Showing posts with label Karen Marie Moning. Show all posts
Showing posts with label Karen Marie Moning. Show all posts

Jul 18, 2014

สะพานรักข้ามกาล - Into The Dreaming (Highlander #8)


ชื่อเรื่อง
สะพานรักข้ามกาล
จากเรื่อง Into The Dreaming
ผู้แต่ง คาเรน มารี โมนนิ่ง
โรมานซ์ เหนือจริง/ย้อนยุค
สำนักพิมพ์ แพรว

เรื่องย่อ


คุณจะทำอย่างไรให้ชายที่คุณเคยพบแต่เพียงในฝัน มาหลงรักคุณภายในหนึ่งเดือน

คุณเชื่อเรื่องเนื้อคู่ไหม เชื่อหรือไม่ว่าเนื้อคู่เป็นสิ่งที่กำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเกิดเสียอีก 'เจน ซิลลี' เชื่อเรื่องนั้น เชื่อตั้งแต่วันแรกที่พบ 'เอเดน แมคคินนอน' ในความฝัน หากแต่ในความเป็นจริงนั้น เอเดนกลับจำเจนไม่ได้เลย มันก็คงจะไม่ยากเย็นเท่าไร หากเจนมีเวลาค่อยๆ ตะล่อมให้เขาชอบเธอทีละน้อย แต่เสียงกระซิบจากความมืดได้บอกเธอว่า หากไม่สามารถทำให้เขาหลงรักเธอได้ภายในหนึ่งเดือน ทั้งสองจะหมดโอกาสได้ครองคู่กันโดยสิ้นเชิง แล้วเธอจะทำอย่างไรให้เขาหันมามองเธอเหมือนในฝัน

REVIEW


... เล่มนี้เป็นเรื่องสั้นจำนวน 125 หน้า ...

เจน ซิลลีคือนักเขียนที่มีความฝัน ตลอดอายุของเธอ เธอฝันเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ในฝันของเธอนั้น ... เขาช่างเร่าร้อนและคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการ จนเมื่อเจนได้เดินทางย้อนเวลา นั่นทำให้เธอได้พบกับเอเดน ภาพลักษณ์ของเขาเย็นชา ต่างกับความฝันอันแสนเร่าร้อนของเธอ

เอเดน แมคคินนอน คือมนุษย์ที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยฝีมือราชาอันซิลี ตลอดเวลาห้าศตวรรษนั้น เอเดนถูกฝึกให้มาเป็นเพชฌฆาต เย็นชา ไร้หัวใจ เมื่อเขาได้เป็นอิสระภายใต้ระยะเวลาหนึ่งเดือน หนทางเดียวที่จะทำให้เขาหลุดพ้นจากการจองจำชั่วนิรันดร์ ก็คือ ... รักแท้เพียงหนึ่งเดียวของเขา\

เมื่อเอเดนปฏิเสธทุกอย่างที่เจนมอบให้ แต่ถึงกระนั้น ... เจนก็ไม่เคยยอมแพ้ เธอค่อยๆเจาะป้อมปราการน้ำแข็งที่ห่อหุ้มจิตใจของเขาจนมันค่อยๆละลายในที่สุด

....................................

มันสั้น มันสั้นมากๆ สั้นจนเขียนรีวิวได้แค่ 3 ย่อหน้าเอง T.T

ด้วยความที่มันสั้นนี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกเสียดายพลอตของนิยายเล่มนี้มาก ทั้งๆที่สามารถเติมรายละเอียดลงไปได้เยอะ ทั้งประวัติความเป็นมาของเอเดน หรือกระทั่งเวลาที่ทั้งคู่ใช้ด้วยกัน คือบรรยากาศมันอบอุ่นมากๆเลยนะ เวลาเจนสอนให้เอเดนรู้จักความเป็นมนุษย์อีกครั้ง เราชอบตอนที่เอเดนลงมือทานอาหารที่เจนทำครั้งแรกหลังจากที่เขากินขนมปังแข็งๆมาโดยตลอด หรือตอนที่เอเดนไม่รู้ว่าจะร่วมรักกับเจนอย่างไรดี มันดูบริสุทธิ์มากๆเลยนะในความคิดเรา

เราอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องยาว ด้วยอารมณ์ที่สามารถดื่มด่ำมากกว่านี้ ตอนอ่านเล่มนี้รู้สึกเหมือนโดนตัดตอนหลายครั้งหลายคนเหลือเกิน จนบางครั้งก็ถึงกับงงว่า อ้าว ! ไหงเป็นงั้นอ่ะ

แถมตอนจบก็ยังจบง่ายเกิน เหมือนหักดิบนิยายไปเลยอ่ะ จู่ๆก็แว๊บ เนื้อเรื่องมาลงอีหรอบนี้แล้วก็จบเฉยเลย เสียดายมากๆ

ถ้านับว่าเล่มนี้คือเล่มต่อจาก Spell of the Highlander จริงๆ เราถือว่าเฟลมากเลยนะ เพราะเล่มของคิออนนี่ทิ้งปมไว้น่าสนใจมาก (เรื่องที่ว่าราชินีแห่งเฟย์รวบรวมหมากเอาไว้สำหรับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น) เหมือนเนื้อเรื่องยังไม่ต่อได้อีกยาว แต่ Into the Dreaming ดันมากลายเป็นเล่มจบของหนังสือชุดนี้ซะงั้น ทิ้งปมให้คางคาเฉยเลย หรือว่าต้องไปอ่านต่อในชุด Fever แน่ๆเลย

ทั้งบรรยากาศและท้องเรื่องทำให้เราชอบมากๆ คาเรนน่าจะเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องยาวเนอะ คงสนุกมากกว่านี้แน่ๆ เพราะเราชอบพลอตโทนนี้พอๆกับ Kiss of the Highlander เลยแหละ

คะแนน 7.5/10

May 22, 2014

เงารักข้ามเวลา - Spell of the Highlander (Highlander #7)


สำนักพิมพ์ : แพรว
ผู้เขียน : Karen Marie Moning
ผู้แปล : ขีดขิน จินดาอนันต์

เรื่องย่อ

กว่าพันปีที่คิออนถูกกักอยู่ในห้องหินเล็กๆ ที่แสนจะน่าเบื่อ มองโลกผ่านกระจกอย่างซังกะตายและเฝ้าแต่รอโอกาสที่จะได้ล้างแค้น จนกระทั่งเขาได้พบกับสาวน้อยในฝันอย่าง 'เจสซิกา เซนต์เจมส์' เธอช่วยเขาจากคำสาป ปลดปล่อยเขาออกจากกระจกที่คุมขัง และแม้จะเป็นการช่วยเหลือที่ไม่ถาวร แม้ว่าเธอจะทำไปเพื่อช่วยชีวิตตนเอง แต่คิออนก็ซึ้งใจมาก มากเสียจนอยากจะเกาะติดกับเธอทุกวินาที แถมยังลากเธอไปที่นู่นที่นี่โดยบอกว่าเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง

ตลอดหลายปีแห่งความโสดสนิท เจสซิกาเฝ้ามองคนอื่นมีความรักด้วยความริษยา ปลอบใจตัวเองว่า รอให้จบปริญญาเอกก่อนเถอะ เธอจะกระโจนเข้าใส่ทุกเรื่องที่อยากทำให้เต็มที่! จนกระทั่งเธอได้พบกับชายในฝันอย่าง 'คิออน แม็คเคลทาร์' เขาช่วยเธอให้รอดจากการถูกปองร้าย แต่ก็บังคับลากเธอไปผจญกับอันตรายอย่างอื่นแทนเสียนี่ แล้วนี่...เธอเชื่อเขาจะดีแน่นะ ก็เขาถูกจอมเวท (จอมเวท!) ตามล่าจนต้องพาเธอหนีหัวซุกหัวซุน แถมยังเรื่องที่เขาแสนจะมือไม้อยู่ไม่สุข โอเค เธออาจจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา...แต่เธอจะปลอดภัยจากเขาละหรือ?

REVIEW

ในที่สุดก็กลับมาแนวย้อนเวลาเบาสมองของโมนนิ่งอีกรอบ หลังจากดองหนังสือเล่มนี้มานานแล้วไปหมกมุ่นอยู่กับแนวพาราของแก้วกานต์กับเกรซ ฮี่ๆ

เจสซิกา นักศึกษาปริญญาเอกทำงานให้ศาสตราจารย์ที่ลาป่วยและนั่นทำให้เธอพบกันกระจกเงาบานยักษ์ที่ถูกส่งมาให้ศาสตราจารย์ของเธอ แวบแรกที่เธอมองกระจก เธอเห็นเงาร่างของหนุ่มรูปร่างกำยำจนกระทั่งเธอจิตนาการไปไกลหาว่าเขาคนนั้นเป็นเทพแห่งเซ็กส์กันเลยทีเดียว เพียงแต่เมื่อเจสซิกาเผชิญกับชายแปลกหน้าที่จะมาแย่งชิงกระจกและขู่จะทำร้ายเธอ ผู้ชายคนนั้นที่อยู่ในกระจกกลับออกมาช่วยเธอเสียนี่ หรือว่า ! นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ไม่สิ ! เธอต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ

แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เจสซิกาต้องย้อนกลับมาในห้องที่เก็บกระจกเงาบานนั้นอีกครั้งสิน่า คราวนี้เธอเห็นผู้ชายคนนั้นจริงๆ หนุ่มสกอตเปลือยอกรูปร่างสูงใหญ่ยื่นข้อเสนอขอให้เจสสิกาปลดปล่อยเขาออกไปจากกระจกเงาบานนี้ แล้วเขาจะเป็นโล่ป้องกันอันตรายให้เธอเอง

ตอนแรกเจสสิกาลังเลในข้อตกลงกับชายแปลกหน้า แต่เมื่อเธอรับรู้ข่าวการตายของคนที่เกี่ยวข้องกับกระจกเงาบานนี้และศาสตราจารย์ของเธอที่มาเสียชีวิตอย่างปุบปับ ด้วยความที่เป็นห่วงสวัสดิภาพของตัวเอง เจสซิกาเลยตกปากรับคำกับ คิออน แมคเคลทาร์ อย่างเลี่ยงไม่ได้

ชีวิตของเจสซิกาพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเธอหนีหัวซุกหัวซุนจากการตามล่าของลูแคนที่ส่งลูกน้องมาขโมยกระจกเงากลับไปเพื่อส่งส่วยแลกกับชีวิตอันเป็นอมตะของเขา คิออนไม่ได้ยอมให้ศัตรูของเขาได้กระจกกลับไปอีกครั้งแน่ๆ เป็นหน้าที่ของเจสซิกาที่จะนำหนุ่มสกอตคนนี้เดินทางไปยังที่ต่างๆที่ปลอดภัย เพราะอีกแค่ยี่สิบวัน ... คิออนจะเป็นอิสระจากกระจกเงาบานนี้หากไม่ถูกลูแคนจับได้เสียก่อน

การใช้ชีวิตกับหนุ่มสกอตที่ถือว่าเป็นวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งสำหรับเจสซิกาไม่ได้เรียบหรูนักเมื่อคิออนจะโดนกระจกดูดเข้าไปในแต่ละวัน และเวลาในการออกมานอกกระจกยังไม่แน่นอนอีกด้วย คราวนี้เธอจะทำยังไงถ้าเธอตกอยู่ในอันตรายตอนที่คิออนเข้าไปอยู่ในกระจก

การเดินทางไปยังไฮแลนด์ แผ่นดินเกิดของคิออนดูท่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่หนุ่มสาวทั้งคู่คิดออก แต่ปัญหาก็คือพวกเขาจะขึ้นเครื่องบินไปยังไงเพื่อไม่ให้ถูกฝ่ายศัตรูตามจับตัวได้จากร่องรอยการซื้อตั๋วและการรูดบัตรเครดิต

เป็นหน้าที่ของคิออนที่ต้องใช้ความสามารถดรูอิดของเขาหว่านล้อมผู้คนหลากหลายเพื่อให้การเดินทางของทั้งคู่เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ก็ไม่วาย ... ขณะที่กำลังเดินทางอยู่บนเครื่องบิน คิออนกลับโดนดูดกลับเข้าไปในกระจกอีกครั้ง กระจกที่ถูกส่งตามมาเป็นสัมภาระ เจสซิกาไม่มีใบรับสัมภาระ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเธอในการบุกฝ่าเจ้าหน้าที่หญิงโฉดประจำเคาน์เตอร์เพื่อไปยังห้องเก็บสัมภาระ แล้วนำคิออนออกมาจากกระจกให้ได้ ส่วนหลังจากนั้นน่ะเหรอ ... ค่อยว่ากันอีกทีละกัน

คิออนและเจสซิกาเดินทางมาถึงไฮแลนด์และพบกับเดกิส ทั้งคู่เดินทางไปยังปราสาทแม็คเคลทาร์และได้รับความช่วเหลือจากดรัสตินและเดกิสเพื่อปกป้องคุ้มครองจนกว่าจะถึงวันส่งส่วย

คิออนกับเจสซิกาเปิดเผยความรู้สึกต่อกันและกันว่าแต่ละฝ่ายต่างต้องกันกันมากเพียงใด และนั่นทำให้เจสซิกาหลงรักคิออนอย่างหมดหัวใจเช่นเดียวกับชายหนุ่ม แต่เมื่อเจสซิการู้ความจริงว่าถ้าคิออนจัดให้ไม่มีการส่งส่วย ตัวเขาและลูแคนเองก็จะตาย และนั่นคือการแก้แค้นอย่างที่คิออนเคยกล่าวเอาไว้

เมื่อวันส่งส่วยมาถึง เดกิสเป็นคนจัดฉากโดยการวางเดิมพันทั้งหมดให้ขึ้นอยู่กับเจสซิกาและคิออน อาศัยความรักอันไม่เห็นแก่ตัวของคิออนที่จะทำให้พันธสัญญาระหว่างเขากับกระจกเป็นโมฆะและทำให้ลูแคนไม่เป็นอมตะอีกต่อไปเพื่อจะได้ฆ่าเขา คิออนยอมสละชีวิตตนเองเพื่อเจสซิกา เขาทำลายกระจกเพื่อให้ลูแคนผละออกจากการทำร้ายเจสซิกาและนั่นก็คือการปลดปล่อยตัวเขาออกมาจากกระจกได้สำเร็จ

เล่มนี้ฮามากกกก อ่านไปขำไป เจสซิกาคือผู้หญิงที่มีครบทุกรสจริงๆ เนื้อเรื่องเบาๆใสๆในบรรยกาศไฮแลนด์ที่มีทุ่งหญ้า เนินเขา สายลมโชยพัด อ่านแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน ยิ่งสำนวนการแปลที่ถ่ายทอดความตลกโปกฮาออกมาได้อย่างสุดขั้วแล้ว ทำให้คนอ่าน(อย่างเรา)เพลิดเพลินไปกับหนังสือเล่มนี้ได้อย่างสบายๆเลยแหละ

ส่วนตอนท้ายก็เศร้าน้ำตาคลอเลยตอนที่เจสซิการู้ความจริงว่าการล้างแค้นลูแคนของคิออนนั้นก็การที่เขาต้องสละชีวิตตนเอง ทำให้เธอนับวันที่ทั้งคู่จะมีความสุขด้วยกัน แต่งงานกัน ร่วมรักกัน คิออนกล่าวคำปฏิญาณที่จะผูกตัวเขาไว้กับเจสซิกาทุกชาติภพ ตอนนั้นเราน้ำตาไหลเลย

แถมยังมีทิ้งท้ายเรื่องสงครามที่จะเกิดขึ้นอีกห้าปีหลังจากนั้น ราชินีอาวีลวางหมากของเธอทั้ง 5 ตัว ตอนนี้มี 3 ตัว (เดกิส ดรัสติน คิออน) เพื่อใช้ต่อกรกับตูอา เดฝ่ายมืด

สำหรับชุด Highlander ยังเหลือหนังสืออีกหนึ่งเล่มในชุดนี้ เห็นสำนักพิมพ์แพรวบอกว่ากำลังจะออกเร็วๆนี้ด้วยแหละ ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษก็คือ Into The Dreaming

คะแนน 9.5/10