให้อ่านแล้วรู้สึกสบายมากกว่านี้

การเขียนเนื้อเรื่องให้ออกมาน่าสนใจสำหรับหนังสือเล่มนี้แผ่วลงกว่าเล่มก่อนๆหน้า เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นเสียเท่าไร นอกจากพ้อยท์สำคัญเกี่ยวกับนิค โกเชร์ ตอนบทส่งท้ายที่ทำลายความฝันเด็กๆมาก 555

ปกติเราจะเชียร์เล่มของเวอร์-ฮันเตอร์เป็นพิเศษนะ แต่สำหรับเล่มนี้เราไม่เชียร์เลย ถ้าอ่านข้ามได้นี่คงข้ามไปแล้ว ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีหรืออะไร แต่อารมณ์ตอนอ่านมันนิ่งมาก ไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย ตอนท้ายๆก็รวบรัดมาก สไตรเกอร์ก็ถอยง่ายๆแล้วบอกว่า ฝากเอาไว้ก่อน เฮ้ย ! เอาจริงดิ จบง่ายๆแบบนี้เลยหรอ !?

เกือบสอบตกแล้วนะเล่มนี้ ยังดีที่มีมุขตลกของซูซานมาให้เราขำเป็นพักๆ เวลาต่อปากต่อคำกับราวินนี่เป็นส่วนเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเลยทีเดียว ...

คะแนน 7/10

Sep 23, 2014

Lothaire (Immortals After Dark #12)


ชื่อเรื่อง Lothaire
ผู้แต่ง เครสลีย์ โคล
โรมานซ์ เหนือจริง
สำนักพิมพ์ Simon & Schuster

เรื่องย่อ

ALL FEAR THE ENEMY OF OLD

Driven by his insatiable need for revenge, Lothaire, the Lore’s most ruthless vampire, plots to seize the Horde’s crown. But bloodlust and torture have left him on the brink of madness—until he finds Elizabeth Peirce, the key to his victory. He captures the unique young mortal, intending to offer up her very soul in exchange for power, yet Elizabeth soothes his tormented mind and awakens within him emotions Lothaire believed he could no longer experience.

A DEADLY FORCE DWELLS WITHIN HER

Growing up in desperate poverty, Ellie Peirce yearned for a better life, never imagining she’d be convicted of murder—or that an evil immortal would abduct her from death row. But Lothaire is no savior, as he himself plans to sacrifice Ellie in one month’s time. And yet the vampire seems to ache for her touch, showering her with wealth and sexual pleasure. In a bid to save her soul, Ellie surrenders her body to the wicked vampire, while vowing to protect her heart.

CENTURIES OF COLD INDIFFERENCE SHATTERED

Elizabeth tempts Lothaire beyond reason, as only his fated mate could. As the month draws to a close, he must choose between a millennia-old blood vendetta and his irresistible prisoner. Will Lothaire succumb to the miseries of his past…or risk everything for a future with her?

REVIEW

ในอดีต ... โลแธร์และแม่ของเขาเคยถูกขับไล่ออกจากปราสาทของเหล่าแวมไพร์ฮอร์ด เนื่องจากโลแธร์เป็นลูกนอกสมรสของราชา และก่อนที่แม่ของเขาจะสิ้นใจ ... โลแธร์สาบานกับหล่อนไว้ว่า เขาจะกลับมาแก้แค้นและทวงคืนบัลลังก์จากพ่อของเขา แต่หนทางกลับไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเมื่อโลแธร์พบซาโรยา เจ้าสาวของเขา ซาโรยาเป็นเทพีที่ถูกสาปให้สิงอยู่ในร่างของเอลิซาเบ็ธ เพียซ มนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งที่ทนทุกข์ทรมานกับการมีปีศาจอยู่ในร่างของตนเอง และใช้ร่างของเธอคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย

โลแธร์ปล่อยให้เอลิซาเบ็ธถูกจับเข้าคุกเพียงเพราะต้องการที่จะปกป้องกายเนื้อของเธอจากการพยายามฆ่าตัวตายด้วยความสิ้นหวังของเอลิซาเบ็ธ โลแธร์ต้องการที่จะรักษาซาโรยาในร่างของเอซิลาเบ็ธเอาไว้ในขณะที่เขาตามหาแหวนเพื่อกำจัดวิญญาณของเอลิซาเบ็ธทิ้งเพื่อให้ซาโรยาครอบครองร่างของเอลิซาเบ็ธโดยสมบูรณ์

เอลิซาเบ็ธรู้ว่าตนกำลังจะตายและต้องยกร่างของเธอให้กับซาโรยาโดยไม่เต็มใจ มันช่วยไม่ได้ที่ซาโรยาเป็นเจ้าสาวของโลแธร์ ไม่ใช่เธอ ! แต่ถ้าโลแธร์ก็ยังหาแหวนที่จะดึงวิญญาณออกมาจากร่างเธอไม่เจอ เอลิซาเบ็ธจึงยังมีชีวิตอยู่ต่อ แล้วนั่นจะสำคัญตรงไหน ! ถ้าสุดท้ายเธอก็ต้องตายอยู่ดี

เนื้อแท้ของซาโรยา เธอไม่ต้องการที่จะยอมจำนนต่อใครโดยเฉพาะโลแธร์ เพียงแต่เธอหวังให้เขานำแหวนมามอบให้เพื่อให้เธอกลับกลายเป็มอมตะอีกครั้ง และซาโรยาก็ไม่คิดจะแลกอิสรภาพของเธอกับการที่ต้องขึ้นเตียงกับโลแธร์แน่นอน ซาโรยาเป็นเทพีแห่งความตาย และเซ็กส์ไม่เคยอยู่ในหัวสมองของเธอเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นเอลิซาเบ็ธที่ถูกดึงดูดเข้าหาโลแธร์แทนที่จะเป็นซาโรยา

โลแธร์เฉียดเข้าใกล้ความบ้าคลั่งไปทุกที ฝันร้ายจากการดื่มเลือดของคนอื่นลากเขาเข้าใกล้หุบเหวแห่งความเสียสติ แต่ยังมีหลายสิ่งที่เขายังสะสางไม่เสร็จ โลแธร์จึงใช้เอลิซาเบ็ธเพื่อปลดปล่อยความต้องการในแต่ละครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่ยอมรับเธอ แต่เอลิซาเบ็ธก็จำทนเมื่อสิ่งนี้อาจจะเป็นหนทางเดียวที่เธอจะเอาชนะซาโรยาได้ แล้วทำให้เธอได้รับอิสรภาพอีกครั้ง

เมื่อเผชิญกับความเย็นชาของซาโรยาแต่ละครั้งที่เธอปรากฏตัวในร่างของเอลิซาเบ็ธ โลแธร์ก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าซาโรยาคือเจ้าสาวของเขาจริงๆ หรือเขาจะอคติกับมนุษย์มากเกินไปจนมองไม่เห็นว่าแท้จริงแล้วเอลิซาเบ็ธอาจจะเป็นเจ้าสาวของเขาก็ได้ เพราะเอลิซาเบ็ธสอนให้โลแธร์ปราถนาสิ่งต่างๆนอกจากการแก้แค้นและทวงบัลลังก์ แต่ซาโรยากลับกระหายการที่จะฆ่าฟันผู้คนตลอดในชีวิตของเธอ โดยไม่คำนึงถึงความสงบสุขของชีวิตหลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น

เอลิซาเบ็ธตกอยู่ในอันตรายเมื่อโลแธร์เผลอพาเธอหายตัวตอนหลับไปยังสถานที่ซึ่งฝันร้ายของเขา ในหลุมที่เขาถูกพ่อแท้ๆทรมานอยู่หลายปี โลแธร์กลับไปที่นั่น เพื่อที่จะพบว่าครั้งนี้เอลิซาเบ็ธมากับเขาด้วยและถูกศัตรูของเขาจับตัวเอาไว้ วินาทีนั้นเอง ... โลแธร์จึงได้รู้ว่าเอลิซาเบ็ธเป็นของเขา ไม่ใช่ซาโรยา นี่คือสิ่งที่เขามองข้ามมาตลอด เพราะอคติที่เขามีต่อมนุษย์ ไหนจะเรื่องที่โลแธร์สาบานก่อนหน้านี้ต่อเดอะลอร์ว่าจะฆ่าเอลิซาเบ็ธและให้ซาโรยายึดร่างของเธอไป

โลแธร์ตามหาแหวนอย่างบ้าคลั่งเมื่อนั่นก็หนทางรอดทางเดียวของเอลิซาเบ็ธ หรือไม่งั้นเขาก็ฆ่าตัวตายเพื่อรักษาชีวิตเอลิซาเบ็ธเอาไว้ โชคดีที่เขาตามหาแหวนจนเจอและกำจัดซาโรยาออกจากร่างเอลิซาเบ็ธได้สำเร็จ หลังจากนั้นโลแธร์ก็เปลี่ยนเธอเป็นแวมไพร์โดยที่เอลิซาเบ็ธไม่เต็มใจ เธอโมโหมากจนหยิบดาบฟันคอโลแธร์เกือบขาด

โลแธร์เสียความรู้สึกในสิ่งที่เอลิซาเบ็ธทำลงไปทั้งหมด ทั้งพยายามจะฆ่าเขา โลแธร์หวังว่าเธอจะรักเขาบ้างหลังจากที่เขาทำสิ่งต่างๆให้เธอทุกอย่าง เมื่อโลแธร์ได้ครอบครองบัลลังก์ของดาเชียนในที่สุดและได้เป็นราชาสมใจ สิ่งที่เขาโหยหามากที่สุดกลับเป็นเอลิซาเบ็ธ

สุดท้ายโลแธร์ก็ฝันเห็นถึงความทรงจำของเอลิซาเบ็ธว่าแท้จริงแล้วเธอรักเขามากขนาดไหน เขาผิดเองที่พยายามจะพรากเธอจากครอบครัวมาโดยตลอด ทั้งๆที่ครอบครัวคือสิ่งสำคัญเพียงสิ่งเดียวที่เอลิซาเบ็ธมีก่อนหน้านี้ โลแธร์หายตัวไปที่บ้านของเอลิซาเบ็ธ และพิสูจน์ตัวเองได้ในที่สุด ...

...........................................................................................

500 กว่าหน้า ใช้เวลาอ่าน 1 วัน อ่านจนปวดตากันเลยทีเดียว

ต้องขอยอมรับว่า Lothaire มีพลอตที่แปลกใหม่และไม่ซ้ำกับหนังสือของเครสลีย์ก่อนหน้านี้เลย นอกจากนี้เรายังประทับใจในความสัมพันธ์ของโลแธร์-เอลิซาเบ็ธ ที่ถึงจะไม่ได้เริ่มต้นดีนัก แต่ทั้งคู่ก็ค่อยๆปรับตัวเข้าหากันทีละนิด ค่อยๆมอบความไว้วางใจให้แก่กัน และก้าวข้ามผ่านการทรยศหักหลังไปได้ในที่สุด

ทุกอย่างในเรื่องมันดูสมเหตุสมผลไปหมดเลย แม้ว่าโลแธร์จะนิสัยกวนประสาท โขกสับนางเอกสารพัด เรียกนางเอกว่า pet แต่เราก็ไม่เคยหงุดหงิดเลย เพราะเราเข้าใจในตัวตนที่โลแธร์เป็นอยู่จริงๆ เราชอบตอนท้ายที่โลแธร์ควักเอาหัวใจตัวเองออกมาแล้วใส่กล่องส่งไปให้เอลิซาเบ็ธ แล้วบอกว่า You will never get your claws into another one of mine อ่านแล้วบอกได้เลยว่าโคตรจะสงสารโลแธร์เลย

ถ้าใครชอบพระเอกแนว Badass ก็คงจะชอบโลแธร์แน่ๆ แต่พระเอกที่เราชอบที่สุดในชุดนี้ก็ยังคงเป็นมัลคอมกับคอนราดนะ 555 เอ้อ ! เกือบลืมเขียน ... เล่มนี้เราไม่ได้รู้สึกไปเองใช่ไหมว่า Love scene บรรยายได้ละเอียดมากและฮอตมาก แทบจะเป็นนิยาย Erotic ได้เลยแหละ แถมเครสลีย์ยังใช้ภาษาบรรยายจนเราคิดว่า ... นี่ฉันกำลังนั่งดู AV อยู่ใช่มั้ย 555

อ่านเพลินๆดี แต่สำหรับเรา เราชอบเล่มมัลคอมมากกว่า สงสัยเรื่องแนวๆนี้จะเป็นที่นิยมของคนอเมริกันแน่เลย ถึงได้ขึ้น #1 NYT

คะแนน 8.5/10

Sep 22, 2014

ลำนำจันทรา - Moonlight (Dark Guardian #1)


ชื่อเรื่อง ลำนำจันทรา
จากเรื่อง Moonlight
ผู้แต่ง เรเชล ฮอว์ทอร์น
ผู้แปล ผกามาศ อุดมเดชาณัติ
สำนักพิมพ์ แพรว

เรื่องย่อ

เคย์ลาติดอยู่ในฝันร้ายมาตลอด พ่อแม่ของเธอถูกฆ่าตายในป่า แต่เธอกลับจำเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้แม้แต่น้อย หญิงสาวคิดว่าเธอต้องกลับไปที่นั่น ไปที่ป่าแห่งนั้น เพื่อไขปริศนาการตายของพวกท่าน เธอจึงตัดสินใจเข้าร่วมในหน่วยเชอร์ปา ซึ่งเป็นคำเรียกขานกลุ่มผู้นำทางนักเดินป่าในอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งใกล้กับประเทศแคนาดา เธอได้พบกับ ลูคัส หัวหน้าหน่วยเชอร์ปาผู้ลึกลับเย็นชา เขาเอาแต่คอยจับผิดเธอ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็ไม่อาจละสายตาจากดวงหน้าเรียบเฉยนั้นได้เสียที

REVIEW

เคย์ลาได้พบกับลูคัสในขณะที่เธอทำหน้าที่เป็นได์นำทางให้นักวิจัยกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้าไปค้นคว้าเรื่องหมาป่าในอุทยานที่เธอทำงานอยู่ ระหว่างการเดินทางนั้น ... เคย์ลาไม่สามารถที่จะปฏิเสธสายตาของลูคัสที่จับจ้องมายังเธอได้ และเธอรู้ว่าเขาอันตรายขนาดไหนภายใต้หน้ากากเงียบขรึมของเขา เคย์ลาคิดว่ามันไม่คุ้มเลยที่จะเอาความรู้สึกของเธอเข้าไปเสี่ยงเช่นนั้น

เคย์ลากับเมสัน หนึ่งในกลุ่มนักวิจัยที่ว่าจ้างพวกเธอเริ่มสนิทกันมากขึ้น โดยทั้งสองคนอยู่ภายใต้สายตาของลูคัส แม้ว่าเขาจะมีทีท่าที่ไม่พอใจ แต่เคย๋ลาก็ไม่แน่ใจนักว่านั่นเป็นเพราะเขามีความรู้สึกให้กับเธอหรือเปล่า

ระหว่างทางเคย์ลาได้เจออันตรายจากเงาร้ายที่แฝงตัวอยู่ในร่างหมาป่าสีดำ แต่ในขณะที่เคย์ลาตกอยู่ในอันตราย หมาป่าขนหลากสีคล้ายกับผมของลูคัสก็เข้ามาช่วยชีวิตของเธอเอาไว้แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และสุดท้ายเคย์ลาก็ตัดสินใจอยู่กับเมสันต่อเพราะคำชวนอันหวานเชื่อมของเขา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือแผนของเมสันเพื่อหลอกหล่อให้ลูคัสมาช่วยเคย์ลา และพวกนักวิจัยก็จับตัวลูคัสในรูปของหมาป่าเอาไว้ได้ เพื่อที่นำเขาไปวิจัยทดลองอันนำมาซึ่งผลประโยชน์มหาศาล

เคย์ลาไม่อยากจะเชื่อว่ามนุษย์หมาป่าจะมีอยู่จริงๆ แม้ว่าเธอจะเห็นลูคัสกลายร่างต่อหน้าต่อตา แต่ลูคัสก็ตัดสินใจพาตัวเคย์ล่าหนีไปเพื่ออธิบายให้เธอฟังว่าเธอก็คือหนึ่งในพวกเขาเหมือนกัน และอีกไม่นานเคย์ลาก็กำลังจะกลายร่าง และเธอก็ไม่สามารถรอดชีวิตไปได้เลยหากปราศจากความช่วยเหลือของเขา

สุดท้ายเคย์ลาก็ตกหลุมรักลูคัสเมื่อเขาต่อสู้เพื่อปกป้องเธอจากพี่ชายแท้ๆของเขาที่เป็นหมาป่าสีดำตัวนั้นที่เธอรู้สึกว่าคุกคามเธอมาตลอดนั่นเอง และเมื่อเวลากลายร่างมาถึง ... เคย์ล่าก็ตัดสินใจรับลูคัสไว้เป็นคู่ของเธอและยอมจำนนต่อสัญชาตญาณในการกลายร่างในที่สุด

............................................................................................

อ่านแล้วอยากจะเขวี้ยงหนังสือทิ้งหลายรอบ อนิจจา ! นางเอกช่างน่ารำคาญเหลือเกิน อะไรของเธอก็ไม่รู้ตั้งแต่แรกๆละที่หวั่นไหวกับผู้ชายสองคนเพราะอีกคนก็หล่อเลิศ อีกคนก็แสนดี ดูไม่อันตรายเหมือนอีกคน นี่ฉันจะเลือกใครดีเนี่ย !?  ... มันเป็นแบบนี้ทั้งเรื่องจริงๆ จนเรารู้สึกว่าน่ารำคาญมากๆ

ไหนจะเรื่องที่เคย์ลาไม่เชื่อเรื่องมนุษย์หมาป่าอีกล่ะ ทั้งๆที่เห็นลูคัสกลายร่างต่อหน้าต่อเธอ ยังจะปฏิเสธอีกว่า ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ สมงสมองไปหมดละแม่คุณ นี่เธอเอาไอคิวไปขบคิดที่เรื่องผู้ชายจนไม่ยอมรับความจริงขนาดนี้เลยหรือ

ที่จริงพลอตเรื่องถึงจะสูตรสำเร็จไปหน่อย แต่ก็สามารถทำให้มันน่าสนใจมากขึ้นได้นะ มีจุดที่เราขอยอมรับว่าเราชอบอยู่สองสามจุด แต่คาแรคเตอร์ติ๊งต๊องน่ารำคาญของนางเอกกลบสิ่งดีๆในเรื่องนี้ไปเสียหมด หรือจะว่าว่าพลอตอ่อนปวกเปียกเลยก็ได้ เพราะมันไม่มีอะไรเลย ล่องๆลอยๆไปเรื่อยเปื่อย นี่ยังดีนะที่หนังสือเล่มนี้หนา 180 กว่าหน้า ถ้าหนา 400+ สงสัยเราคงต้องทนทรมานยิ่งกว่านี้

พอละ ... ขี้เกียจบ่น ยิ่งบ่นยิ่งยาว เพราะมันมีเรื่องให้บ่นเยอะซะเหลือเกินสำหรับหนังสือเล่มนี้ ...

คะแนน 4/10

Sep 21, 2014

I Am Number Four (Lorien Legacies #1)



ชื่อเรื่อง  ผมคือหมายเลข 4
จากเรื่อง I AM NUMBER FOUR
ผู้แต่ง พิตทาคัส ลอร์
ผู้แปล หมายเลข 1 (ณัฐพันธุ์ บุญเลิศ)
สำนักพิมพ์ แพสชั่น
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง

เรื่องย่อ

Nine of us came here. We look like you. We talk like you. We live among you. But we are not you. We can do things you dream of doing. We have powers you dream of having. We are stronger and faster than anything you have ever seen. We are the superheroes you worship in movies and comic books--but we are real.

Our plan was to grow, and train, and become strong, and become one, and fight them. But they found us and started hunting us first. Now all of us are running. Spending our lives in shadows, in places where no one would look, blending in. We have lived among you without you knowing.

But they know.

They caught Number One in Malaysia.
Number Two in England.
And Number Three in Kenya.
They killed them all.

I am Number Four.

I am next.

REVIEW

จอห์น สมิธ คือชื่อใหม่ที่ หมายเลข 4 ตัดสินใจเลือกใช้ในการหลบหนีครั้งหลังสุดกับเฮนรี คีเปอร์ที่ทำหหน้าที่ดูแลปกป้องเขาจากการตามล่าของเหล่าโมกาโดเรียน สามคนก่อนหน้าเขาถูกฆ่าไปแล้วตามลำดับหมายเลข บัดนี้หมายเลข 4 คือเป้าหมายถัดไป ด้วยการทำลายล้างของโมกาโดเรียนที่บุกรุกอาณาจักลอเรียน ทำให้พวกเขาต้องระหกระเห็ดเดินทางหนีมายังดาวโลกเพื่อฝึกฝนพลังเวทให้แกร่งกล้าพอที่จะต่อกรกับพวกโมกาโดเรียนได้ในที่สุด

การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของจอห์นในโรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ และศัตรูคนใหม่ ทำให้จอห์นรู้สึกว่าชีวิตของเขาเริ่มจะเข้าที่เข้าทาง เมื่อเขาได้รู้จักกับซาร่าห์ เขาก็ยิ่งไม่อยากจะหนีไปไหนอีกแล้ว เพียงแต่ถ้าเขาไม่หนี เขาก็ต้องตาย และนั่นคงไม่ใช่ทางออกที่นี่ดีนัก ดังนั้นจอห์นจึงจำต้องฝึกใช้พลังที่ได้รับมาใหม่ พร้อมทั้งค้นพบเรื่องราวในอดีตระหว่างการฝึกว่าดาวลอเรียนนั้นสูญสิ้นลงด้วยฝีมือของโมกาโดเรียนได้อย่างไร และพอจะมีหวังไหมที่จอห์นจะสามารถต่อกรและเอาชีวิตรอดไปได้

Sep 20, 2014

คิรากับช่างย้อมสี - Gathering Blue (The Giver #2)


ชื่อเรื่อง คิรากับช่างย้อมสี
จากเรื่อง Gathering Blue
ผู้แต่ง โลอิส เลาว์รี
ผู้แปล ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ
สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน

เรื่องย่อ

หากคำจำกัดความชุมชนของ "โจนาสกับผู้ให้" เล่มแรกของชุด "The Giver" คือสมบูรณ์แบบ ชุมชนใน "คิรากับช่างย้อมสี" เล่มสองนี้ก็อยู่คนละขั้วกับนิยามนั้น

ณ สังคมที่ความโหดร้ายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บาดแผลและความบอบช้ำเป็นเหมือนอวัยวะหนึ่งของร่างกาย ผู้คนต้องอยู่กับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ เพราะไม่มีใครสามารถหลบเลี่ยงความโหดร้ายของชีวิต แม้แต่คนที่ถูกโอบอุ้มและได้รับการปกป้องเป็นอย่างดีมาตลอดก็ตาม แม่ของ 'คิรา' บอกลูกสาวผู้เกิดมาพร้อมความไม่สมประกอบไว้ว่า "จงภูมิใจในความเจ็บปวดของตน...ลูกเข้มแข็งกว่าคนที่ไร้ความเจ็บปวดนัก" ซึ่งนี่อาจเป็นคาถาในการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดคาถาหนึ่ง

REVIEW

หลังจากที่คิราสูญเสียแม่ของเธอไป ความโชคร้ายก็ไม่ค่อยผ่อนปรนให้กับชีวิตของเด็กสาว คิราถูกนำขึ้นไปพิพากษาด้วยข้อหาที่เธอพิการมาตั้งแต่กำเนิด ในสังคมแห่งความเสื่อมทรามแห่งนี้ที่คิราอาศัยอยู่ ไม่เคยแม้แต่จะต้อนรับผู้พิการอย่างเธอ แต่แม่ของคิราก็ปกป้องจนถึงลมหายใจสุดท้ายของหล่อน เมื่อหล่อนสิ้นลม คิราจึงตกอยู่ในเงื้อมืออันโหดร้ายของชุมชนอันเสื่อมทรามแห่งนี้

คิราถูกตัดสินให้พ้นข้อกล่าวหาและได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ โดยใช้ความสามารถในการย้อมสีและปักผ้าเพื่อประดับตกแต่งเสื้อคลุมของผู้ขับร้องที่กำลังจะใช้ในพิธีตอนฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึง แต่เด็กสาวก็เป็นกังวลว่าฝีมือการย้อมสีที่ได้เรียนรู้มาจากแม่อาจจะไม่เพียงพอที่จะทำงานนี้จนลุล่วง คิราจึงถูกส่งไปเรียนกับช่างย้อมสีนามว่า แอนนาเบลลา

คิราเป็นเพื่อนสนิทกับแมตต์ และทอมัส ช่างแกะสลักที่ถูกพาตัวมาอาศัยอยู่ในที่แห่งเดียวกับคิราเพื่อทำหน้าที่สลักไม้เท่าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผู้ขับร้อง ไม่นานคิราก็ได้ค้นพบว่ายังมีโจ เด็กผู้มีความสามารถด้านการ้องเพลงอีกคนถูกนำตัวมาที่นี่

แมตต์หายตัวไป คิราออกไปตามตัวเขาจึงพบว่าเด็กชายเดินทางไปที่ไกลแสนไกลเพื่อตามหาสีฟ้ามาให้เธอ จนกระทั่งแมตต์กลับมาพร้อมกับสีฟ้าดังที่เขาเคยอ้าง นอกจากนี้เขายังมาพร้อมกับของขวัญชิ้นใหญ่ซึ่งก็คือพ่อของคิราที่เธอคิดว่าเขาได้ตายไปแล้ว แต่เขากลับรอดชีวิตมาได้จากการทำร้ายที่เธอเชื่อมาตลอดว่าเป็นฝีมือของสัตว์ร้าย ซึ่งความจริงกลับเป็นฝีมือของเจมิสัน ผู้ซึ่งช่วยชีวิตคิราในวันตัดสินคดีนั่นเอง

คิราเข้าใจในตอนนั้นทันทีว่า ... ในชุมชนที่เสื่อมทรามแห่งนี้ ไม่มีสัตว์ร้ายที่คอยดักซุ่มในป่าอยู่จริงๆ ตามที่แอนนาเบลลา ผู้ซึ่งตอนนี้ล่วงลับไปแล้วได้เคยกล่าวเอาไว้ แต่สัตว์ร้ายที่หล่อนเคยอ้าง คือฝีมือของมนุษย์ผู้อิจฉาริษยาที่คอยแก่งแย่งแข่งขันกัน และสามารถทำได้แม้กระทั่งคร่าชีวิตของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง ...

คิราตัดสินใจไม่หนีไปกับพ่อของเธอและอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งความเสื่อมทรามต่อไป เพราะเด็กสาวเชื่อว่า สักวันเธอจะเป็นคนกำหนดอนาคตของที่นี่ด้วยความสามารถแห่งการถักทอและย้อมสีของเธอ ...

..................................................................................

ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเราได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้กันแน่ และเราก็ไม่ได้รู้สึกสนุกไปกับเนื้อเรื่องเลยแม้แต่น้อย เพราะเนื้อเรื่องใน Gathering Blue จะตรงกันข้ามกับ The Giver โดยสิ้นเชิง ทั้งสภาพสังคมของชุมชนที่คิราอาศัยอยู่นั้นเสื่อมโทรมด้วยฝีมือและความเห็นแก่ตัวของมนุษย์โดยแท้ และหนังสือเล่มนี้ยังตีแผ่ให้เห็นถึงสิ่งพิเศษในตัวของมนุษย์ที่เรียกว่าพรสวรรค์ ซึ่งมีหลายคนแก่งแย่งกันเพื่อที่จะครอบครองพรสวรรค์เหล่านั้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เราสามารถบอกได้เต็มปากเลยว่า เราไม่ประทับใจในตอนจบเท่าไรนัก ก็อย่างว่าแหละ ... สไตล์การเขียนตอนจบแทบจะไม่ได้แตกต่างอะไรจากเล่มแรกที่เรียกได้ว่า "ให้ผู้อ่านไปตีความเอาเอง" สุดท้ายแล้ว ... คิราจะสามารถสรรค์สร้างอนาคตขึ้นมาใหม่ด้วยพรวสรรค์ของเธอได้หรือไม่ หนังสือไม่ได้กล่าวเอาไว้ แต่ผู้แต่งก็ได้ชี้นำไว้ในตอนท้ายว่าอาจจะมีความเป็นไปได้ที่ชุมชนแห่งนี้นั้นเน่าเฟะเกินกว่ามือเล็กๆของเด็กหญิงคนหนึ่งจะเยียวยาได้ หรือคิราจะสามารถกอบกู้สังคมนี้ขึ้นมาใหม่ได้ในที่สุด

Gathering Blue เป็นหนังสือเล่มบางๆเบาๆ แต่ความหนักของเนื้อเรื่องกลับไม่ได้เบาไปด้วยเลย อย่าหลงเชื่อเป็นอันขาดว่าเนื้อเรื่องสบายๆอย่างที่ได้อ่านในตอนแรก จะจบลงด้วยความผาสุขของตัวละครในตอนท้าย ถึงแม้ว่า Gathering Blue จะจบลงตรงที่ไม่มีความสูญเสียใดๆเกิดขึ้น แต่ impact ที่หนังสือเล่มนี้สร้างให้แก่ผู้อ่านกลับมากมายยิ่งกว่านั้น

ไม่เชื่อคุณก็ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู และคุณจะได้รู้ว่าเราไม่ได้พูดเกินจริง !

คะแนน 7/10

มนต์รักคืนใจ - Again the Magic (Wallflowers #0.5)


ชื่อเรื่อง มนต์รักคืนใจ
จากเรื่อง Again the Magic
ผู้แต่ง ลิซ่า เคลย์แพส
โรมานซ์ ย้อนยุค
ผู้แปล กัญชลิกา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

เธอมอบความรักอันบริสุทธิ์ให้แก่เขา... เลดี้อลีน มาร์สเดนถูกเลี้ยงดูมาเพื่อให้แต่งงานอย่างมีเกียรติกับผู้คนในชนชั้นเดียวกับเธอ แต่เธอกลับมอบหัวใจให้แก่จอห์น แมคเคนน่า คนรับใช้ในคฤหาสน์ของบิดาเธออย่างเต็มใจ ความพิศวาสของเขาและเธอเป็นความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้ จอห์นถูกไล่ออกจากงาน ส่วนอลีนถูกเนรเทศจากสังคมลอนดอนไปใช้ชีวิตอยู่ในชนบท และเขาได้ความรักของเธอไป... 
บัดนี้แมคเคนน่าสร้างตัวจนร่ำรวย เขากลับมาด้วยความหล่อคมสันสะดุดตาและมีเสน่ห์จับใจกว่าเดิม แผนการอันโหดร้ายของเขาก็คือ แก้แค้นสตรีที่เขาคิดว่าทำลายความรักของเขาจนแหลกสลาย แต่มนต์ขลังระหว่างสองหนุ่มสาวแผดเผาเจิดจ้าเช่นเคย บัดนี้เขาจะต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยให้การแก้แค้นดำเนินต่อไป... หรือเสี่ยงทุกอย่างเพื่อรักแรกและรักเดียวของเขา...

REVIEW

ความรักต่างชนชั้นระหว่างเลดี้อลีนและคนเลี้ยงม้าอย่างแมคเคนน่าจบลงอย่างไม่สวยงามนัก เมื่อแมคเคนน่าถูกคำพูดของเลดี้อลีนทำร้ายจิตใจและตะเพิดออกจากคฤหาสน์ที่เขาเคยทำงานอยู่ เพราะอลีนต้องการปกป้องเขาจะอำนาจของพ่อเธอที่รู้ความลับว่าทั้งคู่แอบไปมีความสัมพันธ์กัน ... สิบสองปีผ่านไปมาเมื่ออลีนได้พบกับแมคเคนน่าอีกครั้ง ชายหนุ่มถีบตัวขึ้นมาจากความยากจนสู่ความร่ำรวยจากผลพลอยได้ทางธุรกิจที่เขาลงทุนร่วมกับกิเดียน และนอกจากนี้แมคเคนน่าต้องการที่จะแก้แค้นเธอทุกวิถีทางเพื่อให้อลีนได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดตลอดหลายปีทีผ่านมาของเขา ในขณะที่เลดี้อลีนยังไม่สามารถที่จะลืมความสัมพันธ์ในครั้งนั้นได้ลง

แมคเคนน่าตั้งใจที่จะแก้แค้นอลีนโดยการเกี้ยวพาจนเขาได้ในสิ่งที่เขาปราถนามาตลอด แต่อลีนไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากจะเติมเต็มความปราถนาระหว่างเธอและแมคเคนน่าที่เธอเคยวาดหวังเอาไว้ เมื่ออลีนมีความลับของเธอที่ต้องปกป้องจากครั้งอดีตเรื่องที่ว่าเธอถูกไฟไหม้จนขามีรอยแผลเป็นน่าเกลียด ดังนั้นเธอจะไม่ยอมให้แมคเคนน่าได้เห็นรอยแผลเป็นนั้นเป็นอันขาด เพราะเขาก็คงจะรังเกียจเธอด้วยเหมือนกัน และทั้งคู่ก็จะลงเอยด้วยการแยกจากกันอีก เพียงแต่ครั้งนี้อลีนคงทนรับมันไม่ไหวแล้ว

พอแมคเคนน่าได้ฟังความจริงจากปากของลิเวีย น้องสาวของอลีน เขาก็ได้รับรู้ความจริงในที่สุดว่าทั้งหมดที่อลีนทำลงไปก็เพื่อปกป้องเขา เมื่อเขากลับจากลอนดอนจากการจัดการธุระ เขาก็มาสารภาพกับอลีนและขอเธอแต่งงานเพียงเพื่อจะพบว่าอลีนได้ตอบปฏิเสธเขา แมคเคนน่าจึงเดินทางกลับนิวยอร์คด้วยความสิ้นหวังหดหู่

อลีนได้รับฟังคำปลอบใจจากมาร์คัส พี่ชายของเธอ เธอจึงคิดได้ว่าเธอยังคงรักแมคเคนน่าเสมอไม่ว่าเขาจะมีฐานะทางสังคมเป็นยังไง หรือแม้กระทั่งเขาจะมีแผลเป็นน่าเกลียดแบบที่เธอเป็น เธอก็จะยังรักเขา ดังนั้นอลีนจึงตัดสินใจเดินทางไปทีท่าเรือและขอโอกาสให้แมคเคนน่าได้รับฟังเธออธิบายเรื่องราวทั้งหมด เมื่อทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้แล้ว อลีนและแมคเคนน่าจึงได้อยู่ร่วมกันในที่สุด ...

...........................................................................

มีเนื้อเรื่องของสองคู่ในเล่มนี้ ซึ่งเราว่ามันทำให้เนื้อเรื่องของคู่หลักดรอปลงไปหน่อยนึง แต่เราก็ขอชื่นชอบลิซ่าที่ออกแบบเนื้อเรื่องได้น่าสนใจตั้งแต่ตอนต้นเรื่อง แต่พอตอนที่พระนางต้องจากกัน แล้วมาเจอหน้ากันก็ทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้าไปอีก เรารู้สึกว่าหมดความสนใจไปบ้าง แต่ก็ยังดีที่มีปมดราม่าพอให้ลุ้นอยู่

เราว่ากว่าทั้งคู่จะลงเอยกันได้นี่เราลุ้นจนเหนื่อยจริงๆ แล้วพอทั้งสองลงเอยกัน มันกลับไม่ได้ทำให้เราอิ่มใจเหมือนกับนิยายเรื่องอื่นๆ แต่รู้สึกเหมือนกับตอนจบของนิยายโรมานซ์ธรรมดาๆเล่มหนึ่ง ซึ่งไม่ได้พีคอะไรมากมาย ถึงจะมีน้ำตาซึมบ้าง ก็ไม่ได้ถึงกับยกให้เป็นนิยายที่ประทับใจ ในความรู้สึกเรามันเหมือนมีอะไรขาดๆไปอยู่ที่จะทำให้เนื้อเรื่องไปได้ไกลกว่านี้

ชอบสไตล์การเขียนของลิซ่าที่เนื้อเรื่องดูค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับขั้นตอน ถึงจะมีสโลว์ตอนท้ายๆนิดหน่อย แต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยมจริงๆในด้านความเข้มข้นและความดราม่าของเนื้อเรื่อง

คะแนน 8/10

Sep 19, 2014

โจนาสกับผู้ให้ - The Giver (The Giver #1)



ชื่อเรื่อง โจนาสกับผู้ให้
จากเรื่อง The Giver
ผู้แต่ง โลอิส เลาว์รี
ผู้แปล ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ
สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน

เรื่องย่อ

เหตุการณ์ในเล่มแรกเกิดขึ้น ณ ชุมชนที่ดูสงบราบเรียบ จนอาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ที่นี่ไม่มีสงคราม ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีคนเกลียดกัน ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมไว้อย่างดีสำหรับทุกคน ทั้งที่อยู่อาศัย อาหารการกิน โรงเรียน อาชีพ ฯลฯ และเมื่อพลเมืองอายุครบ 12 ปี ก็จะได้รับมอบหมายหน้าที่เพื่อฝึกฝนก่อนยึดเป็นอาชีพในอนาคต ซึ่ง 'โจนาส' ได้รับหน้าที่สำคัญประจำเมือง ที่เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้และเห็นเรื่องราวต่างๆ ในชุมชนมากกว่าที่สายตาเขาเคยเห็น อย่างไรก็ตาม การได้รู้ลึก รู้จริง ได้มีความรู้สึก และมีความทรงจำที่ไม่เหมือนใครอยู่คนเดียว มันช่างเดียวดายและโหดร้าย ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแบบใดจะโหดร้ายกว่า ระหว่างการได้รู้ความจริงแบบโจนาส กับการเป็นพลเมืองที่ถูกปิดหูปิดตาไปตลอดชีวิต

REVIEW

นี่คือสังคมในอุดมคติที่ไร้ซึ่งความขัดแย้ง สมาชิกทุกคนสามัคคีปรองดองกัน เมื่อพลเมืองอายุสิบสอง พวกเขาจะได้คัดเลือกให้ทำหน้าที่ต่างๆ มองเผินๆเหมือนจะเป็นสังคมที่สงบสุขและน่าอยู่ใช่ไหม แต่คุณแน่ใจหรือว่าคุณอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมแห่งนี้จริงๆ ?

โจนาสคือเด็กชายอายุสิบเอ็ดย่างสิบสอง เขาเป็นกังวลเกี่ยวกับสายอาชีพที่เขาจำเป็นต้องเลือกเมื่อเข้าร่วมพิธีในครั้งต่อไป เพราะโจนาสไม่ได้มีอาชีพในฝันเหมือนคนอื่นๆ นั่นทำให้เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกคัดเลือกให้ทำอาชีพไหน จนถึงวันที่โจนาสได้รับคัดเลือกให้เป็น 'ผู้รับ' (the Receiver) คนใหม่เพื่อทำหน้าที่เป็นขุมความรู้ให้แก่คนในชุมชน และแบกรับอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดที่เหือดหายไปจากทุกผู้คนมานานแสนนาน

ภาระของโจนาสหนักอึ้งพอๆกับ 'ผู้ให้' (the Giver) โดยผู้ให้ถ่ายทอดความรู้ในการเป็นไปของโลกใยภายนอก โลกที่ทุกอย่างแตกต่างออกไปจากโลกที่โจนาสอาศัยอยู่มาตั้งแต่จำความได้ สีสัน อารมณ์ความรู้สึก สงคราม และความตาย ค่อยๆร่วงหล่นสู่จิตใจของโจนัส และทำให้เขาสงสัยว่าผู้คนในสังคมอยู่โดยปราศจากความรู้สึกมาได้อย่างไร

เมื่อโจนาสได้ล่วงรู้ความลับของ 'การปลดปล่อย' ที่ใช้จัดการเด็กทารกที่ไม่เป็นที่ต้องการ ผู้กระทำผิด หรือกระทั่งคนแก่ แท้จริงแล้วการปลดปล่อยไม่ใช่การเนรเทศผู้คนอย่างที่โจนาสเคยเข้าใจ แต่มันคือการฆ่าผู้คนที่มีตำหนิเหล่านี้ เมื่อโจนาสทนรับความจริงพวกนี้ไม่ได้ เขาและผู้ให้ก็ได้วางแผนที่จะหลบหนีออกไปจากสังคมแห่งนี้ และเมื่อโจนาสจากไปแล้ว ความทรงจำของเขาจะถูกปลดปล่อยคืนแก่คนในสังคม

..............................................................

คิดว่าถ้าเราได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนหน้านี้สัก 10 ปี มันจะต้องสนุกมากแน่ๆ ...

เราอ่านหนังสือ The Giver หลังจากที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว และพบว่าเนื้อเรื่องในภาพยนตร์มีการแต่งเสริมในบางจุดที่ในหนังสือไม่มีเพิ่มเข้าไป ถ้าจะถามว่าอันไหนสนุกกว่ากัน เราก็จะไม่รู้จะตอบยังไงดี เพราะว่าฉบับภาพยนตร์นั้น มีฉากให้เราได้ลุ้นและบิวท์อารมณ์ให้สนุกไปกับการแก้ปัญหาของตัวละคร แต่ในหนังสือแทบจะไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่เลย ตรงกันข้าม ... ส่วนของหนังสือจะเน้นไปที่การอธิบายให้เราได้รู้จักอารมณ์ต่างๆของมนุษย์เสียมากกว่า

แต่จุดที่เราชอบ แน่ๆละ นั่นก็คือการเสริมข้อคิดและนามธรรมของสภาพพื้นฐานทางอารมณ์ของมนุษย์ซึ่งนำมาตีแผ่ในมุมมองที่เข้าใจง่ายและน่าติดตามสำหรับวรรณกรรมเยาวชนเล่มนี้ หากจะมีหนังสือสักเล่มที่สอนให้เด็กๆรู้จักถึงอารมณ์อันแปลกใหม่ในช่วงที่ชีวิตเข้าสู่วัยรุ่น ถือว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะมีส่วนร่วมมากๆเลยทีเดียว ซึ่งเราไม่แปลกใจที่ทำไม The Giver ถึงถูกแนะนำให้เด็กประถมได้อ่านกันอย่างแพร่หลาย

มาพูดถึงมุมมองของเราสำหรับหนังสือเล่มนี้ ... ด้วยความที่อายุเลยวัยรุ่นมาบ้างแล้ว ทำให้เราค่อนข้างที่จะกร้านโลกและรู้สึกว่าสิ่งต่างๆในหนังสือเล่มนี้ดู 'เด็ก' ไปสำหรับเรา ซึ่งนี่ไม่ใช่ข้อเสียของหนังสือ ต้องโทษตัวผู้อ่าน(อย่างเรา)เองที่เลือกหยิบหนังสือที่ไม่แมทช์กับอายุมาอ่าน 555

แต่สำหรับการเล่าเรื่อง เราว่ามันเอื่อยๆเนือยๆอย่างบอกไม่ถูก (ซึ่งจุดนี้เราคิดว่าฉบับภาพยนตร์ทำได้ดีกว่ามากๆ ที่มีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องและเติมเต็มในส่วนที่หนังสือขาดหายไป) ในส่วนของการทิ้งท้ายในตอนจบ เราไม่กล้าที่จะเรียกว่างง เพราะมันชัดเจนอยู่แล้วว่าผู้แต่งต้องการให้คนอ่านไปตีความต่อถึงสิ่งที่โจนาสต้องเจอในตอนจบ (แต่เผอิญว่าเราไม่ใช่พวกนักวิเคราะห์ไง พอถึงตอนจบก็อือๆอาๆไปกับผู้แต่งนั่นแหละ เค้าแต่งอะไรมาให้อ่าน ฉันก็อ่านแล้วจบกันแค่นั้นแหละ ไม่ได้มีการตีความเพิ่มหรอก ฮ่าๆ)

คะแนน 8/10

Sep 9, 2014

Justice (New Species #4)


ชื่อเรื่อง Justice
ชุด New Species
ผู้แต่ง Laurann Dohner
แนว Erotic / Paranormal
สำนักพิมพ์ ELLORA'S CAVE

เรื่องย่อ

Justice North is the face of New Species. Seeing him up close makes Jessie's heart race. He's the ultimate alpha male-big, muscular, exotically beautiful...and dangerous. Of course he's off limits. But then the sexy man purrs and all bets are off.

Jessie Dupree is a mouthy, fiery human female who brings out the animal in Justice. She wants to show him how to relax, and he's all for anything she wants to do, but Justice has sworn to protect his people and to take a Species mate. He's torn between the woman he wants and the oath he's taken.

Jessie knows a relationship between them probably won't end well; heartbreak is inevitable. But that won't stop her from freeing the wildness inside Justice and spending every moment she can steal wrapped around his hot body, making him roar with passion.

REVIEW

จัสทิซรับเจสซี่เข้าสู่เตียงของเขา และแรงดึงดูดเจสซี่มีต่อเขานั้นมากกว่าผู้หญิงคนไหนที่จัสทิซเคยพบเจอ ด้วยภารกิจและหน้าที่ของจัสทิซ เขาคือผู้นำของเหล่านิวสปีชีส์ ทำให้เขาไม่มีเวลามากกว่าจะมาจัดการปัญหาเรื่องผู้หญิงที่กำลังรุมเร้าจิตใจของเขาอยู่ รวมถึงเจสซี่ที่มักจะเอาชีวิตออกไปเสี่ยงอันตรายด้วยหน้าที่ช่วยเหลือเหล่านิวสปีชีส์รายใหม่ที่ยังถูกขังอยู่ตามที่ต่างๆ ทำให้ดูเหมือนว่าหนทางของสองคนนี้จะไม่สามารถบรรจบกันได้เลย

เจสซี่ถูกสไนเปอร์ลอบยิงในการปฏิบัติภารกิจครั้งหลังสุด เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อข่าวล่วงไปถึงหูของจัสทิซ เขาเสียใจมากเพราะคิดว่าเขาอาจจะไม่สามารถสัมผัสเจสซี่ได้อีกแล้ว ความคิดนั้นฉีกทึ้งเขาเสียจนจัสทิซแทบทนไม่ได้ เขาไม่สนใจสื่ออีกต่อไป จัสทิซจึงไปหาเจสซี่ถึงโรงพยาบาลเผื่อว่านี่อาจจะเป็นการพบหน้ากันสุดท้ายของพวกเขาสองคนก็ได้ แต่จัสทิซก็ไม่ได้อยู่รอจนเจสซี่ฟื้นขึ้นมาพบเขา เพราะมีงานด่วนที่เขาต้องรีบไปจัดการเสียก่อน

โชคดีที่เจสซี่รอดชีวิต แต่เธอก็ถูกโยกย้ายให้ไปทำงานที่โฮมแลนด์เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเองจากคำสั่งของพ่อเธอที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกลุ่มนิวสปีชีส์ จัสทิซและเจสซี่มองเห็นปัญหาที่ตามมาหากทั้งสองปล่อยให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปจนแพร่ไปสู่สาธารณะ จะมีแต่ผลเสียในฐานะที่จัสทิซเป็นผู้นำของเหล่านิวสปีชีส์ เรื่องนี้จะทำให้ที่ยืนของนิวสปีชีส์แคบลงไปอีก ไหนจะเรื่องพ่อของเจสซี่ที่อาจจะถูกปลดออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาถ้าข่าวของทั้งสองถูกปล่อยออกไป จัสทิซจึงพยายามยั้งตัวเองไม่ให้เข้าหาเจสซี่ แต่เขาก็ทำไม่ได้เมื่อเขาต้องการจัสซี่เหนือสิ่งอื่นใด

เจสซี่รู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเธอกับจัสทิซคงไปกันไม่รอด เพราะเขาไม่คิดแม้แต่จะเปิดเผยเรื่องของทั้งคู่ให้คนอื่นรู้ แล้วเมื่อเจสซี่มารู้ทีหลังอีกว่าจัสทิซหวังว่าคู่ครองของเขาจะเป็นนิวสปีชีส์เหมือนกัน นั่นยิ่งทำให้เจสซี่ยิ่งรีบตีตัวออกห่างจากจัสทิซมากขึ้นไปอีก เพราะเจสซี่คิดว่าเธออาจจะเป็นแค่คู่นอนแก้เบื่อของเขา และนั่นหมายความว่าไม่มีอนาคตรอเธออยู่อย่างแน่นอน ซึ่งสำหรับจัสทิซนั้นเจสซี่สำคัญต่อเขาเหนือสิ่งใด แต่ภาระที่เขาแบกอยู่บนบ่าก็ทำให้เขาไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลถึงสวัสดิภาพของตัวเจสซี่เอง เพราะที่จัสทิซทำลงไปทั้งหมดก็หวังเพียงเพื่อให้เจสซี่ปลอดภัย เพราะถ้าหากเรื่องแดงขึ้นมา เจสซี่คงจะตกเป็นเป้าหมายใหม่ของพวกกลุ่มต่อต้านแน่ๆ

สองอาทิตย์ผ่านไปหลังจากที่เจสซี่ตัดความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจัสทิซ เจสซี่ก็ไปพบจัสทิซกำลังเต้นนัวเนียอยู่กับหญิงสาวชาวนิวสปีชีส์อีกคนที่คลับแห่งหนึ่งในโฮมแลนด์ เจสซี่เห็นความเหมาะสมของทั้งคู่ก็อดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ที่จัสทิซหันไปหาผู้หญิงคนอื่น ดังนั้นเจสซี่เลยตัดสินใจควงผู้ชายอีกคน อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ นั่นทำให้เจสซี่กล้าที่จะทำแบบนั้น จนจัสทิซมาเห็น เขาโมโหมากที่เจสซี่ปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาแตะต้องเนื้อตัว เขาลากเธอออกมาจากคลับและสั่งให้เธอกลับบ้าน และเขาพร้อมที่จะไปอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เจสซี่ฟังในวันถัดไป ...

เจสซี่ร้องไห้เสียใจให้บรีซ เพื่อนนิวสปีชีส์ของเธอฟังถึงเรื่องที่จัสทิซกระทำต่อเธอ บรีซจึงหาทางช่วยเจสซี่โดยจับเธออาบน้ำแต่งตัวไปงานปาร์ตี้ในคืนถัดไปและให้บรรดาผู้ชายเข้ามาตีสนิทกับเธอ จนจัสทิซเห็นภาพนั้นแล้วบรรดาลโทสะขึ้นมา จัสทิซตัดสินใจประกาศความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจสซี่ต่อหน้าสาธารณชนในที่สุด และเขายินดีที่จะสละตำแหน่งผู้นำหากเรื่องนี้ทำให้ใครหลายๆคนไม่พอใจ

จัสทิซพาเจสซี่ย้ายเข้ามาอยู่กับเขาและขอเธอแต่งงาน ทั้งสองปรับความเข้าใจกันหลังจากเหตุการณ์ที่คลับแห่งนั้น จัสทิซสารภาพว่าเจสซี่เป็นคู่ของเขาและเขาจะไม่มีทางปล่อยเธอไปอีกแล้วเด็ดขาด แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีผู้บุกรุกบุกเข้ามาหวังจะทำร้ายเจสซี่ถึงบ้าน จัสทิซออกไปรับมือกับคนในเผ่าพันธุ์เดียวกับเขาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจสซี่จึงจัดการกับคนเหล่าคนนั้นด้วยปืนของเธอ

เมื่อจัสทิซฟื้นจากการรักษาตัว เขาก็จัดงานแต่งงานขึ้นโดยเชิญพ่อของเจสซี่มาร่วมด้วย และเขาก็รับมือเรื่องระหว่างจัสทิซและเจสซี่ได้โดยไม่มีปัญหาเหมือนอย่างที่ทั้งสองเคยกลัว ...

......................................................................

เราคาดหวังจริงๆว่าเล่มนี้มันจะออกมาดี และเรารอคอยที่จะอ่านเล่มของ Justice มาตั้งแต่ตอนอ่านเล่ม Fury แต่ที่ไหนได้ ... เล่มนี้เนื้อเรื่องไม่ได้สนุกอย่างที่เราคิดเอาไว้เลย ในความรู้สึกเรามีหลายจุดที่อืดอาดยืดยาดเกินความจำเป็น และเราคิดตลอดว่าถ้าจัสทิซและเจสซี่เปิดใจคุยให้เร็วกว่านี้ เนื้อเรื่องก็คงไม่ยืดยาวมาจนถึงขนาดนี้ แล้วจู่ๆ ... ทั้งสองก็ยอมกันง่ายเกินด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ

เอาจริงๆเราโทษจัสทิซคนเดียวเลยที่งี่เง่าในการตัดสินใจมากๆ คิดแทนคนอื่นตลอดว่าจะเกิดผลกระทบโน่นนี่ตามมา ซึ่งตอนแรกเราก็เข้าใจถึงภาระที่จัสทิซต้องแบกรับเอาไว้นะ ว่าต้องเป็นทั้งผู้นำของเผ่าพันธุ์และเป็นคนรักของใครสักคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันไม่ได้ง่าย ! แต่เรามาขัดใจตรงที่ทั้งคู่คืนดีกันนี่สิ อยู่ๆจัสทิซก็ประกาศความสัมพันธ์ต่อหน้าประชาชีเฉยเลย ทั้งๆทีก่อนหน้านี้เขากลัวแทบตายว่าคนอื่นจะรู้ว่าเขากับเจสซี่มีอะไรกัน จนเจสซี่ยกเรื่องนี้มาข่มจัสทิซได้ตลอดเวลาเธอต้องการจะไล่เขาออกจากบ้านหลังจากทั้งคู่ความเห็นไม่ลงรอยกัน

นอกจากนี้ ... เราไม่ชอบความงุ่นง่านน่ารำคาญที่เนื้อเรื่องมาแนว Just fuck and talk later ... นั่นทำให้ปัญหาของทั้งคู่ไม่เคลียร์สักที แถมยังกองสุมมากขึ้นเรื่อยๆอีกต่างหาก พอปัญหามันเยอะขึ้น พระนางก็เริ่มที่จะเชิดใส่กันเมื่อจัดการความรู้สึกของตนเองไม่ได้สักที นางเอกก็เข้าใจผิดว่าพระเอกไปอยู่กับผู้หญิงอื่น ก็เลยไปควงผู้ชายคนอื่นมาเพื่อเย้ยพระเอก แถมการที่ยังไม่เปิดใจคุยตั้งแต่เนิ่นๆด้วยแหละมั้ง ทำให้ปัญหามันบานปลายและเนื้อเรื่องแลดูจะวนไปเวียนมามากเกินไปจนเราเริ่มรู้สึกเบื่อ

อีกจุดหนึ่งที่หายไปอย่างเห็นได้ชัดของหนังสือเล่มนี้ก็คือ ... การต่อสู้และบทแอ็คชั่นทริลเลอร์ที่เป็นจุดเด่นในสามเล่มก่อนหน้า มันเบาบางลงมาก และถูกแทนที่ด้วยปัญหาของพระนางที่เราเอ่ยเอาไว้ในย่อหน้าที่แล้ว ซึ่งเรา ... เกลียดมากกกกกกกกกกกกกก เนื้อเรื่องแนวๆนี้เนี่ย อุตส่าห์หนีมาอ่านนิยายโรมานซ์ต่างประเทศ หวังว่าจะไม่เจออะไรน่าเบื่อน่ารำคาญแบบนี้ แต่ก็ยังมาเจอจนได้ เฮ้อ ... อนิจจา วะตะ สังขารา !!!

สรุปคือ ... เราไม่ชอบเล่มนี้จริงๆ ด้วยเหตุผลอะไรๆที่เห็นกันชัดๆอยู่แล้ว ในด้านอารมณ์ที่ดรอปลงจากสามเล่มก่อนหน้าอย่างมาก แม้ว่าคาแรคเตอร์ของ Justice จะน่าสนใจมากที่สุดและดูเหมือนจะเป็นจุดขายของหนังสือชุดนี้แค่ไหน และแทนที่จะใช้การผจญภัยแอ็คชั่นทริลเลอร์มาทำให้เนื้อเรื่องมันดูมีรสชาติและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น แต่เนื้อเรื่องกลับเน้นไปในการตั้งแง่ใส่กัน  คิดไปเอาเองคนเดียวไปเรื่อยๆ จนเนื้อเรื่องมันยืดมาเกือบ 300 กว่าหน้านี่ เราว่ามันไม่ใช่แล้ว !!!

คะแนน 7/10