Showing posts with label Were-Hunter. Show all posts
Showing posts with label Were-Hunter. Show all posts

Nov 8, 2014

พรานสาวอเมซอน - No Mercy (Were-Hunter #5)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน พรานสาวอเมซอน
จากเรื่อง No Mercy
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ยามอยู่ให้แกร่ง ยามสู้ให้หนัก และถ้าคุณต้องตาย ก็จงพาศัตรูของคุณตายตกไปด้วยให้มากที่สุด นี่คือคติพจน์ในการดำรงชีวิตของชาวอะเมซอน และเป็นหนึ่งในสิ่งที่ซาเมียมีชีวิตอยู่และตายเพื่อมัน บัดนี้เมื่อต้องมาอยู่ในนิวออร์ลีนส์ นักรบสาวชาวอะเมซอนผู้เป็นอมตะก็ตระหนักว่าความชั่วร้ายชนิดเลวร้ายที่สุดที่หล่อนเคยพบเจอ กำลังจะมุ่งมาล้างผลาญมนุษยชาติ
เดฟ เพลเทียร์ มนุษย์กลายร่างเผ่าพันธุ์หมี ได้ยืนยามรักษาความปลอดภัยหน้าบาร์แซงชัวรีย์มาเกือบสองร้อยปี และเขาคิดว่าตลอดช่วงเวลาเหล่านั้นเขาได้เห็นอะไรต่อมิอะไรมาหมดแล้ว ทว่าบัดนี้ศัตรูของพวกเขาได้ค้นพบแหล่งพลังอำนาจแห่งใหม่
เมื่อสงครามอุบัติขึ้น เดฟกับแซมแทบไม่มีทางสู้เลย แต่เพื่อให้ได้ชัยชนะ สองหนุ่มสาวจะต้องแหกกฎเกณฑ์ทั้งปวง พร้อมกับภาวนาไม่ให้มันทำลายจักรวาลที่เราดำรงอยู่นี้...

REVIEW

แซมได้พบกับเดฟ ทั้งคู่ถูกตาต้องใจกัน เพียงแต่แซมไม่สามารถที่ไว้ใจในสัมผัสของใครได้เพราะหล่อนมีพลังที่จะรับเอาความรู้สึกของคนที่แตะต้องทั้งหมดออกมา แต่เมื่อเดฟเป็นข้อยกเว้นสำหรับแซม ทั้งคู่จึงสามารถมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันได้ เมื่อแซมตกเป็นเป้าหมายของสไตรเกอร์ในการใช้เป็นเครื่องมือสำหรับแก้แค้นอพอลโล เดฟจึงต้องออกโรงปกป้องเธอ จนกระทั่งธอร์นมาพาตัวแซมไป เพราะว่าเธอจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา เดฟจึงได้รับภารกิจเอาของวิเศษชิ้นหนึ่งเพื่อแลกกับอิสรภาพของแซม

ทั้งเดฟ แซมต้องร่วมมือกับแฟ็งและเหล่าดาร์ค-ฮันเตอร์เพื่อเอาของสำคัญที่ธอร์นมอบหมายให้ไปเอา เมื่อพวกทำภารกิจสำเร็จ แซมก็ได้รับอิสระพร้อมกับตระหนักความจริงที่ว่าเธอไม่สามารถที่จะอยู่กับเดฟได้เพราะเธอจะทำให้เขาตายไม่ต่างจากสามีและลูกๆของเธอในอดีตกาล

สัญลักษณ์ของเนื้อคู่ปรากฏที่ฝ่ามือของแซมและเดฟ แต่ถึงกระนั้นเดฟก็ถูกสไตรเกอร์จับตัวไปเพื่อใช้ต่อรองกับแซมในการใช้พลังของหล่อนเผยจุดอ่อนถึงตายของอพอลโล แต่สิ่งที่แซมเห็นนั้น ... จุดอ่อนที่แท้จริงของอพอลโลคือตัวสไตรเกอร์นั่นเอง และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่สไตรเกอร์จะทำลายพ่อของเขาได้

แซมและเดฟครองคู่กันในท้ายที่สุด โดยที่แซมยังคงเป็นดาร์ค-ฮันเตอร์ของเธอเอาไว้เพื่อที่เดฟจะไม่ต้องสิ้นอายุขัยของเขา นิคมอบของขวัญที่ทั้งคู่ต่างไม่คาดหวังว่าจะได้รับมาก่อน นั่นก็คือการปลดปล่อยดวงวิญญาณของแซมจากอาร์ทิมิสให้เป็นอิสระ

.............................................

บรรยากาศของดาร์คฮันเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ในเล่มแรกๆหายไปเกลี้ยงเลยสำหรับเล่มนี้ :( เชอร์ริลีนเธอเลือกที่จะขยายโลกในนิยายของเธอให้ใหญ่ขึ้น แต่เธอไม่สามารถที่จะควบคุมเนื้อเรื่องให้จำกัดอยู่ในกรอบที่จะไม่ทำให้เรามองว่ามันชักจะออกทะเลไปกันใหญ่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของสไตรเกอร์ที่เราว่าชักน่าเบื่อไปหน่อย กับ conflict ซ้ำๆเดิมๆที่เอามาเขียนวนไปวนมาไม่จบไม่สิ้น นอกจากสไตรเกอร์หาทางแก้แค้นอพอลโลและสุดท้ายก็ต้องเฟลทุกที คือเราคิดว่าปมที่ทิ้งไว้ในดรีมฮันเตอร์เล่มที่แล้วมันน่าสนใจมากๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกลับมาเล่นที่ปมเดิมอีก ?

การขยี้ปมของนางเอกก็ซ้ำซากน่าเบื่อไปหน่อย รู้ทั้งรู้ว่าแซมมีปมเรื่องที่เธอเห็นสามีของเธอถูกฆ่า เมื่อเธอรักกับเดฟ เธอก็เริ่มที่จะห่วงที่เดฟจะเดินรอยตามสามีของเธอ ซึ่งจุดนี้เรารับได้นะและก็เห็นใจตัวละครพอสมควร แต่เราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องย้ำนักย้ำหนาว่าเธอจะอยู่กับเดฟไม่ได้! เดฟจะต้องลงเอยแบบสามีเก่าของเธอแน่! เจอหนักๆเข้ามันก็เซ็งอีกเช่นเดียวกัน มันทำให้ความรักอันยิ่งใหญ่ของตัวละครดูด้อยค่าไปเลยเพราะความซ้ำซากจำเจของ POV ตัวละครนี่แหละ

จุดที่เราขอชื่นชมก็คือ ... บทสนทนาของเดฟที่มีความเป็นเอกลักษณ์และมุกตลกๆ ทำให้เราเผลอยิ้มออกมาเป็นบางครั้ง นอกจากนั้นแล้วเรายังชอบช่วงการผจญภัยแอ็คชั่นที่เพิ่มรสชาติให้กับหนังสือเล่มนี้ได้เป็นอย่างดี ตอนท้ายนิคพระเอกมากกกกกก ...

คะแนน 6.5/10

Nov 7, 2014

เงาพระจันทร์ - Bad Moon Rising (Were-Hunter #4)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน ใต้เงาพระจันทร์
จากเรื่อง Bad Moon Rising
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

แฟ็ง แคตตาลาคิสไม่ได้เป็นแค่สุนัขป่าธรรมดา เขาเป็นน้องชายของสมาชิกที่ทรงอำนาจที่สุดของสภาโอเมเกรียน ซึ่งเป็นสภาที่ออกกฏต่างๆเพื่อใช้ควบคุมเหล่าเวอร์-ฮันเตอร์ทั้งมวล แต่เมื่อสงครามระเบิดขึ้นระหว่างพวกไลแคนโทรพ การเลือกข้างจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อเอมี่ ผู้หญิงที่แฟ็งรัก ถูกกล่าวหาว่าทรยศต่อผู้คนของหล่อน ความหวังเดียวของหล่อนก็คือ แฟ็งต้องเชื่อในตัวหล่อน และเพื่อเป็นการปกป้องหล่อน แฟ็งจึงต้องละเมิดกฏของเผ่าพันธุ์เขา และทำให้ความศรัทธาของพี่น้องต้องคลอนแคลน ความผิดนั้นสามารถก่อให้เกิดจุดจบแห่งเผ่าพันธุ์ และเปลี่ยนโลกของพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง
สงครามดำเนินไปไม่หยุดยั้ง เวลาของพวกเขากำลังหมดลงแล้ว...

REVIEW

แฟ็งเป็นพี่น้องกับเวน แคตตาลาคิส หน้าที่ของเขาคือปกป้องฝูงหมาป่าและคุ้มครองอันยา น้องสาวของเขาที่กำลังจะคลอดลูกและกำลังจะตายในไม่ช้า แฟ็งเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อดีมอนตามมาสังหารน้องสาวของเขาถึงในถ้ำ ทำให้ทั้งเขาและเวนถูกพ่อแท้ๆของตัวเองลงโทษโดยการถูกจับไปแขวนรอให้เหล่าดีมอนมาฆ่า

แฟ็งไม่คิดมาก่อนเลยว่าการที่เขาได้รู้จักกันเอมี่จะทำให้ชีวิตของเขาพลิกตลบขนาดนี้ แต่เอมี่ก็ยังเป็นแสงสว่างในความมืดของเขา เมื่อแฟ็งติดอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยปีศาจมากมาย และหนทางเดียวที่เขาจะออกไปจากที่นี่ได้คือเอมี่ต้องฆ่าดีมอนที่สูบกินจากแฟ็งให้หมดเสียก่อน ระหว่างนั้นเขาก็รับข้อเสนอจากธอร์นว่าเขาจะรับหน้าที่เฮลล์เชสเซอร์ในการตามล่าพวกปีศาจที่หลุดไปยังโลกมนุษย์

แฟ็งถูกปีศาจเข้าสิงในระหว่างการต่อสู้ นั่นจึงทำให้เขาต้องควบคุมความกระหายเลือดในตัวเอง ประจวบเหมาะกับที่มีเวอร์-ฮันเตอร์ถูกฆ่าตายมากขึ้นเรื่อยๆ แฟ็งจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันที เมื่อซาวิทาร์สั่งให้แฟ็งมอบตัว แฟ็งก็ไปหาเอมี่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกตัดสินโทษประหาร โดยที่หารู้ไม่ว่าทั้งหมดเป็นแผนของซาวิทาร์กับธอร์นเพื่อกำจัดปีศาจในตัวของแฟ็งออกไป

บาร์แซงซัวรีย์ถูกถอนใบอนุญาติเมื่อมีเรื่องขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มเวอร์-ฮันเตอร์ด้วยกันเอง และเอมี่ก็ถูกขับไล่ออกจากสถานที่แห่งนั้น หล่อนมาอาศัยอยู่กับแฟ็งจนเมื่อหล่อนตระหนักได้ว่ามีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นที่บาร์แซงซัวรีย์ เอมี่จึงหายตัวไปสู่วงล้อมของการต่อสู้ที่พรากเอาลมหายใจพ่อแม่ของเธอไป สุดท้ายศัตรูที่อันตรายก็ถูกกำราบ และเอมี่กับแฟ็งก็ได้ครองคู่กันในที่สุด ...

............................................................

เราสนใจคู่ของแฟ็งกับเอมี่มาตั้งแต่เล่มของเวน จนเกือบจะลืมไปแล้วว่าเรารออ่านเรื่องของคู่นี้ เมื่อมาอ่านจริงๆ เรากลับพบว่าเนื้อเรื่องลากยาวและกินเวลามากจนเกินไป เรียกได้ว่าเหตุการณ์เกิดก่อนช่วงที่เวนจะเจอกับไบรด์ดำเนินเรื่อยมาจนถึงดาร์ค-ฮันเตอร์เล่มปัจจุบัน แล้วยังมีการเล่าถึงเหตุการณ์ในเล่มก่อนๆหน้าซ้ำอีกรอบ ทำให้บางช่วงก็มีเบื่อๆบ้าง

คู่ของแฟ็งกับเอมี่ ตอนแรกต่างฝ่ายต่างหักห้ามใจกันเหลือเกิน คนอ่านก็หวังว่าทั้งคู่จะลงเอยกันเร็วๆ แต่ก็ให้คอยจนเหงือกแห้งเพราะกว่าจะลงเอยก็เกือบจะจบเล่มแล้ว นั่นทำให้เราต้องโฟกัสไปที่เนื้อเรื่องหลักแทน ซึ่งตอนแรกถึงกลางๆเรื่องเรียกได้ว่าไม่เลวเลยทีเดียว เรารู้สึกว่าแนวทางในการผูกเรื่องเริ่มที่จะสะเปะสะปะหลังจากตอนที่แฟ็งฟื้นขึ้นมา แต่ก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไรถ้าเทียบกับบางเล่มก่อนหน้านี้ที่ออกทะเลไปเสียไกล

เป็นหนังสืออีกเล่มที่ความสัมพันธ์ของพระนางกุ๊กกิ๊กน่ารักดี แม้ว่าจะอืดไปบ้างก็ตาม ...

คะแนน 7.5/10

Nov 6, 2014

วีรบุรุษจันทรา - Dead After Dark (Were-Hunter #3.5 , Black Dagger Brotherhood #6.6)


ชื่อเรื่อง วีรบุรุษจันทรา
จากเรื่อง Dead After Dark
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

วีรบุรุษจันทรา - Sherrilyn Kenyon

แองเจเลียต้องต่อสู้เพื่อความแข็งแกร่งมาทั้งชีวิต บัดนี้เมื่อเผ่าตกอยู่ในอันตราย หล่อนจึงต้องปกป้องผู้คนของหล่อนจากฟิวรี่และฝูงสุนัขป่าของเขา เมื่อปฏิญาณว่าจะต้องทวงความยุติธรรมจากเขาให้ได้ แองเจเลียจึงออกลุยเดี่ยว... จนกระทั่งผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่า และหนทางเดียวที่หล่อนจะรอดได้คือ ต้องไว้วางใจสุนัขป่าหนุ่มตัวร้ายที่หล่อนสาบานว่าจะฆ่าให้จงได้...


ทายาทแวมไพร์ - J. R. Ward

แคลร์ สเตราจ์ตัน ทนายความคนสวยนิยมใช้ชีวิตยามค่ำคืนกับงานการด้านกฎหมาย มากกว่ากับหนุ่มในฝัน แต่แล้วการพบปะลูกค้าของหล่อนกลับกลายเป็นเรื่องอันตราย ...และแสนเย้ายวน... เมื่อหล่อนต้องตกเป็นเชลยของหนุ่มรูปงามผู้มีความกระหายหิวที่ไม่เหมือนมนุษย์...

REVIEW

วีรบุรุษจันทรา Shadow of the Moon - Sherrilyn Kenyon ( 7 คะแนน )

ฟิวรี่เคยถูกแองเจเลียทรยศหักหลังเขามาก่อน เขาไม่เคยคิดว่าการเจอหน้ากันครั้งนี้คือหนทางที่ทำให้เขาตกอยู่ในอุ้งมือของเธออีกครั้ง แต่คราวนี้แองเจเลียเลือกทางเดินที่ถูกต้องคือปลดปล่อยฟิวรี่ให้เป็นอิสระจากการถูกทรมานและเธอได้หารู้ไม่ว่า เธอกำลังจะกลายเป็นนักโทษของเขาในไม่ช้า

ด้วยความที่แองเจเลียคืออาร์เคเดียน ดังนั้นหล่อนจึงคิดว่าฟิวรี่เป็นสิ่งที่ชั่วร้ายต่ำทรามเหมือนสัตว์ เมื่อทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แองเจเลียก็ค่อยๆเรียนรู้ว่าบางทีเหล่าคาตากาเรียก็ไม่ได้แสดงสัญชาตญาณดิบออกมาแบบที่หล่อนเคยคิดเอาไว้ แถมตอนนี้แองเจเลียยังอยู่ในช่วงฤดูเป็นสัด นั่นทำให้ตัวเลือกเดียวของหล่อนคือฟิวรี่ ใครจะรู้ว่าสัญลักษณ์ของเนื้อคู่จะปรากฏที่ฝ่ามือของคนทั้งสองหลังจากนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงมีทางเลือกเดียวก็คือต้องยอมรับกันและกันก่อนที่เวลาสามอาทิตย์นั้นจะหมดไป

แองเจเลียถูกผลการกระทำของเธอย้อนมาเล่นงานเมื่อเธอจู่โจมสิงโตตัวหนึ่ง ทำให้เขาจะไม่สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้อีกเลย ดังนั้นแองเจเลียจึงตกเป็นเป้าหมายของสิงโตทั้งฝูงเพื่อที่จะล้างแค้น ฟิวรี่จึงยอมเสียสละและมอบตัวว่าเขาเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมดแทนแองเจเลีย แต่ก่อนที่จะสายเกินไป ความจริงก็ถูกเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วแดร์พี่น้องของเขาเป็นคนทำนั่นเอง ดังนั้นฟิวรี่จึงได้กลับมาครองคู่กับแองเจเลียในท้ายสุด

ทายาทแวมไพร์ The Story of Son - J. R. Ward ( 10 คะแนน )

แคลร์ ทนายความสาวตกกระไดพลอยโจนเมื่อหล่อนถูกลูกค้ารายหนึ่งโยนเข้าไปในห้องขังอันมืดมิด ภายในนั้นเธอก็ได้พบกับไมเคิล ชายหนุ่มรูปงามเท่าที่เธอเคยเจอมา แต่นั่นยังเทียบไม่ได้กับความจริงที่ว่าเขาเป็นแวมไพร์ และจุดประสงค์เดียวที่หล่อนมาอยู่ที่นี่คือเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้เขาได้ดื่มกิน

ไมเคิลทะนุถถนอมแคลร์ และนั่นก่อให้เกิดความรู้สึกลึกลับซับซ้อนขึ้นระหว่างทั้งคู่ แคลร์สัญญาว่าจะพาไมเคิลหนีออกมาจากที่คุมขัง เธอสอนให้เขารู้จักกับอารมณ์พิศวาสว่าแท้จริงแล้วมันเป็นเช่นไร ก่อนที่ไมเคิลจะตลบหลังเธอและสะกดจิตให้แคลร์ลืมเรื่องทั้งหมดของเขา

แคลร์กลับไปยังคฤหาสน์ที่คุมขังไมเคิลเอาไว้ด้วยความทรงจำอันว่างเปล่า ทันทีที่เธอลงไปชั้นใต้ดิน สัญชาตญาณเธอสั่งให้เธอเปิดประตูบานนั้น แคลร์ได้พบหน้าไมเคิลอีกครั้ง ความทรงจำที่หายไปถาโถมหาเธอ จนกระทั่งแคลร์จำไมเคิลได้อีกครั้ง ดังนั้นเธอจึงพาเขาหนีออกมาและมอบชีวิตใหม่พร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ให้แก่เขา

.......................................................................

ด้วยความที่เรากระโดดข้ามไปอ่านเรื่อง The Story of Son ของ J.R.Ward ก่อน พอย้อนกลับมาอ่าน Shadow of the Moon ของ Sherrilyn กลายเป็นว่าเรื่องของเชอร์ริลีนด้อยกว่าไปเลย และเมื่อรู้ว่าเป็นเรื่องสั้นทั้งคู่ทำให้เราต้องทำใจไว้ก่อนว่า การแก้ไขปัญหาต้องง่ายและไม่ซับซ้อนเพื่อประหยัดเนื้อที่ในการเขียนอย่างแน่นอน

แต่เมื่อนำเรื่องของนักเขียนทั้งสองคนมาเทียบกันจริงๆ เห็นได้ชัดเลยว่า The Story of Son ทำได้ดีกว่า ทั้งในด้านการใช้พื้นที่ไม่กี่ร้อยหน้าในการถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ละเมียดละไมและมีจุดให้ติน้อยกว่า Shadow of the Moon ที่ผูกปมความรู้สึกของตัวละครมาซะอย่างที แต่การจัดการปัญหาของพระนางกลับง่ายและดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไร แต่ก็เอาเป็นว่าเราก็พยายามมองข้ามๆไปละกัน เพราะเล่มนี้ก็เป็นรวมเรื่องสั้น จะให้ไปเทียบกับเวอร์-ฮันเตอร์เล่มหลักแล้วหวังว่าจะสนุกเหมือนกันก็ใช่เรื่องเนอะ ^^

เราอ่านแค่ 2 เรื่องนะสำหรับเล่มนี้ ของ Sherrilyn กับ J.R.Ward เท่านั้น ส่วนนักเขียนอีกสองคนเราไม่รู้จัก ก็ว่ารอว่างๆและถ้าไม่ลืมจะหยิบมาที่เหลือ สรุปว่าอ่านหนังสือเล่มนี้ได้อะไรมากกว่าที่เราคิดมากๆโดยเฉพาะเรื่องของ J.R.Ward ที่แหละอ่านเรื่องที่ทำให้เราประทับใจสุดๆ ถ้าเทียบกับสไตล์พระเอกชุด BDB ที่ J.R.Ward สร้างขึ้นมา ถือว่าไมเคิลนี่ฉีกแนวบุคลิกของพระเอกทั้งหมดทั้งมวลไปเลยนะ ส่วนมากพระเอกชุด BDB จะออกแนวห่ามๆเถื่อนๆทั้งนั้น แต่พระเอกเล่มนี้กลับอ่อนโยนน่าปกป้องมากๆ อ่านแล้วถูกใจสุดๆ >.<

คะแนน 8.5/10

Sep 24, 2014

มนต์พระจันทร์ - Dark Side of the Moon (Were-Hunter #3)


ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน มนต์พระจันทร์
จากเรื่อง Dark Side of the Moon
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ ปัจจุบัน - เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา

เรื่องย่อ

ซูซาน ไมเคิลส์เคยเป็นนักข่าวยอดเยี่ยมของหนังสือพิมพ์เบลท์เวย์บีท จนกระทั่งเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ทำลายชีวิตหล่อนจนต้องกลายเป็นคนเขียนบทความเล็กๆน้อยๆ หล่อนคิดว่าชีวิตที่เคยรู้จักสิ้นสุดลงแล้ว จนกระทั่งหล่อนได้รับเงื่อนงำของข่าวที่อาจเป็นการกอบกู้งานอาชีพให้รุ่งโรจน์อีกครั้ง ข่าวนั้นเป็นเรื่องแผนการซ่อนเร้นของตำรวจสำคัญคนหนึ่งที่จะช่วยเหล่าแวมไพร์ให้เข้าครอบครองซีแอตเทิล
ชีวิตของราวินพังยับเยินตั้งแต่เมื่อสี่ร้อยปีที่แล้ว เมื่อเขาไว้ใจเผยตัวตนที่แท้จริงกับมนุษย์ผิดคน เขาต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิต บัดนี้เมื่อต้องมาปกป้องผู้คนในซีแอทเทิล เขาก็ถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับฝันร้ายอีกครั้ง และการไว้ใจบอกความลับนั้นแก่สตรีอีกนางหนึ่งจะทำลายชีวิตของเขาหรือไม่...

REVIEW

ซูซานไปเจอแมวตัวหนึ่งและรับมันมาที่บ้านของเธอ หลังจากนั้นชีวิตเธอก็พลิกตลบ เมื่อแมวตัวนั้นกลายร่างเป็นราวิน ชายหนุ่มที่หล่อล่ำเปลือยเปล่าอยู่ในบ้านต่อหน้าต่อหน้าเธอในตอนนี้ จากนั้นตำรวจที่ร่วมมือกับดีมอนก็สาดกระสุนใส่บ้านของซูซานเพื่อจะเอาแมวตัวนั้นกลับไป ซูซานคิดว่าเธอพี้ยาจนสติแตก เมื่อความจริงตีแผ่ตรงหน้าเธอว่ายังมีอีกโลกหนึ่งที่เธอไม่รู้จักซ่อนอยู่ ซูซานต้องเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโลกของดาร์ค-ฮันเตอร์อย่างช่วยไม่ได้ และเธอก็ถูกลากเข้าไปในความชุลมุนของการปะทะกันระหว่างดีมอนและดาร์ค-ฮันเตอร์ ซูซานต้องขุดทุกความสามารถที่ตนมีเพื่อเอาชีวิตรอดไปให้ได้

สไตรเกอร์วางแผนชั่วร้ายครั้งใหม่เพื่อที่จะกำจัดเหล่าดาร์ค-ฮันเตอร์ให้ได้มากที่สุด ครั้งนี้เขาถึงกับยืมมือของมนุษย์และกำจัดดาร์ค-ฮันเตอร์ไปได้หลายคน ทั้งซูซานและราวินจึงต้องร่วมมือกันเพื่อหาให้รู้ถึงแผนการณ์ของเหล่าดีมอน ในขณะที่หนุ่มสาวเคยสูญเสียความไว้วางใจให้ใครสักคนไปในอดีต ทั้งราวินที่เคยถูกหญิงสาวที่เขารักทรยศหักหลัง นำมาซึ่งความพินาศของคนในครอบครัว และซูซานที่โดนอดีตทำร้ายจนเธอไม่กล้าที่จะเชื่อใจใครได้อีก

นิค โกเชร์ถูกส่งตัวมาอยู่กับราวินเพื่อให้เขาได้ฝึกใช้พลังของดาร์ค-ฮันเตอร์ ความโกรธแค้นที่เด็กหนุ่มมีต่อแอชรอนนั้นมากเหลือคณา เมื่อนิคเป็นคนเดียวที่รู้ถึงสิ่งที่แอชรอนเป็นอยู่ แต่ไม่มีดาร์ค-ฮันเตอร์คนไหนเชื่อเขา จนกระทั่งราวินและซูซานช่วยกันตามหาตัวต้นตอมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดได้สำเร็จ แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องวุ่นวายเพียงอย่างเดียวสำหรับทั้งคู่ เมื่อสัญลักษณ์ของเนื้อคู่ปรากฏบนฝ่ามือของราวินและซูซาน คราวนี้ราวินจะไม่ให้ทั้งคู่ต้องตัดสินใจผิดพลาดอีกเด็ดขาด เขาจึงไม่ร้อนรนที่จะให้ซูซานเป็นคนที่ค่อยๆตัดสินใจสำหรับเรื่องนี้

ราวินและซูซานบุกจัดการตัวตำราจที่เป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมดได้สำเร็จ ทั้งคู่ได้ครองคู่กันในท้ายที่สุด และนิคได้เข้าร่วมกับสไตรเกอร์และรับพลังของเขามาเพื่อที่จะสังหารแอชรอนให้ได้

..................................................................................

อ่านไปได้ครึ่งเล่ม ... ความสัมพันธ์ของราวิน-ซูซานนี่ยังไม่ได้กระดิกไปไหน
แล้วลองนึกดู ? ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหลือพื้นที่อีกแค่ครึ่งเล่มในการจบทั้งเนื้อเรื่องหลักและความสัมพันธ์ของตัวละคร
... มันจึงเกิดความยุ่งเหยิง ทั้งยุ่งและชุลมุนมากๆจนเราคิดว่าถ้าเชอร์ริลีนจะเอารายละเอียดที่กระหน่ำเข้ามาในตอนท้ายไปใส่เอาไว้ในตอนแรก น่าจะทำให้อ่านแล้วรู้สึกสบายมากกว่านี้

การเขียนเนื้อเรื่องให้ออกมาน่าสนใจสำหรับหนังสือเล่มนี้แผ่วลงกว่าเล่มก่อนๆหน้า เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นเสียเท่าไร นอกจากพ้อยท์สำคัญเกี่ยวกับนิค โกเชร์ ตอนบทส่งท้ายที่ทำลายความฝันเด็กๆมาก 555

ปกติเราจะเชียร์เล่มของเวอร์-ฮันเตอร์เป็นพิเศษนะ แต่สำหรับเล่มนี้เราไม่เชียร์เลย ถ้าอ่านข้ามได้นี่คงข้ามไปแล้ว ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีหรืออะไร แต่อารมณ์ตอนอ่านมันนิ่งมาก ไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย ตอนท้ายๆก็รวบรัดมาก สไตรเกอร์ก็ถอยง่ายๆแล้วบอกว่า ฝากเอาไว้ก่อน เฮ้ย ! เอาจริงดิ จบง่ายๆแบบนี้เลยหรอ !?

เกือบสอบตกแล้วนะเล่มนี้ ยังดีที่มีมุขตลกของซูซานมาให้เราขำเป็นพักๆ เวลาต่อปากต่อคำกับราวินนี่เป็นส่วนเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเลยทีเดียว ...

คะแนน 7/10

Aug 26, 2014

มนต์รักราตรี - Unleash the Night (Were-Hunter #2)



ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน มนต์รักราตรี
จากเรื่อง UNLEASH THE NIGHT
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

จากลูกผสมต้องห้ามระหว่างเสือต่างพันธุ์กำพร้าครอบครัว เร็น ไทกาเรียนเติบโตขึ้นภายใต้การจับตาดูอย่างใกล้ชิดและไม่ไว้ใจของผู้คนรอบข้าง เมื่อเร็นต้องการสิ่งใด เขาจะไม่ฟังเสียงใคร และบัดนี้เขาต้องการมาร์เกอริต
มาร์เกอริต โดแบร์ กูโด เกลียดชีวิตสังคมที่ถูกบิดาบังคับ หล่อนก็เหมือนผู้เป็นมารดาคือมีรากฐานอันแรงกล้าของชาวคาจัน แต่หล่อนก็ไม่มีทางเลือก นอกจากพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกซึ่งหล่อนมีความรู้สึกประดุจเป็นคนนอก แต่โลกของมนุษย์ที่ร่ำรวยและทรงอำนาจไม่เคยพบกับโลกของเวอร์-ฮันเตอร์ การทำลายกฎข้อนี้คือการเรียกความพิโรธของผู้มีอำนาจเบื้องบน
เพื่อที่จะได้มาร์เกอริตมาครอง เร็นต้องต่อสู้ทั้งกับมนุษย์ซึ่งจะไม่มีวันยอมรับธรรมชาติสัตว์ของเขา และพวกเวอร์-ฮันเตอร์ที่ต้องการให้เขาตายเพราะเป็นผู้นำอันตรายมาสู่โลกของพวกเขา มันเป็นการแข่งขันกับเวลาและเวทมนตร์โดยไม่มีขอบเขต ซึ่งสองหนุ่มสาวอาจต้องแลกด้วยชีวิตและวิญญาณของพวกเขา

REVIEW

แม็กกี้ เพื่อนสนิทของนิคไปที่บาร์แซงซัวรีย์และได้เจอกับเร็น ไทกาเรียน ชายหนุ่มติดเนื้อต้องใจเธออย่างห้ามตัวเองไม่ได้และนั่นทำให้เร็นได้เอาตัวเข้าไปปกป้องเธอและรับลูกกระสุนมาแทน หลังจากนั้นเร็นก็ไม่สามารถที่จะอยู่ห่างจากแม็กกี้ได้อีกครั้ง เขาพยายามเปลี่ยนรูปลักษณ์เพื่อที่จะเป็นคนใหม่ที่แม็กกี้จะได้ไม่ได้ต้องอับอายเวลาที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน

แต่แท้จริงแล้วแม็กกี้ไม่ได้สนใจเลยว่าเร็นจะเป็นยังไง แม้ว่าเธอจะมีฐานะสูงส่ง และถึงเร็นเป็นคนรวยที่มาทำงานอยู่ที่บาร์เก่าๆก็ตาม ทั้งสองก็เข้ากันได้ดีมาก แต่เร็นก็รู้อยู่แล้วว่าด้วยความที่เขาเป็นเสือและเธอเป็นมนุษย์ ทั้งคู่จึงไม่อาจรักกันได้ แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องเมื่อเร็นไม่สามารถที่จะต่อต้านสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ร่ำร้องอยากจะอยู่กับแม็กกี้ได้

เมื่อเร็นถูกตัดสินโดยสภาว่าเขาเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของเขาโดยความตั้งใจของลุงและลูกพี่ลูกน้องที่ต้องการจะฮุบกิจการของเขา นั่นทำให้เร็นและแม็กกี้ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ทั้งคู่เดินทางย้อนเวลากลับไปยังตอนที่พ่อของเร็นยังมีชีวิตอยู่เพื่อหาหลักฐานที่จะมาลบล้างว่าเขาไม่ได้ฆ่าพ่อแม่ของตน

เร็นได้พบกับพ่อของเขาอีกครั้ง และได้ปรับความเข้าใจกัน แต่อดีตคือสิ่งที่เร็นจะเข้าไปแก้ไขไม่ได้เพราะจะมีผลกระทบต่อคนอื่นๆตามมามากมาย ดังนั้นเขาจึงจำใจจากพ่อของเขามาแม้ว่าปริศนาในคืนที่พ่อของเขาถูกฆ่าจะยังไม่เคลียร์ก็ตาม แต่ผลพลอยได้จากการที่กลับไปยังอดีตก็คือพ่อของเร็นเปลี่ยนแม็กกี้ให้กลายเป็นเสือด้วยพลังของแม่เขาที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้แม็กกี้กลายเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันเร็น

สุดท้ายแล้ว ... พ่อของเร็นยังไม่ตาย และศพที่เร็นคิดว่าเป็นพ่อของเขาแท้จริงแล้วก็คือลุงของเขาที่ต้องการจะหักหลังและฆ่าเขาเพื่อฮุบกิจการนั่นเอง เมื่อเรื่องวุ่นๆจบลงและเร็นพ้นผิดแล้ว เขาก็จัดงานแต่งงานกับแม็กกี้แม้ว่าทั้งคู่จะไม่มีสัญลักษณ์ของเนื้อคู่ปราฏขึ้นที่ฝ่ามือก็ตาม แต่เร็นก็มั่นใจว่าเขารักแม็กกี้ และแม็กกี้ก็รักเขา ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดสำคัญอีกต่อไป

และของขวัญวันแต่งงานจากซาวิทาร์(เพื่อนของแอชรอนที่รับนิคไปดูแล)คือสัญลักษณ์เนื้อคู่ที่จะผูกพันธ์เร็นกับแม็กกี้เอาไว้ตลอดไป ...

......................................................................................

เล่มนี้อ่านเพลินๆ ไม่ค่อยอึดอัดใจเหมือนเล่มก่อนๆหน้า นิสัยของพระ-นางก็ไม่มีส่วนไหนที่ทำให้เรารำคาญเลยแม้แต่น้อย และเราก็ยังรู้สึกด้วยว่าเล่มไหนที่เป็นเรื่องของเวอร์-ฮันเตอร์ เชอร์ริลีนจะเขียนออกมาได้ถูกจริตเราทุกเล่ม ในด้านความสัมพันธ์ของเร็นและแม็กกี้ เป็นอะไรที่เราชอบมากๆเพราะมันดูเป็นธรรมชาติและไม่มีตรงไหนขัดใจเราเลย อีกสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นๆอยู่นิดหน่อยนั่นก็คือ เร็นกับแม็กกี้รักกันโดยที่แทบจะไม่มีโชคชะตาเข้ามาเกี่ยวข้องเลย เราชอบที่เร็นรู้ว่าเขารักแม็กกี้ทั้งๆที่เธอไม่ใช่เนื้อคู่ของเขา(แต่สุดท้ายก็ใช่ >.<)

พูดถึงเรื่องการเดินทางข้ามเวลาที่ทำออกมาได้ดีอย่างยิ่ง เพราะปกตินิยายเล่มอื่นๆเมื่อมีการเดินทางย้อนเวลาแล้วจะต้องเจอกับความสับสนวุ่นวายอลหม่านเมื่อตัวละครยุคปัจจุบันต้องพยายามอธิบายให้ตัวละครในอดีตฟังว่าพวกมาจากไหน ทำไมถึงแต่งตัวแปลกๆ ฯลฯ แต่เรื่องนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะผู้คนในอดีตต่างก็เป็นเวอร์-ฮันเตอร์ที่มีความสามารถที่จะเดินทางข้ามเวลาเหมือนกัน จึงทำให้เขายอมรับเรื่องของเร็นที่ย้อนเวลาได้ง่าย รวมถึงความพลิกผันของสถานการณ์ในตอนท้ายด้วยที่เราชื่นชอบมากๆ

เชอร์ริลีนเขียนเล่มนี้ออกมาได้ดีจริงๆถ้าพูดในแง่ของนิยายชุด Were-Hunter เทียบเล่มของเวน เราว่าเล่มนี้มีกลิ่นอายสืบสวนสอบสวนปนอยู่ด้วย ยิ่งทำให้ความเป็น Thriller น่าสนใจมากขึ้นสำหรับเรา และเราขอยอมรับจริงๆว่าเราลุ้นไปกับตัวละครและเราใจช่วยเร็นตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้าย ด้วยนิสัยน่ารักน่าชังของเร็นที่ยังมีความเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่ทำให้เรารู้สึกว่าแม็กกี้ช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีอะไรอย่างนี้...

ให้ 10 คะแนน อีกเล่ม -- สรุปว่าพรานราตรีตอนนี้เล่มที่เราให้ 10 มีแค่เล่มนี้กับระบำมาร(ซาเร็ค) แม้ว่าเล่มนี้จะไม่ได้ซาบซึ้งต่อมน้ำแตก หรือดราม่ารันทดจิตเหมือนเล่มของซาเร็ต แต่เล่มนี้แค่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกของทั้งพระเอกนางเอกก็ทำให้เราซาบซึ้งประทับใจได้แล้วจริงๆ

คะแนน 10/10

Jul 7, 2014

มายาราตรี - Night Play (Were-Hunter #1)



ชื่อเรื่อง พรานราตรี ตอน มายาราตรี
จากเรื่อง NIGHT PLAY
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ไบรด์ แมคเทียร์นีย์มีอคติต่อพวกผู้ชาย พวกเขาไร้ค่า เห็นแก่ตัว และไม่ได้รักหล่อนในแบบที่หล่อนเป็น ถึงแม้จะภูมิใจว่าหล่อนอยู่ได้ด้วยตัวเองไม่จำเป็นต้องพึ่งพาชายใด แต่ลึกลงไปในใจแล้วหล่อนยังปรารถนาอัศวินในชุดเสื้อเกราะวาววับ แต่หล่อนไม่เคยคาดคิดว่าอัศวินในชุดเสื้อเกราะวาววับของหล่อนจะมีขนที่เป็นประกาย
เวน แคตตาลาคิสเป็นผู้ที่อันตรายและทุกข์ทรมาน เป็นสุนัขป่าที่เป็นเวอร์-ฮันเตอร์ ศัตรูของเขาอยากให้เขาตาย แต่โชคชะตากำหนดให้ไบรด์เป็นของเขา บัดนี้เขามีเวลาสามสัปดาห์ที่จะทำให้ไบรด์เชื่อว่าสิ่งเหนือธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องจริง ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องอยู่อย่างไร้คู่ไปตลอดชีวิต
แต่สุนัขป่าจะทำให้มนุษย์ไว้ใจเขาด้วยชีวิตของหล่อนได้อย่างไร ในเมื่อศัตรูกำลังตามล่าชีวิตของเขา ในโลกของเวอร์-ฮันเตอร์นั้นคือโลกของการแก่งแย่งและการเข่นฆ่าทำลาย ผู้ที่เหนือผู้อื่นเท่านั้นจึงจะชนะ...

REVIEW

ไบรด์คือหญิงสาวโชคร้ายที่เพิ่งโดนแฟนของหล่อนบอกเลิกมาหมาดๆ ทันทีที่เวน หมาป่าหนุ่มแห่งฝูงคาตากาเรียเดินเข้าไปในร้านของหล่อน ไบรด์ก็เกิดความปราถนาในตัวของชายหนุ่มแปลกหน้าขึ้นมา ในขณะที่เวนก็ปราถนาอยากจะครอบครองไบรด์เหมือนกัน เพราะเขาเคยเห็นไบรด์มาก่อนหน้านี้แล้วตอนที่เขาไปหาซันไชด์ แต่เขาก็รู้ว่าเรื่องของเขามันเป็นไปไม่ได้ มนุษย์ไม่มีทางคู่กับสุนัขป่าอย่างเขาหรอก

เมื่อมีรอยประทับเกิดขึ้นบนตัวของเวนและไบรด์ นั่นยิ่งทำให้เวนแน่ใจเข้าไปใหญ่ว่าไบรด์คือเนื้อคู่ของเขา ซึ่งเขามีเวลาเพียงสามสัปดาห์เพื่อครองคู่กับเธอ แต่ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ เวนก็จะไม่สามารถมีเซ็กส์กับผู้หญิงคนไหนไปตลอดช่วงเวลาที่ไบรด์ยังมีชีวิตอยู่

เวนกลับมาไบรด์ในรูปลักษณ์ของสุนัขป่า หญิงสาวรับพาเขาเข้าบ้านและดูแลเขา เวนไม่รู้จะทำยังไงดี ไบรด์ไม่มีทางเชื่อแน่นอนว่าเขาคือเวอร์-ฮันเตอร์ลูกครึ่งระหว่างอาร์คาเดียนและคาตากาเรีย และไหนจะเรื่องที่ฝูงของเขาตามล่าตัวของเขาอีก เวนจะไม่มีทางเอาชีวิตไบรด์เข้าไปเสี่ยงเด็ดขาด เวนตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะดูแลหญิงสาวแค่สามอาทิตย์ จากนั้นเขาก็จะปล่อยเธอให้มีชีวิตอยู่แบบมนุษย์ต่อไป แม้ว่านั่นจะหมายถึงหายนะของเขาก็ตาม

แต่เมื่อเวนคิดได้ว่า ทั้งชีวิตเขาต่อสู้กับอะไรมากมาย แต่เขากลับไม่ยอมต่อสู้เพื่อให้ได้ไบรด์มาครอบครองอย่างนั้นหรือ ? ชายหนุ่มจึงย้อนกลับไปหาไบรด์และเริ่มต้นความสัมพันธ์ง่ายๆกับเธอด้วยการพาไบรด์ไปออกเดท แต่เวนไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน เขาจึงต้องขอความช่วยเหลือกับอแมนด้าและเกรซในการให้คำแนะนำ

เวนใช้ชีวิตอยู่กับไบรด์ เขาหลงใหลในตัวหญิงสาว แต่เมื่อไบรด์รู้ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ หล่อนก็ไล่เขาไปแต่ ไบรด์ถูกแม่แท้ๆของเวนจับตัวไปเพื่อคุ้มครองให้ปลอดภัยตลอดสามอาทิตย์นั้น แต่ฝูงของหล่อนไม่เห็นด้วย ไบรด์จึงถูกพาตัวไปลงทัณฑ์โดยให้ผู้ชายทั้งเผ่าข่มขืน แต่โชคดีที่เวนมาช่วยไบรด์เอาไว้ได้ทันเสียก่อน

แอชรอนให้คำแนะนำแก่เวนว่าเขาควรจะพาไบรด์และฟิวรี่ น้องชายหมาดๆของเวนไปอยู่กับวาเลอเรียสเพื่อคุ้มครองให้หล่อนปลอดภัย ไบรด์ยอมให้โอกาสกับเวน ให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้กันและกันอีกครั้งก่อนที่หล่อนจะตัดสินใจว่าหล่อนจะใช้ชีวิตที่เหลือครองคู่อยู่กับชายหนุ่มอย่างเวนหรือไม่

ไบรด์ได้พาเวนเข้าสู่ชีวิตของหล่อน พาไปหาครอบครัวหล่อน นั่นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ไบรด์คิดได้ว่าเวนสำคัญต่อชีวิตของหล่อน และหล่อนรักเขามากแค่ไหน เมื่อมองดูชีวิตคู่ของพี่สาวของหล่อน ไบรด์เห็นแค่ความหนักแน่นมั่นคงในตัวของเวน เขารักและยอมรับหล่อนในแบบที่หล่อนเป็นโดยที่หล่อนไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยแม้แต่น้อย

... ... ด้วยพล็อตเรื่องที่มี 'ความเป็นสูตรสำเร็จ' มากจนเกินไป อย่าง ... หมาป่าหลงรักมนุษย์ จนต้องหาทางทำให้หญิงสาวเชื่อและยอมรับในตัวเขา แต่ก็มีอุปสรรครุมเร้า บลาๆๆๆ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องต่อสู้เพื่อที่จะชนะใจหญิงสาวได้ในที่สุด... ทำให้ใจเราคาดหวังตลอดช่วงเวลาการอ่านว่าต้องมีอะไรที่ 'แตกต่าง' ไปจากพล็อตนี้บ้างละน่า !! แต่สุดท้ายก็ไม่มี !! แม้ว่าเนื้อเรื่องจะไหลลื่นไปในทิศทางที่เราชอบ แต่มันกลับไม่มีอุปสรรคหินๆที่จะมาพิสูจน์ความรักของทั้งคู่ว่าพวกเขาต่างยึดมั่นในกันและกันมากเพียงใด มีแค่อุปสรรคเล็กๆและง่ายเกินไปที่เข้ามาเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องและทำให้ทิศทางของตัวละครเป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็นเท่านั้น

เราไม่ได้พูดว่าเราไม่ชอบนิยายชุดพรานราตรีเล่มนี้ ด้วยเนื้อเรื่องที่แสนจะเรียบง่ายและมีเกลื่อนกลาดตามท้องตลาด แต่บางครั้งเราก็ชอบความ 'เรียบง่าย' นี่แหละ เชอร์ริลีนเหมือนต้องการจะคั่นเรื่องหนักๆในชุดพรานราตรีหลังจากที่เขียนออกมาได้ 5 เล่ม ด้วยหนังสือมายาราตรีเล่มนี้ที่พลอตเบา ไม่หนักสมอง บทรักร้อนแรงถูกใจใครหลายคน

แต่ด้วยความง่ายของเนื้อคงเรื่อง แม้ว่าเราจะพอรู้อยู่แล้วว่าเรื่องจะดำเนินไปในทิศทางไหน ถึงอย่างไรก็ตาม คนอ่านก็คาดหวังความโลดโผนอันเป็นจุดเด่นของนิยายชุดพรานราตรีซึ่งเล่มนี้ขาดหายไปโดยสิ้นเชิง แต่ก็นะ เล่มนี้เป็นเล่มของ Were-Hunter ซึ่งคล้ายๆกับ spin-off จากมาจากชุด Dark-Hunter อีกที ดังนั้นเราจะไปตัดสินโดยยึดแกนหลักของ Dark-Hunter ไม่ได้ ก็เลยขออนุญาตให้ 9.5 คะแนนโดยที่ปิดหูปิดตาคิดเสียว่า หนังสือเล่มนี้คือเนื้อเรื่องที่ถูก...แยก...ออกมาจากโลกของ Dark-Huner อีกทีหนึ่ง

เมื่อคิดได้แบบนั้นแล้ว 'มายาราตรี' คือหนังสือโลกสวยเบาสมองอีกเล่มที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปในโลกของเวอร์-ฮันเตอร์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

คะแนน 9.5/10