Showing posts with label Cassandra Clare. Show all posts
Showing posts with label Cassandra Clare. Show all posts

Dec 22, 2018

Queen of Air and Darkness (The Dark Artifices #3)



ชื่อเรื่อง Queen of Air and Darkness
จากชุด The Dark Artifices
ผู้แต่ง Cassandra Clare
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ Margaret K. McElderry Books

เรื่องย่อ

Dark secrets and forbidden love threaten the very survival of the Shadowhunters in Cassandra Clare’s Queen of Air and Darkness, the final novel in the #1 New York Times and USA TODAY bestselling The Dark Artifices trilogy.

What if damnation is the price of true love?

Innocent blood has been spilled on the steps of the Council Hall, the sacred stronghold of the Shadowhunters. In the wake of the tragic death of Livia Blackthorn, the Clave teeters on the brink of civil war. One fragment of the Blackthorn family flees to Los Angeles, seeking to discover the source of the blight that is destroying the race of warlocks.

Meanwhile, Julian and Emma take desperate measures to put their forbidden love aside and undertake a perilous mission to Faerie to retrieve the Black Volume of the Dead. What they find in the Courts is a secret that may tear the Shadow World asunder and open a dark path into a future they could never have imagined. Caught in a race against time, Emma and Julian must save the world of Shadowhunters before the deadly power of the parabatai curse destroys them and everyone they love.

REVIEW

หลังจากการเหตุการณ์นองเลือกและการตายของลิฟวี่ จูเลี่ยนและทุกๆ คนก็หัวใจสลาย เขาไม่อาจยอมรับได้ลง ไหนจะเรื่องคำสาปของพาราบาไทที่กำลังทำให้เขาเป็นกังวลใจอีก สุดท้ายจูเลี่ยนก็เลยไปหาแม็กนัสและให้เขากำจัดอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดไปเสีย เพื่อที่ว่าตนจะได้ไม่ต้องรู้สึกถึงความรักและความเจ็บปวดอีก

ทางด้านเจซและคลารี่ก็ถูกส่งไปยังดินแดนแฟรี่และหายสาบสูญไป เดียบอร์นอาศัยจังหวะที่โลกของนักล่าเงากำลังสั่นคลอนขึ้นมาเป็นผู้นำเพื่อจัดการกฎหมายลงทะเบียนชาวบาดาลทั้งหลาย มีเพียงสถาบันลอสแองเจลลิสที่อยู่ภายใต้การดูแลของเฮเลนเท่านั้นที่พยายามหลบเลี่ยงข้อบังคับนี้ แต่ไม่นานหลังจากนั้น จูเลี่ยนและเอ็มม่าก็ถูกส่งไปยังดินแดนแฟรี่เพื่อทำภารกิจอันตราย

May 30, 2017

Lord of Shadows (The Dark Artifices #2)



ชื่อเรื่อง Lord of Shadows
จากชุด The Dark Artifices
ผู้แต่ง Cassandra Clare
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ Margaret K. McElderry Books

เรื่องย่อ

Would you trade your soul mate for your soul?

A Shadowhunter’s life is bound by duty. Constrained by honor. The word of a Shadowhunter is a solemn pledge, and no vow is more sacred than the vow that binds parabatai, warrior partners—sworn to fight together, die together, but never to fall in love.

Emma Carstairs has learned that the love she shares with her parabatai, Julian Blackthorn, isn’t just forbidden—it could destroy them both. She knows she should run from Julian. But how can she when the Blackthorns are threatened by enemies on all sides?

Their only hope is the Black Volume of the Dead, a spell book of terrible power. Everyone wants it. Only the Blackthorns can find it. Spurred on by a dark bargain with the Seelie Queen, Emma; her best friend, Cristina; and Mark and Julian Blackthorn journey into the Courts of Faerie, where glittering revels hide bloody danger and no promise can be trusted. Meanwhile, rising tension between Shadowhunters and Downworlders has produced the Cohort, an extremist group of Shadowhunters dedicated to registering Downworlders and “unsuitable” Nephilim. They’ll do anything in their power to expose Julian’s secrets and take the Los Angeles Institute for their own.

When Downworlders turn against the Clave, a new threat rises in the form of the Lord of Shadows—the Unseelie King, who sends his greatest warriors to slaughter those with Blackthorn blood and seize the Black Volume. As dangers close in, Julian devises a risky scheme that depends on the cooperation of an unpredictable enemy. But success may come with a price he and Emma cannot even imagine, one that will bring with it a reckoning of blood that could have repercussions for everyone and everything they hold dear.

REVIEW

เอ็มม่าแสร้งทำเป็นว่ารักกับมาร์คก็เพื่อจะทำให้จูเลี่ยนเลิกรักเธอ แต่เขาทำไม่ได้ เพราะเอ็มม่าคือคนเดียวที่เขาต้องการ และเมื่อเหล่าเซนจูเรียนได้เดินทางมายังสถาบันเพื่อล่าหาร่างของมัลคอม เฟธที่เอ็มม่าเป็นคนสังหาร เรื่องแปลกๆก็เกิดขึ้น สัตว์ประหลาดใต้ทะเลขึ้นมาเกยฝั่งและคุกคามชีวิตผู้คน นี่อาจจะเป็นเวทมนตร์บางอย่างที่ไม่มีใครรู้ก็เป็นไปได้

Jun 28, 2016

Lady Midnight (The Dark Artifices #1)



ชื่อเรื่อง Lady Midnight
จากชุด The Dark Artifices
ผู้แต่ง Cassandra Clare
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ Margaret K. McElderry Books

เรื่องย่อ

In a kingdom by the sea…

In a secret world where half-angel warriors are sworn to fight demons, parabatai is a sacred word.

A parabatai is your partner in battle. A parabatai is your best friend. Parabatai can be everything to each other—but they can never fall in love.

Emma Carstairs is a warrior, a Shadowhunter, and the best in her generation. She lives for battle. Shoulder to shoulder with her parabatai, Julian Blackthorn, she patrols the streets of Los Angeles, where vampires party on the Sunset Strip, and faeries—the most powerful of supernatural creatures—teeter on the edge of open war with Shadowhunters. When the bodies of humans and faeries turn up murdered in the same way Emma’s parents were when she was a child, an uneasy alliance is formed. This is Emma’s chance for revenge—and Julian’s chance to get back his brother Mark, who is being held prisoner by the faerie Courts. All Emma, Mark, and Julian have to do is solve the murders within two weeks…and before the murderer targets them.

REVIEW

จูเลียนกับเอ็มม่าเป็นพาราบาไทของกันและกันตั้งแต่เหตุการณ์ในครั้งสงครามมืดที่เซบาสเตียนเข่นฆ่าชีวิตผู้คนไปมากมาย พวกเขาต่อสู้เคียงข้างและกันอยู่เสมอ เอ็มม่าไม่เคยที่จะลดละความพยายามในการตามหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของพ่อแม่เธอ เพราะเธอเชื่อว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น และเซบาสเตียนไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องสูญเสียพ่อแม่ไป จนกระทั่งเอ็มม่าได้เบาะแสมาจากรุค ถึงการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในระยะหลังในแอลเอ เธอตามไปยังจุดเกิดเหตุและพบศพของผู้ชายที่ถูกฆ่าอย่างทารุณพร้อมกับรอยสลักบนเนื้อตัวที่เป็นภาษาที่เธออ่านไม่ออก

มาร์ค แบล็คธอร์นได้ถูกตีตราโดยเหล่าแฟร์รี่และเข้าร่วมการไวด์ฮันต์ ในทุกๆวันจูเลียนต้องดูแลครอบครัวของเขาซึ่งประกอบเหล่าบรรดาน้องชายและน้องสาว เขารักเอ็มม่า รักเธอมาโดยตลอด แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นพาราบาไท และกฎก็มีว่าห้ามพวกเขาตกหลุมรักกันเพราะการลงโทษนั้นร้ายแรงอย่างไม่มีใครนึกถึง และเมื่อจูเลี่ยนได้มาร์ค พี่ชายของเขากลับคืนมา ทุกๆอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปและปรากฏออกมาชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับ ความรู้สึกและความรับผิดชอบที่เขาแบกรับมาตลอดหลายปีกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้มากกว่าเดิม

Apr 9, 2015

เมืองไฟสวรรค์ - City of Heavenly Fire (The Mortal Instruments #6)


ชื่อเรื่อง เมืองไฟสวรรค์
จากเรื่อง City of Heavenly Fire
ผู้แต่ง Cassandra Clare
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง
สำนักพิมพ์ อิ่มอ่าน

เรื่องย่อ

เมื่อคลารี่และผองเพื่อนร่วมมือกันสู้ผู้ร้ายสุดชั่วช้า – พี่ชายของคลารี่ เซบาสเตียน มอร์เกนสเติร์นรุกคืบอย่างเป็นระบบ เสี้ยมนักล่าเงาให้สู้กันเอง ใช้ถ้วยนรกานต์เปลี่ยนนักล่าเงาเป็นอสุรกายจากฝันร้าย พรากครอบครัว และคู่รักจากกัน นักล่าเงาต้องล่าถอยสู่ไอดริส ทว่าหอปีศาจแห่งอลิกันเต้ ก็ไม่อาจขวางเซบาสเตียน และเมื่อเนฟิลิมถูกกักอยู่ในไอดริส ใครจะป้องกัน โลกจากปีศาจได้

เมื่อการทรยศครั้งยิ่งใหญ่สุดที่เนฟิลิมเคยเผชิญถูกเปิดเผย คลารี่ เจซ อิซาเบล ไซม่อน และอเล็คต้องหนี แม้การเดินทางจะนำไปสู่อาณาจักร ปีศาจ ที่ไม่เคยมีนักล่าเงาคนใดย่างกรายไปถึง และไม่เคยมีมนุษย์คนใด รอดกลับมา

REVIEW

เซบาสเตียนพี่ชายผู้ชั่วช้าของคลารี่ใช้ถ้วยมรรตัยเปลี่ยนนักล่าเงาให้เข้าสู่ด้านมืด พร้อมทั้งเดินหน้าทำลายสถาบันต่างๆทุกมุมโลก จนกระทั่งเจซผู้มีไฟสวรรค์อยู่ในตัวต้องหาทางที่จะยับยั้งเซบาสเตียนก่อนที่จะเกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้ คนที่พวกเขารู้จักต่างล้มตายในศึกที่เซบาสเตียนเตรียมการณ์ไว้อย่างดี เจซกับคลารี่เดินทางผ่านทวาราเข้าไปช่วยนักล่าเงาต่อสู้ หารู้ไม่ว่านั่นเป็นกับดัก และทำให้เจซได้รับบาดเจ็บ ภราดรแซ็คคาไรอาห์ช่วยชีวิตเจซเอาไว้ และนั่นทำให้เขาถูกไฟสวรรค์ที่อยู่ในตัวของเด็กหนุ่มแผดเผา ส่งผลให้ความมืดในตัวของแซ็คคาไรอาห์ถูกปัดเป่าออกไปและเขากลับกลายมาเป็นเจมอีกครั้ง

เซบาสเตียนจับผู้นำของชาวบาดาลไป เพื่อใช้ต่อรองในการแลกตัวคลารี่กับเจซ ถ้าเนฟิลิมไม่ส่งตัวพวกเขาสองคนให้ เซบาสเตียนจะประหารผู้นำชาวบาดาลทั้งหมดเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเนฟิลิมเห็นชีวิตนักล่าเงาสองคนมีค่ามากกว่าชาวบาดาลที่เขาจับมา และนั่นจะทำให้พันธไมตรีขาดสะบั้นลง ดังนั้นเจซ คลารี่ ไซม่อน อเล็ค แฃะอิซาเบลจึงต้องเดินทางไปยังเอโดมเพื่อช่วยเหลือทุกคนกลับมาให้ได้

การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบากจนกระทั่งคณะเดินทางมาถึงที่พำนักของเซบาสเตียนในที่สุด เซบาสเตียนเอาสวัสดิภาพและการอยู่รอดของนักล่าเงามาขู่ให้คลารี่ยอมขึ้นบรรลังก์กับเขา คลารี่ที่เตรียมแผนการณ์มาอย่างดีโดยการย้ายไฟสวรรค์จากตัวของเจซมาไว้ในดาบของเธอได้ปลิดชีพเซบาสเตียนในยามที่เขาเผลอ เซบาสเตียนตายหลังจากนั้น นักล่าเงาต้องพึ่งเวทมนตร์ของพ่อแมกนัสที่เป็นปีศาจในการพาพวกเขากลับไปโลกเดิม ซึ่งค่าตอบแทนนั้นสูงเหลือ นั่นก็คือความอมตะและความทรงจำเกี่ยวกับโลกเนฟิลิมของไซม่อนทั้งหมด ....

...................................

เราให้คะแนนโดยไม่ได้เอาเรื่องการแปลที่เข้าขั้นวิกฤติมาตัดสินนะ เพราะถ้าทำยังงั้น คะแนนหนังสือเรื่องนี้คงไม่เหลือ ... ถ้าจะพูดกัน City of Heavenly Fire มีความคล้ายคลึงกับ City of Glass มากๆ ในการจัดการวาเลนไทน์กับเซบาสเตียน แต่ต่างกันที่วิธีและการเล่าเรื่อง ซึ่งสำหรับหนังสือชุดนี้ เราคิดว่า 3 เล่มแรกปูเรื่องมาดี พอมาขมวดใน City of Glass เราจึงรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่ อีพิค และเหมาะที่จะจบเป็นไตรภาคมากๆ แต่แคลร์กลับไม่ทำแบบนั้น เธอขยายหนังสือชุดนี้ต่อไปอีก 3 จนกลายเป็น 6 เล่ม ความพังพินาศเลยเกิดขึ้น ตัวร้ายนิสัยน่ารำคาญ งี่เง่า ปัญญาอ่อน อยากได้น้องสาวมาอยู่ด้วย ตามตื๊อแบบบ้าๆได้ทั้งเรื่อง กับเนื้อเรื่องที่วนไปวนมา ตัวละครที่ออกมามากมายเกินความจำเป็น ปมความสัมพันธ์ที่น่าเบื่อไร้สีสัน ถ้าจะพูดง่ายๆคือ...หนังสือ 3 ชุดสุดท้ายเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังสำหรับหนังสือชุดนี้

ถ้าเทียบเล่มนี้กับ Clockwork Princess ความแตกต่างระหว่างหนังสือชุด The Mortal Instruments กับ The Infernal Devices คือ emotion และ drama ของตัวละคร ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือหนังสือชุด TMI จะไม่เน้นความดราม่า แต่จะไปเน้นที่พลอตเรื่อง ซึ่งสุดท้ายก็พังพินาศ เลอะๆเทอะๆ จบแบบง่ายๆไก่กาอาราเล่ไปหน่อย หนังสือหนาก็จริงๆ แต่ใส่อะไรมามากมายก็ไม่รู้ คำพูดจากพระคัมภีร์ก็ยั้วเยี้ยไปหน่อยมั้ย ถ้าจะเยอะขนาดนี้ก็ไม่ต้องเขียนแล้ว City of Heavenly Fire เนี่ย พิมพ์ไบเบิลขายเลยจะง่ายกว่ามั้ย ?

แนะนำว่าฉบับภาษาอังกฤษดีกว่าแปลไทยมากๆ มากๆหลายเท่าด้วย แต่รอบนี้ไปซื้อฉบับแปลไทยมา เพราะจะเอา Boxset+ของแถม ซึ่งน่าเกลียดมาก เอาของแถมเก่าๆจากเล่มก่อนๆมาแพ็คขายใหม่ ฮื้อ ! ฝ่ายการตลาดก็หัวใสจริงๆ ส่วนเรื่องสำนวน ฉบับแปลไทยแปลได้ไม่โอเคเลย เสียอรรถรสไปเต็มๆ บางประโยคความหมายไปคนละทิศกับต้นฉบับ ส่วนคำแต่เราคำที่ใช้นี่โบราณเหลือเกิน ไม่เข้ากับแนวนิยายเลย

คะแนน 6.5/10

Apr 6, 2015

Clockwork Princess (The Infernal Devices #3)


ชื่อเรื่อง Clockwork Princess
ผู้แต่ง Cassandra Clare
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง
สำนักพิมพ์ Margaret K. McElderry Books

เรื่องย่อ

Tessa Gray should be happy - aren't all brides happy?
Yet as she prepares for her wedding, a net of shadows begins to tighten around the Shadowhunters of the London Institute.
A new demon appears, one linked by blood and secrecy to Mortmain, the man who plans to use his army of pitiless automatons, the Infernal Devices, to destroy the Shadowhunters. Mortmain needs only one last item to complete his plan. He needs Tessa. And Jem and Will, the boys who lay equal claim to Tessa's heart, will do anything to save her.

REVIEW

สปอยล์ !!!

เทสซ่ากับเจมกำลังจะแต่งงานกัน แต่เจมป่วยหนักมากเพราะเขาโหมยามากกว่าที่ควรจะเป็นเพื่อต้องการยืนหยัดเคียงข้างกับหญิงสาวที่เขารัก ดังนั้นวิลจึงต้องพยายามสรรหาทุกวิธีทางเพื่อช่วยชีวิตคนที่เป็นมากกว่าพี่น้องและผูกพันธ์ยิ่งกว่าสายเลือดเอาไว้ให้ได้ วิลขอความช่วยเหลือจากแมกนัส ส่วนเทสซ่าก็ยังไม่คืบหน้าเรื่องความเป็นมาในอดีตของเธอ เธอไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ ไหนจะเรื่องที่ทั้งสถาบันชาโดว์ฮันเตอร์ยังตามรอยมอร์ทเมนไม่ได้ คำขู่ที่เขาฝากเอาไว้บนผนังบ้านไลท์วู้ดนั้นรบกวนทั้งคนในสถาบันเหนือสิ่งอื่นใด

เกเบรียลและกิเดียนถูกแบลคเมล์โดยคอนเซิลเวย์แลนด์ให้ติดตามทุกการเคลื่อนไหวของชาร์ล็อต แต่พี่น้องทั้งสองไม่ยอมทำเช่นนั้นเพราะนั่นเป็นการหักหลังคนที่ยอมให้พวกเขาเข้ามาพักอยู่ในสถาบัน เมื่อเจสซามีนถูกปล่อยตัวออกมา ขาเดินทางมายังสถาบัน มีรถม้าอีกคนปรากฏขึ้นพร้อมกับกองทัพหุ่นจักรกลที่เข้ามาโจมตีสถาบันอีกครั้ง เจสซามีนถูกฆ่าพร้อมกับความลับของสถานที่ที่มอร์ทเมนซ่อนตัวอยู่

เทสซ่าถูกมิสซิสดาร์คจับตัวไป ส่วนเจมก็ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้และกำลังจะตาย วิลต้องเลือกระหว่างอยู่เคียงข้างสหายของเขาตอนลมหายใจสุดท้ายหรือจะออกไปตามหาเทสซ่าก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป สุดท้ายเจมก็ขอให้วิลออกเดินทางไปช่วยเทสซ่า ระหว่างทาง...เจมสิ้นลม และวิลรู้ได้ทันทีว่าสหายของเขาได้จากไปแล้ว

เทสซ่าถูกมอร์ทเมนบังคับให้แปลงร่างเป็นพ่อของเขา มอร์ทเมนได้ชิ้นส่วนสุดท้ายมาจากความทรงจำของพ่อในการรวมปีศาจเข้ากับหุ่นจักรกล ทำให้มันมีความคิดและเคลื่อนไหวเองได้ มอร์ทเมนได้นำทัพหุ่นจักรวลทำลายล้างชาโดว์ฮันเตอร์ ในขณะที่วิลตามหาตัวเทสซ่าจนพบและบอกกับเธอว่าเจมได้ตายไปแล้ว วิลกับเทสซ่าใช้โอกาสสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันก่อนที่พวกเขาจะถูกมอร์ทเมนกำจัด พวกเขาปล่อยให้ความรักระหว่างทั้งคู่ชักนำไปสู่ค่ำคืนที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม

ชาโดว์ฮันเตอร์จากสถาบันเดินทางมาช่วยวิลและเทสซ่าต่อสู้กับกองทัพหุ่นจักรวลที่แข็งแกร่งเกินจะเอาชนะได้ วินาทีที่ทุกคนกำลังจะถอยทัพและยอมแพ้ เทสซ่าได้แปลงร่างเป็นเทวดาประจำตัวที่แขวนอยู่บนสร้อยคอของเธอมาโดยตลอดและสามารถล้มมอร์ทเมนลงได้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าหลังจากนั้นเธอจะถูกไฟสวรรค์แผดเผาจนได้รับบาดเจ็บ

เจมกลายเป็นภราดาเพื่อรักษาชีวิตของตนไว้ เทสซ่าได้พบกับเจมอีกครั้งหลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมา แต่เจมไม่สามารถที่จะอยู่กับเธอได้อีกต่อไป เพราะเขามีภารกิจที่ต้องทำ เจมสัญญว่าเขาจะมาพบกับเทสซ่าในทุกปี ณ สะพานที่ทั้งสองเคยเดินไปด้วยกัน และเจมขอให้เธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนวิล หลังจากนั้นไม่นาน...วิลได้ขอเทสซ่าแต่งงาน ทั้งคู่สร้างครอบครัวกัน จนถึงวันที่วิลจากโลกนี้ไป เทสซ่าเป็นอมตะเพราะตัวตนของเธอ ทำให้เธอไม่แก่ไม่ตาย เมื่อเธอกำลังจะเดินทางไปยังสะพานที่เธอนัดพบกับเจมในทุกๆปี เทสซ่าได้พบกับเจมอีกครั้ง ซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา ไม่ใช่ภราดา แต่ก็ยังเป็นเด็กหนุ่มคนที่เธอเคยตกหลุมรักเมื่อร้อยสามสิบปีที่แล้ว เพราะเจมสามารถหายารักษาสำหรับตัวเขาได้และถอนตัวจากการเป็นภราดาหลังจากนั้น

เจมไม่รู้ว่าเทสซ่าจะยังรักเขาอยู่หรือไม่ เขามีโอกาสที่จะได้รักกับเธออีกครั้งหรือเปล่าหลังจากเวลาทั้งหมดที่ล่วงเลยมา เทสซ่ารู้ว่าในใจเธอยังรักวิลอยู่เหมือนเดิม แต่เธอก็ยังรักเจมเช่นกัน ความรักที่เธอมอบให้กับผู้ชายทั้งสองคนไม่มีใครน้อยไปกว่าใคร เพราะทั้งวิลและเจมต่างก็มีจิตวิญญาณดวงเดียวกัน และความรักที่เธอมีต่อวิลจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าเธอไม่ได้รักเจม ในทางตรงกันข้ามก็เช่นกัน ดังนั้นเทสซ่าจึงปล่อยให้ตัวเธอได้รับโอกาสที่เธอไม่ได้เคยได้รับ นั่นก็คือ ... การที่เธอได้รักกับเจมอีกครั้ง

................................................................................

นี่เป็นตอนจบของนิยาย YA ที่ละมุนมากที่สุด มันมีความสวยงามในด้านภาษาและข้อความที่แคลร์กลั่นออกมา เราไม่รู้เลยว่าจะมีนิยายชุดไหนอีกมั้ยที่จะสามารถหาทางออกสำหรับรักสามเศร้าของตัวละครได้สวยงามขนาดนี้ เราประทับใจในทุกตัวละคร คำพูดคมๆที่ตัวละครพูดออกมามากมาย มันมีความหมายที่ทำให้เนื้อเรื่องมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น

คือไม่รู้จะพูดว่าอะไรดีแล้ว ตอนนี้เราปริ่มมากๆ มีนิยายไม่กี่เล่มนะ ที่ทำให้เราอิ่มหลังจากอ่านได้มากขนาดนี้ เราเชียร์เจมและร้องไห้ไปกับทุกความคิดของเขาที่ selfless มากๆ ส่วนวิลก็มีความเป็นมนุษย์มากขนาดที่ว่าเราเชียร์ทั้งวิลและเจมในตอนท้ายพร้อมๆกับทั้งสองคน และคิดว่าตอนจบจะออกมาเป็นแบบไหนเราก็รับได้ทั้งนั้น ซึ่งแคลร์ก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆ ส่วนฉากต่อสู้ท้ายเรื่องก็เขียนได้อีพิคเหลือเกิน สะใจมากๆ แทบจะลุกขึ้นมาโห่ร้องเลยทีเดียว 555

นี่อาจจะไม่ใช่นิยาย YA ที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งด้านกลยุทธอันชาญฉลาดในการวางพลอตเรื่องให้ซับซ้อนและแนบเนียน ซึ่งยังไม่ได้เพอร์เฟ็ค 100% ขนาดนั้น แต่ประเด็นความรักหนุ่มสาว ภราดรภาพ มิตรภาพ มันละเอียดอ่อนจนขนาดที่เราต้องค่อยๆละเลียดอ่านทีละบรรทัดและค่อยๆถอดความหมายในทุกความคิดและการสื่อสารของตัวละคร ตัวละครในนิยายชุดนี้มีทั้งสีขาว สีเทาและสีดำ เลือกที่ว่าคุณจะมองในรูปแบบไหน แต่คิดว่าตัวละครที่ sensible สำหรับเรามากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเจมนี่แหละ

สำหรับชุด The Infernal Devices เราคิดว่าเป็นนิยายที่มีพัฒนาการมาไกลสำหรับเรามากๆ ตั้งแต่เล่ม Clockwork Angel ที่เราไม่ค่อยชอบเท่าไร ซึ่งทำให้เราเกือบจะเลือกอ่านซีรีย์ชุดนี้ไปแล้ว เพราะทุกอย่างดูขาดๆเกินๆ แทบจะไม่มีอะไรลงตัว เรียกได้ว่าสำหรับเรา เล่มนี้เป็นลูกเป็ดขี้เหร่จริงๆ มาจนถึงเล่ม Clockwork Prince ที่ตัวละครมีมิติขึ้นและมีความซับซ้อนทางอารมณ์มากขึ้น จนเล่มสุดท้าย Clockwork Princess นี่แหละคือการคลายปมทั้งหมดและทำให้เราได้เห็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ในหนังสือชุดนี้ ... กลายเป็นว่าการอ่านนิยายเล่มนี้เราไม่ได้จับพลอตหลักของชาโดว์ฮันเตอร์ไปแล้ว แต่เป็นการมุ่งเน้นไปเรื่องของโรมานซ์ในหนังสือเสียมากกว่า

อย่างในตอนท้ายที่บอกไว้ว่า
“They say you cannot love two people equally at once,” she said. “And perhaps for others that is so. But you and Will—you are not like two ordinary people, two people who might have been jealous of each other, or who would have imagined my love for one of them diminished by my love of the other. You merged your souls when you were both children. I could not have loved Will so much if I had not loved you as well. And I could not love you as I do if I had not loved Will as I did.”
เป็นการตอบโจทย์รักสามเศร้าของเรื่องนี้ได้หมดเปลือกจริงๆ

คะแนน 9.5/10

Apr 4, 2015

Clockwork Prince (The Infernal Devices #2)


ชื่อเรื่อง Clockwork Prince
ผู้แต่ง Cassandra Clare
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง
สำนักพิมพ์ Margaret K. McElderry Books

เรื่องย่อ

In the magical underworld of Victorian London, Tessa Gray has found safety with the Shadowhunters. But that safety proves fleeting when it becomes clear that the mysterious Magister will stop at nothing to use Tessa’s powers for his own dark ends.

With the help of the handsome, tortured Will and the devoted Jem, Tessa discovers that the Magister’s war on the Shadowhunters is deeply personal and fueled by revenge. To unravel the secrets of the past, the trio journeys from mist-shrouded Yorkshire to a manor house that holds untold horrors. When they encounter a clockwork demon bearing a warning for Will, they realize that the Magister knows their every move—and that one of their own has betrayed them.

Tessa is drawn more and more to Jem, though her longing for Will continues to unsettle her. But something is changing in Will. Could finding the Magister free Will from his secrets and give Tessa answers about who she really is? As their search leads to deadly peril, Tessa learns that secrets and lies can corrupt even the purest heart.

REVIEW

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สถาบันของชาโดว์ฮันเตอร์ ชาร์ล็อตและเฮนรี่ผู้เป็นเจ้าของสถาบันต้องชดใช้ด้วยการตามหาตัวของมอร์ทเมนให้ได้ภายในสองอาทิตย์ ส่วนเทสซ่าก็รู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับเจมมากกว่าเวลาที่เธออยู่กับวิล เพราะเขามีท่าทางแปลกๆไปนับตั้งแต่ที่ทั้งคู่เจอกันครั้งสุดท้าย เทสซ่าได้รับการฝึกฝนจากนักล่าเงาให้รู้จักการป้องกันตัว เมื่อวิล เจม และเทสซ่าต้องเดินทางเพื่อไปหาเบาะแสของมอร์ทเมน ที่นั่นวิลได้พบกับครอบครัวของเขา และนั่นทำให้ความลับในอดีตของวิลถูกตีแผ่ออกมาต่อหน้าแม็กนัส เบนว่าวิลถูกปีศาจสาปตั้งแต่เด็กๆว่าทุกคนที่รักเขาต้องจบชีวิตด้วยกันหมด วิลรักเทสซ่า แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้เธอรักเขาได้ วิลจึงทำตัวแย่ๆใส่เธอเพื่อกันเธอออกห่างจากเขา

เทสซ่ากับเจมจูบกัน และนั่นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนสามคนซับซ้อนมากขึ้นไปอีก เมื่อโซฟี สาวใช้ประจำสถาบันจับได้ว่าเจสซามีนกำลังจะออกไปพบเนธ พี่ชายผู้ชั่วร้ายของเทสซ่า นั่นทำให้วิลและเทสซ่าต้องตามออกไปสืบว่าทำไมเจสซามีนถึงหักหลังชาโดว์ฮันเตอร์ และแท้จริงแล้วมอร์ทเมนอยู่ที่ไหนกันแน่ แต่ความจริงที่พวกเขาค้นพบช่างน่าตกใจเมื่อมอร์ทเมนมีแผนที่จะทำลายโลกของชาโดว์ฮันเตอร์โดยใช้เทสซ่าและคนในสภาเป็นเครื่องมือ

เทสซ่ากับวิลจูบกันหลังจากงานบอล เทสซ่าโทษว่านั่นเป็นเพราะฤทธ์ยาที่ถูกผสมในเครื่องดื่มที่ทำให้เธอมึนงง วิลเจอกับปีศาจตัวที่สาปเขา นั่นทำให้เขาไล่ตามมันไป ปีศาจตนนั้นหนีไปได้ แต่วิลได้ฟันของมันมาแทน เขาจึงมาขอให้แมกนัสได้มนตร์เพื่ออัญเชิญปีศาจตัวนั้นมาเพื่อที่จะเขาจะได้กำจัดมัน แมกนัสบอกให้วิลรอคอยต่อไปอีกสักพัก ระหว่างนั้นเจมและเทสซ่าต้องเดินทางไปด้วยกันตามแผนที่จะชักจูงเจสซามีนให้มาเป็นเหยื่อล่อเนธหลังจากที่เธอถูกบราเธอร์อีนอธจับตัวไปสืบสวน

เนธตายในการต่อสู้กับชาโดว์ฮันเตอร์ สถาบันของชาร์ล็อตกำลังจะถูกยึด แต่โชคดีที่ทุกคนได้เบาะแสจากกิเดียน ว่าพ่อของเขาที่มีอำนาจในการแย่งสถาบันได้ทำงานรับใช้มอร์ทเมนเพราะเขาป่วยและต้องการยารักษา คำสารภาพนี้ทำให้ชาร์ล็อตถือไพ่เหนือกว่าอีกฝ่ายและสามารถถืออำนาจในการครอบครองสถาบันเอาไว้ได้จนถึงที่สุด

เจมขอเทสซ่าแต่งงาน ส่วนวิลก็รู้แล้วว่าคำสาปที่เขาหลงเชื่อมาตลอด 5 ปีนั้นไม่มีอยู่จริง และเขากำลังจะกลับไปสารภาพรักกับเทสซ่าเมื่อเธอบอกเขาว่าเธอตอบรับคำแต่งงานของเจมไปแล้ว วิลหัวใจสลาย เขาคิดว่าเทสซ่าไม่เคยรักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะปล่อยให้เธอต้องยกเลิกการหมั้นหมายกับเจมไปด้วยเช่นกัน เพราะนั่นจะทำลายชายหนุ่มทั้งเป็น เจมกำลังป่วยและใกล้ตาย นี่อาจจะเป็นความรักครั้งเดียวในชีวิตของเจมที่เขาสามารถไขว่คว้าเอาไว้ได้ วิลจึงยอมเสียสละอะไรก็ได้ในชีวิตของเขาเพื่อเจม เพราะวิลติดหนี้บุญคุณเขาไว้มากเหลือเกิน...

..............................................................

“Wo ai ni, Tessa." he whispered. "Wo bu xiang shi qu ni." นี่เป็นประโยคที่ทำให้เราละลาย คือแบบ ... เฮ้ย ! นี่ไม่เคยอ่านนิยายตะวันตกที่พระเอกพูดภาษาจีนคล่องปรื๋อขนาดนี้มาก่อน ลองนึกภาพตามนะท่านผู้ชม ฝรั่งพูดจีนอ่ะ แบบเอาสำเนียงเป๊ะๆเลย มันพีคขนาดไรลองคิดดู โอ๊ยยยย ! คือเรื่องนี้มันมีพลอตของ love triangle ที่ถ้าเป็นนิยายเรื่องอื่นเราคงไม่ชอบไปแล้ว ขนาดที่ว่านางเอกโลเลกับผู้ชายสองคน วันนี้เธอจูบคนนี้ และคิดว่าตัวเองรักคนนี้ พอวันรุ่งขึ้น เธอก็ไปจูบกับอีกคน เรากลับเฉยๆแฮะ คือมันมีกิมมิคบางอย่างที่ทำให้เรามองเห็นความสวยงามของเนื้อเรื่องตรงจุดนี้ ในแง่ประเด็นของความสัมพันธ์ในเรื่องนี้ ทุกอย่างมันสอดคล้องลงตัว ยิ่งเฉลยอดีตของวิลมาแล้วนะ ยิ่งทำให้เราเกลียดวิลไม่ลงอ่ะ แม้ว่าตอนสุดท้ายจะจบแบบกระอักเลือด แต่ก็คิดได้ว่าเล่มหน้าเนื้อเรื่องต้องหักมุมอีกแน่นอน

จุดอ่อนของนิยายเล่มนี้คือ...ความอ่อนของพล็อต พล็อตเรื่องอ่อนและเชื่องช้ามากๆ ทั้งเล่มนี้ไม่มีอะไรนอกจากการตามหามอร์ทเมน แต่ยังโชคดีที่ประเด็นความรักระหว่างวิล-เทสซ่า-เจม มันเข้มข้นมากๆ เข้มข้นจนทำเอาเราน้ำตาซึม ขนาดเรา #ทีมเจม แต่ก็ยังอดเห็นใจวิลไม่ได้ คือโอ๊ยยยย...มันเจ็บปวดมาก มันใช่เรื่องที่ต้องมาเกิดขึ้นมั้ย ส่วนเทสซ่า นางทำบุญด้วยอะไรถึงมีคนมารุมรักเยอะขนาดนี้

การเล่าเรื่องของแคลร์ มีการอธิบายฉากและสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดชนิดที่ว่ามีการนำไปเปรียบเทียบกับโน่นนี่ สีสันของท้องฟ้า รายละเอียดของประติมากรรม รวมไปถึง texture ของชุดแต่งกาย เข้าใจว่า research มาดี แต่บางทียัดรายละเอียดตรงนี้เข้าไปมากๆ มันทำให้เราแอบเบื่ออยู่เหมือนกันนะ จนเรามา analyze หลังอ่านเสร็จก็พบได้ว่า...ในส่วนของแกนหลักเรื่องในการกำจัดบอสใหญ่อย่างมอร์ทเมน นี่แทบจะไม่ได้เดินหน้าไปไหนเลย ยกเว้นการค้นพบแรงจูงใจและหนอนบ่อนไส้ในสถาบัน ให้อารมณ์คล้ายๆกับดับเบิลดอร์พาแฮร์รี่ลงไปในเพนซิฟอ่ะ ...

อ่านไปได้ครึ่งเล่ม ตั้งใจให้แค่ 3.5 ดาว พออ่านจนถึงประเด็นเรื่องความรัก ชอบมาก ประทับใจมาก ทัชไม่แพ้นิยายโรมานซ์เลยทีเดียว อ๊ะ! ยอมบวกให้อีก 0.5 ดาวก็ได้ ...

This is the best love triangle ever !!!

คะแนน 8/10

Apr 3, 2015

Clockwork Angel (The Infernal Devices #1)


ชื่อเรื่อง Clockwork Angel
ผู้แต่ง Cassandra Clare
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง
สำนักพิมพ์ Margaret K. McElderry Books

เรื่องย่อ

In a time when Shadowhunters are barely winning the fight against the forces of darkness, one battle will change the course of history forever. Welcome to the Infernal Devices trilogy, a stunning and dangerous prequel to the New York Times bestselling Mortal Instruments series.

The year is 1878. Tessa Gray descends into London’s dark supernatural underworld in search of her missing brother. She soon discovers that her only allies are the demon-slaying Shadowhunters—including Will and Jem, the mysterious boys she is attracted to. Soon they find themselves up against the Pandemonium Club, a secret organization of vampires, demons, warlocks, and humans. Equipped with a magical army of unstoppable clockwork creatures, the Club is out to rule the British Empire, and only Tessa and her allies can stop them....

REVIEW

เทสซ่าเดินทางมายังลอนดอน เมืองแห่งม่านหมอก ... เธอได้พบกับพี่น้องสองสาว มิสซิสดาร์คและมิสซิสแบล็คที่จับตัวเธอไปและบังคับให้เทสซ่าใช้พลังที่เธอไม่รู้ว่ามีอยู่ในตัวเธอแปลงร่างเป็นคนอื่น ไม่นานที่เธอถูกจับขังเอาไว้ เทสซ่าก็ได้รับความช่วยเหลือจากวิลเลียม ชาโดว์ฮันเตอร์ที่ตามสืบเบาะแสการฆาตกรรมของเด็กสาวที่เขาค้นพบ นั่นทำให้เทสซ่าถูกลากเข้าสู่โลกของชาโดว์ฮันเตอร์โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เมื่อเทสซ่ารู้แล้วว่าพี่ชายของเธอหายตัวไป เธอจึงต้องอาศัยอยู่ที่สถาบัน และที่นั่นเธอก็ได้รู้จักกับเจม...เพื่อนชาโดว์ฮันเตอร์ของวิล

เทสซ่าปลอมตัวเป็นคามิลล์ไปงานเลี้ยงของแวมไพร์เพื่อตามหาร่องรอยของหุ่นจักรกลร่วมกับวิล โดยเธอไม่นึกไม่ฝันมาก่อนเลยว่าการไปงานเลี้ยงนั้นจะทำให้เธอได้พบกับนาธาเนียล พี่ชายที่หายตัวไปของเธอ หลังจากเหล่าชาโดว์ฮันเตอร์ต่อสู้และกำราบแวมไพร์ที่ฝ่าฝืนกฎลงได้สำเร็จ ยกเว้นผู้นำที่หนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด เทสซ่าจึงพาพี่ชายของเธอมารักษาตัวที่สถาบัน

ทั้งหมดเป็นแผนการณ์ของมอร์ทเมนที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดไปหมดว่าผู้ทีบงการอยู่เบื้องหลังคือหัวหน้าแวมไพร์ แต่แท้จริงแล้วนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้มอร์ทเมนนำกองทัพหุ่นจักรกลบุกเข้าสถาบันโดยที่มีนาธาเนียลพี่ชายของเทสซ่าคอยหนุนหลังอยู่ เมื่อเทสซ่าถูกต้อนจนจนมุม มอร์ทเมนจึงขอให้เธอทำอะไรบางอย่างเพื่อเขา แต่เทสซ่าไม่ยอมทำและใช้ตัวของเธอเองมาขู่เขา โชคดีที่มอร์ทเมนไม่ทำร้ายเทสซ่าและหลบหนีไปได้หลังจากที่วิลย้อนกลับมาที่สถาบันและเห็นสภาพเสียหายที่เกิดขึ้นตอนเขาและเจมออกไปจัดการเรื่องข้างนอก นั่นชักนำให้เกิดการสูญเสียของชีวิตตนในสถาบันมากมาย จึงเป็นหน้าที่ของชาโดว์ฮันเตอร์ที่เหลือที่ต้องจัดการเก็บกวาดเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

.............................................................

นี่เป็นการอ่านซ้ำครั้งที่ 2 ของเราสำหรับหนังสือเล่มนี้ เมื่อปีที่แล้วเรามีโอกาสได้อ่านฉบับแปลไทย ในชื่อเรื่อง 'นางฟ้าไขลาน' บอกตามตรงว่านั่นไม่ใช่การอ่านที่น่าประทับใจเท่าไรนักสำหรับเรา ด้วยสำนวนการแปลที่ประดักประเดิดและไม่ไหลลื่น ทำให้อรรถรสที่น่าจะได้รับจากหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างจะหายไปมากโขอยู่เลยทีเดียว

แต่ตลกดี...หลังอ่านจบเรากลับให้คะแนนหนังสือเล่มนี้เฉียดๆกับของเดิม ทั้งๆที่ตอนยังไม่ถึงครึ่งเล่ม เราคิดว่าหนังสือเล่มนี้ต้องได้ 4 ดาวแน่ๆ แต่พออ่านจบ ... เราลดเหลือแค่ 3 ดาวพอ จุดที่เราเห็นได้ชัดเจนเลยก็ว่าได้ คือคาแรคเตอร์ของนางเอกที่ชักจะน่ารำคาญมากขึ้นหลังจากที่เธอจูบกับวิลและได้พี่ชายกลับคืนมา เราคิดว่าเธอกลายเป็นคนที่ไร้หัวคิดและดูบุ่มบ่ามไร้ความรอบคอบมากขึ้น ซึ่งนั่นไม่ใช่พัฒนาการที่ดีของตัวละครในหนังสือนิยายแน่ๆ

อีกจุดนึงก็คือ...เนื้อเรื่องเอื่อยเฉื่อยมาก มีการหักมุมก็จริง มีฉากแอคชั่นก็จริง แต่แปลกที่นั่นไม่ได้ทำให้เราตื่นเต้นหรือสนใจมากขึ้นเลยด้วยซ้ำ ตรงกันข้าม...เรากลับเบื่อ และกลายเป็นว่าอ่านข้ามๆด้วยความเซงเพื่อจะได้ว่าอ่านให้มันจบๆไป ปัญหามันอยู่ตรงนี้...คือการที่เรากลับมาอ่านหนังสือสักเล่มซ้ำ บางครั้งอาจจะทำให้เราเห็นจุดบกพร่องของหนังสือมากขึ้นกว่าเดิม ครั้งแรกที่เราอ่านภาษาไทย...เราเห็นจุดด้อยด้านการแปลเลยไม่ได้โฟกัสไปที่เนื้อเรื่องเท่าไรหนัก พออ่านซ้ำครั้งที่สองซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ...คราวนี้เราไม่มีปัญหากับภาษาที่ใช้แล้ว นั่นทำให้เรามาโฟกัสที่เนื้อเรื่องหลักแทน ตรงนี้แหละ ที่ทำให้เราเกิดอาการจับผิดเนื้อเรื่องมากขึ้นจนไม่เอ็นจอยไปกับมันมากเท่าที่ควรจะเป็น

บรรยากาศของหนังสือชุดนี้จะค่อนข้างเต็มไปด้วยมนต์ขลังของลอนดอนและกลิ่นอายยุควิคตอเรียนผสมกับสตรีมพังค์ อย่างเช่น เครื่องยนต์กลไกและความคลาสสิคของการแต่งกายของคนในยุคนั้น สำหรับใครที่ชอบแนวนี้ไม่ควรพลาด พลอตเรื่องค่อนข้างเบาสมอง มีรักสามเศร้าระหว่างพระเอกทั้งสองและนางเอก แต่คนที่อ่านเล่มแรกแล้วก็คงจะจับทางได้แหละว่าใครเป็นพระเอกแหละเนอะ 555+

แต่เรายังยืนยันคำเดิมนะว่า...ต้นฉบับดีกว่าฉบับแปลไทยจริงๆ

... รีวิวฉบับแปลไทย ...

คะแนน 7/10

May 14, 2014

นางฟ้าไขลาน - Clockwork Angel (The Infernal Devices #1)


สำนักพิมพ์ : อิ่มอ่าน
ผู้เขียน : คาสซานดร้า แคลร์
ผู้แปล : ปติมา รัชตะวรรณ

เรื่องย่อ
เมืองในหมอก เมืองในเงา เมืองที่เทสซ่า เกรย์สาวน้อยจากนิวยอร์กไม่เคยคุ้น เมื่อต้องตกไปอยู่ในโลกที่แปลกแตกต่าง โลกของนักล่าเงา โลกของพ่อมดแม่มด มนุษย์หมาป่า ค้างคาวผีดูดเลือด เทสซ่าจะเข้าใจ ทำใจรับ และตั้งใจเอาตัวรอดไปได้อย่างไร ติดตามได้จาก นางฟ้าไขลาน เรื่องแรกในซีรีส์ใหม่ เงารัตติกาล ที่จะพาไปลุ้นระทึก ร่วมผจญภัยด้วยกันในโลกนักล่าเงาอันลึกลับ ลี้ลับ ชวนฉงนไม่รู้วาย

REVIEW

เทสซ่าเดินทางมาลอนดอนเพื่อตามหาพี่ชายและถูกจับตัวไป เธอถูกช่วยเหลือโดยเหล่านักล่าเงาและก้าวเข้าสู่โลกแห่งใหม่ซึ่งเธอไม่รู้จักมาก่อน พรสวรรค์การเปลี่ยนร่างเป็นใครก็ได้ของเธอเป็นที่สงสัยของเหล่านักล่าเงา ภายใต้ม่านหมอกแห่งมหานครลอนดอน ที่ซึ่งเป็นโลกใหม่ที่เธอไม่เคยเผชิญมาก่อน ปริศนาการหายตัวไปของพี่ชายคือสิ่งที่เทสซ่าต้องค้นหาให้พบ

ภัยคุกคามของเทสซ่าถภายใต้ชื่อของ 'ใต้เท้า' คือหุ่นจักรกลที่ถูกออกคำสั่งมาให้จับตัวเธอไป ภายใต้หน้ากากของผู้ที่ประสงค์ร้ายต่อเธอ คือกลลวงที่หลอกล่อให้เทสซ่าและพ้องเพื่อนนักล่าเงาต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อรักษาโลกของเนฟิลิมเอาไว้ให้ได้

หนังสือเล่มนี้ตอนต้นเรื่องเนื้อหาน่าสนใจมาก แต่พออ่านๆไปแล้วก็เริ่มรู้สึกเบื่อ ด้วยสำนวนการแปลที่อ่านแล้วมึน ไม่ได้อรรถรสเลย ทำให้เนื้อเรื่องดีๆของหนังสือเล่มนี้สูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย การใช้คำที่ไม่เหมาะกับท้องเรื่องที่เป็น Historical แม้ว่าทางบก.จะเกริ่นไว้ในบทนำว่าพยายามปรับคำให้เข้ากับท้องเรื่องแล้ว แต่เราก็ยังสงสัยอยู่ว่า "นี่พยายามแล้วหรอ ?"

แอบผิดหวังเบาๆกับหนังสือเล่มนี้ ไม่ค่อยชอบคาแรคเตอร์ของพระเอกทั้งสองคนด้วย เหมือนจะพยายามให้เป็นรักสามเศร้า แบบมีคาแรคเตอร์ทั้งสองคนดู Contrast กันยังงั้น ประมาณเทวดากับซาตาน (?) ถ้าจะอ่านเล่มต่อไปเราคงซื้อต้นฉบับภาษาอังกฤษอ่านแล้วอะ นี่เราว่าสำนวนการแปลแย่ยิ่งกว่าเมืองกระดูกอีกนะ อ่านแล้วมึนมากมาย เว้นวรรคชวนปวดหัวเป็นช่วงๆ แต่เราชอบหักมุมตอนท้ายเรื่องนะ แม้ว่าตอนจบจะตายกันระเนระนาดมากมายก่ายกองขนาดนี้ (เสียดายโธมัส T^T) ส่วนอีตาวิลก็ผีเข้าผีออกอยู่นั่นแหละ อ่านแล้วรำคาญคาแรคเตอร์นี้กับเจสซามีนมากสุด

คะแนน 6.5/10