Showing posts with label score-4. Show all posts
Showing posts with label score-4. Show all posts

Apr 12, 2016

One with You (Crossfire #5)



ชื่อเรื่อง One with You
จากเรื่อง Crossfire
ผู้แต่ง Sylvia Day
แนว Erotic
สำนักพิมพ์ Berkley

เรื่องย่อ

Gideon Cross. Falling in love with him was the easiest thing I've ever done. It happened instantly. Completely. Irrevocably.

Marrying him was a dream come true. Staying married to him is the fight of my life. Love transforms. Ours is both a refuge from the storm and the most violent of tempests. Two damaged souls entwined as one.

We have bared our deepest, ugliest secrets to one another. Gideon is the mirror that reflects all my flaws ... and all the beauty I couldn't see. He has given me everything. Now, I must prove I can be the rock, the shelter for him that he is for me. Together, we could stand against those who work so viciously to come between us.

But our greatest battle may lie within the very vows that give us strength. Committing to love was only the beginning. Fighting for it will either set us free ... or break us apart.

REVIEW

กิเดียนกับเอวาวางแผนจะจัดงานแต่งงานเพื่อให้ครอบครัวของพวกเขาเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ แต่ภัยร้ายก็ยังคุกคามชีวิตคู่ของพวกเขาเมื่อคอรินท์ต้องการที่จะใช้ภาพถ่ายของเขากับกิเดียนสมัยที่ทั้งคู่เคยคบกันมาตีพิมพ์เป็นหนังสือ ไหนจะเรื่องของแอนน์ ลูคัสที่ก็ยังวุ่นวายอยู่ในชีวิตของพวกเขาไม่ยอมไหน โดยล่าสุดเธอไปปรากฏตัวต่อหน้าคลารี่และเขาก็ไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร

Nov 3, 2015

Matched (Matched #1)



ชื่อเรื่อง Matched
จากชุด Matched
ผู้แต่ง Ally Condie
วรรณกรรมเยาชน ดิสโทเปีย

เรื่องย่อ

In the Society, officials decide. Who you love. Where you work. When you die.

Cassia has always trusted their choices. It’s hardly any price to pay for a long life, the perfect job, the ideal mate. So when her best friend appears on the Matching screen, Cassia knows with complete certainty that he is the one…until she sees another face flash for an instant before the screen fades to black. Now Cassia is faced with impossible choices: between Xander and Ky, between the only life she’s known and a path no one else has ever dared follow—between perfection and passion.



REVIEW

ในสังคมที่ระเบียบแบบแผนถูกวางเอาไว้อย่างชัดเจน คุณจะได้รับการจับคู่ตอนอายุ 17 นั่นทำให้แคสเซียลงเอยกับแซนเดอร์ เพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่สมัยเด็ก แต่เรื่องน่าตกใจเกิดขึ้นเมื่อวันรุ่งขึ้น ใบหน้าที่เธอเห็นกลับไม่ใช่แซนเดอร์ แต่เป็นไค เพื่อนอีกคนของเธอที่ย้ายมาอยู่ละแวกเดียวกันเมื่อหลายปีก่อน แต่ไคมีบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้ตนไม่สามารถเข้ารับการเลือกคู่ได้ แคสเซียจึงเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนี้ต้องเป็นความผิดพลาดแน่ๆ

Sep 16, 2015

The 5th Wave (The 5th Wave #1)



ชื่อเรื่อง The 5th Wave
จากชุด The 5th Wave
ผู้แต่ง Rick Yancey
วรรณเยาวชน ดิสโทเปีย
สำนักพิมพ์ Putnam Juvenile

เรื่องย่อ

After the 1st wave, only darkness remains. After the 2nd, only the lucky escape. And after the 3rd, only the unlucky survive. After the 4th wave, only one rule applies: trust no one.

Now, it’s the dawn of the 5th wave, and on a lonely stretch of highway, Cassie runs from Them. The beings who only look human, who roam the countryside killing anyone they see. Who have scattered Earth’s last survivors. To stay alone is to stay alive, Cassie believes, until she meets Evan Walker.

Beguiling and mysterious, Evan Walker may be Cassie’s only hope for rescuing her brother—or even saving herself. But Cassie must choose: between trust and despair, between defiance and surrender, between life and death. To give up or to get up.

REVIEW

...หลังจากคลื่นลูกแรก ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิด ไฟฟ้าใช้การไม่ได้ ... คลื่นลูกที่สอง ภัยธรรมชาติกวาดล้างชีวิตผู้คนไปมากมาย ... คลื่นลูกที่สาม โรคระบาดคร่าคนให้ตายอย่างทรมาน ... หลังจากคลื่นลูกที่สี่นั้น ไซเลนเซอร์ได้บังเกิดขึ้น ...

แคสซี่ต้องเสียแม่ของเธอไปจากคลื่นลูกที่สาม แคสซี่ พ่อและแซมมี่ น้องชายของเธอต้องร่อนเร่มายังสถานที่ที่น้องชายของเธอถูกจับส่งขึ้นรถโรงเรียนไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย ในขณะที่แคสซี่ต้องทนเห็นพ่อของเธอถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ผู้คนที่คิดว่าเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ กลับกลายเป็นอสูรกายในสายตาของเด็กสาววัยสิบหกที่เข่นฆ่าพวกเดียวกันเอง แคสซี่ต้องเอาชีวิตรอดและเธอจะไว้ใจใครไม่ได้อีกเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ดิออร์เธอร์บุกโลก โลกทั้งใบของเด็กสาวก็เปลี่ยนไป

แคสซี่ถูกยิงระหว่างการหนีเอาชีวิตรอดและนั่นทำให้เธอได้พบกับอีวาน วอล์คเกอร์ ชายหนุ่มรูปหล่อที่เสียแฟนสาวไปหมาดๆ แคสซี่วางแผนว่าจะจากอีวานไปทันทีที่เธอทำได้ แต่อีวานไม่ยอมปล่อยแคสซี่ไป เขารั้งเธอไว้ เขาจูบเธอ เมื่อแคสซี่ยังดื้อดึงที่จะไปตามหาแซมมี่ ความจริงก็ปรากฏว่าจริงๆแล้วอีวานเป็นมนุษย์ที่ไม่ใช่มนุษย์ เขาคือผลผลิตจากดิออร์เธอร์ที่เข้าไปอยู่ในร่างของมนุษย์ตั้งแต่เด็ก (ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง The Host เราว่าน่าจะหลักการคล้ายๆกัน)

เบนเพื่อนที่โรงเรียนของแคสซี่ถูกจับไปฝึกเป็นทหาร ที่นั่นเขาได้พบกับนักเก็ต หรือแซมมี่ น้องชายของแคสซี่ ภายหลังเขาค้นพบว่าแผนการณ์ทั้งหมดคือคลื่นลูกที่ 5 ที่ต้องการให้ผู้คนฆ่ากันเอง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจย้อนกลับมายังฐานเพื่อช่วยเหลือแซมมี่ออกมาจากที่นั่น และทำให้เขาได้พบกับแคสซี่ที่กำลังช่วยเหลือน้องชายของเธออยู่พอดี อีวานตามเข้ามาช่วยแคสซี่ เบนและแซมมี่ออกไป แต่เขากลับย้อนกลับเพื่อระเบิดทำลายฐานพร้อมกับคำสัญญาว่าเขาจะหาแคสซี่ให้เจออีกครั้งหนึ่ง

....................................................

รู้สึกเหมือนทุกอย่างในนิยายเล่มนี้ถูกจับวางอย่างผิดที่ผิดทางไปเสียหมด องค์ประกอบของนิยายไม่ได้แตกต่างอะไรกับภาพยนตร์แนวเอเลี่ยนบุกโลกมากนัก The 5th Wave มีกลิ่นอายที่ทำให้เรานึกถึง The Host แต่เนื้อเรื่องไม่ได้เหมือนกันเลยนะ ... เมื่อปีที่แล้ว (พ.ย. 57) เราได้หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน แต่อ่านไม่พ้น 25% ก็เป็นอันต้องวาง เพราะเรารู้สึกเบื่อ ตอนแรกของหนังสือ ... การเล่าเรื่องช้ามากถึงมากที่สุด ไม่มีอะไรน่าสนใจและสามารถเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

จนเมื่อวันก่อนเราได้มีโอกาสดูเทรลเลอร์ของภาพยนตร์ที่กำลังจะฉายปีหน้าและคิดว่ามันน่าสนใจมากๆ จึงไม่เสียหายอะไรหากจะลองหยิบหนังสือที่ครั้งหนึ่งเราเคยอ่านไม่จบขึ้นมาอ่านใหม่ หลายคนที่อ่านบลอคเรามาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่า 'นี่แกบ้าหรือเปล่า เนื้อเรื่องสนุกขนาดนั้น ทำไมยังจะไม่ชอบอีก ?' เราบอกเลยว่า ... เนื้อเรื่องนิยายเล่มนี้สนุกมาก แต่วิธีการนำเสนอกลับทำให้ของดีๆเสียเปล่าอย่างสิ้นเชิง เหมือนกับอาหารภัตตาคารหรูแต่ถูกจับยัดใส่ถุงก๊อบแก๊บก้นรั่วๆ แล้วบอกลูกค้าว่า 'นี่ไง หูฉลามราคาสองพันห้า' ถามหน่อยนะ ... ใครมันจะเชื่อว่าของที่อยู่ข้างในจะคุณภาพดีขนาดนั้น จริงมั้ย ในเมื่อแพคเกจมันไม่ได้ชวนเชื่อแบบนั้นเลย

การเล่าเรื่องจะตัดสลับผ่านตัวละครหลายตัว ซึ่งเป็นไปด้วยความมึนงงชวนสับสน เนื้อเรื่องเล่าผ่านบุคคลที่ 1 และ 3 ตามใจฉัน (ซึ่งเรายังไม่เคยเจอนักเขียนคนไหนจะใจกล้าเล่าเรื่องด้วยวิธีแบบนี้มาก่อน) มีทั้งตัวละครเป็นคนเล่าเรื่องเอง (2 ตัว - แคสซี่ กับ เบน) และนักเขียนเป็นคนเล่าเรื่องของตัวละคร (1 ตัว - อีวาน) แค่นี้ก็ฟังดูปวดหัวแล้ว พออ่านจริงๆ มันยังมีมากกว่านั้น ระหว่างบทยังมีการตัดขึ้น POV ใหม่ของตัวละครแบบไม่กล่าวถึงก่อนว่าบทที่กำลังจะอ่านเป็น POV ของใคร คือต้องให้คนอ่านทำความเข้าใจเองจริงๆว่าตัวละครไหนกำลังเล่าเรื่องบทนี้ ซึ่งมันเกิดกับเรามาแล้วล่ะว่าตอนอ่าน POV ของเบน ไอ้เราก็เพลินๆคิดว่าแคสซี่เป็นคนเล่า พอสะดุดตรง he เราก็แบบเฮ้ย ! อะไรวะ นี่เราเข้าใจอะไรผิด อ่านต่อไปอีกหน่อย อุ๊แม่เจ้า ! นี่เราเข้าใจตัวละครผิดมาครึ่งค่อนบทเลยรึนี่

อีกจุดหนึ่งที่เราไม่ชอบเลยก็คือ ... ความรักระหว่างอีวานกับแคสซี่ คือทั้งสองคนนี้รักกันเร็วมากกกก (แบบเร็วจนเราไม่รู้ว่ามันแอบไปรักกันตอนไหน) เอะอะเดี๋ยวก็จูบ ก็จูบ ! นางเอกก็แบบ ... ไม่นะ เธอเป็นศัตรูฉัน ... อีวาน ฉันจะไม่จูบกับเธอหรอก (แต่แล้วนางก็ยื่นปากให้เค้าจูบสวยๆ) คือแบบไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมความรักของพระนางในเรื่องมันเป็นแบบนี้ มีคนเอาหนังสือเล่มนี้ไปเปรียบเทียบกับ Twilight ซึ่งเรา Twilight สมเหตุสมผลกว่าเยอะนะ แบบเออ เข้าใจว่าพระเอกมันกระหายเลือดนางเอกด้วยไง แต่ The 5th Wave นี่เราเชื่อได้แค่อย่างเดียวว่า ... พระเอกโดนนางเอกทำเสน่ห์ใส่เข้าแล้วล่ะมั้ง เลย crazy in love ได้ซะขนาดนี้ เหตุผลทุกอย่างของตัวละครดูเบาโหวงไปหมด จนไม่รู้จะเชื่อยังไง

คิดไม่ออกเลยว่าจะอ่านเล่มต่อไปดีมั้ย ... เอาไว้รอหนังเข้าละกัน ถ้าหนังปรับบทอะไรให้ดีกว่าหนังสือคงจะโอเคมากเลยแหละ ในหนังสือนี่ทั้ง flashback ภาคปัจจุบัน POV อะไรก็ไม่รู้สลับกันมั่วไปหมด ... ปวดหัว ตอนสุดท้ายก็เหมือนจะสนุกนะ คือมันไม่ได้ cliffhanger อะไรมากหรอก แต่มันให้อารมณ์เหมือนผู้แต่งต้องการจะบอกว่า 'ฉันจะให้จบแบบนี้ ใครจะทำไม ใครไม่พอใจนัดตบกันได้นะ !' คนอ่านอย่างเราๆก็ต้องก้มหน้าก้มตารับชะตากรรมตาปริบๆไป หรือไม่ก็หยิบ The Infinite Sea ขึ้นมาอ่านเงียบๆ

คะแนน 4/10


May 19, 2015

Ugly Love


ชื่อเรื่อง Ugly Love
ผู้แต่ง Colleen Hoover
โรมานซ์ ร่วมสมัย
สำนักพิมพ์ Atria Books

เรื่องย่อ

When Tate Collins meets airline pilot Miles Archer, she knows it isn’t love at first sight. They wouldn’t even go so far as to consider themselves friends. The only thing Tate and Miles have in common is an undeniable mutual attraction. Once their desires are out in the open, they realize they have the perfect set-up. He doesn’t want love, she doesn’t have time for love, so that just leaves the sex. Their arrangement could be surprisingly seamless, as long as Tate can stick to the only two rules Miles has for her.

Never ask about the past.
Don’t expect a future.

They think they can handle it, but realize almost immediately they can’t handle it at all.

Hearts get infiltrated.
Promises get broken.
Rules get shattered.
Love gets ugly.

REVIEW

เมื่อเทตย้ายมาอยู่อพาร์ทเมนต์พี่ชายของเธอ ที่นั่นทำให้เธอได้รู้จักกับไมลส์ ชายหนุ่มผู้เงียบขรึม เทตรู้สึกชอบในตัวของไมลส์ขึ้นมาทันที และในวันขอบคุณพระเจ้า...เทตได้ทำข้อตกลงกับไมลส์ว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์กัน และจะหยุดกันอยู่ที่เซ็กส์ ไม่ให้มีอะไรมากไปกว่านั้น เพราะไมลส์บอกแล้วว่าเขาไม่ต้องการที่จะรู้สึกอะไรกับคนอื่น หลังจากหกปีที่เราไม่เคยจูบใคร ไม่เคยมีเซ็กส์กับใครเลย เทตยอมรับข้อเสนอนั้น แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่เธอมีแต่ไมลส์จะสามารถหยุดอยู่แค่นั้น

หกปีก่อน ... ราเชลกับไมลส์รักกันตั้งแต่แรกพบสบตา ทั้งคู่ต้องใจสลายเมื่อทั้งพ่อและแม่พวกเขากำลังจะแต่งงานกัน และพวกเขาจะเป็นได้แค่พี่น้องกันเท่านั้น แต่เมื่อทั้งราเชลและไมลส์มาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ทั้งคู่เริ่มมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งไมลส์ทำราเชลท้องโดยที่เขาอายุเพียงสิบแปดปี และนั่นทำให้ชีวิตของเขาเบี่ยงออกนอกเส้นทาง แต่ไมลส์ยังรักลูกของเขา รักราเชลของเขา เขาจะเป็นพ่อที่ดีให้ได้ จนกระทั่งวันที่ลูกของเขาลืมตาขึ้นมา นั่นเป็นวันที่ไมลส์มีความสุขมากที่สุด กระทั่งหลังจากนั้นไม่นานรถของไมลส์ที่มีลูกและราเชลประสบอุบัติเหตุตกลงไปในแม่น้ำ ไมลส์ช่วยชีวิตลูกของเขาเอาไว้ไม่ทัน นั่นทำให้ราเชลโกรธและเกลียดเขามาก เธอทิ้งเขากลับบ้านเกิดของเธอ ทำให้ไมลส์รู้ซึ้งของด้านที่น่าเกลียดในความรักของพวกเขาตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

ไมลส์พยายามปิดกั้นตัวเองจากเทตตลอด เขาไม่ยอมเล่าอดีตของเขาให้เธอฟัง ไมลส์ไม่มีอะไรจะให้เทตนอกจากเซ็กส์ระหว่างพวกเขาเท่านั้น เพราะเขาไม่สามารถเปิดใจที่จะรักใครได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเทตตัดสินใจย้ายออกจากอพาร์ทเมนต์พี่ชายเธอ ไมลส์คิดว่าเขาจะปล่อยให้เธอเดินออกจากชีวิตของเขาไปได้ แต่จริงๆแล้วเขาต้องการเธอ ดังนั้นเขาจึงพยายามจะก้าวข้ามอดีตของเขาโดยการกลับไปหาราเชลและพบว่าเธอมีความสุขอยู่กับสามีใหม่และมีลูกสาวอีกคน นั่นทำให้ไมลส์สบายใจว่าในที่สุดเขา็เห็นราเชลไม่ต้องเป็นทุกข์เพราะตัวเขาและการสูญเสียลูกชายอีกต่อไป ไมลส์จึงกลับมาหาเทตและเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชายของเขาและราเชลให้เธอฟัง เทตจึงเข้าใจไมลส์และให้อภัยเขาในท้ายสุด

................................................

เคยอ่านนิยายที่พลอตดีๆสักเรื่องแต่นางเอกแค่คนเดียวทำทุกอย่างพังหมดมั้ย ?... Ugly Love ก็เป็นแบบนั้นแหละ .... ไม่รู้นางเอกเรื่องนี้เป็นญาติกับอนาสตาเซีย สตีล หรือเปล่า ? ทำไมความคิดของเธอช่างน่ารำคาญเช่นนี้ อ่านไปนี่ถอนหายใจไป สำนวนในเรื่องก็จืดมาก เลิฟซีนแป๊กมาก ให้อารมณ์คล้ายๆกับนั่งอ่านเปเปอร์ essay ในหัวข้อ ...จงอธิบายความรักที่คุณจะไม่มีวันลืม พร้อมกับอธิบายเซ็กส์สุดฮอตที่เกิดขึ้นในชั่วชีวิตคุณ... แล้วคืออะไร ฉากที่พระเอกมันย้อนไปเล่าเรื่องแฟนเก่าตัวเอง ให้อารมณ์เหมือนพระเอกโดนคุณไสยอ่ะ มันไม่ sparkling แบบ instalove ที่นิยายเรื่องอื่นมักจะเล่นกันตรงนี้เลยอ่ะ นี่ก็เอาแต่...ราเชลคือชีวิตของผม ผมรักเธอ ผมรักเธอจริงๆ โอ๊ยยย ให้ตายเถอะ เธอเป็นของผม และผมเป็นของเธอ ... อ่ะจ๊ะ ๆๆๆ พอได้แล้วจ้ะ เราเชื่อแล้วว่าพวกเธอสองคนรักกันจริงๆ

ข้อเสียการเล่าเรื่องแบบตัดไปตัดมา (พาร์ทปัจจุบันเป็นของนางเอกกับพระเอก กับพาร์ทอดีตที่เป็นของพระเอกกับแฟนเก่า) คือคุณต้องประคองเนื้อเรื่องทั้งสองฝั่งให้ balance กัน ให้คนอ่านรู้สึกว่าความรักในอดีตเป็นบทเรียนของคนๆนึง ไม่ใช่ทุ่มพลังทั้งหมดที่มีไปฝั่งพาร์ทอดีต ทำให้พาร์ทปัจจุบันมันเบาโหวง ไร้น้ำหนัก ไร้ความน่าเชื่อถือ จนแทบจะอยากเชียร์ให้พระเอกมันกลับไปหาแฟนเก่าแบบนี้ นางเอกนี่งี่เง่าซะเหลือเกิน ให้อารมณ์เหมือนสะก๊อยใจเปลี่ยวไปติดพันกับผู้ชายที่ไม่พร้อมจะรักใครอ่ะ คืออย่างนี้ก็ไม่รู้จะเรียกว่าโง่หรือโง่มากดี ? 555 ตอนที่พระเอกกลับไปหาแฟนเก่า ถ้าแฟนเก่ายังไม่มีสามีมีลูกใหม่ มั่นใจว่าพระเอกก็ไม่ได้ลงเอยกับนางเอกหรอก

เป็นหนังสือที่กล้ำกลืนฝืนทนมากกว่าจะอ่านจบ ... ยอมรับว่าเนื้อเรื่องในส่วนของพาร์ทอดีตมันเรียลมันแมสก็จริง(ซึ่งเราชอบตรงนี้มากกว่า) แต่พาร์ทปัจจุบันนี่ยังกับภาพสะท้อนของ Fifty Shades of Grey อ่านไปนี่ก็สงสารนางเอกไป แบบดื่มแบรนด์หน่อยมั้ย จะได้คิดอะไรออก 555 สุดท้ายบอกเลยว่า...(ขอก็อปประโยคจากรีวิวของคุณ Kat Stark ใน GR มานะ) 'HEA doesn't make up for the shit I went through.' (ความสุขชั่วนิรันดร์ในตอนจบไม่ได้ชดเชยความเน่าเฟะที่ฉันต้องทนอ่านมันมาทั้งเล่มหรอกนะยะ !!!)

เห็นเรื่องนี้กำลังจะไปสร้างเป็นหนังใกล้ๆกับ Archer's Voice นี่แหละ คือแบบเราชอบอาร์เชอร์ ชอบจนติดอันดับที่ 2 จาก Top10 เราเมื่อปีที่แล้ว แต่เรื่องนี้ คือแบบ...เอิ่ม...ถ้าจะเข้าไปดูหนังในโรง คงไปดู Nick Bateman ละนะ บทดีแต่ตัวละครป่วยก็ไม่ไหวเหมือนกัน

พาร์ทปัจจุบัน เน่ามากกกก จืดมากกก ถ้าเทียบกับพาร์ทอดีตที่มีมิติกว่า น่าจับต้องมากกว่า ลองคิดดูว่าเนื้อเรื่องจะพินาศขนาดไหน เมื่อหนังสือทั้งเล่มพยายามจะนำเสนอพาร์ทปัจจุบันเป็นแก่นสารหลักของเนื้อเรื่องและพาร์ทอดีตเป็นเพียงเรื่องที่ผ่านไปแล้วของพระเอก นางเอกของเรื่องที่อยู่ในพาร์ทปัจจุบันบอกเลยว่าไร้ประโยชน์มาก 555 ....หนังสือเล่มนี้ พลอตดี(มากกกก) แต่วิธีการนำเสนอไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ !!

คะแนน 4/10

Dec 12, 2014

สังหรณ์แห่งรัตติกาล - Scent of Darkness (Darkness Chosen #1)


ชื่อเรื่อง สังหรณ์แห่งรัตติกาล
จากเรื่อง Scent of Darkness
ผู้แต่ง คริสติน่า ดอดด์
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล กัญชลิกา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

หนึ่ง พันปีที่แล้ว ขุนศึกใจโหดผู้หนึ่งตะเวนไปทั่วทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของรัสเซีย และเขาเจรจาต่อรองทำสัญญาที่น่ากลัวอย่างหนึ่งกับจอมปิศาจ คือยอมมอบจิตวิญญาณของ เขาและของลูกหลานเขา เพื่อแลกกับการสามารถเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์นักล่าเหี้ยมโหดได้ดังปรารถนา
แล้ววัน หนึ่งคำพยากรณ์อันตรายหนึ่งเปิดเผยความจริงเรื่องนี้ ครอบครัวหนึ่งถูกเลือกเพื่อต่อสู้กับสัญญาโหดนี้---หรือไม่ก็เผชิญกับนรก
แอนน์ สมิธรักจาชา ไวล์เดอร์นายจ้างผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตชีวา แต่แผนห้าวหาญของหล่อนในการยั่วยวนเขาเบี่ยงเบนไป เมื่อหล่อนเผชิญหน้ากับสุนัขป่า ทรงพลังที่น่ากลัวตัวหนึ่งซึ่งเปลี่ยนร่างเป็นผู้ชายที่หล่อนรักชื่นชมต่อ หน้าต่อตาหล่อน ในไม่ช้าหญิงสาวพบว่าหล่อนไม่สามารถหลบหนีชะตาชีวิตของตัวเองได้ เพราะจาชาคือผู้สืบทอดตระกูลของคอนสแตนติน และแอนน์คือผู้หญิงที่ชะตากำหนดให้ทำลายคำสาปที่พันธนาการจิตวิญญาณของจาชา

REVIEW

แอนน์เดินทางมาหาจาชาเพื่อเปิดเผยความรู้สึกที่เธอมีต่อเขามาตลอดสี่ปีให้เขาได้รับรู้ แต่แอนน์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจาชาจะสามารถแปลงร่างเป็นสุนัขป่าได้ แถมยังน่าตกใจขึ้นไปอีกเมื่อการร่วมรักครั้งแรกระหว่างจาชาและแอนน์เกิดขึ้นในป่า

จาชาถูกลูกพี่ลูกน้องของเขาตามล่า เขาได้รับการถ่ายทอดคำสาปมนุษย์กลายร่างมาจากบรรพบุรุษของเขา ส่วนพ่อของจาชาก็กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ตามคำพยากรณ์ที่เขาได้รับมาว่าให้ตามหารูปบูชาของพระแม่มารีให้พบ เมื่อทั้งสองต้องเอาชีวิตรอดจากการตามล่าจากฝ่ายศัตรู แอนน์ก็ต้องต่อสู้ความกลัวในจิตใจของเธอ จาขาและแอนน์เดินทางมาถึงที่อยู่อาศัยครอบครัวของจาชา ความลับในอดีตกาลของตระกูลไวล์เดอร์ก็ถูกเปิดเผยออกมา

จาชาขอแอนน์แต่งงาน แต่เธอปฏิเสธเขาเพราะเชื่อว่าที่จาชาขอเธอแต่งงานเป็นเพราะเธอมีประโยชน์ต่อเขาอยู่และเป็นคนหารูปบูชาพบ จาชาจึงต้องพิสูจน์ตัวเองในขณะที่ต้องตามหาพวกวารินสกี้ไปด้วย เมื่อแอนน์ตกอยู่ในอันตรายและจาชามาช่วยเธอ นั่นจึงทำให้แอนน์เชื่อในที่สุดว่าจาชาจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเธอจริงๆ และเขารักเธอ

....................................................

เนื้อเรื่องบิวท์อารมณ์ได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร คาแรคเตอร์ของนางเอกอย่างแอนน์คือจุดด้อยของหนังสือเล่มนี้ ทั้งๆที่การปูเรื่องในตอนต้นทำได้ดีแล้วแท้ๆ แต่พอนางเอกโผล่มาทุกอย่างก็ดรอปลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงตอนที่นางเอกเริ่มคิดมาก(เกินความจำเป็น) เก็บทุกรายละเอียดเช่นที่ว่าพระเอกกลับไปหาครอบครัว ทุกคนคุยกันสนุกสนานจนแอนน์คิดว่าเธอเป็นส่วนเกิน ไหนจะเรื่องที่แอนน์ปฏิเสธคำขอแต่งงานของจาชาอีกด้วยเหตุผลงี่เง่าว่าเขาไม่ได้รักเธอ เขาเก็บเธอไว้เพราะเธอมีประโยชน์ต่อเขา แล้วทำไมตอนแรกเธอถึงยอมพลีกายถวายตัวให้ผู้ชายคนหนึ่งถึงขนาดนั้นเพื่อที่สุดท้ายจะลงเอยแบบเละเทะเพราะความเรื่องมากของเธอ

คาแรคเตอร์นางเอกในตอนแรกกับตอนท้ายแทบจะหลุดออกมาเป็นคนละคน เราขำตอนที่จาชาต่อสู้กับวารินสกี้และแอนน์คิดว่า 'ฉันทนมองไม่ได้ แต่ก็หันหน้าหนีไปไม่ได้เหมือนกัน' คือแบบ ... นี่น่ะหรอนางเอก ไม่มีความหนักแน่นอะไรเลย เหตุผลในการผลักไสพระเอกก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไร อย่างที่บอกว่า ฉันดึงดูดคนเลวเข้ามาหาฉันเสมอ การปูพื้นก็ไม่แน่นพอที่จะไกด์ให้เรารู้ว่าแท้จริงแล้วนางเอกเป็นอะไร แล้วมีความเป็นพิเศษยังไง

สรุปว่าเลยอ่านเล่มๆนี้จบแบบอึนๆ และไม่ค่อยได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้มากนัก เหอๆ

คะแนน 4/10

Nov 13, 2014

The Elite (The Selection #2)


ชื่อเรื่อง The Elite
ผู้แต่ง Kiera Cass
วรรณกรรมเยาวชน โรมานซ์-ดิสโทเปีย
สำนักพิมพ์ HarperTeen

เรื่องย่อ

The hotly-anticipated sequel to the New York Times bestseller The Selection.

Thirty-five girls came to the palace to compete in the Selection. All but six have been sent home. And only one will get to marry Prince Maxon and be crowned princess of Illea.

America still isn’t sure where her heart lies. When she’s with Maxon, she’s swept up in their new and breathless romance, and can’t dream of being with anyone else. But whenever she sees Aspen standing guard around the palace, and is overcome with memories of the life they planned to share. With the group narrowed down to the Elite, the other girls are even more determined to win Maxon over—and time is running out for America to decide.

Just when America is sure she’s made her choice, a devastating loss makes her question everything again. And while she’s struggling to imagine her future, the violent rebels that are determined to overthrow the monarchy are growing stronger and their plans could destroy her chance at any kind of happy ending.

REVIEW

เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 6 คนที่กลายมาเป็น the Elite และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมาร์ลี เพื่อนสนิทของอเมริกาถูกจับได้ว่าไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนอื่นนอกเหนือจากแม็กซอน เธอจึงถูกลงโทษอย่างหนักต่อหน้าประชาชน นั่นทำให้อเมริกาตกใจเป็นอย่างมาก แต่แม็กซอนก็เข้ามาปลอบใจเธอและขอโอกาสกับเธอ อเมริการู้ตัวดีว่าเธอรู้สึกอะไรบางอย่างกับแม็กซอน ในขณะเดียวกันเธอก็ยังมีความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่กับแอสเพนเช่นเดียวกัน

กลุ่มขบถบุกเข้ามาในพระราชวังอีกครั้งพร้อมกับขโมยหนังสือออกไป อเมริกาที่ไล่ตามพวกนั้นเข้าไปในป่าพบว่าหญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มไม่ได้มีท่าทีคุกคามเธอแต่อย่างใด นั่นทำให้ทุกคนเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ อเมริกากลายเป็นที่โหล่ในการแข่งขันครั้งนี้ทันทีที่เธอเอาตัวไปขวางในการลงโทษมาร์ลี อเมริกาจึงเริ่มเป็นกังวลว่าคริส เพื่อนของเธออาจจะเป็นคนที่แม็กซอนชอบจริงๆก็ได้

อเมริกาจับได้ว่าแม็กซอนไปยืนกอดจูบกับเซเลสท์ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจทำอะไรโง่ๆลงไปอย่างเช่นการทำโปรเจคขอให้ยกเลิกการแบ่งชนชั้นในสังคมต่อหน้านักข่าว นั่นทำให้พระราชาไม่พอใจอเมริกาเป็นอย่างมากและคิดจะไล่เธอออกจากการแข่งขันนี้ เมื่อเวลาสุดท้ายของอเมริกาที่จะอยู่ในสถานะ the Elite กำลังจะหมดไป เธอกำลังจะถูกไล่ออก กลุ่มขบถก็บุกเข้ามาในวังอีกครั้งและโจมตีอย่างหนัก อเมริกาติดอยู่ในห้องกับแม็กซอนและได้ล่วงรู้ถึงความลับและรอยแผลทั้งหมดของเขา

อเมริกาเตรียมตัวออกจากการแข่งขันเมื่อแม็กซอนมาหาเธอและบอกว่าเธอได้รับโอกาสให้อยู่ต่อ แม้ว่าครั้งนี้พระราชาจะข่มขู่เธออย่างโน้นอย่างนี้ก็ตาม แต่อเมริกามั่นใจว่าต้องมีสักทางที่เธอจะชนะการแข่งขันนี้ให้ได้

.....................................................................

คาแรคเตอร์ของตัวละครไม่ไปไหนเลย ย่ำไปย่ำมาอยู่ตรงที่เดิม เล่มนี้อเมริกาก็เอาแต่คร่ำครวญโน่นนี่นี่นั่น โทษคนอื่นหมด ยกเว้นโทษตัวเอง ทั้งๆที่เล่มสองต้องได้เห็นการพัฒนาของตัวละครบ้างได้แล้ว แต่เราก็ยังไม่เห็นอยู่ดี เหมือนยิ่งอ่าน ตัวละครก็ถอยหลังลงคลองมากขึ้นทุกที อย่างแม็กซอนเนี่ย เข้าใจว่าผู้แต่งต้องการให้เห็นอีกมิติของตัวละครใช่มั้ย? แต่ทำไมเรามองว่าแม็กซอนเป็นเด็กไม่รู้จักโตมากกว่าเจ้าชายที่พร้อมจะทำหน้าที่ปกครองประเทศทั้งประเทศได้ล่ะ

เล่มนี้เคมีระหว่างพระนางไม่มีเลย เล่มหน้าก็เป็นเล่มจบแล้ว นี่จะทำให้เราเชื่อได้อย่างไรว่าแม็กซอนกับอเมริกาจะลงเอยกันได้จริงๆ เพราะมันก็เหลือแค่เล่มเดียวให้ได้แก้ตัวแล้วนะ แอบสงสัยว่าจะเคลียร์กันยังไงทั้งประเด็นรักสามเศร้าและพวกขบถที่ดูเหมือนจะยังมึนๆอยู่ ไม่รู้ว่าพวกนั้นต้องการอะไรกันแน่ นอกจากขโมยหนังสือและบุกเข้ามาในพระราชวังเนี่ย แล้วทำไมทางพระราชวังไม่หาทางป้องกันพวกขบถเสียตั้งแต่ทีแรกอย่างสร้างกำแพงสูงๆมากั้น หรือวางกลยุทธควบคุมคนเหล่านี้ ทำไมถึงปล่อยให้บุกเข้ามาในวังแล้วฆ่าทหารยามไปซะเยอะแยะ ? เราสงสัยจริงๆ

เนื้อเรื่องไม่กระดิกไปไหนเลยเล่มนี้ วนไปวนมาอยู่ตรงรักสามเศร้าระหว่างแม็กซอน-อเมริกา-แอสเพน ที่ดูเหมือนจะเคลียร์กันไม่ได้สักทีอยู่นั่นแหละ เราสงสัยว่าถ้ายุบหนังสือทั้งสามเล่มให้เป็นเล่มเดียว แล้วโฟกัสไปที่ประเด็นการเมืองให้มากกว่านี้ ตัดสาระบบความคิดงี่เง่าที่อยู่ในหัวนางเอกออกไปบ้าง หนังสือชุดนี้คงต้องน่าสนใจมากกว่านี้แน่ๆ

คะแนน 4/10

Sep 22, 2014

ลำนำจันทรา - Moonlight (Dark Guardian #1)


ชื่อเรื่อง ลำนำจันทรา
จากเรื่อง Moonlight
ผู้แต่ง เรเชล ฮอว์ทอร์น
ผู้แปล ผกามาศ อุดมเดชาณัติ
สำนักพิมพ์ แพรว

เรื่องย่อ

เคย์ลาติดอยู่ในฝันร้ายมาตลอด พ่อแม่ของเธอถูกฆ่าตายในป่า แต่เธอกลับจำเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้แม้แต่น้อย หญิงสาวคิดว่าเธอต้องกลับไปที่นั่น ไปที่ป่าแห่งนั้น เพื่อไขปริศนาการตายของพวกท่าน เธอจึงตัดสินใจเข้าร่วมในหน่วยเชอร์ปา ซึ่งเป็นคำเรียกขานกลุ่มผู้นำทางนักเดินป่าในอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งใกล้กับประเทศแคนาดา เธอได้พบกับ ลูคัส หัวหน้าหน่วยเชอร์ปาผู้ลึกลับเย็นชา เขาเอาแต่คอยจับผิดเธอ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็ไม่อาจละสายตาจากดวงหน้าเรียบเฉยนั้นได้เสียที

REVIEW

เคย์ลาได้พบกับลูคัสในขณะที่เธอทำหน้าที่เป็นได์นำทางให้นักวิจัยกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้าไปค้นคว้าเรื่องหมาป่าในอุทยานที่เธอทำงานอยู่ ระหว่างการเดินทางนั้น ... เคย์ลาไม่สามารถที่จะปฏิเสธสายตาของลูคัสที่จับจ้องมายังเธอได้ และเธอรู้ว่าเขาอันตรายขนาดไหนภายใต้หน้ากากเงียบขรึมของเขา เคย์ลาคิดว่ามันไม่คุ้มเลยที่จะเอาความรู้สึกของเธอเข้าไปเสี่ยงเช่นนั้น

เคย์ลากับเมสัน หนึ่งในกลุ่มนักวิจัยที่ว่าจ้างพวกเธอเริ่มสนิทกันมากขึ้น โดยทั้งสองคนอยู่ภายใต้สายตาของลูคัส แม้ว่าเขาจะมีทีท่าที่ไม่พอใจ แต่เคย๋ลาก็ไม่แน่ใจนักว่านั่นเป็นเพราะเขามีความรู้สึกให้กับเธอหรือเปล่า

ระหว่างทางเคย์ลาได้เจออันตรายจากเงาร้ายที่แฝงตัวอยู่ในร่างหมาป่าสีดำ แต่ในขณะที่เคย์ลาตกอยู่ในอันตราย หมาป่าขนหลากสีคล้ายกับผมของลูคัสก็เข้ามาช่วยชีวิตของเธอเอาไว้แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และสุดท้ายเคย์ลาก็ตัดสินใจอยู่กับเมสันต่อเพราะคำชวนอันหวานเชื่อมของเขา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือแผนของเมสันเพื่อหลอกหล่อให้ลูคัสมาช่วยเคย์ลา และพวกนักวิจัยก็จับตัวลูคัสในรูปของหมาป่าเอาไว้ได้ เพื่อที่นำเขาไปวิจัยทดลองอันนำมาซึ่งผลประโยชน์มหาศาล

เคย์ลาไม่อยากจะเชื่อว่ามนุษย์หมาป่าจะมีอยู่จริงๆ แม้ว่าเธอจะเห็นลูคัสกลายร่างต่อหน้าต่อตา แต่ลูคัสก็ตัดสินใจพาตัวเคย์ล่าหนีไปเพื่ออธิบายให้เธอฟังว่าเธอก็คือหนึ่งในพวกเขาเหมือนกัน และอีกไม่นานเคย์ลาก็กำลังจะกลายร่าง และเธอก็ไม่สามารถรอดชีวิตไปได้เลยหากปราศจากความช่วยเหลือของเขา

สุดท้ายเคย์ลาก็ตกหลุมรักลูคัสเมื่อเขาต่อสู้เพื่อปกป้องเธอจากพี่ชายแท้ๆของเขาที่เป็นหมาป่าสีดำตัวนั้นที่เธอรู้สึกว่าคุกคามเธอมาตลอดนั่นเอง และเมื่อเวลากลายร่างมาถึง ... เคย์ล่าก็ตัดสินใจรับลูคัสไว้เป็นคู่ของเธอและยอมจำนนต่อสัญชาตญาณในการกลายร่างในที่สุด

............................................................................................

อ่านแล้วอยากจะเขวี้ยงหนังสือทิ้งหลายรอบ อนิจจา ! นางเอกช่างน่ารำคาญเหลือเกิน อะไรของเธอก็ไม่รู้ตั้งแต่แรกๆละที่หวั่นไหวกับผู้ชายสองคนเพราะอีกคนก็หล่อเลิศ อีกคนก็แสนดี ดูไม่อันตรายเหมือนอีกคน นี่ฉันจะเลือกใครดีเนี่ย !?  ... มันเป็นแบบนี้ทั้งเรื่องจริงๆ จนเรารู้สึกว่าน่ารำคาญมากๆ

ไหนจะเรื่องที่เคย์ลาไม่เชื่อเรื่องมนุษย์หมาป่าอีกล่ะ ทั้งๆที่เห็นลูคัสกลายร่างต่อหน้าต่อเธอ ยังจะปฏิเสธอีกว่า ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ สมงสมองไปหมดละแม่คุณ นี่เธอเอาไอคิวไปขบคิดที่เรื่องผู้ชายจนไม่ยอมรับความจริงขนาดนี้เลยหรือ

ที่จริงพลอตเรื่องถึงจะสูตรสำเร็จไปหน่อย แต่ก็สามารถทำให้มันน่าสนใจมากขึ้นได้นะ มีจุดที่เราขอยอมรับว่าเราชอบอยู่สองสามจุด แต่คาแรคเตอร์ติ๊งต๊องน่ารำคาญของนางเอกกลบสิ่งดีๆในเรื่องนี้ไปเสียหมด หรือจะว่าว่าพลอตอ่อนปวกเปียกเลยก็ได้ เพราะมันไม่มีอะไรเลย ล่องๆลอยๆไปเรื่อยเปื่อย นี่ยังดีนะที่หนังสือเล่มนี้หนา 180 กว่าหน้า ถ้าหนา 400+ สงสัยเราคงต้องทนทรมานยิ่งกว่านี้

พอละ ... ขี้เกียจบ่น ยิ่งบ่นยิ่งยาว เพราะมันมีเรื่องให้บ่นเยอะซะเหลือเกินสำหรับหนังสือเล่มนี้ ...

คะแนน 4/10

Jun 18, 2014

Fifty Shades of Grey (Fifty Shades #1)



ชื่อเรื่อง Fifty Shades of Grey
จากเรื่อง Fifty Shades
ผู้แต่ง E.L. James
แนว Erotic BDSM

เรื่องย่อ


When literature student Anastasia Steele goes to interview young entrepreneur Christian Grey, she encounters a man who is beautiful, brilliant, and intimidating. The unworldly, innocent Ana is startled to realize she wants this man and, despite his enigmatic reserve, finds she is desperate to get close to him. Unable to resist Ana’s quiet beauty, wit, and independent spirit, Grey admits he wants her, too—but on his own terms.

Shocked yet thrilled by Grey’s singular erotic tastes, Ana hesitates. For all the trappings of success—his multinational businesses, his vast wealth, his loving family—Grey is a man tormented by demons and consumed by the need to control. When the couple embarks on a daring, passionately physical affair, Ana discovers Christian Grey’s secrets and explores her own dark desires.

Erotic, amusing, and deeply moving, the Fifty Shades Trilogy is a tale that will obsess you, possess you, and stay with you forever.

This book is intended for mature audiences.

REVIEW

อนาสตาเซีย สตีล ต้องไปสัมภาษณ์มิสเตอร์ เกรย์ หรือ คริสเตียน เกรย์ เนื่องจากเพื่อนของเธอที่รับหน้าที่นี้ป่วย อนาเธอไม่รู้มาก่อนเลยว่ามิสเตอร์เกรย์คนนี้มีรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง หรือเป็นคนแบบไหนก่อนที่เธอจะเข้าไปสัมภาษณ์ แต่วินาทีที่เธอเห็นมิสเตอร์เกรย์ เขาคือนักธุรกิจหนุ่มอายุยี่สิบปลายๆผู้ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยความสามารถและความตั้งใจของเธอตัวเอง แต่อนากลับรู้สึกว่ามีความลึกลับแปลกประหลาดบางอย่างอยู่ในทีท่าการแสดงออกของเขา
แรงดึงดูดของชายหนุ่มทำให้อนาสตาเซียเก็บเอามาเพ้อเอามาฝัน เธอเอาแต่คิดว่า ไม่นะ ! ต้องไม่ใช่มิสเตอร์เกรย์คนนี้สิ ! แต่เธอไม่เคยสนใจชายใดมาก่อนเลย จนกระทั่งเธอมาเจอมิสเตอร์เกรย์นี่แหละ

แล้วก็มีเหตุบังเอิญให้อนาสตาเซียมาเจอมิสเตอร์เกรย์อีกครั้ง ทั้งคู่เจอกันที่ร้านขายของที่อนาทำงานอยู่

จากนั้นอนาก็นัดคริสเตียนเพื่อที่จะได้ถ่ายรูปเพื่อนำไปลงในบทความที่เขาให้สัมภาษณ์เอาไว้ เมื่อคริสเตียนเสร็จจากภารกิจถ่ายรูปแล้ว เขาก็ชวนอนาไปดื่มกาแฟ และทั้งคู่ก็ได้ทำความรู้จักกันและกันมากขึ้น คริสเตียนถามอนาว่าผู้ชายคนนั้นคนนี้ที่เขาเคยเห็นเธอคุยด้วยตอนกำลังทำงานใช่แฟนของเธอหรือเปล่า อนาเลยคิดว่าคริสเตียนต้องชอบเธอแน่ๆเลย ให้ตายสิ !

อนาฉลองสอบเสร็จด้วยการดื่มเหล้าจนเมา คริสเตียนโทรมาและรู้ว่าอนากำลังเมาจึงคิดจะไปหาเธอ เขาติดตามที่อยู่ของเธอจากโทรศัพท์จนพบว่าอนากำลังอยู่กับเพื่อนของเธอและเขาคนนั้นกำลังจะจูบอนา คริสเตียนโมโหที่อนากำลังจะจูบชายอื่น เขาจึงพาอนากลับโรงแรมของตัวเองเพราะเธอเมาจนไม่ได้สติ เมื่อนาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ทั้งคู่ก็คุยแลกเปลี่ยนความคิดกันเล็กๆน้อยๆ จนอนารู้ว่าคริสเตียนมีความลับบางอย่างที่ต้องการจะบอกเธอ ถ้าเธอไปหาเขาตอนเย็นหลังเลิกงาน ...

ทั้งคู่ใช้เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของคริสเตียนบินไปยังซีแอตเติล คริสเตียนบอกว่าเขามีบางอย่างที่ต้องการเปิดเผยและอนาสามารถหันหลังกลับเมื่อไรก็ได้ แต่เธอไม่สน ... เธออยากร่วมรักกับผู้ชายคนนั้นแทบขาดใจ จนคริสเตียนให้เธอเซ็นเอกสารบางอย่าง จากนั้นเขาจึงพาอนาไปดูห้องที่เก็บของเล่นของเขา

แวบแรกที่อนาเห็นของเล่นเหล่านั้น เธอถึงกับช็อค เพราะมันมีทั้ง โซ่ แส้ กุญแจมือ ! แต่อีกใจหนึ่งเธอก็อยากรู้อยากเห็น คริสเตียนอธิบายให้อนาฟังว่าเขาเป็น Dominant คือพวกที่ชอบออกคำสั่งกับคู่นอนของตัวเอง และหากคู่นอนขัดคำสั่งเขาละก็ ... เขาจะต้องลงโทษหล่อน

คริสเตียนให้อนาอ่านข้อตกลงของเขา ซึ่งมันยิบย่อยเหลือเกิน ทั้งเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม การออกกำลังกาย ไปจนถึงการรับประทานอาหาร จากนั้นคริสเตียนก็ตกใจด้วยความไม่อยากจะเชื่อเมื่อรู้ว่าอนายังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ เขาจึงตั้งใจสอนให้เธอได้รู้เรื่องเซ็กส์ ...

(คริสเตียนใช้คำว่า make love ในขณะที่กำลังปฏิบัติภารกิจลับเฉพาะกับอนา แต่เราขอเรียกว่า Fuck ดีกว่า เพราะมันไม่มีส่วนไหนที่จะทำให้เราเชื่อว่าคนสองคนกำลัง make love กันเลย)

รุ่งเช้า ... อนาตื่นขึ้นมาโดยมีคริสเตียนนอนเคียงข้าง เธอรู้สึกปลื้มปริ่ม จนเมื่อคริสเตียนชวนเธออาบน้ำกินข้าว ทั้งคู่ก็มีเซ็กส์กันอีกรอบในห้องอาบน้ำ คราวนี้เป็น Oral sex จากนั้นคริสเตียนก็ขับรถส่งอนากลับไปยังอพาร์ตเมนท์ของเธอ พร้อมกับพูดคุยถึงอดีตของเขาว่าเขาเคยเป็น submissive ให้กับเพื่อนของแม่เขาอยู่หลายปี นั่นทำให้อนารู้เรื่องเกี่ยวกับอดีตอันดำมืดของเขามากขึ้นกว่าเดิม แล้วกระหายอยากรู้มากขึ้นไปอีกเมื่อเพื่อนสาวคนสนิทของเธอดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับคริสเตียนแต่ไม่ยอมบอกเธอ

คริสเตียนให้เอกสารอนามาฉบับหนึ่งเพื่อให้เธอศึกษาข้อตกลงเกี่ยวกับการเป็น Submissive ของเขาเป็นเวลา 3 เดือน อนาอ่านข้อตกลงที่ละเอียดยิบย่อยนั่นแล้วเธอไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะสามารถทำทั้งหมดนี้ให้ จากนั้นไม่นานคริสเตียนก็ส่งแมคบุ๊คตัวใหม่มาให้อนาเอาไว้ให้เธอใช้โต้ตอบอีเมลล์กับเขา

คริสเตียนมาหาอนาถึงบ้าน เขามีเซ็กส์กับเธอ แม้ว่าอนาจะไม่แน่ใจเกี่ยวกับของตัดสินใจของเธอเองที่จะเป็น Submissive ให้กับคริสเตียน เธอแอบน้อยใจเรื่องที่คริสเตียนพูดถึงเพื่อนของแม่เขาที่เคยมีเซ็กส์ด้วย อนาร้องไห้ พอเพื่อนของเธอเข้ามาปลอบ เธอก็ต้องหาข้ออ้างเพื่อปกปิดความจริงเรื่องข้อตกลงระหว่างทั้งคู่ซึ่งจะให้ใครรู้ไม่ได้ !

เมื่อถึงวันที่อนาฉลองเรียนจบ คริสเตียนก็ไปปรากฏตัวที่นั่น แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะยังตัดสินใจไม่ได้เรื่องข้อตกลงที่จะเป็น Submissive ให้แก่เขา แต่อนาก็ต้องการคริสเตียนเหมือนกัน ตกเย็น ... คริสเตียนก็เลยไปหาอนาที่บ้าน พร้อมซื้อรถคันใหม่ให้เธอ อนาเลยยอมรับข้อตกลงที่จะเป็น Submissive ให้แก่เขา คริสเตียนเริ่มด้วยการมีเซ็กส์ธรรมดากับอนาก่อนที่จะใช้มือฟาดก้นเธอ(อย่างแรง)จนอนาเก็บเอาไปร้องห่มร้องไห้ทีหลัง คริสเตียนเลยต้องย้อนกลับมาปลอบเธอและอยู่กับเธอตลอดทั้งคืน เพราะอนาอยากให้คริสเตียนอยู่กับเธอหลังจากที่ทั้งคู่มีเซ็กส์กันแล้ว

เมื่ออนาย้ายไปทำงานที่ซีแอตเติลกับเพื่อนของเธอที่ตอนนี้คบกับน้องชายของคริสเตียนอยู่ คริสเตียนก็ตามไปด้วยเพราะบ้านของเขาอยู่ที่นั่น เย็นวันนั้นคริสเตียนชวนอนาไปรับประทานอาหารที่บ้านของเขา และแนะนำเธอให้รู้จักกับพ่อแม่ของตัวเอง ระหว่างการสนทนาบทโต๊ะอาหาร เพื่อนสนิทของอนาก็เผลอหลุดปากพูดเรื่องที่อนาได้เจอกับผู้ชายที่เคยจะจูบกับเธอ แล้วอนาก็ยังปฏิเสธคริสเตียนเมื่อเขาพยายามจะเอามือสอดเข้าไปในกระโปรงของเธอใต้โต๊ะระหว่างที่กำลังรับประทานอาหาร นั่นทำให้คริสเตียนโมโหมาก

คริสเตียนลากพาตัวอนาออกมายังโรงเก็บเรือ และบอกว่าจะ fuck เธอ แต่จะไม่ยอมให้อนาได้ปลดปล่อย ไม่งั้นเขาจะลงมือตีก้นเธอ อนาที่เคยขยาดกับการที่ถูกคริสเตียนฟาดก้นมาแล้วครั้งหนึ่งจนเธอเสียศูนย์นั้น ก็ทั้งหวาดกลัวและตื่นตัวภายในเวลาเดียวกัน

อนาต้องเดินทางไปเยี่ยมแม่ของเธอ คริสเตียนเลยตั้งใจที่จะเว้นช่องว่างให้เธอตัดสินใจเรื่องการเซ็นสัญญาที่จะมาเป็น Submissive ของเขา แต่เมื่ออนารู้ว่าคริสเตียนยังไปพบกับเพื่อนของแม่ที่เขาเคยมีเซ็กส์ด้วย อนาก็โกรธจัด แต่คริสเตียนก็มาหาเธอและอธิบายทุกอย่างให้อนาฟังว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว ทั้งสองแค่ร่วมธุรกิจกันเฉยๆ

คริสเตียนมีเรื่องต้องจัดการ นั่นทำให้อนาต้องบินเดี่ยวกับซีแอตเติลตามลำพัง เมื่อทั้งคู่ได้เจอกัน ... คริสเตียนก็บอกกับอนาว่าเขาคิดถึงเธอมากขนาดไหน ทุกคู่มีเซ็กส์กันโดยใช้อุปกรณ์ของคริสเตียน หลังจากที่อนาตื่นขึ้นมาและพบคริสเตียนเล่นเปียโนอยู่ อนาก็พูดคุยถึงเรื่องที่ตลอดเวลาทีผ่านมาคริสเตียนไม่เคยยอยให้เธอได้สัมผัสเนื้อตัวของเขาเลย อนาเลยยื่นข้อตกลงว่าถ้าเธอสามารถทนความเจ็บปวดที่เขาจะลงโทษเธอได้ คริสเตียนก็ต้องทนความเจ็บปวดของเขาได้เหมือนกัน !

คริสเตียนใช้เข็มขัดฟาดอนาถึง 6 ครั้ง เกือบๆครั้งสุดท้ายที่อนารู้สึกว่าทนไม่ไหว แต่เธอก็ทน คริสเตียนมาขอโทษอนา เธอจึงสารภาพออกมาว่าเธอรักคริสเตียน แต่คริสเตียนไม่สามารถรับรักจากเธอได้ อนาเลยตัดสินใจออกไปจากชีวิตของเขา ...

.......................................................................

อยากลองอ่าน เห็นเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเป็นหนังสือที่ขายดีแห่งปี พอลองซื้อมาอ่านแบบภาษาอังกฤษถึงรู้ว่ามีการใช้คำซ้ำเยอะมากอย่าง My Inner Goddess / Holy Cow อะไรเนี่ย มีมาบ่อยเหลือเกิน แถมนิสัยของอนายังน่ารำคาญเหลือหลายสำหรับเรา คิดเล็กคิดน้อยจนทำให้เนื้อเรื่องแทบจะไม่ขยับไปไหนเลย

คืออนาดูเหมือนจะมีปมกับปฏิกิริยาของคนอื่นมากๆ เธอเซนต์ซิทิฟมากจนขนาดคริสเตียนกำลังจะผละไปจากเธอ เธอเอาแต่คิดว่า เขาไม่ต้องการฉัน เขาไม่ต้องการฉันแล้วงั้นหรอ ? ... เราก็ไม่รู้จะช่วยเธอยังไงดีนะอนา แต่เราขอถอนหายใจกับการกระทำอันแสนน่าเบื่อของเธอละกันเนอะ

สำหรับเรา เราคิดว่าเล่มแรกเป็นการ Intro BDSM แบบเบาๆก่อน (ถ้ามาจัดหนักอะไรกัน สงสัยคนอ่านคงตกใจกันแน่ๆ) ติดตรงที่ว่าเนื้อเรื่องมันวนไปวนมาจนทำให้หนังสือมันหนาเตอะมากๆ ถ้าไม่มีความพยายามจริงๆ เราคิดว่าเราอาจจะอ่านไม่จบด้วยซ้ำ เพราะฉากเซ็กส์ก็มีอยู่แค่นั้น เน้นปริมาณอย่างเดียว 555 เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไร เราว่าที่หนังสือมันดูหนาก็เป็นเพราะความคิดของอนาที่วนเวียนอยู่ที่เดิมไม่ยอมไปไหนสักทีนี่แหละ

ส่วนตัวเราคิดว่า 1/3 ของเรื่องนี้ยังอ่านได้เรื่อยๆ พอได้ครึ่งเล่มก็รู้สึกว่า อืม ... ก็ยังพออ่านได้ แต่พอเหลืออีก 1/3 ก่อนจบเล่มนี่สิ ! เป็นอะไรที่ไม่ไหวอย่างแรง ! ทั้งด้านความรู้สึก อารมณ์ความคิดของตัวละครที่สับสนยุ่งเหยิงไปหมด ตอนท้ายๆยิ่งอยากจะเลิกอ่าน มิสเตอร์เกรย์ทำตัวน่าโมโหซะเหลือเกิน ส่วนอนาก็เอาแต่น้อยอกน้อยใจ จนสุดท้ายก็แตกหักกันไปตามระเบียบ 555

เห็นมีคนบอกว่าฉบับแปลไทยตัดฉากอย่างว่าซะกระจุย แต่เราอ่านฉบับภาษาอังกฤษก็รู้สึกว่าสมควรตัดจริงๆนะ เพราะถ้ามาแปลไทยสงสัยสนพ.โดนเก็บแน่ๆ สังคมในบ้านเรายังเปิดกว้างไม่มากพอด้วยละมั้ง

ปล.ตอนนั่งพิมพ์รีวิวนี่สงสัยจะเพลินไปหน่อย ย้อนกลับไปอ่านอีกที รู้สึกว่าเราแทบจะเขียนประเด็นทั้งหมดของหนังสือออกมาจนหมดเลยนี่นา 555

คะแนน 4/10