Apr 13, 2014

ดวงใจผู้พิทักษ์ - Lover Mine (Black Dagger Brotherhood #8)



ชื่อเรื่อง Lover Mine
จากชุด Black Dagger Brotherhood
ผู้เขียน J.R.WARD

แปลไทยโดย
สำนักพิมพ์ เกรซ
ผู้แปล จิตอุษา

เรื่องย่อ

จอห์น แมทธิวเดินทางมาไกลนับตั้งแต่วันที่มีผู้พบเขาอาศัยอยู่ท่ามกลางหมู่มวลมนุษย์ ซึ่งทั้งตัวเขาและผู้คนที่อยู่รอบตัวไม่รู้เลยว่าเขาเป็นแวมไพร์ หลังจากจอห์นได้เข้าสู่กลุ่มภราดร ไม่มีใครเดาอดีต...หรือตัวตนที่แท้จริงของเขาออกเลย แท้จริงแล้วภราดรดาไรอัสผู้ล่วงลับได้กลับคืนมาอีกครั้ง แต่เขามาในโฉมหน้าแปลกใหม่ และชะตาชีวิตที่แตกต่างจากเดิมอย่างยิ่ง เมื่อความพยาบาทส่วนตัวที่ชั่วร้ายชักนำจอห์นเข้าสู่หัวใจแห่งสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์แวมไพร์กับศัตรูตัวฉกาจ เขาจึง้ต้องเรียกตัวตนทั้งปัจจุบันและตัวตนที่เคยเป็นมาหลอมรวมกัน เพื่อเผชิญหน้ากับการอวตารของจอมโฉดชั่ว...และเพื่อกอบกู้รักแท้ของเขา

REVIEW

ต่อจากเล่มที่แล้วเมื่อเฮ็กซ์ถูกแลชจับตัวไป ...

จอห์นตามหาตัวเธอ เขามุ่งเป้าไปที่เลสเซอร์เพราะคิดว่าฝ่ายนั้นเป็นคนจับตัวเฮ็กซ์ไป ... เมื่อจอห์นบุกที่อยู่ที่แลชอาศัย เขาฆ่ามิสเตอร์ดีอย่างโหดเหี้ยมเพราะเขาเป็นบุรุษที่มีคู่ครองแล้ว เขารู้ว่าเฮ็กซ์เคยอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว แต่แท้จริงแล้ว ... เฮ็กซ์ถูกแลชซ่อนตัวเอาไว้ต่างหาก ทำให้คนอื่นมองไม่เห็นเธอ (ชอบตอนที่จอห์นหยิบหมอนที่มีกลิ่นของเฮ็กซ์ติดมาด้วยแล้วเผลอลืมตอนที่ฆ่ามิสเตอร์ดี โชคดีที่เบลย์หยิบออกมาให้ ตอนนั้นน่ารักมาก เราเผลอยิ้มออกมาเลยแหละ)

เฮ็กซ์หนีออกมาได้และไปพักหลบในที่พักส่วนตัวของหล่อนตอนที่หล่อนมีเซ็กส์กับจอห์นครั้งแรก หลังจากนั้นจึงโทรบอกรีเวนจ์ว่าหล่อนปลอดภัย ในที่สุดจอห์นก็ตามตัวหล่อนจนพบ เขาทำทุกวิธีทางเพื่อให้หล่อนมีชีวิตรอด ...

เฮ็กซ์ต้องการจะแก้แค้นแลชให้สาสม เมื่อจอห์นรู้ว่าแลชทำอะไรกับเฮ็กซ์ เขาโกรธมาก และต้องการจะฆ่าแลชด้วยตัวของเขาเองเหมือนกัน แต่เฮ็กซ์ได้กำหนดทางเลือกสำหรับตัวเองเอาไว้แล้ว ... ว่าหล่อนจะจบทุกสิ่งทุกอย่างของหล่อนไปพร้อมกับชีวิตของศัตรูหล่อน นั่นจึงทำให้ระยะทางระหว่างทั้งคู่ยิ่งห่างไกลมากขึ้นทุกที เมื่อเฮ็กซ์โดนอดีตของหล่อนตามหลอกหลอน จอห์นกำลังจะเป็นบ้าเหมือนกันคนรักเก่าของหล่อนเคยเป็น เฮ็กซ์เลยพาตัวเองออกมาไกลมากขึ้นเรื่อยๆ

มีเรื่องของเพนน์ที่จะมาเป็นนางเอกในเล่มหน้า เมื่อเพนน์บาดเจ็บจากการฝึกการต่อสู้กับราธ บาดแผลเป็นสิ่งที่คุณหมอเจนไม่สามารถเยียวยาได้ เพนน์เลยถูกส่งไปสู่มือของคุณหมอมอนนี่ คุณหมอชาวมนุษย์ที่มีบทบาทใน Lover Unbound

ส่วนคู่ของควินน์-เบลย์นี่เราคิดว่างี่เง่าขึ้นวิกฤตแล้วนะ ควินน์ตัดสินใจมีอะไรกับเลย์ล่าในสถานที่ที่ตอกย้ำให้เบลย์ยิ่งรู้สึกแย่และเตลิดไปกันใหญ่ ประจวบเหมาะกับที่แซกซ์ตันเข้ามาในชีวิตของเบลย์ ทำให้เบลย์ตัดสินใจคบกันแซกซ์ตัน แต่ควินน์ก็ยังแอบหึงหวง ไม่อยากให้เบลย์ไปจากเขา แต่การแสดงออกมันไม่ใช่อ่ะ! ในเมื่อควินน์พยายามผลักไสเบลย์ไปทุกวิถีทางแล้วมาทำแบบนี้ เราเลยหงุดหงิดกับคู่นี้มาพอสมควรว่าทำไมไม่มีเปิดปากพูดให้มันจบๆไปเลย มัวแต่คิดแทนกันและกันอยู่นั่นแหละ อึกอักไม่ยอมพูด เฮ้อ !! เซง -*-

ชอบตอนจบที่สุดท้ายเรื่องราวที่เจ อาร์ วอร์ดเขียนแตกออกเป็นประเด็นย่อยๆก็ประกอบกันเป็นภาพเดียว เรื่องของดาไรอัสที่ช่วยชีวิตหญิงสาวคนนึงกับลูกสาวของหล่อนไว้ ภายหลังทอร์เมนท์ก็ได้ตระหนักว่า ... เฮ็กซ์คือลูกสาวของหญิงสาวคนนั้นที่เขากับดาไรอัสเคยช่วยเอาไว้ และแม่ของเฮ็กซ์ที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายในวินาทีที่หล่อนกำเนิดลูกก็กลายมาเป็นโน'วันนั่นเอง

รวมถึงเรื่องของ ... เมอห์เดอร์ คนรักเก่าของเฮ็กซ์ที่ไปปรากฏตัวในบ้านผีสิงที่มีพิธีกรไปถ่ายทำรายการนั่นอีก ตอนแรกเราก็แปลกใจว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวยังไงกับเรื่องทั้งหมดเนี่ย !? ไปๆมาๆก็กลายมาเป็นจิ๊กซอว์ของภาพเดียวกันซะงั้น ชอบมากๆอ่ะ

ตอนแรกเราให้คะแนนเรื่องนี้ 9.5 เพราะรำคาญคู่ควินน์-เบลย์ แต่พอได้อ่านตอนจบตอนที่เฮ็กซ์กำลังจะครองคู่นะ เฮ้ย ! คือมันชอบ คือมันใช่เลยอะเล่มนี้ แม้ว่าเรื่องความมัน บทต่อสู้จะไม่สนุกเท่าเล่ม Lover Avenged แต่เรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก เราให้คะแนนเต็ม 10 เลยนะ มันสลับซับซ้อนและน่าประทับใจมากๆ

คะแนน 10/10

Apr 11, 2014

THE KING มาถึงแล้ว [Bookdepository]

รอบนี้ใช้เวลาไม่นานเลยกับการสั่งหนังสือจากเว็บไซต์ Book Depository นั่นเอง

เพราะหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือ Pre-order ที่มีกำหนดออกวันที่ 1 เมษายน 2557 แต่เนื่องจากหนังสือออกก่อนกำหนด ทำให้ทางเว็บแจ้งมาว่าจัดส่งให้เราตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2557

ซึ่งถ้านับรวมวันที่ส่งแล้วก็จะใช้เวลา 14 วัน (รวมเสาร์-อาทิตย์) น้อยกว่าการสั่งครั้งที่แล้วเป็นอาทิตย์เลย

เอาล่ะ ... มาดูรีวิวกันดีกว่า

เนื่องจากครั้งนี้หนังสือที่สั่งเป็น Hardback ด้วยราคาที่สูงกว่า Paperback หลายเท่าตัว และขนาดหนังสือที่ใหญ่กว่า ทำให้สภาพแพคเกจแตกต่างจากการสั่งครั้งที่แล้ว


ลักษณะกล่องจะไม่มีกันกระแทกบุมาเพราะมุม 4 มุมเป็นกันกระแทกในตัวอยู่แล้ว



กระดาษของ Hardback จะดีกว่า Paperback และการจัดหน้าจะอ่านง่ายกว่า ตัวหนังสือไม่ติดกัน



สรุป ... ครั้งนี้ Book Depository จัดส่งเร็วมาก ตกใจว่าทำไมได้ของไวกว่าครั้งที่แล้วตั้งหลายวัน หากใครสนใจสั่งหนังสือต่างประเทศ Book Depository คืออีกหนึ่งทางเลือกของคุณ เนื่องจากค่าหนังสือที่ถูกกว่าหลายเว็บแล้ว เว็บนี้ยังมีบริการจัดส่งมาประเทศไทย ฟรี ! อีกด้วย

นักสู้ผู้พิทักษ์ - Lover Avenged (Black Dagger Brotherhood #7)



ชื่อเรื่อง Lover Avenged
จากชุด Black Dagger Brotherhood
ผู้เขียน J.R.WARD

แปลไทยโดย
สำนักพิมพ์ เกรซ
ผู้แปล จิตอุษา

เรื่องย่อ

รีเวนจ์คุ้นเคยกับชีวิตในเงามืดและการรับมือกับผู้คนหยาบคายเลวร้ายที่ตระเวนไปในยามราตรี...รวมถึงกลุ่มภราดรแบล็กแด็กเกอร์ การมีชื่อเสียงว่าไร้ความหวาดกลัวของเขาทำให้เรฟถูกชักชวนให้สังหารองค์ราชัน และตัวตนด้านที่ชั่วร้ายของเขาอยากรับงานนี้แทบขาดใจ และเมื่อตัวตนจริงที่ถูกปกปิดเป็นความลับของเขาถูกคุกคาม เรฟจึงต้องหันไปหาแสงสว่างเพียงอย่างเดียวในโลกอันดำมืดของเขา...แวมไพร์สาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ผู้ไม่ถูกความชั่วร้ายกล้ำกราย ทว่าสิ่งเดียวที่ยืนขวางระหว่างสองหนุ่มสาวคือหายนะชั่วนิรันดร

REVIEW

เล่มนี้ประกอบไปด้วย 3 คู่หลัก นั่นคือ รีเวนจ์-เอห์เลน่า / ราธ-เบธ / จอห์น-เฮ็กซ์

-รีเวนจ์-เอห์เลน่า

เอห์เลน่าเป็นพยาบาลที่คลินิคของเฮเวอร์ส เมื่อหล่อนได้เจอกับรีเวนจ์แล้ว เอห์เลน่าได้ตัดสินใจขโมยย่าปฏิชีวนะไปให้รีเวนจ์ ทำให้หล่อนต้องออกจากการทำหน้าที่พยาบาลไป บวกกับภาระทางการเงินของบ้านและการดูแลพ่อของหล่อนซึ่งถูกขับไล่ของจากแวดวงกลิเมร่าแล้ว ถือว่าเป็นความลำบากอย่างยิ่งในชีวิตของหล่อน

รีเวนจ์เป็นซิมพาธ เขากลายเป็นโสเภณีชายเพื่อแลกกับการปกปิดความลับไว้กับเจ้าหญิง แต่เมื่อเจ้าหญิงรู้ว่าเอห์เลน่าอยู่กับรีเวนจ์ หล่อนจึงหาทางเปิดโปงเขา ทำให้รีเวนจ์ตัดสินใจละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่เขารักด้วยการกลับไปยังอาณานิคมซิมพาธ ...

Apr 10, 2014

ม็อกกิ้งเจย์ - Mockingjay (The Hunger Games#3)

สำนักพิมพ์ : Post book
ผู้เขียน : Suzanne Collins
ผู้แปล : นรา สุภัคโรจน์

เรื่องย่อ

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา งานรบก็เช่นกัน และนี่คือบทจบของ "เกมล่าชีวิต" ซึ่งยังคงเข้มข้นและพลิกผันตลอดเวลาเช่นเดียวกับสองภาคที่ผ่านมา ในภาค 2 "ปีกแห่งไฟ" แคตนิสและพีต้าต้องเข้าสู่เกมอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน แต่คราวนี้ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือทำทุกทางเพื่อรักษาชีวิตของอีกฝ่าย ซึ่งแน่ละว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง และแคปิตอลคงไม่ยินยอมให้มีผู้พิชิตสองคนอีกเป็นครั้งที่สองแน่ แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้น แคตนิสพบว่า นอกจากตัวเธอเองแล้ว ผู้ร่วมแข่งขันอีกจำนวนหนึ่งต่างก็ยอมสละชีวิต เพื่อให้พีต้ารอดเช่นกัน มีอะไรหรือใครอยู่เบื้องหลังเกมนี้อีกอย่างนั้นหรือ แคตนิสพยายามหาคำตอบเรื่องนี้ แต่ก่อนจะรู้ที่มาของมัน เธอก็ทำในสิ่งไม่คาดฝันอีกครั้ง... แคตนิสระเบิดสนามประลองด้วยธนูดอกเดียว... ธนูดอกเดียวนั้นพลิกประวัติศาสตร์แห่งพาเน็ม และก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงตามมาอีกมากมาย รวมทั้งความลับอันน่าตกใจซึ่งถูกปิดซ่อนมาตลอด 75 ปี นับตั้งแต่ยุคมืดและเกมล่าชีวิตเริ่มต้น อำนาจเป็นสิ่งหอมหวานเสมอ ไม่มีใครรู้ว่าคนเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง การส่งเด็กไปฆ่ากันเองในสนามประลอง อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอีกหลายๆ "เกม" ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงในโลกจริงใบนี้

REVIEW

เขต 12 ถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง แคตนิสกลายมาเป็นสมาชิกของเขต 13 และเธอยังต้องเป็น 'ม็อกกิ้งเจย์' ของเหล่ากบฏตามเขตต่างๆอีกด้วย

นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลังจากที่แคตนิสต้องฝ่าฝันเรื่องราวมามากมาย ภาระหน้าที่นี้ดูเหมือนจะหนักเกินไปเมื่อฝันร้ายเรื่องพีต้าถูกลักพาตัวและเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดตามหลอกหลอนเธอ เธอรับหน้าที่นี้ไม่ได้ แต่เธอก็ต้องทำ !

เมื่อแคปปิตอลรุกคืบมากขึ้นเรื่อยๆ การปรากฎตัวของแคตนิสคือสิ่งเดียวที่ทำให้การก่อกบฎยังคงเดินหน้าต่อไป โดยแกนนำที่ควบคุมการก่อกบฎทั้งหมดคือประธานาธิบดีคอยน์ การกระทำบางอย่างของเธอก็ดูเหมือนจะบีบคั้นแคตนิสมากเกินไป แต่นั่นก็เป็นทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวที่เหลือไว้ ทางเลือกที่แคตนิสต้องเดินไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อสถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤติ พีต้าถูกช่วยออกมาจากแคปปิตอล แต่เขากลับมาในสภาพที่สมองถูกไฮแจ็กซ์ เขาคิดว่าแคตนิสเป็นศัตรู ความรู้สึกของเขาพังทลาย รวมถึงหัวใจของแคตนิสด้วยที่ถูกทำลายจนย่อยยับ

การตัดสินใจครั้งสุดท้ายคือการบุกเข้าแคปปิตอล ที่นั่น ... กองทัพของแคตนิสต้องเจอะเจออะไรมากมายและเหนือความคาดคิด ฟินนิกซ์ตายในระหว่างการต่อสู้ เมื่อการบุกทำลายลามมาถึงใจกลางของแคปปิตอล วินาทีที่ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม พริมกลับปรากฏตัวขึ้นและถูกระเบิดคร่าชีวิตต่อหน้าต่อตาแคตนิส

ประธานาธิบดีสโนว์ถูกจับได้ในท้ายที่สุด แคตนิสสติแตกและย่อยยับในท้ายที่สุด เมื่อวินาทีแห่งการตัดสินใจครั้งสุดท้ายมาถึง...วินาทีที่คันของธนูกำลังจะปลิดชีพต้นตอของเรื่องรางทั้งหมดนั่นก็คือประธานาธิบดีสโนว์ ชั่ววินาทีสุดท้าย ... คันศรกลับเล็งไปยังคอยน์ ว่าแคตนิสตระหนักได้ในท้ายสุดว่าศัตรูที่แท้จริงคือใคร เมื่อสิ่งที่คอยน์กำลังจะทำหลังการจบสงครามคือการแก้แค้นแคปปิตอลด้วยการจัดเกมส์ล่าชีวิตครั้งสุดท้ายที่จะก่อให้เกิดวังวนแห่งหายนะที่ไม่รู้จบ

แคตนิสกลับมาอาศัยอยู่กับพีต้า กระนั้นรอยแผลเป็นอย่างสงครามก็ยังไม่ยอมไปไหน มันฝังอยู่ในหัวของเธอทุกครั้งที่ตื่นและตามไปหลอกหลอนเธอในทุกห้วงที่เธอหลับตา ...

ตอนจบของวรรณกรรมเยาวชนไตรภาคชุดนี้ขอบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ไม่นึกไม่ฝันมาก่อน ตอนจบที่หม่นหมอง มีแต่ความเสียหาย อาจทำให้ใครหลายคนไม่ชอบเล่มนี้ไปได้เลยง่ายๆ แต่เรากลับชอบ ... ชอบตรงที่ว่า ม็อกกิ้งเจย์ไม่ได้เป็นเพียงตอนจบของหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง แต่มันทำให้เรารู้ว่าหนังสือเล่มนี้คือตอนจบของสงครามที่เกิดขึ้น สงครามไม่ได้ทิ้งเพียงซากแห่งความเสียหายไว้เบื้องหลัง กระนั้นสงครามยังทิ้งอะไรต่อมิอะไรมากมายรวมถึงจิตใจที่ถูกทำลายจนย่อยยับไม่แพ้สมรภูมิรบภายหลังที่ทุกอย่างจบสิ้น

หนังสือ The Hunger Games เป็นชุดหนังสือที่ทิ้งให้หลายๆอย่างหลังอ่านจบ รวมถึงแง่คิด คติเตือนใจที่ทำให้นักอ่านทุกคนได้ฉุกคิดถึงผลเสียหายของสงคราม ที่สามารถเกิดขึ้นจริง และความเสียหายในตอนจบของหนังสือเล่มนี้ ก็เป็นความเป็นจริงอย่างน่าเหลือเชื่อ

สรุปแล้ว The Hunger Games เป็นมากกว่าหนังสือนิยายเพื่อความบันเทิง แต่หนังสือชุดนี้คือสิ่งเตือนใจ และข้อคิดสำหรับใครหลายๆคนซึ่งเราอยากให้ทุกคนได้ลองอ่านดู และคุณจะพบว่าหนังสือชุดนี้มีอะไรมากกว่าที่คุณคิดมากนัก

คะแนน 9.5/10

ปีกแห่งไฟ - Catching Fire (The Hunger Games#2)



สำนักพิมพ์ : Post book
ผู้เขียน : Suzanne Collins
ผู้แปล : นรา สุภัคโรจน์

เรื่องย่อ

หลังจากอาสาเข้าสู่สนามประลองแทนน้องสาว แคตนิส เอฟเวอร์ดีน “เด็กสาวผู้มากับไฟ” วัย 16 ก็ใช้ทั้งประสบการณ์จากการล่าสัตว์ ฝีมือการยิงธนู และเล่ห์เหลี่ยมไหวพริบทุกชนิด จนสามารถเอาตัวรอดแถมยังพ่วงเด็กหนุ่มจากเขตเดียวกัน ให้รอดชีวิตออกมาในฐานะ “คู่รักที่ชะตาไม่ชักนำ” นับว่าเป็นการพลิกประวัติศาสตร์ของเกมล่าชีวิตที่ดำเนินต่อเนื่องมาถึง 74 ปีเต็ม ชัยชนะของเธอนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ผู้คนในเขต 12 โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของเธอเอง เพราะนั่นหมายความว่าทุกคนจะมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต ไม่ต้องอดอยากหิวโหยอย่างที่เป็นมา ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี แม้ว่าความโหดเหี้ยมรุนแรงในสนามประลองจะยังคงฝังลึกเป็นฝันร้ายที่มาเยี่ยมกรายทุกคืนก็ตาม แต่มีอีกหลายสิ่งที่แคตนิสยังไม่รู้ การกระทำของเธอในเกมล่าชีวิต เป็นการท้าทายอำนาจของ “แคปิตอล” อย่างรุนแรง มันทำให้ผู้คนในเขตต่างๆ ได้ตระหนักถึงพลังของตนเอง พลังที่จะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจแห่งแคปิตอลอีกต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าประธานาธิบดีสโนว์ย่อมวางเฉยไม่ได้ และแผนการอันล้ำลึกของเขาก็ย่อมลึกล้ำและโหดเหี้ยมอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง เพียงแต่ว่า ตอนนี้แคตนิสไม่ใช่เด็กสาวผู้มากับเปลวไฟปลอมๆบนชุดที่สวมใส่อีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นเปลวไฟของจริง เปลวไฟที่สามารถเผาผลาญพาเน็มให้ย่อยยับ ความโหดร้ายในสนามประลองและในชีวิตจริงทำให้เธอเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น และไม่ว่าเธอจะรู้ตัวหรือไม่ ประวัติศาสตร์ของพาเน็มกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยสัญลักษณ์บางอย่างที่เธอนำเข้าสู่สนามประลองในคราวก่อน

REVIEW

เล่มนี้แคตนิสต้องกลับเข้าสู่เกมส์ล่าชีวิตกับพีต้าอีกครั้งในฐานะเครื่องบรรณาการจากเขต 12 ในการแข่ง Quarter Quell ครั้งที่ 75

ซึ่งแท้จริงแล้วเรื่องทั้งหมดเป็นแผนการประธานาธิบดีสโนว์หลังจากที่เบอร์รี่เพียงไม่กี่ลูกในเล่มที่แล้วก่อให้เกิดการต่อต้านระบอบการปกครอง ถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง ระบบระเบียบทั้งหมดต้องพังลงมาต่อหน้าต่อตาเขา

หนังสือเล่มนี้เราคิดว่าเป็นเล่มที่สนุกที่สุดในบรรดา 3 เล่มของ The Hunger Games แล้วนะ

ด้วยความรู้สึกที่ตัวละครมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นหลังจากเล่มที่แล้ว ความสัมพันธ์ของพีต้ากับแคตนิสที่รักกันปานจะกลืนกลายเป็นแค่หน้าฉากที่ต้องแสดงให้คนทั้งแคปปิตอลเห็น ผู้พิทักษ์สันติภาพที่มาใหม่ของเขต 12 ทำให้อะไรๆเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง

เมื่อแคตนิสกับพีต้าเข้าสู่สนามประลอง ทั้งคู่ได้ฟินนิกและป้าแม็กซ์เป็นพันธมิตร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความทุกอย่างจะไปได้สวย เมื่อสนามประลองครั้งนี้คือนาฬิกาที่เหตุการณ์แปลกประหลาดจะเกิดขึ้นทุกๆ 1 ชั่วโมง ในแต่ละพื้นที่ของหน้าปัดนาฬิกา (ตรงนี้ขอชื่นชมว่าผู้เขียนไอเดียเจ๋งมาก)

สุดท้ายด้วยแผนของบรูตัส ทำให้การแข่งขันครั้งนี้กลายเป็นชนวนสงครามไปอย่างสิ้นเชิง แคตนิสถูกช่วยออกมาจากสนามประลองแต่พีต้ากับโจแอนนากลับถูกแคปปิตอลจับไว้เป็นตัวประกัน เขต 12 ทุกทำลายหลังจากสโนว์เห็นถึงการก่อกบฏภายในและภายนอกเกมส์

หนังสือจะมีฉากที่ในภาพยนตร์ไม่มีคือฉากที่เกี่ยวกับเขต 12 มีผู้อพยพได้บอกแคตนิสว่าพวกเขาจะเดินทางไปเขต 13 ซึ่งตอนนั้นแคตนิสไม่เชื่อว่าเขต 13 จะยังมีอยู่เพราะได้ถูกทำลายไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ประเด็นตรงนี้นี่แหละที่จะหยิบไปขยายความในเล่มต่อไป(เล่มจบ) เมื่อแคตนิสถูกส่งตัวไปยังเขต 13 และเธอต้องแบกรับภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ก็คือ

เธอต้องเป็น 'ม็อกกิ้งเจย์'

ส่วนตัวแล้วเราชอบเล่มนี้มาก ชอบทั้งหนังสือและภาพยนตร์ เนื้อเรื่องสนุกเข้มข้นน่าติดตามกว่าเล่มแรก แฝงไปด้วยแง่มุมและแนวคิดหลายเรื่องที่หยิบจับได้ในชีวิตจริง รวมถึงปมสำคัญบางอย่างที่ทำให้หนังสือเล่มนี้มีเสน่ห์กว่าเล่มก่อนหน้า ...

หากใครไม่เคยอ่านฉบับหนังสือ เราแนะนำว่าหนังสือ Catching Fire จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน !

คะแนน 10/10

เกมล่าชีวิต - The Hunger Games (The Hunger Games#1)


สำนักพิมพ์ : Post book
ผู้เขียน : Suzanne Collins
ผู้แปล : นรา สุภัคโรจน์

เรื่องย่อ

กฎของเกมล่าชีวิตเรียบง่าย เพื่อเป็นการลงทัณฑ์สำหรับการจราจลนั้น เขตทั้งสิบสองเขตต้องส่งเด็กหญิงหนึ่งคนเด็กชายหนึ่งคน เรียกว่าเครื่องบรรณาการมาเข้าร่วมการแข่งขัน เครื่องบรรณาการทั้งยี่สิบสี่คนจะต้องถูกขังไว้ในลานประลองกลางแจ้งขนาดมหึมา ที่ซึ่งสามารถมีทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ทะเลทรายที่แผดเผาไปจนถึงที่รกร้างอันหนาวเหน็บตลอดช่วงเวลาหลายสัปดาห์ ผู้แข่งขันจะต้องต่อสู้กันจนถึงตาย...

REVIEW

The Hunger Games คือหนังสือไตรภาคที่ดีที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา ...

หากลองนึกถึงสังคมแบบดิสโทเปีย ทุกอย่างล้วนโหดร้าย คุณต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดภายใต้เงื่อนไขที่จำกัด คุณจะทำอย่างไร ...
'แคตนิส' อาสาเป็นเครื่องบรรณาการจากเขต12 แทนน้องสาวอันเป็นที่รักยิ่งของตนเอง 'พริม' และนั่นทำให้เธอได้เจอกับ 'พีต้า' ในฐานะบรรณาการชายเขตเดียวกับเธอ

กฎของเกมนั้นง่ายแสนง่าย .... ฆ่ากันจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว

ในสนามประลอง แคตนิสต้องตัดสินใจเลือกทางเลือกอย่างระมัดระวัง เด็กสาวตัดสินใจเข้าร่วมกับ 'ริว' สาวน้อยที่มีหัวใจอันบริสุทธิ์  แต่การพบกันของทั้งคู่ คือรอยแผลเป็นที่จะฝากฝังไว้ในใจของแคตนิสตลอดกาล

เมื่อริวตาย  นั่นคือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของแคตนิส  แคตนิสกับพีต้ารวมพลังเพื่อต่อสู้และฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อหนทางสุดท้ายในเกมล่าชีวิตครั้งนี้

โดยหารู้ไม่ว่า ... ผลลัพธ์ที่เกิดจากผลเบอร์รี่เพียงไม่กี่ลูก คือการท้าทายอำนาจแคปปิตอล ทำให้ผู้คนลุกฮือขึ้นมาอีกครั้ง และแคตนิสกลายเป็น Mockingjay สัญลักษณ์ของการกบฏ

หนังเล่มนี้แฝงไว้ด้วยความสนุกและข้อคิดมากมาย อารมณ์เฉือดเฉือนที่จะทำให้คุณต้องรีบพลิกหน้าต่อไปเพื่อลุ้นชะตากรรมของตัวละครแบบหน้าต่อหน้า

โดยส่วนตัว ... เราคิดว่าหนังสือเล่มนี้เป็นการเปิดมุมมองสู่ 'โลกใหม่' สำหรับเราเลยทีเดียว เพราะ The Hunger Games ไม่ใช่หนังสือแนว YA ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับโลกแห่งจินตนาการที่ตัวละครทุกตัวจบลงด้วยความสุขตามแบบฉบับ แต่หนังสือเล่มนี้ ... สะท้อนความเป็นจริงของสังคมปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา ทำให้คุณได้รู้ว่า ... สงคราม นำมาซึ่งความสูญเสีญและยากเกินเยียวยา

เป็นหนังสืออีกเล่มนี่อยากแนะนำให้ 'เยาวชน' ทุกคนได้อ่าน ส่วนฉบับแปลไทยนั้น ... ในความคิดของเราว่า ภาษาไม่ได้แย่มากมายแบบที่ใครเขาว่ากัน อาจจะเป็นเพราะนักแปลใช้ภาษาแปลตรงตัว ไม่ได้ขัดเกลาให้สวยหรูเหมือนนิยายเรื่องอื่นๆ ทำให้ใครหลายคนรู้สึกขัดใจกับสำนวนการแปลแบบนี้ก็ได้


คะแนน 9.5/10

Apr 9, 2014

เมืองแก้ว - นครรัตติกาล (The Mortal Instrument #3)


สำนักพิมพ์ : อิ่มอ่าน

ผู้เขียน : คาสซานดร้า แคลร์

ผู้แปล : ฤทัยรัตน์ สุขถาวร

เรื่องย่อ

อิ่มอ่านขอนำคุณคืนสู่นครรัตติกาล นครลึกลับ น่าหลงใหล พร้อมผู้คนที่มีชีวิตลุ้นระทึกน่าติดตาม เราขอเสนอ เมืองแก้ว เล่มสามในชุดนี้ ที่เรื่องราวและเรื่องรักกำลังเข้มข้น เมื่อเจซกับคลารี่ต้องตัดสินใจทำสิ่งที่ยากเย็นและท้าทายความสามารถที่สุดในเมืองแก้ว บ้านเกิดนักล่าเงา เพื่อช่วยเหลือทุกคน กับความรักที่ต้องการคำตอบของทั้งคู่

REVIEW

นี่เป็นหนังสือเล่มที่สนุกที่สุดในชุด ... นครรัตติกาล

เนื้อเรื่องดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์เมื่อคลารี่ต้องเดินทางไปอลิกันเต้เพื่อช่วยแม่ของเธอ โดยวาดทวาราไปเองโดยที่ไม่รู้ ไม่แน่ใจในอะไรเลย

สงครามระหว่างนักล่าเงากับวาเลนไทน์ปะทุขึ้น คราวนี้ทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เจซกับคลารี่ใกล้ชิดกัน แต่กระนั้นทั้งคู่ก็ยังมีความเป็นพี่น้องค้ำคออยู่ นั่นทำให้เจซพยายามจะผลักตัวเองออกห่างจากคลารี่มากขึ้นทุกที

เราชอบตอนสุดท้ายที่วาเลนไทน์เรียกเทวดาขึ้นมาและถูกฆ่าตายในที่สุด คลารี่รู้ว่าเจซไม่ใช่พี่่น้องของเธอ เซบาสเตียนคือพี่ชายแท้ๆของเธอต่างหาก แต่เขาหลบหนีไปได้ เขาเป็นภัยอันตรายต่อโลกของนักล่าเงา

ในเล่มนี้ เนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นมากกว่าเล่มก่อนๆ จนเราคิดอยากให้เล่มนี้เป็นเล่มจบเลยด้วยซ้ำ เนื้อเรื่องสมบูรณ์แบบชนิดที่ว่า ไม่อยากอ่านเล่มต่อไปแล้ว กลัวจะไม่ดีเท่าเล่มนี้ ...

เราชอบฉากที่อเล็คกับแม็กนัสจูบกันต่อหน้าประชาชีก่อนที่จะออกไปต่อสู้อ่ะ เราอ่านแล้วอมยิ้มแบบไม่รู้ตัวเลย

คะแนน 9/10

THE FAULT IN OUR STARS - ดาวบันดาล

" The fault, dear brutus is not in our stars, but in our selves. "
" อันความผิด มิตรเอยเฉลยเอา  ใช่ดวงดาวพราวเพรา เจ้าบันดาล"



สำนักพิมพ์ : คลาสแอดท์

ผู้เขียน : John Green

ผู้แปล : เขมรินทร์ พงษ์สุวรรณ

(ปกฉบับภาษาไทย)

(ปกฉบับ Movie tie-in)

REVIEW

เป็นหนังสือที่เรียกได้ว่าเลอค่ามากที่สุดในทศวรรษนี้ ...

เนื้อเรื่องกล่าวถึง 'เฮเซล' เด็กสาวที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์แล้วมีอาการติดเชื้อที่ปอด ได้พบกับ 'ออกัสตัส' เด็กหนุ่มนิสัยยียวน แต่มีเสน่ห์โดยบังเอิญ

ทั้งคู่ถูกโชคชะตาบันดาลให้แบ่งปันและใช้ชีวิตร่วมกัน โดยมีหนังสือนิยายเล่มหนึ่งเป็นตัวเชื่อมและดำเนินเรื่อง the imperial affliction เป็นหนังสือที่ 'ปีเตอร์' เป็นคนเขียนขึ้นมา แต่ตอนจบของหนังสือเล่มนี้กลับจบดื้อๆ ทั้งเฮเซลและออกัสจึงเดินทางสู่อัมสเตอร์ดัมส์เพื่อค้นหาตอนจบของหนังสือนิยายเล่มนี้จากนักเขียนโดยตรง

ออกัสตัสได้ใช้ 'คำอธิษฐาน' ของเขาเป็นตั๋วเครื่องบินเพื่อบินไปยังอัมเตอร์ดัมส์  ก่อนที่เขาทั้งคู่จะรู้ว่า ... มะเร็งของออกัสตัสได้ลุกลามไปจนถึงขั้นเกินที่จะเยียวยาแล้ว ออกัสไม่ต้องการที่จะรั้งรอแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อเดินทางไปค้นหาคำตอบที่อัมเตอร์ดัมส์กับเด็กสาวที่เขาหลงรัก เขาปฏิเสธการให้คีโมก่อนเดินทาง และไม่บอกเฮเซลเพราะกลัวว่าเด็กสาวจะเสียใจ ถึงแม้ว่าการพบปะกับนักเขียนปีเตอร์จะไม่เป็นที่น่าประทับใจสักเท่าไร แต่อย่างน้อยทั้งคู่ก็มีความสุขเมื่ออยู่ด้วยกันและได้ใช้เวลาร่วมกัน

ตรงนี้คือจุดหักมุมที่ทำร้ายจิตใจเราอย่างมาก แทนที่เฮเซลจะเป็นเด็กสาวที่ต้องจมอยู่กับความสิ้นหวัง แต่เพียงไม่กี่หน้าหนังสือ เนื้อเรื่องก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ แท้จริงแล้ว ... ออกัสตัสป่วยมาโดยตลอด อาการของเขาไม่ได้ดีขึ้นเลย เขาแค่แสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีเท่านั้น

ยิ่งตอนใกล้จบนะ เราไม่ถึงกับร้องไห้แต่รู้สึกจุกๆในอก กับความทรมานของออกัสตัส  ไม่ใช่เขาคนเดียวที่ต้องทรมาน คนรอบข้าง ครอบครัว รวมถึงคนรักที่ต้องทนทุกข์กับเรื่องเหล่านี้ไปพร้อมกับๆเขา ยิ่งฉากที่ออกัสตัสติดอยู่ที่ปั๊มแล้วโทรหาเฮเซลให้ไปหานะ เรานี่เกือบจะร้องไห้ เจ็บมากๆ ไม่เคยอ่านหนังสือเล่มไหนแล้วรู้สึกเจ็บหน่วงๆในอกเช่นนี้มาก่อนเลย

ตอนจบก็เป็นแบบไม่ได้สวยหรู แต่เป็นตอนจบที่เรียบง่ายตรงกับชีวิตจริง แม้ว่าเฮเซลอาจไม่ได้รับคำตอบอะไรมากมายเกี่ยวกับหนังสือนิยายที่เธอชอบอ่าน แต่อย่างน้อย ... ชีวิตของเธอก็ได้รับรู้แล้วว่า "คุณเลือกไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่ แต่คุณเลือกได้ว่าใครจะเป็นคนที่ทำให้คุณเจ็บ"

เป็นหนังสือที่อ่านได้เรื่อยๆ ระหว่างที่อ่านอาจมีเบื่อบ้าง ไม่อยากอ่านต่อบ้าง แต่เชื่อเราเถอะ ... เราอยากให้ทุกคนลองอ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วลองพลิกไปให้ถึงหน้าสุดท้าย แล้วคุณจะรู้ว่า ... สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่บทประพันธ์ชั้นเลิศของ John Green แต่มันคือมุมมองความคิดของคุณที่จะเปลี่ยนไปเมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้จบอย่างแน่นอน


คะแนน 10/10



ฉบับภาพยนตร์ ที่กำลังจะเข้าฉาย ... น่าดูมากๆ ^___________^


Apr 5, 2014

เจ้าสาวของหมาป่า - A Hunger Like No Other (Immortals After Dark #2)



ชื่อเรื่อง A Hunger Like No Other
จากชุด Immortals After Dark
โรมานซ์ เหนือธรรมชาติ

แปลไทยโดย
สำนักพิมพ์ : แก้วกานต์
ผู้แปล : จิตอุษา

เรื่องย่อ

หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานมานานแสนนานจากฝีมือของเหล่าแวมไพร์ แลคเลน ผู้นำเผ่ามนุษย์หมาป่าก็แสนจะเกรี้ยวกราดเมื่อพบว่าเนื้อคู่ที่เขา เฝ้ารอมานานนับพันปีกลับกลายเป็นแวมไพร์นางหนึ่ง แต่แล้วเอ็มมาลีน ผู้งดงามและบอบบางและเป็นลูกครึ่งวัลคีรีกับแวมไพร์ผู้นี้ กลับปลอบประโลมเพลิงพิโรธที่แผดเผาอยู่ในใจเขาลงได้ เอ็มมาลีน ทรอยออกเดินทางเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับบุพการีของหล่อน จนกระทั่งเมื่อไลเคทรงพลังผู้หนึ่งอ้างว่าหล่อนคือคู่ครองของเขา และบังคับให้หล่อนเดินทางไปยังปราสาทโบราณในสกอตแลนด์ แล้วความหวาดกลัวที่หล่อนมีต่อไลเคผู้ดุดันก็เริ่มเบาบางลง เมื่อเขาค่อย ๆ เย้ายวนหล่อนอย่างเจ้าเล่ห์และหวานล้ำ ขณะที่ความชั่วร้ายจากอดีตของหล่อนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ความปรารถนาของสองหนุ่มสาวจะหยั่งลึกจนกลายเป็นความรัก ที่ชักนำให้นักรบผู้ทระนงยอมคุกเข่าและเปลี่ยนสาวงามผู้อ่อนโยน ให้เป็นนักสู้อย่างที่หล่อนเกิดมาเพื่อจะเป็นได้หรือไม่...

REVIEW

สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ...

ตอนซื้อเล่มนี้มาไม่คิดว่าจะสนุกขนาดนี้

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนางเอก 'เอ็มม่า' เป็นลูกครึ่งแวมไพร์กับวัลคีรี ส่วนพระเอก 'แลคเลน' เป็นราชาแห่งไลเค(หมาป่า) ซึ่งนิสัยดั้งเดิมแล้ว ... ไลเคเกลียดแวมไพร์มาก

เมื่อแลคเลนรู้ว่าคู่ครองของเขาที่เสาะหามานานอยู่ใกล้แค่เอื้อม เขาก็ตัดสินใจสละขาข้างหนึ่งเพื่อให้หลุดออกจากขุมนรกที่จองจำเขาอยู่

เมื่อเขาพบเอ็มม่าแล้ว เขาผิดหวัง โมโห ในตัวตนของอีกฝ่าย เพราะเอ็มม่าเป็นแวมไพร์ แลคเลนกระทำต่อเอ็มม่าได้อย่างไม่ดีนักในตอนแรก แต่เขาก็ตัดใจทิ้งหญิงสาวไปไม่ได้

แลคเลนหวุดหวิดจะฆ่าเอ็มม่าเมื่อเขากำลังฝันร้ายอยู่ เอ็มม่าตกใจมากและคิดจะไปจากเขา แต่แลคเลนไม่ยอมปล่อยหล่อนไป

Apr 3, 2014

เมืองเถ้า - นครรัตติกาล (The Mortal Instrument#2)


สำนักพิมพ์ : อิ่มอ่าน
ผู้เขียน : คาสซานดร้า แคลร์
ผู้แปล : ฤทัยรัตน์ สุขถาวร

เรื่องย่อ

คลารี่ เฟรย์ หวังแค่ว่าชีวิตจะกลับเป็นปกติ แต่อะไรคือปกติเมื่อตนเป็นนักล่าเงาปีศาจ แม่โคม่าเพราะถูกสาป และทันใดนั้นคุณก็เห็นชาวบาดาล เช่น มนุษย์หมาป่า ค้างคาวผีดูดเลือด และภูต คลารี่อยากใช้เวลากับไซม่อนเพื่อนรักมากขึ้น แต่นักล่าเงาไม่ปล่อยเธอไป โดยเฉพาะพี่ชายรูปหล่อ กวนโมโหที่เพิ่งพบหน้า เจซ และโอกาสเดียวที่คลารี่จะช่วยแม่ได้ก็คือ ตามหานักล่าเงาผู้ร้าย วาเลนไทน์ ผู้อาจบ้า เลวร้ายแน่นอน และเป็นพ่อของเธอ เรื่องราวยิ่งสลับซับซ้อน เมื่อมีผู้สังหารชาวบาดาลในนิวยอร์ก วาเลนไทน์อยู่เบื้องหลังฆาตกรรมนี้หรือเปล่า

REVIEW

เนื้อเรื่องเล่มนี้จะสืบเนื่องต่อจากเล่มที่แล้วและจะมีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ  ความสัมพันธ์ระหว่างคลารี่กับเจซอยู่ในขั้นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลังจากในเล่มที่แล้วที่ทั้งสองรู้ว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน

วาเลนไทน์ได้ถ้วยมรรตัยไป เจซจึงกลายเป็นผู้ต้องสงสาร เขาได้พบกับ 'มือปราบ' และโดนจับตัวไป วาเลนไทน์ได้ขโมยดาบมรรตัยไปอีก ไซม่อนกลายเป็นแวมไพร์ และเขาถูกวาเลนไทน์จับตัวไปเพื่อต้องการทำให้ดาบมรรตัยกลายเป็นดาบปีศาจ

บอกตรงๆเลยว่าแอบรำคาญสาระบบความคิดของนางเอกเรื่องนี้มากๆ วุ่นวายชวนสับสนเสียเหลือเกิน เมื่อหล่อนรู้แล้วว่าเจซเป็นพี่น้องกับหล่อน หล่อนจึงไปอยู่กับไซม่อนมากขึ้น ทั้งๆที่เอาจริงๆหล่อนก็ไม่ได้รักไซม่อนจริงๆหรอก เพราะไซม่อนดูจะเข้ากันได้กับอิซาเบลมากกว่านะเราว่า

แม็กนัสกับอเล็คเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในเล่มนี้ และจะมีมากขึ้นในเล่มถัดไป ...

คลารี่ค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองว่าสามารถสร้างรูนลายใหม่ๆขึ้นมาได้

เราว่าฉากที่สนุกและไคลแม็กซ์ที่ทำให้หนังสือเล่มนี้มีสีสันขึ้นมาและมากกว่าเล่มที่แล้วนิดหน่อยคือฉากที่มีการต่อสู้กันบนเรืออ่ะ ดูพีคมากๆเลยในความรู้สึกเรา ทุกคนรวมพลังกันสู้กับกองทัพปีศาจของวาเลนไทน์และในขณะที่คลารี่ต้องช่วยเจซให้ได้

ถือว่าซีรีส์ชุดนี้สนุกมากขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนเล่มและเราว่าเล่มต่อไป (เล่ม 3) ซึ่งเป็นเล่มที่สนุกที่สุดในบรรดาหนังสือที่ออกมาของซีรีส์ชุดนี้แล้วนะ เดี๋ยวจะเขียนรีวิวเล่มสามต่อจากเล่มนี้อีก ...

ถ้าใครชอบนิยายแฟนตาซีกึ่งสงคราม มีกลิ่นอายร่วมสมัยและความรักโรแมนติค เราหวังว่านิยายชุดนี้จะสามารถตอบโจทย์ของใครหลายคนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ฝีมือการแปลของนักแปลยังปรับปรุงและดีขึ้นกว่าเล่มที่แล้วมากๆ เพราะในความคิดของเรา เราอ่านไหลลื่นและสะดุดน้อยกว่าเล่มที่แล้ว


คะแนน 7.5/10

ทดลองสั่งหนังสือจาก Bookdepository

นี่เป็นครั้งแรกที่สั่งหนังสือจากต่างประเทศ เพราะปกติจะสั่งกับร้าน Kinokuniya ตลอด แต่พอเรากลับมาบ้านที่ต่างจังหวัดแล้วค่าส่งหนังสือมาที่บ้านจะแพงมากเพราะคิดตามระยะทาง (ประมาณ 200+) ก็เลยหันไปหาอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ... Bookdepository

http://www.bookdepository.com/

เราสั่งหนังสือไปวันที่ 10 มีนาคม 2557 ตามสถานะหนังสือในเว็บแจ้งว่าจะมีการ Dispatch ให้ภายใน 48 ชั่วโมง แต่จนแล้วจนรอด หนังสือก็ยังไม่มา ในทึ่สุดเราก็เลยเมลล์ไปถาม แล้วเค้าก็ตอบมาว่า ...

"We are terribly sorry for the delay in dispatching your item; it appears we have had some difficulties in trying to obtain stock of this from our suppliers in the usual time period due. If you do not wish to continue with this, please advise and we may be able to cancel this providing it still hasn’t been dispatched."

คือเค้าก็ขอโทษที่มันช้า แล้วก็ถามเราว่าจะยกเลิกมั้ย พอเราไม่ยกเลิก วันที่ 13 มีนาคม 2557 สินค้าก็ถูกส่งออกมา ... (ใช้เวลา Dispatch 72 ชั่วโมง)


โดยออร์เดอร์นี้กว่าจะได้รับนั้นใช้เวลาประมาณ 21 วัน (รวมเสาร์-อาทิตย์) นับตั้งแต่วันที่ทางเว็บแจ้งสถานะเป็น "Shipped"


สภาพหนังสือ ถือว่าอยู่ในสภาพที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว


พัสดุมาพร้อมกับซองกันกระแทก และแยกมา 2 ซอง (1 ซองต่อหนังสือ 1 เล่ม)

ถือว่า ... Bookdepository คือทางเลือกอีกทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนิยายต้นฉบับภาษาอังกฤษ และต้องการลดค่าขนส่ง เพราะเว็บนี้ ! ไม่เสียค่าจัดส่ง และรายการหนังสือบางรายการยังถูกกว่าตามร้านหนังสือต่างประเทศไทยในเสียอีก 

และจากบริการลูกค้าก็ถือว่าอยู่ในระดับดีมากเลยทีเดียว เพราะเวลามีเรามีปัญหาหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับขั้นตอนการสั่งซื้อหรือจัดส่ง เราสามารถติดต่อกับฝ่าย Customer ได้โดยตรง !

Bookdepository คืออีกหนึ่งช่องทางที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้สั่งซื้อหนังสือในราคาที่ถูกและไม่ค่าเสียค่าจัดส่งอีกด้วย

เพลิงปรารถนาแวมไพร์ - Playing Easy to Get (Immortals After Dark #1)



ชื่อเรื่อง Playing Easy to Get (The Warload Wants Forever)
จากชุด Immortals After Dark
ผู้เขียน : Kresley Cole, Sherrilyn Kenyon, Jaid Black
โรมานซ์ เหนือธรรมชาติ

แปลไทยโดย
สำนักพิมพ์ : แก้วกานต์
ผู้แปล : จิตอุษา

เรื่องย่อ 

นิโคไล รอธ ขุนศึกผู้กร้าวแกร่งในสนามรบได้รับโอกาสให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ในฐานะแวมไพร์ ทว่าเขายังต้องเสาะหาเจ้าสาวของเขา สตรีเพียงหนึ่งเดียว ที่จะปลุกให้เขามีเลือดเนื้ออย่างสมบูรณ์ แต่เขาไม่คาดคิดว่าเจ้าสาวของเขา จะเป็นวัลคีรีสาวแสบที่แสนงดงามน่าตะลึงหลง มิสต์เป็นนักรบสาวเผ่าพันธุ์วัลคีรีที่มีชื่อเสียงระบือไกลในเรื่องความงดงาม ชีวิตของหล่อนอุทิศให้กับการปกป้องเครื่องประดับล้ำค่าที่มีพลังอำนาจลึกลับ และการกำจัดพวกแวมไพร์ เมื่อหล่อนได้พบกับนิโคไล หล่อนก็ปลุกให้เขามี เลือดเนื้อขึ้นมาเพียงเพื่อที่จะทิ้งเขาไป ปล่อยให้เขาตกอยู่ในความรวดร้าวทรมาน ของการโหยหา หลังจากที่ทิ้งเขามาถึงห้าปี บัดนี้นิโคไลตามล่าจนพบตัวหล่อน และเมื่อ เครื่องประดับล้ำค่าตกอยู่ในมือเขา พลังอันลึกลับก็ทำให้เขามีอำนาจเหนือหล่อน อย่างมิอาจต้านทาน และนิโคไลมีแผนที่จะทำให้หล่อนเป็นทาสของเขาโดยสิ้นเชิง...

REVIEW

นิยายเล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นของ 3 นักเขียน

เรื่องแรก ... เพลิงปราถนาแวมไพร์ The Warload Wants Forever by Kresley Cole 

เป็นเรื่องราวของวัลคีรีสาวสาย 'มิสต์' ที่ปลุกเลือดเนื้อของแวมไพร์ชายรายหนึ่ง 'นิโคไล รอธ' จนทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับการจากไปของหล่อนในท้ายสุดและต้องทนปวดร้าวเพราะความอยากปลดปล่อยที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขา

หลังจากผ่านไป 5 ปี นิโคไลตามหาตัวมิสต์เจอในที่สุด เขามีสิ่งของที่จะทำให้มิสต์ตกอยู่ในอำนาจของเขา (มัน Hot ตรงนี้นี่แหละ) แล้วคิดดูสิ ! ว่าแวมไพร์ชายที่ปราถนาผู้หญิงคนหนึ่งจะทำอะไรกับเธอเมื่อผู้หญิงคนนั้นคือคนเดียวที่เขาปราถนามาตลอด 5 ปี

เราชอบเรื่องนี้มากที่สุดในบรรดา 3 เรื่องสั้น ... เนื้อเรื่องมีกลิ่นอายแฟนตาซีและความทันสมัย มีการเอาเรื่องราวและตำนานของสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือจินตนาการมาเล่าใหม่ได้อย่างน่าสนใจ เนื้อเรื่องไม่เอื่อยจนเกินไปถือว่าอยู่ในระดับดีถึงดีมาก 

คะแนน 10/10

เรื่องที่สอง ... ปฏิบัติการรัก by Sherrilyn Kenyon

ขอบอกเลยว่าพออ่านเรื่องนี้จบแล้วนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง Austenland เลย ... กล่าวถึงหญิงสาวรายหนึ่งที่เป็นผู้โชคดีได้ไปใช้ชีวิตสุขสบายอยู่บนเกาะที่รายล้อมด้วยหนุ่ม เธอกลายเป็นนางเอกในนิยายโรมานซ์ที่เธอชื่นชอบ มีบรรดาหนุ่มๆห้อมล้อม แต่สิ่งที่สะดุดใจเธอกับเป็นผู้ชายท่าทางขึงขังที่อยู่เหนือตัวเลือกของหล่อน

ท้ายสุดแล้วก็มีบทบู๊แอ็คชั่นให้มันส์พอเป็นน้ำจิ้ม แล้วเรื่องก็ลงเอยด้วยความสุขหรรษาตามแบบฉบับนิยายโรมานซ์ ไม่มีอะไรแปลกใหม่และน่าประทับใจนักสำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้

คะแนน 7/10

เรื่องสุดท้าย ...ปฏิญาณรักไวกิ้ง by Jaid Black

เป็นเรื่องที่เราประทับใจพอๆกับเรื่องราวของแคชลีย์เลยนะ เรื่องของหญิงสาวที่่ถูกลักพาตัวไปเป็นเจ้าสาวของชาวไวกิ้ง เธอถูกประมูลตัวด้วยจำนวนเงินสูงลิบ และผู้ที่มาประมูลตัวเธอได้คือ 'โจเฮน' หนุ่มใหญ่หล่อล่ำด้วยสัดส่วนที่เกิน 7 ฟุต

โซเฟียโดนยาปลุกเซ็กส์ในตอนแรก จึงต้องเป็นหน้าที่พระเอกในการบรรเทาความทรมานของหล่อย (>////<) สุดท้ายแล้วโซเฟียก็ตัดสินใจหนีไปและในตอนท้ายโจเฮนก็ทำให้เธอรักเขาและอยู่กับเขาได้

ซึ่ง....................มันเป็นจุดที่เราจะหักคะแนนเรื่องนี้ เนื้อเรื่องสนุก ลงตัว อ่านเพลินมากในตอนแรกๆ เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้เขียนที่ต้องการจะใส่ลงไปในเนื้อหาให้ผู้อ่านซึมซาบอารยธรรมความเป็นไวกิ้งและบุคลิกที่น่าครั่นคร้าม สุขุมนุ่มลึกของโจเฮน

แต่ดันมาตกม้าตายตอนจบซะงั้น ... ตอนบทส่งท้ายเป็นอะไรที่เราเหวอมาก อ่านอยู่ดีๆถึงตอนที่โซเฟียลังเลว่าจะอยู่ในโลกของชาวไวกิ้งหรือจะกลับไปยังโลกเดิมที่ไม่มีใครรอหล่อนอยู่แล้ว พอขึ้นบทใหม่ ... โซเฟียตัดสินใจหนี แล้วอยู่ๆอีตาโจเฮนก็โผล่ไปหาได้ไงก็ไม่รู้ พูดคุยกันไม่เท่าไร นางเอกก็เออออไปซะงั้น 

พอบทส่งท้าย ... นางมีลูก O_o จบแฮปปี้ ครอบครัวสุขสันต์ คือเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องสั้นซึ่งจำกัดพื้นที่ในการเขียน แต่กรุณาขยายความตอนจบออกไปให้หน่อยได้ไหม มันห้วนมาก ทั้งๆที่เนื้อเรื่องเรื่องนี้สนุกและน่าสนใจพอสมควร  ตอนจบน่าจะละเมียดกว่านี้หน่อยนะ น่าเสียดาย T^T

คะแนน 8.5/10

สำหรับหนังสือเล่มนี้ เราให้คะแนน 8.5/10