Showing posts with label score-2. Show all posts
Showing posts with label score-2. Show all posts

Jul 2, 2015

Grey (Fifty Shades #4)



ชื่อเรื่อง Grey
จากเรื่อง Fifty Shades
ผู้แต่ง E.L. James
แนว Erotic BDSM

เรื่องย่อ

See the world of Fifty Shades of Grey anew through the eyes of Christian Grey.

In Christian's own words, and through his thoughts, reflections, and dreams, E L James offers a fresh perspective on the love story that has enthralled millions of readers around the world.


Christian Grey exercises control in all things; his world is neat, disciplined, and utterly empty—until the day that Anastasia Steele falls into his office, in a tangle of shapely limbs and tumbling brown hair. He tries to forget her, but instead is swept up in a storm of emotion he cannot comprehend and cannot resist. Unlike any woman he has known before, shy, unworldly Ana seems to see right through him—past the business prodigy and the penthouse lifestyle to Christian’s cold, wounded heart.

Will being with Ana dispel the horrors of his childhood that haunt Christian every night? Or will his dark sexual desires, his compulsion to control, and the self-loathing that fills his soul drive this girl away and destroy the fragile hope she offers him?

REVIEW

ในโลกของคริสเตียน เกรย์นั้นเต็มไปด้วยฝันร้ายจากอดีตที่ตามหลอกหลอนเขาทุกคืน จนกระทั่งเขาได้พบกับอนาสตาเซีย สตีลหญิงสาวที่มาสัมภาษณ์เขา คริสเตียนก็เกิดความสนใจในตัวของเธอทันที เขาให้คนของเขาตามสืบหาที่ทำงานของเธอ ประวัติทั้งหมดของเธอ จนกระทั่งคริสเตียนตามล่าเธอไปจนถึงที่ทำงานและได้ทำความรู้จักกับอนามากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันที่อนายอมให้เขาเป็นคนรักคนแรกของเธอ

แต่คริสเตียนต้องการมากกว่าเซ็กส์ธรรมดา ดังนั้นเขาจึงร่างสัญญาขึ้นมาและพาอนาเข้าสู่โลกอีกโลกหนึ่งที่โลดแล่นภายใต้ความเจ็บปวดและความสุขสม การรับบทดอมและซับที่เขาต้องการฝึกฝนอนาจนเธอเชี่ยวชาญ แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เมื่ออนาเป็นหญิงสาวใสซื่อ โรแมนติคและต้องการดอกไม้และคำหวาน โดยตรงกันข้าม...คริสเตียนไม่ใช่ผู้ชายนิยมความรัก และเขาไม่มีสิ่งที่อนาสตาเซียต้องการ

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาไกลจนกระทั่งคริสเตียนนยอมเล่าเรื่องเอเลน่าให้กับอนาฟัง เอเลน่าเป็นเพื่อนแม่ของเขาที่แนะนำให้เขารู้จักการปลดปล่อยความเครียดออกมาภายใต้บทบาทของซับมิสซีฟ เขาคือคนที่คริสเตียนมีเซ็กส์ด้วยคนแรกจนกระทั่งคริสเตียนไม่เคยแตะต้องใครหลายตลอดเวลาที่เขาเรียนมหาวิทยาลัย แม้กระทั่งทุกวันนี้ทั้งคู่ก็ยังติดต่อกันอยู่แม้จะหยุดความสัมพันธ์กับแค่เพื่อนเท่านั้น

อนาต้องการให้คริสเตียนทำให้เธอได้รู้จักกับความเจ็บปวดที่ถึงที่สุดในความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ ดังนั้นคริสเตียนจึงพาเธอเข้าห้องเพลย์รูมและโบยเธอหกที อนาทนรับความเจ็บปวดนั้นไม่ไหวและเธอผลักคริสเตียนออกห่าง เขาเจ็บปวดที่เธอเดินออกจากชีวิตเขา แม้ว่าอนาจะสารภาพว่าเธอรักเขาก็ตาม แต่คริสเตียนกลัวความรู้สึกนั้น เพราะเขาไม่สามารถที่จะรักใครได้

หลังจากที่อนาทิ้งคริสเตียนไป ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เขาไปพบกับจิตแพทย์และได้ปรึกษาจนรู้ว่าอนาเป็นหญิงสาวที่แตกต่างออกไปจากคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาทั้งหมด และไม่ว่าเธอจะต้องการความสัมพันธ์แบบไหน คริสเตียนก็ยินดีจะตามใจเธอ ขอเพียงแค่เธอกลับมาหาเขา...และเขาก็พร้อมที่จะเอาชนะใจเธออีกครั้ง

........................................................................

เป็นการอ่านที่สยดสยองมากๆสำหรับเรา คือเนื้อเรื่องอย่างที่เรารู้ๆกันแล้ว ตอนอ่านเล่มนี้คิดว่า Christian's POV ย่อมต้องดีกว่าอนาแน่ๆ แต่ที่ไหนได้ เหอๆ...อนาแค่ทำเรารำคาญ แต่คริสเตียนนี่ทำเราขนลุก อ่านเล่มนี้จบแล้วถึงรู้ว่าคู่นี้เหมาะกับราวผีเน่ากับโลงผุ อยู่ด้วยกันไปเหอะสองคนนี้อ่ะ เหมาะกันดี คนหนึ่งซื่อจนโง่ อีกคนก็โรคจิต คือวันๆคริสเตียนไม่คิดอะไรนอกจาก ผมจะกินตับเธอ ผมจะกินตับเธอบนเปียโน ผมจะกินตับเธอบนโต๊ะทำงาน ผมจะกินตับเธอในห้อง ผมจะกินตับเธอบนสนามหญ้า ตับๆๆๆๆๆ ทั้งเรื่อง !! ตู้หูยยยย !! นี่ถ้าจะมากขนาดนี้นะ...รบกวนกินยาถ่ายพยาธิด้วยล่ะ กินตับอยู่นั่นแหละทั้งเรื่องอ่ะ

นี่มีอีกนะ ไอ้ตรงคำบรรยายที่แบบ ...

My cock agrees. / Her words travel straight to my cock. / My cock concurs. / My cock hardens in response. / My cock stirs with approval.

สงสัยว่าอวัยวะส่วนนั้นคริสเตียนมันเป็นคนหรือว่าอะไร ดูเหมือนอยากจะแย้มหน้ามาทักทายคนอ่านตลอดเวลา นี่แบบอ่านจนรำคาญ อยากจะถือมีดเข้าไปฟัน My Cock ทิ้งมาก เลิกพูดถึงซะทีเหอะ มันไม่ได้อีโรติคเลยนะนั่น มันตลก มันทำให้เราคิดว่านี่ My cock หรือปลาไหลญี่ปุ่นกัน ลื่นไปลื่นมาอยู่นั่นแหละ

สำนวนไม่ได้พัฒนาขึ้นจากสามเล่มก่อนหน้าเลย แย่ยังไงก็แย่เหมือนเดิม การเล่าเรื่องจืดชืด ไร้รสชาติ ขาดความน่าสนใจ คาแรคเตอร์คริสเตียนตอนที่เล่าผ่าน POV ของอนายังดูน่าสนใจอยู่นะ แต่เมื่อได้เข้าไปอยู่ในหัวของคริสเตียนแล้ว รู้ได้เลยว่า...เขาเป็นคนจับจด น่ารำคาญ โรคจิต ไร้สาระ เหมือนคนป่วยจิตเวชที่ลืมกินยา อ่านๆไปก็อยากจะบอกว่า...มิสเตอร์เกรย์ เชิญรับยาได้ที่ช่อง 2 !

อีแอลเจมส์เธอเลือกที่จะใช้ช่วงที่กระแสภาพยนตร์ยังไม่ซาเท่าไรออกหนังสืออีกเล่ม ซึ่ง GREY นั้นไม่ได้มีเนื้อหาอะไรแตกต่างไปจาก Fifty Shades of Grey (เล่มแรก)เลยแม้แต่น้อย ยกเว้นว่าเล่มนี้จะเล่าผ่านมุมมองของคริสเตียน... และน่าจะมีมุมมองของคริสเตียนผ่านเล่ม Darker และ Freed ออกมาแน่ๆ ซึ่งเราไม่รู้ว่าอีกสองเล่มนั้นจะออกเมื่อไร แต่เหมือนมันเป็นเวรเป็นกรรมของคนอ่านอย่างเรา ที่เกิดมาในยุคหนังสือชุดนี้มันดัง ตอนแรกว่าจะไม่อ่าน เห็นกระแสใน GR มาหนักๆเข้าก็ต้องซื้อมาอ่านอยู่ดี เพราะความอยากรู้อยากลอง...

คะแนน 2/10

Oct 28, 2014

รัก, เพื่อน - Love, Rosie


ชื่อเรื่อง รัก, เพื่อน
จากเรื่อง Love, Rosie
ผู้แต่ง ซิซีเลีย อะเฮิร์น
ผู้แปล มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
โรมานซ์ ร่วมสมัย
สำนักพิมพ์ แพรว

เรื่องย่อ

โรซี่ กับ อเล็กซ์ เป็นเพื่อนกันมานานแสนนาน อเล็กซ์อาจจะโกรธบ้างที่โรซี่บอกว่าหมาสุดรักของเขาตัวเหม็น แต่สุดท้ายแล้ว ทั้งสองก็เป็นเพื่อนที่รักและสนิทกันมากที่สุด เมื่ออเล็กซ์ต้องย้ายไปบอสตัน ทั้งสองยังคงติดต่อกันไม่ได้ขาด ก่อนถึงวันงานเต้นรำครั้งสุดท้ายของชีวิตไฮสกูล อเล็กซ์และโรซี่ทำทุกทางเพื่อให้เขากลับมาเป็นคู่ควงของเธอให้ได้

REVIEW

อเล็กซ์กับโรซี่เป็นเพื่อนกันมานาน เมื่อทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง อเล็กซ์พลาดที่จะจับเที่ยวบินให้มาทันงานเต้นรำ นั่นทำให้โรซี่ต้องควงผู้ชายอีกคน และชีวิตเธอก็เปลี่ยนไป ! โรซี่พบว่าตัวเองท้อง พอได้เป็นแม่คน โลกทั้งใบของโรซี่ก็พลิกตลบ ในขณะที่อเล็กซ์ได้เรียนแพทย์ต่อในมหาวิทยาลัย มีแฟนสาวหน้าตาสะสวยอย่างแซลลี่ และโรซี่ก็กลายเป็นคุณแม่ที่ต้องดูแลเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน บวกกับทำงานออฟฟิศให้เจ้านายสุดหื่นกะลิ้มกะเหลี่ยเธอไปวันๆ

ก่อนหน้านั้นโรซี่ได้จูบกันอเล็กซ์และคิดว่าเธอไม่สามารถที่จะลืมเขาลงได้ เมื่ออเล็กซ์กำลังจะแต่งงานกับแซลลี่และชวนโรซี่ให้ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว โรซี่จึงต้องเดินหน้าต่อไปและออกเดตกับเกร็ก หนุ่มคนใหม่ที่ยอมรับผู้หญิงอย่างเธอได้ ชีวิตคู่ของโรซี่และเกร็กราบรื่นเมื่อโรซี่ย้ายไปอยู่กับเขา โรซี่และอเล็กซ์ยังคุยตอบจดหมายกันอยู่เป็นประจำ แม้ว่าโรซี่จะสัมผัสได้ว่าแซลลี่ชักไม่ชอบขี้หน้าเธอเรื่องอเล็กซ์แล้วก็ตาม

อเล็กซ์หย่ากับแซลลี่ และโรซี่พบว่าเกร็กนอกใจเธอ อเล็กซ์ไร้ที่พึ่ง เขาเหลือโรซี่เพียงคนเดียวและตระหนักได้ว่าเธอสำคัญต่อเขาขนาดไหน เขารักโรซี่ อเล็กซ์ตัดสินใจเขียนจดหมายสารภาพรักส่งมาให้โรซี่ แต่มันกลับไม่ถึงมือเธอ เกร็กเป็นคนเก็บไว้ให้ เมื่อโรซี่ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเขาต่อไปและเข้ารับการปรึกษาปัญหาชีวิตคู่

โรซี่จับว่าเกร็กนอกใจเธอได้อีกครั้งหลังจากทั้งคู่กลับมาคืนดีกันและระหองระแหงไปเรื่อย เธอเลยเลิกกับเกร็ก โรซี่กำลังจะย้ายไปอยู่กับอเล็กซ์แต่พ่อที่แท้จริงของลูกสาวเธอกลับมาหาเธอ นั่นทำให้โรซี่ต้องติดแหง่กอยู่ที่เดิมพร้อมกับเปิดโอกาสให้ลูกสาวเธอรู้จักกับพ่อแท้ๆ อเล็กซ์กลับไปแต่งงานกับแฟนเก่าสมัยตอนเรียนและโรซี่ลาออกจากงานเดิมที่ทำและย้ายที่อยู่ ซึ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอเริ่มแย่ลง(อีกครั้ง)

โรซี่ตัดสินใจเรียนต่อ เธอเสียพ่อของเธอไป จนวันหนึ่ง ... จดหมายที่หายไปของอเล็กซ์ก็ถูกส่งมาถึงมือเธอ เนื้อความในนั้นคือสิ่งที่อเล็กซ์สารภาพมาจากหัวใจของเขา โรซี่ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของอเล็กซ์ในตอนนี้จะยังเหมือนตอนนั้นหรือเปล่าในเมื่อเขามีลูกคนใหม่ ภรรยาคนใหม่ ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไปได้ไม่ดีหลังจากแต่งงานก็ตาม อเล็กซ์จึงหย่ากับภรรยาของเขาในที่สุด

อเล็กซ์เขียนจดหมายฉบับใหม่บอกความรู้สึกไปหาโรซี่อีกครั้งหลังจากที่เขารู้ผ่านลูกสาวของโรซี่ว่าตลอดเวลาโรซี่รู้สึกกับอเล็กซ์เฉกเช่นเดียวกับที่เขารู้สึกกับโรซี่ ดังนั้นอเล็กซ์จึงไปหาเธอในที่สุด ........

.......................................................

โอยยยย ! น่าเบื่อมาก น่าเบื่อที่สุด ! หนังสือเล่มนี้ตอนช่วงหลังๆเราก็อ่านข้ามๆแล้ว ทนอ่านต่อไปอีกไม่ไหวอย่างแรง เนื้อเรื่องก็มีสนุกบ้างตามประสา Chick Lit นี่แหละ ที่ได้เห็นผู้คนใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา ตอบจดหมาย แชตไปเรื่อย ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ชอบสไตล์การเขียนหนังสือเล่มนี้จริงๆนะ มันเหมือนว่าเราอ่านจดหมายที่เขียน-ตอบและได้รู้ถึงความคืบหน้าของตัวละครต่างๆไปด้วยก็จริง แต่อ่านไปนานๆมันก็เริ่มเบื่อการเขียนแบบเดิมที่ดูจะซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบสักที

มันเป็นแบบนี้ตลอดทั้งเล่มซึ่งภาคหนึ่ง-ภาคสองเราก็ยังตื่นเต้นอยู่บ้าง เพราะได้อ่านอะไรใหม่ๆ แต่พอภาคสาม-ภาคสี่ ทุกอย่างมันกลายเป็นนรกสำหรับเราไปแล้ว เราเข้าใจว่าสุดท้ายแล้วยังไงอเล็กซ์กับโรซี่ก็ต้องคู่กันใช่มั้ย แต่กว่าจะรักกันได้นี่ก็ 50 ปี 50 ปีเชียวนะ ! ระหว่างนั้นผู้แต่งทำให้ชะตาของสองคนนี้เฉียดไปเฉียดมาไม่ต่ำกว่าสามสี่รอบได้มั้ง ซึ่งเราได้แต่ภาวนาตลอดเวลาว่า ... จบๆซะดีได้ม้ายยยยยยยยยย เราไม่ไหวจะอ่านแล้วววววว ทำไมมันวนไปวนมาไม่จบไม่สิ้นสักที

เราแอบสงสัยว่าเกร็กเก็บจดหมายฉบับนั้นไว้ทำไม ในเมื่อทีแรกโทรไปต่อว่าอเล็กซ์จะเป็นจะตายขนาดนั้น ผู้ชายส่วนมากคงฉีกทิ้งถังขยะไปแล้วล่ะเพราะไม่อยากให้เมียตัวเองเห็น หรือว่าเกร็กจะเผื่อว่าสักวันตัวเองจะกลับใจแล้วมอบจดหมายฉบับนั้นให้โรซี่งั้นหรอ ? ประเด็นนี้ไม่สมเหตุสมผลนะเราว่า ...

เป็นครั้งแรกได้มั้งที่รู้สึกเสียดายเงินกับการซื้อหนังสือมากๆ แล้วก็ไม่ใช่ถูกๆซะด้วย เล่มละ 300 กว่าบาทแน่ะ ฮือออออออออ T.T เสียดายเงินจริงๆ

คะแนน 2/10

Sep 30, 2014

The Selection (The Selection #1)


ชื่อเรื่อง The Selection
ผู้แต่ง Kiera Cass
วรรณกรรมเยาวชน โรมานซ์-ดิสโทเปีย
สำนักพิมพ์ HarperTeen

เรื่องย่อ

For thirty-five girls, the Selection is the chance of a lifetime. The opportunity to escape the life laid out for them since birth. To be swept up in a world of glittering gowns and priceless jewels. To live in a palace and compete for the heart of gorgeous Prince Maxon.

But for America Singer, being Selected is a nightmare. It means turning her back on her secret love with Aspen, who is a caste below her. Leaving her home to enter a fierce competition for a crown she doesn't want. Living in a palace that is constantly threatened by violent rebel attacks.

Then America meets Prince Maxon. Gradually, she starts to question all the plans she's made for herself—and realizes that the life she's always dreamed of may not compare to a future she never imagined.

REVIEW

อเมริกา ซิงเกอร์ ไม่นึกไม่ฝันว่าเธอจะต้องเข้าร่วมการแข่งขัน The Selection ในการเลือกเฟ้นหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวเพื่อเป็นคู่ครองของเจ้าชายแม็กซอน จากผู้เข้าแข่งขัน 35 คน อเมริกาไม่คิดที่จะเป็นผู้ชนะในเกมครั้งนี้แม้แต่น้อย เพราะเธอไม่ได้สนใจแม็กซอน แต่แอสเพน ผู้ชายที่อเมริกาเคยรักก็กลับมาทิ้งเธอไป เพื่อให้เธอได้พบกับชีวิตที่ดีกว่าการอยู่กับเขา อเมริกาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเข้าร่วม The Selection ตามแรงผลักดันจากแม่ของเธอ

อเมริกาได้ใช้ชีวิตในพระราชวังอันหรูหรา รายล้อมไปด้วยคนรับใช้และผู้เข้าแข่งขันมากหน้าหลายตา ค่ำคืนแรกอเมริกาได้พบกับแม็กซอนและได้แสดงเจตจำนงออกไปชัดเจนว่าเธอไม่อยากเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้แม้แต่น้อย แม็กซอนจึงเสนอว่าเขาขอเป็นแค่เพื่อนกับเธอเท่านั้น

เมื่อพระราชวังไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยหรูหราอย่างที่ทุกคนคิด ขบถชาวเหนือและใต้ต่างบุกเข้ามาโจมตีพระราชวังบ่อยครั้งด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป แม็กซอนคาดว่าขบถชาวใต้ต้องการทำลายพวกเขา ในขณะที่ขบถชาวเหนือต้องการของบางอย่างจากพวกเขา

แม็กซอนและอเมริกาสนิทสนมกันเร็วกว่าที่คิดว่าหญิงสาวตัดสินใจเล่าเรื่องของตัวเองให้แม็กซอนฟังพร้อมกับเผยสาเหตุว่าทำไมเธอถึงอยากอยู่ห่างๆจากบ้าน แม็กซอนจึงสัญญากับอเมริกาว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อยื้อให้เธอเป็นผู้เข้ารอบสองคนสุดท้ายให้ได้

จูบแรกของแม็กซอนเป็นของอเมริกา เมื่อแอสเพนเข้ามาเป็นทหารเฝ้ายามในพระราชวังและได้พบกับอเมริกาอีกครั้ง จิตใจของเธอก็หวั่นไหวหลงลืมไปกับผู้ชายคนที่เธอเคยรัก จนกระทั่งมีการบุกโจมตีจากกลุ่มขบถและพระราชวังตกอยู่ในความสงบในที่สุด แม็กซอนก็ประรายชื่อ The Elite 6 คนสุดท้ายที่จะได้เข้ารอบ แม็กซอนมาพบอเมริกาที่ห้องและพยายามเคลียร์ความรู้สึกทั้งคู่ จากนั้นแอสเพนก็เข้ามาหาเธอ อเมริกาตัดสินใจทีจะทิ้งระยะห่างระหว่างเธอกับแอสเพน แต่แอสเพนก็ไม่ยอมแพ้ พร้อมกับสัญญาว่าเขาจะพยายามให้หนักขึ้น เพื่อที่จะชนะใจอเมริกาอีกครั้ง

.............................................................................................

ต้องยอมรับว่าช่วงหลังๆนิยาย YA ขยันออกแนว Dystopia มาจนเกลื่อน และในนั้นมีทั้งเรื่องที่สนุกและไม่สนุก สำหรับ The Selection เราว่าพลอตอ่อนมากๆถึงมากที่สุด เนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรนอกจากจะดำเนินไปเหมือนกับเกม The Bachelor ที่มีแบ็คกราวน์เป็นพระราชวังเท่านั้นเอง ตัวละครหลักของอเมริกานั้นมีบุคลิกที่น่ารำคาญตามประสาตัวละครหญิงในนิยาย YA เลยจริงๆ เธอมีความขัดแย้งในตัวเองแต่การตัดสินใจของเธอทำให้เราหงุดหงิดหลายต่อหลายครั้ง แบบ เอาจริงดิ !? คิดอย่างนี้น่ะหรอ !? คือบอกตรงๆว่าเราไม่ถูกจริตกับบุคลิกของอเมริกาตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีแล้ว

เรื่องนี้เล่าหลังหลังสงครามโลก และมีการแบ่งสถานะคนเป็นระดับชั้นตั้งแต่ 1-8 ระดับ 8 คือระดับล่าง ดังนั้นจึงมีการเลือกสรรหญิงสาวตัวแทนจากที่ต่างๆเพื่อมาแข่งขันเกมเอาชนะใจเจ้าชาย ซึ่งนางเอกก็ไม่คิดอยากจะเข้าร่วมเกมนี้เอาเสียเลยตั้งแต่ทีแรก กลับถูกคัดเลือกจนได้ อืม ! พลอตแบบนี้คุ้นๆไหม ใช่แล้ว ! มันคือพลอตจาก The Hunger Games และเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ 70% ได้มั้ง แทบจะเหมือนกับ The Hunger Games หมดเลย มีผู้ชายสองคนเข้ามาพัวพันกับนางเอก คนนึงเป็นคนรักเก่า(เกล) อีกคนเป็นผู้ชายในเกมที่เธอต้องมามีส่วนร่วม(พีต้า)...

การเขียนของ Cass เราว่ามันเบาโหวงในทุกจุด ไม่มีจุดไหนที่เราจะสามารถหยิบยกแล้วบอกว่า 'นี่เป็นไคลแมกซ์ของเรื่องนะ' ได้เลย ถึงแม้ว่าเธอจะใส่ประเด็นของกบฎเข้ามา แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นไปด้วยเลยในช่วงท้ายๆเรื่อง ดังนั้นการอ่านตลอดทั้งเรื่องของเราจึงเป็นกราฟที่ดิ่งลงๆมากขึ้นเรื่อยๆ คิดอยากจะเลิกอ่านหลายครั้ง แต่พอดีเล่มมันไม่ได้หนาก็เลยทนๆอ่านจนจบ แต่บอกได้เลยว่าอ่านจบแล้วไม่ประทับใจเลย เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ

- พลอตเหมือน The Hunger Games จนคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกันในตอนแรก
- Love triangle ระหว่างตัวละครทั้งสามไม่ได้ส่งเสริมให้เนื้อเรื่องน่าสนใจขึ้น แต่กลับฉุดให้เนื้อเรื่องดิ่งลง
- การปูพื้นในเล่มหนึ่งอ่อนมาก เพราะปกตินิยายชุดจะใช้เล่มแรกในการปูพื้น แต่สำหรับ The Selection อ่านเล่มแรกจบแล้วยังไม่เห็น Scope จริงๆของเรื่องเลยด้วยซ้ำ
- อเมริกาทำตัวได้น่ารังเกียจมาก เธอใช้ความรู้สึกของแม็กซอนเป็นเครื่องมือในการให้ตัวเองไม่ต้องออกจากการแข่งขันตั้งแต่เนิ่นๆ คืออ่านจริงๆแล้วจะรู้สึกว่า เฮ้อ ! นี่หรอนางเอก ?
- เนื้อเรื่องเป็นแนวดิสโทเปียที่ภาพรวมกลวงๆ ให้อารมณ์เหมือนจับนิยายเรื่องนู้น หนังเรื่องนี้ รายการทีวีอันนั้นมายำรวมกัน แล้วก็ ปุ๋ง ! กลายเป็น The Selection
- ฯลฯ

จัดไป 2 คะแนนเบาๆก่อน รอดูว่าเล่มหน้าจะดีขึ้นกว่าเล่มนี้มั้ย ...

คะแนน 2/10