Oct 27, 2014

เกมล่าปริศนา ตอน คำสั่งสังหาร - The Kill Order (The Maze Runner #0.5)

สำนักพิมพ์ : Enter books
ผู้เขียน : James Dashner
ผู้แปล : แสงตะวัน

เรื่องย่อ

‘การลุกวาบของดวงอาทิตย์’ ที่มาอย่างไม่มีลางบอกเหตุคร่าชีวิตประชากรโลกไปเกินครึ่ง คลื่นความร้อนแผดเผาผู้คนทั้งเป็น พวกเขาล้วนตกตายชนิดไม่ทันรู้ตัว ทว่านั่นอาจเป็นโชคดีแล้ว ตายๆ ไปเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวคงดีกว่า...

ตลอดหนึ่งปีนี้ ฝันร้ายในวันนั้นยังคงตามหลอกหลอนมาร์ค เด็กหนุ่มหวังว่าจะลืมมันได้ในสักวันขณะที่ค่อยๆ ชินกับชีวิตใหม่ ขณะที่รู้สึกว่าอะไรๆ กำลังจะดีขึ้น...จนกระทั่งเบิร์กลำโตมาบินอยู่เหนือหมู่บ้าน และนำฝันร้ายระลอกใหม่มาสู่มนุษยชาติอีกหน

มันเริ่มจากการเวียนหัวธรรมดา ก่อนลุกลามไปเป็นการเพ้อพร่ำ เสียสติ โหดเหี้ยมอำมหิต ใคร...ไม่สิ ‘องค์กร’ ใดอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กัน พวกเขาทำไปทำไม นี่คือคำถามที่มาร์คต้องหาคำตอบไปพร้อมกับช่วยเหลือเพื่อนๆ และช่วยตัวเองให้รอดชีวิตอีกครั้งจากความบ้าคลั่งป่าเถื่อนของโลกใบใหม่นี้!

REVIEW

มาร์คและคนอื่นๆหนีรอดจากการลุกวาบของดวงอาทิตย์มาได้ แต่เรื่องเลวร้ายไม่ได้จบลงแค่นั้นเมื่อเบิร์กลำหนึ่งล่อนลงมาและสาดลูกดอกใส่คนในหมู่บ้านจนมีคนเสียชีวิต บางคนก็มีอาการคลุ้มคลั่งอันน่าแปลกประหลาด มาร์คกับอเล็คจึงต้องเดินทางไปยังสำนักงานเบิร์กตามแผนที่ที่เขาค้นพบเพื่อดูว่ามีอะไรรออยู่ที่นั่นกันแน่

การเดินทางของมาร์คไม่ได้เรียบง่ายเมื่อเขามีชีวิตของทริน่าที่เขารักต้องปกป้อง ไหนจะเรื่องที่เพื่อนของเขาล้มตายอย่างเสียสติเพราะไวรัสบ้าๆนั่นอีก ระหว่างการเดินทางมาร์คก็ยังพบพวกคลุ้มคลั่งที่พร้อมจะเข้ามาทำร้ายเขาได้ทุกเมื่อ นั่นทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ง่ายเสียแล้ว แต่มันก็ทำให้เขาพบกับดีดี้ เด็กหญิงที่มีภูมิคุ้มกันไข้วาบอย่างน่าประหลาด

มาร์คและอเล็คแยกทางกับคนอื่นที่เหลืออย่างช่วยไม่ได้ จนพวกเขารู้ว่าผู้หญิงถูกจับตัวไป มาร์คจึงเดินทางไปยังสำนักงานเบิร์กเพื่อที่จะพบว่าคนที่นั่นเป็นบ้าเพราะไข้วาบกันไปหมดแถมยังส่งตัวพวกผู้หญิงไปที่อื่นอีก อเล็คจึงขโมยยานเบิร์กและขับออกไปตามหาคนอื่นๆที่เหลือไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่บ้าคลั่ง เพื่อที่จะพบว่าเขามาช้าเกินไป ทริน่าสูญเสียความทรงจำที่จะจำมาร์คได้ไปแล้ว

มาร์คค้นพบจดหมายของรัฐบาลที่สั่งให้มีการสังหารประชาชนของตัวเรียกที่เรียกว่า The Kill Order เพื่อลดการบริโภคทรัพยากร เนื่องจากจะทำให้ประชาชนกลุ่มที่ถูกเลือกขาดอาหารกันมากขึ้น จึงมีการใช้ไวรัสไข้วาบทำให้ผู้คนส่วนมากล้มตาย เมื่อมาร์ครู้ดังนั้น ... เขาจึงตัดสินใจส่งดีดี้ผ่านระนาบเคลื่อนย้ายไปที่อื่นเพราะเธอคือความหวังเดียวของมนุษยชาติในการผลิตวัคซีนไข้วาบ และมาร์คก็ตัดสินใจทำลายระนาบเคลื่อนย้ายพร้อมกับสละชีวิตของเขาเองเพราะเขาไม่ต้องการให้ผู้คนที่บ้าคลั่งหลุดเข้าไปยังสถานที่ที่ดีดี้กำลังจะไปอีกแล้ว ...

..............................................................

เล่มนี้ไม่ค่อยสนุก เนื้อเรื่องเดาง่าย ตัวละครจืดๆธรรมดาๆ แถมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังแว่บไปแว่บมา ยังไม่ทันให้คนอ่านทำความเข้าใจเลย ก็ตัดไปสู่อีกเหตุการณ์หนึ่งซะแล้ว พูดง่ายว่าอ่านแล้วไม่อิน ! ยังดีที่มีบทแอ็คชั่นมันส์ๆมาช่วยชีวิตเอาไว้ ไม่งั้นเราคงอ่านไม่จบเป็นแน่แท้ ไหนจะการผจญภัยที่ยืดเยื้อเกินความจำเป็น สรุปว่าทั้งเรื่องตัวเอกแค่ตามหาเพื่อนที่หายตัวไปเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเลยด้วยซ้ำ

ยังดีที่ตอนจบทำให้เราพอชอบได้อยู่บ้าง ทุกสิ่งทีเ่กิดขึ้นมันคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นใน The Maze Runner ทั้ง 3 เล่ม แต่ถ้าถามว่ามีความเชื่อมโยงอะไรมากกว่านั้นมั้ย เราตอบได้เลยว่า ไม่ ! เพราะเราไม่รู้ว่าดีดี้คนนี้เธอจะโตขึ้นไปและรับบทบาทไหนในการผลิตวัคซีนรักษาไข้วาบ ถ้าเราจำไม่ผิด The Maze Runner ทั้งสามเล่มไม่ได้เอ่ยถึงชื่อนี้เลยด้วยซ้ำมั้ง หวังว่าเล่มต่อๆไปจะเผยบทบาทของเธอให้เราได้เห็นมากขึ้นกว่านี้บ้าง

ถามว่าความรู้สึกหลังจากอ่านเล่มนี้จบมันอยู่ตรงจุดไหนของสามเล่มก่อนหน้านี้ เราขอตอบเลยว่า ... The Kill Order ทำให้เรารู้สึกเหมือนตอนอ่าน The Death Cure เลย เราชอบในแง่บทสรุปของ The Kill Order ที่แม้จะดูห้วนๆเพราะคำอธิบายสั้นๆกระชับๆชองแดชเนอร์ แต่มันก็คือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นจริงๆและไม่ได้ยึดมั่นในตอนจบแบบสวยงามเหมือนนิยายเล่มอื่นๆ ขอชื่นชมแดชเนอร์ที่ซื่อสัตย์ต่อคนอ่านได้ขนาดนี้

มีส่วนเนื้อเรื่องของโทมัสมานิดนึง ซึ่งแทบจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อหาเลย เราก็สงสัยเหมือนกันว่าจะใส่มาเพื่อ ?

คะแนน 6.5/10

Oct 26, 2014

โฉมงามพิชิตรัก - When Beauty Tamed the Beast (Fairy Tales #2)


ชื่อเรื่อง เทพนิยายในฝัน ตอน โฉมงามพิชิตรัก
จากเรื่อง When Beauty Tamed the Beast
ผู้แต่ง เอลอยซา เจมส์
โรมานซ์ ย้อนยุค
ผู้แปล ปริศนา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ
มิสลินเนท เบอร์รี ธรินน์คือโฉมงาม...เป็นธรรมดาที่เธอจะหมั้นหมายกับอสูร เพียร์ส เยลเวอร์ตัน เอิร์ลแห่งมาร์แชนท์ อาศัยอยู่ที่ปราสาทในแคว้นเวลส์ เป็นที่ร่ำลือว่าอารมณ์ร้ายกาจของเขาเชือดเฉือนทุกคนที่ขัดใจ แล้วยังลือกันอีกว่าการบาดเจ็บทำให้เขามีภูมิต้านทานต่อเสน่ห์ของหญิงสาวทั่วไป
ทว่าลินเนทไม่ใช่หญิงสาวทั่วไป เธอเป็นมากกว่าโฉมงาม สติปัญญาและเสน่ห์ของเธอเคยทำให้เจ้าชายยอมศิโรราบมาก่อน เธอประเมินว่าเอิร์ลหนุ่มจะตกหลุมรักเธอหมดหัวใจ... ภายในสองสัปดาห์ แต่ลินเนทไม่รู้เลยว่าหัวใจของเธอตกอยู่ในอันตรายจากชายหนุ่มที่อาจจะไม่มีวันรักเธอตอบ ถ้าเธอตัดสินใจจะทำตัวร้ายกาจอย่างยิ่ง... เธอจะต้องชดใช้มากเพียงใดเพื่อกำราบหัวใจไม่เชื่องของเขา...

REVIEW

ลินเนทถูกทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเมื่อเธอโดนข้อกล่าวหาว่ากำลังตั้งท้อง ทั้งๆที่ความจริงเธอแค่กินของแสลงเข้าไปแล้วอาเจียนออกมากลางงานเท่านั้นเอง ชื่อเสียงของเธอถูกทำลาย ลินเนทจึงถูกพ่อของเขามัดมือชกแล้วส่งเธอไปอยู่กับเพียร์ส หมอปากร้ายที่ใครๆต่างก็เรียกเขาว่าอสูร เมื่อลินเนทปะจันหน้ากับเพียร์ส ทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่าจะไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้นเด็ดขาด !

เพียร์สรู้ตัวดีว่าเขาไม่สามารถต้านทานโฉมงานอย่างลินเนทได้ แม้ว่าเขาจะผลักไสเธอแค่ไหน แต่เสน่ห์ของเธอก็ทำให้เขายอมจำนน สำหรับครั้งแรกของลินเนท เพียร์สทำให้แน่ใจว่ามันจะค่อยเป็นค่อยไปและถนอมเธอเอาไว้อย่างที่สุด ลินเนทมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยของเพียร์สมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเธอแทบจะเปลี่ยนชีวิตของผู้ป่วยบางรายที่ได้แต่นอนสิ้นหวังไปวันๆได้เลยทีเดียว เมื่อเด็กชายคนหนึ่งกลับมาเดินได้อีกครั้งเมื่ออยู่ภายใต้ความดูแลของลินเนท

มีแผลเป็นมากมายกว่าที่จะมองเห็นได้ประทับอยู่ในใจของเพียร์ส ตั้งแต่เรื่องที่พ่อของเขาติดยาและลงมือทำร้ายจนเขาต้องพิการมาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถที่จะให้อภัยพ่อของเขาได้ และนั่นทำให้เขาอารมณ์ร้ายปากเสีย ดังนั้นเขาจึงคิดว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะทนแต่งงานกับเขาได้ลง เพราะเขากลัวว่าเขาจะลงเอยแบบพ่อของเขานั่นก็คือลงมือทำร้ายภรรยาของตัวเอง

เกิดโรคระบาดขึ้น นั่นทำให้เพียร์สยุ่งมากขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เขาผลักไล่ไสส่งลินเนทไปด้วยโยนคำร้ายๆใส่เธอว่าเขาไม่ได้รักเธอ และจะไม่มีวันแต่งงานกับเธอเด็ดขาด ลินเนทจึงเดินทางกลับลอนดอน แต่เธอก็ไปได้ไม่ไกลเมื่อพบว่าตนเองติดโรคระบาด ลินเนทนอนซมอยู่ในเล้าไก่ระหว่างทางและทุกอย่างดูเหมือนจะสิ้นหวังไปเสียหมด

เพียร์สตามหาลินเนทจนพบเมื่อรู้ว่าเธอป่วยหนัก เขารักษาเธอ ป้อนยาเธอ อุ้มเธอไปนอนบนฟูกสะอาดๆแม้ว่าเขาจะลงเอยด้วยการต้องคลานบนพื้นในสภาพเปลือยกายก็ตาม เมื่อลินเนทได้สติและอาการดีขึ้น เพียร์สก็ตัดสินใจจะขอเธอแต่งงาน พอลินเนทเห็นสภาพตัวเองแล้ว เธอก็ตัดสินใจว่ากลับลอนดอนเพราะลินเนทไม่ต้องการให้เพียร์สมาขอเธอแต่งงานและต้องทนอยู่กับความเวทนาในสายตาของเขาเด็ดขาด เพียร์สจึงตามง้อลินเนทและอธิบายให้เธอฟังว่ารูปลักษณ์ของเธอไม่ได้มีผลอะไรต่อเขาเลย เพราะเขารักที่ตัวตนของเธอ ลินเนทจึงยอมแต่งงานกับเขาได้ในที่สุด ...

...................................................................................

เล่มนี้ไม่ค่อยดราม่าแบบที่เราคาดเอาไว้สักเท่าไร เราหวังเอาไว้ก่อนที่จะอ่านว่าพระเอกต้องเป็นพวกโขกสับทำร้ายนางเอกสารพัด แต่มันไม่ใช่ ! ไม่ใช่อะไรแบบนั้นเลย คาแรคเตอร์ของเพียร์สดูเป็นผู้ชายธรรมดาๆนี่แหละ ที่มีแผลเป็นทั้งร่างกายและจิตใจจนเขาเลือกแสดงออกในด้านร้ายๆออกมา การกระทำของเขาทุกอย่างมีเหตุมีผล ไม่ได้งี่เง่าจนทำให้เราหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ... เรากลับเห็นใจและเอาใจช่วยเขาไปตลอดทั้งเล่ม

การเล่าเรื่องสามารถทำให้อินได้กว่านี้อีกนะ ในความรู้สึกเราเหมือนคาแรคเตอร์ของเพียร์สสามารถไปได้ไกลมากกว่านี้และเน้นความดราม่าให้เนื้อเรื่องมากกว่าที่เป็นอยู่ได้

เรารู้สึกว่าเนื้อเรื่องไปสนุกตอนครึ่งเล่มหลังที่เพียร์สกับลินเนทติดพายุลูกเห็บด้วยกันสองคนนั่นแหละ โดยครึ่งเล่มก่อนหน้านี้ เนื้อเรื่องนิ่งสนิท จนเราต้องใช้ความพยายามในการอ่านมากพอสมควร เราไม่รู้ว่านิยายของเอลอยซาเป็นแบบนี้ทุกเล่มเลยหรือเปล่า แต่เท่าที่อ่านมาแล้วสองเล่ม เรารู้สึกว่าตอนต้นๆถึงกลางเรื่องจะขาดความน่าสนใจไปอย่างมาก ตัวละครออกมากันให้พรึ่บพรั่บแต่ก็ไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องเดินหน้าไปไหนเลยจริงๆ

คาแรคเตอร์ของเพียร์สคงเส้นคงวาตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้ายเลยว่าได้ เราชอบที่เขาเป็นคนพูดตรงๆ โผงผาง มีความเป็นตัวของตัวเอง และเมื่อมาอยู่ด้วยกันกับลินเนทแล้ว ในความรู้สึกเราเธอคนนี้ก็คือเบลนั่นเอง ด้วยนิสัยใจคอแบบเบลแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้คงอยู่บนเส้นของความอดทน แต่เรามองว่ามันเป็นส่วนเติมเต็มให้กันและกันมากกว่า นั่นจึงทำให้ความสัมพันธ์ตัวละครเล่มนี้ไม่ใช่อยู่ในขีดจำกัดของความเพ้อฝันจนแตะต้องไม่ได้ แต่เรามองว่าความสัมพันธ์แบบนี้แหละคือสิ่งธรรมดาและมีค่ายิ่งกว่าความรักแบบฟุ้งเฟ้อเสียอีก

คะแนน 8/10

จุมพิตลิขิตรัก - A Kiss at Midnight (Fairy Tales #1)


ชื่อเรื่อง เทพนิยายในฝัน ตอน จุมพิตลิขิตรัก
จากเรื่อง A Kiss at Midnight
ผู้แต่ง เอลอยซา เจมส์
โรมานซ์ ย้อนยุค
ผู้แปล ปริศนา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

มิสเคท ดัลทรีไม่เชื่อในเรื่องเทพนิยาย...หรือการครองคู่อย่างมีความสุขตลอดไป เมื่อถูกแม่เลี้ยงบังคับให้ไปร่วมงานเลี้ยงเต้นรำ เคทจึงได้พบกับเจ้าชาย...ที่ยโสอวดดีเป็นที่สุด ทั้งสองปะทะกันทางปัญญาและคารม แต่สองหนุ่มสาวรู้ว่าแรงดึงดูดระหว่างกันที่ไม่อาจต้านทานได้จะมุ่งไปสู่ทางตัน ในเมื่อเกเบรียลหมั้นหมายแล้วกับหญิงสาวอีกคนหนึ่ง...สตรีที่เป็นถึงเจ้าหญิง... ซึ่งการแต่งงานกับหล่อนจะทำให้ความปรารถนาของเขาบรรลุผล
เกเบรียลชอบคู่หมั้นของเขา แต่เขาไม่ได้รักหล่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาควรทำคือเกี้ยวพาว่าที่เจ้าสาวของตนเอง ไม่ใช่สาวสวยยากไร้ผู้เฉลียวฉลาดที่ไม่ยอมประจบเอาใจเขา
แม้ว่าจะมีแม่ทูนหัวและรองเท้าแก้ว แต่นี่คือเทพนิยายที่โชคชะตาคร่าโอกาสที่เคทและเกเบรียลจะได้ครองคู่กันอย่างมีความสุขตลอดไป นอกจากเจ้าชายจะสละทุกสิ่งที่ทำให้เขาเป็นผู้ทรงเกียรติ... นอกจากเดิมพันแห่งหัวใจดื้อรั้นจะสามารถเอาชนะโชคชะตา... นอกจากจุมพิตหนึ่งในยามเที่ยงคืนจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้...

REVIEW

เคทต้องปลอมตัวเป็นวิกตอเรีย น้องสาวของตนเพื่อไปงานบอลล์ให้เจ้าชายดูตัวก่อนที่น้องสาวของเธอจะได้รับอนุญาติแต่งงาน แต่สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้ง่ายเลยเมื่อเจ้าชายเกเบรียลกลับโอ้โลมเธอ และผู้ชายอย่างเกเบรียลคือผู้ชายประเภทที่เคทไม่ต้องการจะไปยุ่งด้วยเด็ดขาด เมื่อเกเบรียลกำลังจะแต่งงานกับเจ้าหญิงรัสเซียเพื่อทรัพย์สินที่จะค้ำจุนคนในปกครองของเขา ก่อนที่เขาจะออกไปทำตามฝันแล้วทิ้งให้ภรรยายอยู่เฝ้าปราสาท

แม้ว่าเคทและเกเบรียลจะติดตาต้องใจกันมากแค่ไหน แต่เรื่องทั้งคู่ก็เป็นไปไม่ได้เมื่อเคทไม่มีแม้กระทั่งสินเดิมติดตัว นั่นทำให้เกเบรียลไม่สามารถที่จะแต่งงานกับเธอได้ เพราะเขาก็ต้องการเงินที่จะมาดูแลคนของเขาเช่นกัน เคทและเกเบรียลแอบพบกันอย่างลับๆเมื่อเจ้าหญิงทาเทียน่าแห่งรัสเซียมาถึง ใจหนึ่งเกเบรียลก็อยากจะเป็นผู้ชายธรรมดาที่ได้รักกับเคท แต่เขามีหน้าที่ที่จำเป็นจะต้องรับผิดชอบคอยอยู่ด้วยการแต่งงานกับทาเทียน่า

เคทรู้ว่าหล่อนไม่มีหวังในเรื่องของเกเบรียลอีกต่อไป เพราะภาระที่เขาแบกอยู่นั้นหนักหนาเหลือเกิน เคทจึงเนรมิตให้กลายเป็นซินเดอเรลล่าในชั่วข้ามคืนเพื่อไปโลดแล่นบนฟลอร์เต้นรำในงานเลี้ยงของเจ้าชายที่กำลังมาถึง ทันทีเกเบรียลเห็นเคท เขาก็ไม่สามารถห้ามตัวเองได้ เขาพาเคทไปยังที่ลับตาคนที่มอบจุมพิตครั้งสุดท้ายให้แก่หล่อน

ผ่านไปหนึ่งเดือน ... เกเบรียลตัดสินใจตามหาเคทและขอหล่อนแต่งงาน เคทซึ่งกลายเป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในลอนดอนด้วยสินเดิมของหล่อนยังไม่ได้บอกเรื่องนี้แก่เจ้าชายทันที เมื่อเกเบรียลหาวิธีที่จะเจือจุนปราสาทของเขาไปได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินจากภรรยาของเขา ทั้งคู่แต่งงานกัน ... เคทก็เดินทางไปกับเกเบรียลเพื่อขุดค้นโบราณสถานแบบที่เกเบรียลอยากทำมาโดยตลอด

...................................................

เรื่องนี้เป็นการนำนิทาน 'ซินเดอเรลล่า' มาเล่าใหม่ สิ่งที่ทำให้เราประทับใจก็คือเนื้อเรื่องไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จมากเกินไปจนทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีอะไรจะลุ้น นอกจากนี้เอลอยซาได้เพิ่มความดราม่าเข้ามา และตัวละครที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระนางมีอุปสรรคมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราต้องขอชื่นชมกลเม็ดในการเขียนตรงจุดนี้จริงๆ

ขอสารภาพตามตรงว่าการอ่าน 3/4 แรกของเล่ม เราไม่ค่อยพบประเด็นที่น่าสนใจเลยนอกจากการบรรยายที่ออกจะน้ำท่วมทุ่งไปในบางครั้ง แต่ 1/4 สุดท้ายของเรื่องนี่สิ ! .... มันมาครบทุกอารมณ์ ทั้งดราม่า ความโรแมนติค และต้องบอกว่าเราอดที่จะลุ้น เอาใจช่วยไปพร้อมๆกับตัวละครว่าพวกเขาจะหาทางแก้ไขสถานการณ์นี้ได้อย่างไร แต่ทุกอย่างจะจบแบบที่เราหวังเอาไว้หรือไม่

แต่น่าเสียดายหน่อยนึงที่บทแม่เลี้ยงใจร้ายดูท่าจะส่งไปไม่ถึงอย่างที่เราหวังเอาไว้ ซึ่งน่าจะทำให้ตอนต้นเรื่องที่เราได้บ่นๆว่าค่อนข้างน่าเบื่อดูมีสีสันมากขึ้นกว่านี้ถ้าเคทต้องต่อสู้เพื่อชีวิตของเธอบ้าง ไม่ใช่ถูกแม่เลี้ยงประเคนใส่พานให้เจ้าชายซะงั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ... มีตัวละครอีกหลายตัวที่เอลอยซาสร้างขึ้นมาและได้ทำให้เรื่องนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือตัวแม่ทูนหัวเฮนรี่ที่เป็นตัวประสานเรื่องราวต่างๆ เราบอกได้เลยว่า ถ้านิยายเรื่องนี้ไม่ได้เธอ บทสรุปของตอนจบก็คงจะไม่ได้สวยงามแบบนี้อย่างแน่นอน

ทีแรกเรามองว่าคาแรคเตอร์ของเจ้าชายเกเบรียลไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าผู้ชายที่ต้องแต่งงานเพราะเงิน ดังนั้นก็เลยทำให้เราประหวั่นว่า ... สุดท้ายแล้วทั้งคู่จะรักกันได้จริงๆน่ะหรอ ถึงลึกๆเราจะรู้อยู่แล้วว่ายังไงนางซินอย่างเคทต้องโป๊ะแตกกลายเป็นเศรษฐีด้วยสินเดิมของหล่อนตามที่ผู้แต่งได้หยอดๆเอาไว้หลายครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสในตอนท้ายเรื่องลดลงไปเลย เราประทับใจและซาบซึ้งกับบทสรุปแบบนี้ที่ยังคงความเป็น Fairy Tales เอาไว้มากๆ

คะแนน 7/10

Oct 25, 2014

หัวใจในกรงขัง - Blaze of Memory (Psy-Changeling #7)


ชื่อเรื่อง พลังแห่งรัก ตอน หัวใจในกรงขัง
จากเรื่อง Blaze of Memory
ผู้แต่ง นลินี ซิงห์
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล วาลุกา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ผู้หญิงคนหนึ่งถูกนำมาทิ้งไว้หน้าบ้านเขาในสภาพหมดสติและบาดเจ็บ หล่อนจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร...รู้เพียงว่าหล่อนคือตัวอันตราย!
สิ่งที่คนภายนอกเห็น...เขาคือผู้อำนวยการมูลนิธิซึ่งให้การช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหา แต่แท้จริงแล้วเขาคือนักรบที่ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนของเขา...เหล่าผู้ถูกลืม ชีวิตซึ่งอุทิศให้กับหน้าที่ทำให้เขาต้องแกร่ง โหดเหี้ยม ไร้ความปรานี จนหัวใจไม่ต่างจากเหล็กกล้า...
แต่หญิงสาวชาวไซผู้นี้กลับเล็ดลอดผ่านเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้หัวใจ หญิงสาวผู้ถูกทารุณกรรมอย่างโหดร้ายได้ปลุกสัญชาตญาณการปกป้องของเขา หรือว่าหล่อนเพียงแค่หลอกลวง เพื่อเป้าหมาย...ทำลายผู้คนที่เขาปกป้องด้วยชีวิต!

REVIEW

แคทยาถูกนำมาทิ้งไว้ในสภาพบาดเจ็บที่หน้าบ้านของเดฟ เธอสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด ในระหว่างที่เดฟกำลังตั้งข้อสงสัยว่าแคทยาคนนี้คือชาวไซที่ถูกส่งมาให้ล้วงความลับจากผู้ถูกลืมหรือเปล่า ไม่ว่ายังไงเดฟก็ต้องระวังเอาไว้ก่อน เนื่องจากเขาคือผู้นำของเหล่าผู้ถูกลืม เดฟจึงไม่สามารถปล่อยให้หญิงสาวคนนึงมาทำลายความพยายามตลอดหลายปีของเขาในมูลนิธิไชน์ลงได้

แคทยาจึงขอให้เดฟเข้ามาในจิตของเธอเพื่อตรวจสอบว่าแท้จริงแล้วเธอถูกส่งมาทำอะไรกันแน่ แต่ถึงกระนั้นเดฟก็ไม่ทำ แคทยาจึงวางแผนที่จะค้นพบความทรงจำที่ขาดๆหายๆไปของเธอด้วยตัวเอง แม้ว่าเธอจะรู้อยู่แล้วว่าหมิงเป็นคนทำกับเธอแบบนี้เพื่อล้วงความลับจากผู้ถูกลืมและลงมือฆ่าเดฟ แต่ยังไงแคทยาก็ต้องหลบหนีออกจากความดูแลของเดฟให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่เธอจะทำตามสัญชาตญาณโดยการเดินทางขึ้นเหนือ ไหนจะมีเรื่องที่เกิดปัญหาขึ้นกับผู้ถูกลืมซึ่งเป็นปัญหาที่ดูคล้ายกับชาวไซที่เสียสติ นั่นจึงทำให้เดฟต้องแบกภาระเอาไว้นักขึ้น ทั้งเรื่องผู้หญิงของเขาและผู้คนของเขา

เดฟตามไล่แคทยาจนทันและตัดสินใจพาเธอเดินทางขึ้นเหนือเพื่อไปพิสูจน์ความจริงว่าที่นั่นมีอะไรรออยู่กันแน่ เมื่อไปถึงที่นั่นทั้งคู่ก็ได้รู้ว่าพื้นที่นั้นเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไซซึ่งพินาศด้วยอาการทางจิตที่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ทำให้หมิงต้องลงมือกวาดล้างคนเหล่านั้นทั้งหมด แคทยาตั้งใจว่าเธอจะไม่ยอมให้หมิงควบคุมเธอได้ง่ายๆอีก ด้วยการร่วมมือกับเดฟ เขาตั้งมั่นว่าเขาจะฆ่าหมิงให้จงได้

เดฟมีแผนการที่ดีกว่าในการจัดการกับหมิงเพื่อให้แน่ใจว่าแคทยาจะปลอดภัย แต่เวลาก็ไม่คอยท่าเมื่อแคทยาเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่และสมองของเธอเริ่มถูกทำลายจากการตั้งเงื่อนไขไปทีละน้อย แคทยาซ้อนแผนเดฟ แต่ถึงกระนั้นก็แค่ทำร้ายหมิงให้บาดเจ็บสาหัส เมื่อแคทยาเข้าใกล้ความตาย เดฟไม่สามารถที่จะปล่อยเธอไปได้ แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะรั้งเธอเอาไว้ได้เหมือนกัน แต่แล้วปาฏิหารย์ได้เกิดขึ้นเมื่อคีแนนและนูร์รักษาแคทยาจนหายดี และจิตของเธอก็เชื่อมเข้ากับโครงข่ายของเหล่าผู้ถูกลืมโดยแชร์พลังผ่านทางตัวของเดฟ ...

........................................................

บอกตามตรงเลยว่า 4-5 บทสุดท้ายช่วยชีวิตนิยายเล่มนี้เอาไว้ได้อย่างมากๆ หลังจากที่อารมณ์เรานิ่งสนิทเกือบจะตลอดทั้งเล่มในแง่ความสัมพันธ์ตัวละครที่ดูก้าวกระโดดไปแบบรวดเร็วมากๆ จนเราเริ่มสงสัยว่าทั้งคู่ไปรักกันตั้งแต่ตอนไหน

ถึงอย่างไรก็ตาม ... แม้ว่าจะมีบางอย่างประดักประเดิดทั้งในด้านคาแรคเตอร์ของเดฟที่เราว่า possessive จนเกินพอดีไปนิดนึง แต่พลอตหลักก็ยังทำให้เราติดหนึบเมื่อเล่มนี้เปิดเผยข้อมูลบางส่วนของหน่วยแอร์โรว์มากขึ้น รวมถึงการผูกเรื่องที่ไม่หนักไม่เบา ออกจะพอดีๆด้วยซ้ำถ้าเทียบกับบางเล่มก่อนหน้านี้ที่เนื้อเรื่องดูจะหนักจนมากเกินไป

Blaze of Memory เป็นนิยายที่ทำให้เราอุทานออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายของเรื่องบ่อยมากๆ ทั้งในด้านความดราม่าที่ใส่มาแบบพอดีๆไม่ได้เว่อร์เกินความจำเป็น จนทำเอาเราน้ำตาซึม หรือการแก้ไขปัญหาของตัวเอง แม้ว่าจะถอดแบบจากสูตรสำเร็จเป๊ะๆ แต่เราก็ไม่ได้ถือว่านั่นเป็นจุดด้อยของนิยายเรื่องนี้เลย เราออกจะมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นิยายเล่มนี้สมบูรณ์มากขึ้น

เราไม่คิดว่าชื่อภาษาไทยของนิยายเล่มไหนจะเหมาะไปกว่า 'หัวใจในกรงขัง' ที่อธิบายได้ถึงสภาวะความเป็นความตายของนางเอกในเรื่องนี้ได้ดีมากๆ แต่น่าเสียดายที่มีการเปิดเผยความทรงจำที่หายไปของแคทยาเร็วเกินไป ถ้าปล่อยให้คนอ่านได้เดาผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังมากกว่านี้อีกนิด เราว่านิยายเล่มนี้คงจะต้องสนุกมากขึ้นแน่นอน

คะแนน 8/10

Oct 23, 2014

สุดฟ้าทะเลฝัน - The Dream Hunter (Dream-Hunter #1)


ชื่อเรื่อง พรานล่าฝัน ตอน สุดฟ้าทะเลฝัน
จากเรื่อง The Dream Hunter
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ ปัจจุบัน-เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

เมื่อต้องคำสาปให้มีชีวิตนิรันดร์โดยปราศจากอารมณ์ความรู้สึก เอริโกสจะมีความรู้สึกได้ก็ต่อเมื่อเขาอยู่ในความฝันของผู้คนอื่นเท่านั้น นับพันๆปีที่เขาเที่ยวท่องผ่านนิทรารมย์ของมวลมนุษย์เพื่อรับรู้อารมณ์ความรู้สึก ในที่สุดเขาก็ได้พบคนช่างฝันผู้มีอารมณ์บรรเจิดเพริศแพร้ว ที่เติมเต็มความว่างเปล่าให้เขาได้
ดอกเตอร์มีเจียร่า กาเฟียรี่ มองเห็นบิดาทำลายชีวิตและชื่อเสียงของเขาด้วยการค้นหาเพื่อพิสูจน์ว่าแอตแลนติสมีอยู่จริง คำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อก่อนเขาตายว่าจะกอบกู้ชื่อเสียงของเขาชักนำให้หล่อนเดินทางมาสู่กรีซ ตั้งใจจะพิสูจน์ให้ได้ว่า เกาะในตำนานตั้งอยู่ในจุดที่พ่อของหล่อนบอกว่ามันตั้งอยู่ แต่หล่อนกลับพบชายแปลกหน้าลอยคออยู่ในท้องทะเล...ชายที่หล่อนเคยเห็นใบหน้าของเขามาแล้วหลายครั้งหลายครา...ในความฝัน
สิ่งที่หล่อนไม่รู้ก็คือ เอริกเก็บงำความลับไว้มากกว่าความลับเก่าแก่โบราณทื่ช่วยให้หล่อนค้นพบเกาะปริศนาแห่งแอตแลนติส เขาทำข้อตกลงกับยมเทพเฮดิสเอาไว้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการเป็นมนุษย์สองสัปดาห์ เขาจะต้องกลับไปสู่สรวงสวรรค์โอลิมปัส พร้อมกับวิญญาณของมนุษย์หนึ่งดวง...วิญญาณของมีเจียร่า

REVIEW

เจียรี่เดินทางมาสำรวจแอตแลนติสที่จมอยู่ในท้องทะเลโดยได้รับความช่วยเหลือของเอริก ดรีม-ฮันเตอร์ผู้ผันทำสัญญากับเฮดิสเพื่ออยู่ในร่างมนุษย์เพียงสองอาทิตย์ แลกกับดวงวิญญาณของเจียรี่ที่เขาจะนำไปมอบให้ แม้ว่าทั้งเจียรี่และเอริกเคยพบหน้ากันหลายครั้งหลายคราในความฝัน แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งคู่ก็ไม่อาจแตะต้องกันได้ดังใจ จนกระทั่งเสียงเรียกร้องจากอโพลิมีดึงดูดให้เจียรี่หาทางที่จะปลดปล่อยนางออกมาจากท้องทะเลลึก ทั้งเหล่าข้ารับใช้เทพเจ้าที่แฝงตัวอยู่ในคณะสำรวจต้องหาทางยับยั้งไม่ให้เจียรี่ปลอดปล่อยอโพลิมีออกมา

เรือสำรวจของเจียรี่เกิดระเบิดและทำให้เธอต้องยกเลิกการสำรวจไปกระทันหัน พอดีกับที่เธอตัดสินใจออกเดทกับอีริกและล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา นั่นจึงทำให้ชีวิตของเจียรี่มีเรื่องยุ่งยากมากกว่าที่คิด เมื่อความจริงเรื่องข้อแลกเปลี่ยนของเอริกถูกเปิดเผยทำให้เขาถึงแก่ชีวิต จึงเป็นหน้าที่ของเจียรี่ในการนำดวงวิญญาณของเอริกกลับคืนมาโดยการทำข้อตกลงกับเฮดิสโดยมีเพอร์เซฟโฟนี ภรรยาของเขาร่วมมือด้วยอีกคน

เจียรี่และเอริกต้องผ่านบททดสอบการเดินทางออกจากนรก ทั้งคู่จะไม่สามารถมองหันหลังกลับไปเป็นอันขาด ไม่งั้นเอริกจะติดอยู่ในนรกชั่วนิรันดร์ แต่ในที่สุดเจียรี่ก็ทำสำเร็จและเธอตัดสินใจที่จะทำให้การค้นพบแอตแลนติสของเธอยังคงเป็นความลับอยู่ต่อไป เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของผู้คนที่เธอรู้จักอีกแล้ว

.....................................................................

เล่มนี้อ่านไปได้สักพัก อารมณ์ก็ชะงักเป็นระยะๆ สงสัยเป็นเพราะว่าความสัมพันธ์ของพระนางที่รวบรัดและก้าวกระโดดมากๆ เข้าใจว่าทั้งคู่รู้จักกันมาในความฝันแล้ว แต่ในความเป็นจริง ... เราว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการทำความเข้าใจกับตัวเองมันดูหยาบๆเกินไป บางเรื่องก็ไม่มีน้ำหนักมาพอมารองรับ แถมคาแรคเตอร์บางตัวยังดูลอยๆชอบกล

ถ้าเทียบๆกับงานชุดก่อนหน้าของเชอร์ริลีนอย่าง Dark-Hunter ถือว่า Dream-Hunter ตกมาตรฐานไปเลยทีเดียว แต่เราก็ยังชอบการนำปกรณัมกรีกมาเล่าใหม่ให้น่าสนใจตามสไตล์ของนักเขียนท่านนี้กับการแก้ไขปัญหาตัวละครตอนท้ายๆเรื่องที่ทำให้นิยายเล่มนี้ดูมีอะไรขึ้นมาหน่อยนึง

เราหักคะแนนตอนต้นๆเรื่องที่รู้สึกว่าเนื้อเรื่องไม่ค่อยคืบหน้าไปไหนเลย แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรนักในความคิดของเรา การอ่านนิยายเล่มนี้ทำให้เรานึกถึงการ์ตูนของวอลท์ดิสนีย์เรื่อง Atlantis เราคิดว่าธีมการผจญภัยเหมือนกันมาก แม้ว่า Dream Hunter จะออกมาในรูปแบบที่มีการผสมผสานตำนานเทพเจ้าด้วยก็ตาม ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

คือถ้าจะอ่านเพลินๆ ก็ได้นะ แต่ถ้าจะอ่านจริงจังและจับประเด็นสำคัญๆหรือความดราม่าเหมือนตอนอ่าน Dark Hunter เราว่านิยายเล่มนี้ยังตอบโจทย์ได้ไม่ดีเท่าที่ควรเพราะยังมีบางส่วนบางตอนที่ยังดูขาดๆเกินๆอยู่

คะแนน 7/10

Oct 22, 2014

Angelfall (Penryn & the End of Days #1)



ชื่อเรื่อง Angelfall
ผู้แต่ง Susan Ee
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง
สำนักพิมพ์ Amazon Children's Publishing

เรื่องย่อ

It's been six weeks since angels of the apocalypse descended to demolish the modern world. Street gangs rule the day while fear and superstition rule the night. When warrior angels fly away with a helpless little girl, her seventeen-year-old sister Penryn will do anything to get her back.

Anything, including making a deal with an enemy angel.

Raffe is a warrior who lies broken and wingless on the street. After eons of fighting his own battles, he finds himself being rescued from a desperate situation by a half-starved teenage girl.

Traveling through a dark and twisted Northern California, they have only each other to rely on for survival. Together, they journey toward the angels' stronghold in San Francisco where she'll risk everything to rescue her sister and he'll put himself at the mercy of his greatest enemies for the chance to be made whole again.

REVIEW

ในตอนแรก ... มันเริ่มต้นจากขนนกเส้นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ...

หลังวันสิ้นโลก กองทัพเทวดาบุกโจมตีพื้นที่ทุกแห่งหน เพนรินพาแม่และน้องสาวผู้พิการของเธอฝ่าความเงียบสงัดกลางเมืองเพื่อไปซ่อนในที่ที่ปลอดภัย ถ้าเธอไม่เจอการต่อสู้กันระหว่างเทวดาเสียก่อน เทวดาตนหนึ่งผู้มีปีกสีขาวราวหิมะถูกโจมตีและสูญเสียปีกของเขาไป ในขณะที่เพจ น้องสาวของเพนรินถูกเทวดาจับตัวไป ที่มีเหลืออยู่ตอนนี้คือเทวดาตนหนึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งเพนรินต้องพาเดินทางไปด้วยและรักษาจนกว่าเขาจะได้สติและรีดเค้นข้อมูลให้ได้ว่าพวกเขาเอาน้องสาวของเธอไปซ่อนไว้ที่ไหน หรือน้องสาวของเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

เทวดาตนนั้นมีนามว่า ราฟี่ เขาและเพนรินต้องร่วมมือกันเพื่อช่วยเพจให้ได้ใจขณะที่เพนรินสัญญาว่าจะคืนและรักษาปีกให้เขา ทั้งคู่ต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อซ่อนตัวและรักษาบาดแผล หากราฟี่ไม่ถูกกองกำลังมนุษย์จับได้เสียก่อน นั่นทำให้เขารู้ว่ามีมนุษย์บางกลุ่มกำลังวางแผนอย่างลับๆเพื่อหาทางโจมตีกลับเหล่าเทวดา ราฟี่และเพนรินหลบหนีออกมาได้และมุ่งหน้าไปยังซานฟรานซิสโกที่ตอนนี้ถูกสงครามทำลาย ทั้งคู่จึงมุ่งหน้าเข้าสู่รังที่เหล่าเทวดากบดานอยู่เพื่อช่วยเพจออกมา

เพนรินตามหาเพจจนเธอและพบว่าเธอถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นอะไรบางอย่าง ในขณะที่มนุษย์กลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาในรังของเทวดาเพื่อก่อชนวนระเบิดอันนำไปสู่ก้าวแรกแห่งการโต้ตอบของมนุษยชาติ เพนรินได้รับบาดเจ็บระหว่างการต่อสู้ ส่วนราฟี่ที่ได้รับความช่วยเหลือในการเย็บปีกกลับคืนกลับถูกหักหลังและติดปีกของปีศาจเข้าไปแทน เนื่องจากเขาได้ไปขวางทางขึ้นสู่อำนาจของเทวดาบางองค์เข้า นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ราฟี่ถูกทำร้ายตั้งแต่ทีแรก

รังของเทวดาระเบิดย่อยยับ ก้าวเล็กๆของมนุษยชาติในการต่อต้านเทวดาลุล่วงไปด้วยดี เพนรินเห็นราฟี่บินได้อีกครั้งแม้ว่านั่นจะไม่ใช่ปีกของเขาก็ตาม ...

........................................................................

เราหมดความสนใจที่จะอ่านเรื่องนี้ไปตั้งแต่ 30% แรกของเล่ม ทั้งๆที่เนื้อเรื่องอยู่ในเกณฑ์สนุกใช้ได้เลยทีเดียว แต่ไม่ว่าจะทำยังไงเราก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครแต่ละตัวได้ นั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระนางที่แทบจะไม่คืบหน้าและไม่แสดงอะไรออกมาเลย เหมือนผู้เขียนต้องการให้เราโฟกัสไปที่เนื้อหาหลักเกี่ยวกับสงครามระหว่างเทวดาและมนุษยชาติเสียมากกว่า

หลังๆก็เลยกลายเป็นว่าเราต้องอ่านแบบ skimming เพราะทนอารมณ์อันเหนื่อยหน่ายของตัวเองที่ต้องการจะอ่านเล่มนี้ให้จบๆไม่ไหว หากเราสรุปประเด็นอะไรผิดพลาดก็เป็นความผิดของเราเองที่อ่านเนื้อเรื่องไม่ละเอียด ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ... เราว่าพลอตเรื่อง Angelfall น่าสนใจและแนวทางในการดำเนินเรื่องก็ดีมากๆ แต่สิ่งที่ขาดไปคือ 'เอกลักษณ์' ที่จะดึงดูดผู้อ่านให้ติดหนึบไปกับการผจญภัยของตัวละคร และอีกสิ่งคือ 'ที่มา' ของตัวละครและ 'สาเหตุ' ของเรื่องทั้งหมดที่ผู้เขียนบรรยายได้ไม่เคลียร์อย่างแรง นี่ก็คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราไม่ค่อยอินกับตัวละครมากเท่าที่ควร

เราว่าน่าเสียดายมากๆ ถ้าหาก Angelfall สามารถเติมเอกลักษณ์ให้ตัวเองที่จะทำให้นักอ่านนึกถึงนิยายเล่มนี้ทันที หากมีใครเอ่ยประเด็นสำคัญๆอะไรขึ้นมาสักอย่าง แต่นี่ ! ถ้าจะให้เราแนะนำคนอื่นให้อ่านนิยายเล่มนี้ บอกตามตรงว่าเราไม่รู้จะเอาอะไรไปพรีเซนต์ได้เลย  อย่างเช่น นิยายเล่มนี้เกี่ยวกับสงครามระหว่างเทวดากับมนุษยชาติ งั้นหรอ ? เราว่ามันก็ไม่น่าสนใจมากพอเพราะมันดันไปคล้ายกันเต็มๆกับภาพยนตร์เรื่อง Legion น่ะสิ นอกจากที่เอ่ยมาแล้วก็ไม่มีเอกลักษณ์น่าสนใจอีกเลย ทั้งคาแรคเตอร์พระนางที่ไม่โดดเด่นโดดเด้ง ออกจะจืดชืดไปด้วยซ้ำ และด้วยนิสัยใจคอความคิดของเพนริน จึงทำให้เราไม่รู้สึกว่าเธอพิเศษกว่าใครเลย

ขอให้คะแนนแค่ 5 คะแนนก่อน แต่ต้องบอกว่านิยายเล่มนี้สนุก แต่การเล่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่แนวทางที่เราชอบเท่านั้นเอง ^.^

คะแนน 5/10

Night of Cake & Puppets (Daughter of Smoke & Bone #2.5)


ชื่อเรื่อง Night of Cake & Puppets
ผู้แต่ง เลย์นี เทย์เลอร์
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง
สำนักพิมพ์ Little, Brown Books

เรื่องย่อ

In Night of Cake & Puppets, Taylor brings to life a night only hinted at in the Daughter of Smoke & Bone trilogy—the magical first date of fan-favorites Zuzana and Mik. Told in alternating perspectives, it’s the perfect love story for fans of the series and new readers alike. Petite though she may be, Zuzana is not known for timidity. Her best friend, Karou, calls her “rabid fairy,” her “voodoo eyes” are said to freeze blood, and even her older brother fears her wrath. But when it comes to the simple matter of talking to Mik, or “Violin Boy,” her courage deserts her. Now, enough is enough. Zuzana is determined to meet him, and she has a fistful of magic and a plan. It’s a wonderfully elaborate treasure hunt of a plan that will take Mik all over Prague on a cold winter’s night before finally leading him to the treasure: herself! Violin Boy’s not going to know what hit him

REVIEW

Night of Cake & Puppets เป็นนิยายตอนสั้นๆซึ่งเล่าถึงการพบเจอครั้งแรกระหว่างมิคและซูซานา
น่ารักมากกกกก อบอุ่นมากกกกก
เราชอบการบรรยายถึงกลเม็ดในการที่ซูซานาให้แผนที่บอกใบ้หาทางมาหาเธอ แต่ละวิธีก็ครีเอทๆทั้งนั้น
แล้วตอนท้ายที่เธอคลาดกับมิค จนคิดว่ามิคอาจจะไม่ตามเธอมาแล้ว
ที่ไหนได้ ... มิคก็ทำเซอร์ไพรส์เธอจนได้
อ่านแล้วอบอุ่น สบายๆ แถมเรายังชอบบทสนทนาระหว่างซูซานากับคารูว์ด้วย ดูมีสีสันมากๆ

คะแนน 9/10

Oct 19, 2014

Obsidian (Lux #1)


ชื่อเรื่อง Obsidian
ผู้แต่ง Jennifer L. Armentrout
วรรณกรรมเยาวชน โรมานซ์-เหนือจริง
สำนักพิมพ์ Entangled Teen

เรื่องย่อ

Starting over sucks.

When we moved to West Virginia right before my senior year, I'd pretty much resigned myself to thick accents, dodgy internet access, and a whole lot of boring.... until I spotted my hot neighbor, with his looming height and eerie green eyes. Things were looking up.

And then he opened his mouth.

Daemon is infuriating. Arrogant. Stab-worthy. We do not get along. At all. But when a stranger attacks me and Daemon literally freezes time with a wave of his hand, well, something...unexpected happens.

The hot alien living next door marks me.

You heard me. Alien. Turns out Daemon and his sister have a galaxy of enemies wanting to steal their abilities, and Daemon's touch has me lit up like the Vegas Strip. The only way I'm getting out of this alive is by sticking close to Daemon until my alien mojo fades.

If I don't kill him first, that is

REVIEW

เคที่ย้ายมาอยู่ในเมืองเล็กๆ  เมื่อเคธี่ได้ผูกมิตรกับเด็กสาวที่ชื่อดีกับเด็กหนุ่มที่ชื่อเดม่อน ซึ่งดูเหมือนจะเกลียดขี้หน้าเธออยู่เนืองๆ ชีวิตใหม่ของเคที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยปริศนามากมาย ไหนจะเรื่องการที่เธอถูกทำร้ายและข่าวลือเรื่องเอเลี่ยนที่ยังเป็นที่น่าสงสัยอยู่ เมื่อเคที่ตกอยู่ในอันตรายจากการโดนรถพุ่งขน เดม่อนก็มาช่วยเธอเอาไว้ ด้วยความสามารถที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เดม่อนตัดสินใจบอกความจริงกับเคที่ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ แต่เขาคือ Luxen เอเลี่ยนที่อพยพมาอาศัยอยู่บนโลก เผ่าพันธุ์ของเขา มีรูปร่างที่แท้จริงเป็นกลุ่มแสงและมีความสามารถแตกต่างกันไปนั้นต้องหลบหนีจาก Arum ศัตรูที่ตามล่

ร่องรอยการใช้พลังที่เดม่อนทิ้งเอาไว้หลงเหลืออยู่บนตัวเคที่ และนั่นจึงทำให้เดม่อนตามติดเคที่ทุกฝีก้าวจนกว่าแสงพลังนั้นจะหายไปเพื่อปกป้องคุ้มครองเธอจากการตามล่าของศัตรู เคที่ต้องรับมือการจากโจมตีของ Arum และเอาชีวิตเข้าไปช่วยเดม่อนเอาไว้ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยลบนิสัยกวนประสาทของเดม่อนไปได้

Arum ตนที่รอดชีวิตไล่ล่าเดม่อนและมุ่งหน้ามายังบ้านของดี เคที่ตัดสินใจใช้พลังของดีทำให้ตัวของเธอส่องแสงเพื่อล่อ Arum นั้นไปที่อื่น เคที่ต่อสู้จนเธอบาดเจ็บสาหัสแต่ในที่สุดเธอก็เอาชีวิตรอดกลับมาได้ เดม่อนช่วยชีวิตของเคที่เอาไว้โดยการกระทำบางอย่างที่ทำให้ทั้งสองผูกพันธ์เข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง

..................................................................................

เป็นนิยายที่ทำให้เรานึกถึงนิยายอีกหลายเรื่องที่ได้อ่านๆมา ทั้ง Twilight ที่ธีมดำเนินไปแบบเดียวกับเป๊ะๆตั้งแต่ต้นจนจบ หรือกระทั่ง I am number 4 ในเรื่องแอ็คชั่นไซไฟที่โครงเรื่องไลเลี่ยกันมา แต่เรื่องนี้กลับปูพื้นไม่แน่นเท่า แม้ว่า Obsidian จะต่อเสริมเติมแต่งต่อยอดจากนิยายทั้งสองเรื่องที่เรากล่าวมา แต่เราก็พบว่าความรู้สึกหลังอ่านนิยายเล่มนี้จบคือนิ่งมากๆ บอกไม่ได้ว่าชอบหรือเกลียดนั่นแน่ ออกจะกึ่งๆอยู่ระหว่างสองอย่างนั้นด้วยซ้ำมั้ง

การออกแบบคาแรคเตอร์ของนิยายเล่มนี้อย่างเคที่ เชื่อว่าถูกใจใครหลายๆคนที่ชอบอ่านหนังสือแน่นอน เพราะเธอคือ Blogger ที่ทำหน้าที่รีวิวหนังสือนิยายที่เธออ่าน และอยู่มาวันหนึ่งก็จับพลัดจับผลูไปเจอเพื่อนบ้านมาดแมนแฮนซั่มเข้า เธอก็ชักจะสงสัยว่าเขาอาจจะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา จนมีเหตุให้ค้นพบความจริงนั่นแหละ เธอถึงรู้ว่าเดม่อนเป็นอะไรกันแน่ แต่เราว่าถ้าจะนับจริงๆ เนื้อเรื่องมันเริ่มไปสนุกช่วง Chapter 20 เป็นต้นไปอ่ะ -*- ช่วง Chapter แรกๆ เฉยมาก มีบาง Chapter ที่น่าเบื่อเกินไปด้วยซ้ำเพราะมันไม่มีอะไรนอกจากบรรยายชีวิตวัยรุ่นไฮสคูลธรรมดาๆ

เราชอบการเล่าเรื่องที่ไม่สะดุดและต่อเนื่องไปตลอดทั้งเรื่อง แต่ความรู้สึกในเชิงลบกลับมีมากกว่าทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพระนางที่ดำเนินไปช้ามากๆ แทบจะจบเล่มแล้วทั้งคู่ยังไม่ได้แสดงความรู้สึกแบบที่อะไรที่ดูชัดเจนเลย  (นอกจากจะง๊องแง๊งตั้งแง่ไม่ยอมพูดกันเพราะความกวนประสาทของพระเอกนี่แหละ) ชอบให้คนอ่านมโนไปเองว่าทั้งคู่ต้องมีซัมติงอะไรกันแน่ๆ แต่พระเอกก็เก๊กหน้าเก่งมาก(ทั้งเรื่อง) หรือกระทั่งภัยคุกคามของเนื้อเรื่องที่แทบจะถอดแบบ Twilight มาทุกระเบียด ซึ่งเราคิดว่า Obsidian ทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำในบางมุม แต่เมื่อผนวกทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว เรากลับชอบความรู้สึกตอนอ่าน Twilight มากกว่า 

เราคิดว่าคงจะติดตามต่อไปนะ เพราะเรารู้สึกว่านิยายชุดนี้ต้องสนุกมากขึ้นไปเรื่อยๆแน่นอน ดูเหมือนอะไรๆเริ่มจะลงตัวและความรู้สึกของพระนางเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นมาบ้างแล้ว เรามีความเชื่อลึกๆว่าเล่มต่อๆไปต้องทำได้ดีกว่าเล่มแรกนี้แน่นอน

คะแนน 6.5/10

Oct 11, 2014

นิมิตแห่งเทวาและอสูร - Dreams of Gods & Monsters (Daughter of Smoke & Bone #3)



ชื่อเรื่อง นิมิตแห่งเทวาและอสูร
จากเรื่อง Dreams of Gods & Monsters
ผู้แต่ง เลย์นี เทย์เลอร์
ผู้แปล พรรษพร ชโลธร
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง
สำนักพิมพ์ แพรว

เรื่องย่อ

เมื่อกองทัพเทวาฝ่ายอธรรมล่วงล้ำเข้าไปในโลกมนุษย์ คารูว์ และ อาคีวา จึงต้องผนึกกำลังกองทัพของตน เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามนั้น ความหวังครั้งใหม่ก่อกำเนิดขึ้น...ความหวังเรื่องการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างสองเผ่าพันธุ์ แม้กระทั่งความหวังเรื่องความรัก แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า ยังมีภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่กว่ารอพวกเขาอยู่ที่อีกฟากของขอบฟ้า มนุษย์ เซราฟิม และไคเมรา ร่วมมือกันต่อสู้ ดิ้นรน และล้มตายในมหาสงคราม ที่จะทำลายเส้นแบ่งระหว่างศัตรูกับพันธมิตร ความดีกับความเลวลงโดยสิ้นเชิง

REVIEW

กาลครั้งหนึ่ง เทวาและปีศาจเอามือทาบหัวใจตน ... และเปิดฉากวันสิ้นโลก

เมื่อกองทัพเทวาฝ่ายชั่วร้ายเดินหน้าบุกโลกมนุษย์ อาคีวาและคารูว์จึงต้องร่วมมือกันภายใต้สถานการณ์อันไม่น่าไว้วางใจของแต่ละฝ่าย ความเป็นศัตรูกันของไคเมราและเทวาหยั่งรากลึกเกินกว่าจะเชื่อว่าทั้งคู่จะร่วมมือกันผนึกกองทัพต่อต้านจาเอล ภายใต้โฉมหน้าอันน่าสะพรึงของทิอาโกผู้นำของเหล่าไคเมรานั้นคือซิริ ชายหนุ่มที่หลงรักคารูว์และคาดหวังว่าทั้งสองจะมีอนาคตร่วมกันได้ แม้ว่านั่นจะเป็นความหวังลมๆแล้งๆแค่ไหนก็ตาม เมื่อความปราถนาระหว่างอาคีวาและคารูว์ยังลุกโพลงอยู่ทุกขณะจิต

หนทางที่มีคือความริบหรี่ที่จะเอาชนะสงครามครั้งนี้โดยสูญเสียเหล่ามวลมนุษย์ให้น้อยที่สุด คารูว์ทำหน้าที่ปลุกชีพกองทัพไคเมรา ในขณะที่อาคีวานั้นจมอยู่กับตัวเองเพื่อพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดในสงครามครั้งนี้ เมื่อทางออกเริ่มแจ่มชัดขึ้น คารูว์และอาคีวาจึงมีความหวังว่าทั้งคู่สามารถก้าวผ่านสงครามครั้งนี้ไปได้ ในขณะที่ทางฝั่งโลกมนุษย์เกิดความยุ่งเหยิงทั้งเรื่องการแถลงการณ์ของเหล่าเทวาซึ่งนำทัพโดยจาเอลว่าจะมีปีศาจบุกมาทำร้ายมนุษย์ และหลักฐานการมีอยู่ของอีกจักรวาลก็มีมากขึ้นไปอีกเมื่อมีการขุดพบศพของเหล่าไคเมราที่ถูกฝังเอาไว้

Oct 5, 2014

Tangled (Tangled #1)


ชื่อเรื่อง Tangled
ผู้แต่ง Emma Chase
โรมานซ์ ร่วมสมัย
สำนักพิมพ์ Omnific Publishing

เรื่องย่อ

Drew Evans is a winner. Handsome and arrogant, he makes multimillion dollar business deals and seduces New York’s most beautiful women with just a smile. He has loyal friends and an indulgent family. So why has he been shuttered in his apartment for seven days, miserable and depressed?

He’ll tell you he has the flu.

But we all know that’s not really true.

Katherine Brooks is brilliant, beautiful and ambitious. She refuses to let anything - or anyone - derail her path to success. When Kate is hired as the new associate at Drew’s father’s investment banking firm, every aspect of the dashing playboy’s life is thrown into a tailspin. The professional competition she brings is unnerving, his attraction to her is distracting, his failure to entice her into his bed is exasperating.

Then, just when Drew is on the cusp of having everything he wants, his overblown confidence threatens to ruin it all. Will he be able untangle his feelings of lust and tenderness, frustration and fulfillment? Will he rise to the most important challenge of his life?

Can Drew Evans win at love?

Tangled is not your mother’s romance novel. It is an outrageous, passionate, witty narrative about a man who knows a lot about women…just not as much as he thinks he knows. As he tells his story, Drew learns the one thing he never wanted in life, is the only thing he can’t live without.

REVIEW

ดรูว์ไม่นึกมาฝันมาก่อนว่าหญิงสาวที่เขาติดตาต้องใจในคืนสุดร้อนแรง จะเข้ามาทำงานในบริษัทของเขา ยิ่งไปกว่านั้นคือดรูว์ต้องการแม่สาวแคทเทอรีน บรู๊คส์คนนี้สุดใจขาดดิ้น จนกระทั่งเธอกลายมาเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งในที่ทำงานของเขานี่แหละ ดรูว์จึงต้องหาทางจัดการกับผู้หญิงคนนี้ ในเมื่อเธอกำลังจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของเขา แล้วยังจะมาแย่งลูกค้าคนสำคัญของดรูว์ไปอีก งานนี้ดรูว์จึงสู้สุดตัว มาทำงานตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง ค้นคว้าหนังสือที่มีทุกเล่มที่มีเพื่อเอาชนะเธอให้ได้

ผลปรากฏออกมาว่าทั้งดรูว์และเคทต้องเริ่มมือกันในงานชิ้นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือการที่ดรูว์ไม่สามารถละสายตาไปจากเคทได้ทั้งๆที่เธอมีคู่หมั้นแล้ว ดรูว์ออกโรงปกป้องเคทจนทั้งคู่ต้องยกเลิกข้อตกลงทางธุรกิจอันสำคัญครั้งนี้กับลูกค้า แต่ดรูว์ไม่นึกเสียใจเลยเมื่อเขากระทำสิ่งที่คิดว่าสมควรทำ หลังจากนั้นไม่นานเคทก็เลิกกับคู่หมั้นของเธอ สิ่งเดียวที่ดรูว์รู้คือ ... เคทกำลังเปิดโอกาสให้เขาแล้ว

ดรูว์พาเคทขึ้นเตียงเขาได้สำเร็จ เพราะนี่คือสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมานานจนกระทั่งดรูว์รู้ตัวว่าเขาหลงรักเคทเข้าให้แล้ว เขาหวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะราบรื่น แต่มันไม่เป็นแบบนั้นเมื่อแฟนเก่าของเคทกลับมาขอคืนดี ดรูว์จึงคิดว่าเคทกำลังจะทิ้งเขา เขาเลยตัดสินใจพูดคำร้ายๆใส่หน้าเคทไปเพื่อตัดเธอ ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่แย่ที่สุด พอดรูว์ตระหนักได้ว่าเขาต้องการเคทมาอยู่ในชีวิตของเขามากเพียงใด ดรูว์จึงลองคิดทุกอย่างใหม่ บางที ... เคทอาจจะไม่ได้กลับไปคืนดีกับแฟนเก่าอย่างที่เขาคิดก็เป็นไปได้

ดรูว์ขอโอกาสคืนดีกับเคทอีกครั้ง แต่เคทก็ไม่ใจอ่อนง่ายๆเอาเสียเลย ดังนั้นดรูว์จึงต้องงัดสารพัดวิธีออกมาเพื่อเอาชนะใจหญิงสาวให้ได้ แม้ว่าดรูว์จะลงทุนแค่ไหน ทั้งวงดนตรี ดอกไม้สวยๆ แม่ชี หรือกระทั่งคำสารภาพบนท้องฟ้าของเขา เคทก็ไม่คิดจะให้โอกาสเขาเลย ดรูว์จึงต้องงัดไม้ตายออกมา จนเคทยอมไปดินเนอร์กับเขา ที่นั่น ดรูว์ใช้มุขจากภาพยนตร์ The Notebook มาง้อเคทและทำให้เธอยอมคืนดีกับเขาในที่สุด ...

......................................................

จุดเด่นของนิยายเล่มนี้คือการเขียนที่โลดแล่นและมีความสดใหม่ ไม่แปลกที่หลายคนอ่านแล้วชอบ เพราะ Tangled เล่าผ่านมุมมองของ Playboy ตัวเอ้อย่างดรูว์ ความคิดของเขานั้นช่างจิกกัดและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน ผู้ชายที่มั่นใจแบบนี้มักจะมีมุมมองที่กว้างและเต็มไปด้วยสีสัน นั่นยังไม่รวมถึงความงี่เง่าของตัวพระเอกที่ทำเอาเราเกลียดไม่ลง เพราะทุกอย่างที่ดรูว์ทำลงไปนั้น คือสิ่งที่มนุษย์ผู้ชายทุกคนต้องเคยคิดหรือเคยทำลงไปกันแน่ๆ

อีกสิ่งหนึ่งทีเราขอชื่นชมนั่นก็คือ ผู้แต่งเป็นผู้หญิง แต่เขียนงานในมุมมองของผู้ชายออกมาได้ดีมากๆ อ่านๆไปก็เหมือนฟังเพื่อนผู้ชายในกลุ่มมานั่งเล่าเรื่องแฟนสาวของเขาให้ฟัง มันเจ๋งดีสำหรับไอเดียการเล่าเรื่องแบบนี้พร้อมด้วยมุขตลกๆที่หยอดมาเป็นระยะๆ  ซึ่งตอนแรกก็ตลกอยู่หรอกมันคือความสดใหม่ของเนื้อเรื่อง พอไปกลางๆท้ายๆเราก็เริ่มจะเฉยๆละ สงสัยชินกับแนวทางในการเล่าเรื่องของเอ็มม่าไปแล้ว

แต่ก็มีบางจุดในนิยายเล่มนี้ที่ดรอปๆลงไปบ้างซึ่งเราก็ไม่ได้มองว่ามันแย่อะไร แต่จุดที่เราคิดว่ารู้สึกขัดใจมากที่สุดก็คือ Bed Scene ตอนกลางเรื่องที่มันเฝือเหลือเกิน หนึ่งหรือสองครั้งนี่พอไหวนะ แต่นี่เล่นซะเยอะแยะมากมาย มาแบบคอมโบ้กันเลยทีเดียว ครบทุกท่าทุกกระบวนการ ปกติเราจะชอบอ่านเลิฟซีนกุ๊กกิ๊กระหว่างพระนางนะ แต่พอมาเจอเล่มนี้เนี่ย แอบเซงเบาๆว่าเมื่อไรจะจบแล้วเนื้อเรื่องจะได้เดินหน้าสักที คือเราว่าเอ็มม่าใส่มาถูกจังหวะก็จริง แต่เธอลากยาวเกินไปจนอาจทำให้ดูน่าเบื่อไปเลยถ้าระหว่าง Bed Scene นั้นเนื้อเรื่องไม่มีความคืบหน้าใดๆ

บอกตามตรงว่าแอบลุ้นตามดรูว์ตามง้อเคทตอนท้ายมากๆ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันจะต้อง HEA แน่นอน แต่ก็สงสารอีตาดรูว์นะ พยายามทุกวิถีทาง แต่ละวิธีก็น่ารักๆทั้งนั้น (คาดหวังว่าฉากง้อตอนสุดท้ายมันจะต้อง epic กว่านี้ แต่ไม่เป็นไร ได้แค่นี้ก็ดีเท่าไรแล้วสำหรับผู้ชายอย่างดรูว์ 555)

คะแนน 9/10

Oct 2, 2014

ปาฏิหาริย์แห่งอัคคี - Inferno (Chronicles of Nick #4)


ชื่อเรื่อง โครนิเคิลส์ออฟนิค ตอน ปาฏิหาริย์แห่งอัคคี
จากเรื่อง Inferno
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

สถานการณ์ยังคงคุกรุ่น ในขณะเดียวกัน ภัยคุกคามใหม่สำหรับมนุษยชาติก็อุบัติขึ้น...
นิคมีใบขับขี่แล้ว และเขาใช้มันอย่างไม่ลังเล แต่การย่างเข้าสู่อายุสิบหกไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ขณะที่เด็กผู้ชายในวัยเขาจะกังวลเรื่องการหาคู่ควงออกงานพร็อมและการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย นิคกลับมีศัตรูที่ดาหน้ากันเข้ามาเพื่อจบชีวิตเขา เขาไม่แน่ใจอีกต่อไปแล้วว่าจะไว้ใจใครได้บ้าง พันธมิตรเดียวที่มีอยู่ก็ไม่แน่นักว่าอาจจะเป็นคนปลิดชีพเขาเสียเอง แถมพวกที่ต้องการจะได้ตัวเขายังอัญเชิญพลังเก่าแก่โบราณที่แม้แต่เทพเจ้ายังหวาดกลัวเพื่อมาเล่นงานนิค เมื่อนิคเรียนรู้ที่จะบัญชาและควบคุมธาตุได้แล้ว ธาตุที่เขาต้องควบคุมให้ได้เพื่อที่จะต่อสู้กับศัตรูรายล่าสุดคือสิ่งที่อาจจะทำลายเขาได้มากที่สุด เพราะตามที่คำโบราณว่าไว้ เปลวไฟนั้นไร้ความปรานีโดยสิ้นเชิง...

REVIEW

นิค โกเชร์ จุดไฟเผาเพื่อนที่โรงเรียนโดยไม่ได้ตั้งใจ แถมเขายังมารู้ความรักว่าโคดี้ แฟนสาวของเขาตั้งใจจะฆ่าเขาอีก นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่นิคตกเป็นเป้าหมายจากการตามล่าของสิ่งมีชีวิตตั้งครึ่งค่อนจักราลอีกนะ ไหนจะเรื่องเสียงกระซิบแปลกๆที่เขาได้ยินอีก นิคจึงต้องพยายามหาทางจัดการมันก่อนที่ชีวิตของเขาจะสับสนวุ่นวายไปมากกว่านี้

นิคเลิกกับโคดี้และเปิดทางให้สาวอีกคนเข้ามาในชีวิตเขา ดังนั้นชีวิตของนิคจึงเปลี่ยนไปในทางที่เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะเป็นมาก่อน นอกจากนี้แล้ว ... กริมยังเข้ามาเป็นอาจารย์เคมีที่โรงเรียนของนิคด้วยเหตุผลบางอย่าง จนเมื่อเหตุการณ์วุ่นๆเกิดขึ้น นิคได้พบกับเพื่อนที่เคยทำร้ายเขาเป็นเหตุให้เขาได้เจอกับไคเรียนในตอนแรก เมื่อสบโอกาส ... จิตใต้สำนึกสั่งให้นิคสังหารเพื่อนของเขาซะ แต่โชคดีที่เขายั้งได้ทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปและเขาปล่อยให้พลังมาลาไคเข้าครอบงำตัวเขา

อดาเรียนแหกคุกมาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ดังนั้นหนทางเดียวที่นิคพอจะทำได้ก็คือขโมยพลังของพ่อเขามาซะก่อนที่พ่อของเขาจะได้พลังของนิคไปแล้วทำให้ทั้งโลกวุ่นวายมากขึ้นกว่าเดิม แต่แผนการณ์ของเขาถูกขัดขวาง เมื่อนิคถูกเฮลลักพาตัวไปยังอีกโลกหนึ่ง ซึ่งโชคดีที่นิคได้รับความช่วยเหลือจากซาวิดให้หลบหนีออกมาจากได้ แต่นั่นก็ทำให้นิคต้องผ่านบททดสอบจิตใจมากมายเหมือนกัน สุดท้ายแล้วนิคก็ต้องเอาตัวเข้าไปผูกติดกับซาวิดเหมือนที่ผูกกับคาเลบอย่างช่วยไม่ได้

นิค คาเลบ โคอี้ ร่วมมือกันเพื่อที่จะช่วยแม่ของนิคซึ่งถูกลักพาตัวไป แต่ใครจะรู้ว่าในขณะที่อดาเรียนชิงชังนิคสุดหัวใจ เขากลับรักแม่ของนิคหมดใจเช่นกัน อดาเรียนสละชีวิตของเขาเพื่อปกป้องหล่อน ดังนั้นพลังมาลาไคจากพ่อของเขาจึงถ่ายเทมาที่ตัวนิคจนหมด ถ้านิคไม่ได้น้ำยาผูกพลังช่วยเอาไว้ เขาก็ไม่รู้จะควบคุมพลังมาลาไคที่เพิ่งได้รับมายังไงเหมือนกัน

เบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องนี้ก็คือกริมที่วางแผนเอาไว้อย่างแนบเนียน ด้วยการตบตาเฮลเพื่อแลกเปลี่ยนโฮลเลอร์ให้เป็นทาสของนาง และทำให้อดาเรียนอ่อนแอลง เพื่อให้เฮลปล่อยซาวิด ซึ่งจะทำให้ซาเรลด้าแข็งแกร่งมากขึ้นในการผูกหัวใจนิคไว้กับหล่อน แต่แผนของกริมก็มาพังเสียก่อนเมื่อเฮลรู้ทันกลโกงของเขา เป็นผลให้นิคถูกเอลจับตัวไป เมื่อหล่อนรู้ว่าเขาเป็นมาลาไค

.......................................................................................................

งง งง งง (ง.งูล้านตัว) 1/3 ตอนท้ายเป็นอะไรที่เราขอบอกว่า 'หัวสมองเรารับกับรายละเอียดแทบไม่ไหว' มันถาโถมมาชนิดที่เรียกได้ว่า ... ไม่ได้เกรงใจกันเลยทีเดียว คือนอกจากจะมีเรื่องของ Dark Hunter เข้ามาเอี่ยวแล้ว เล่มนี้ยังมีเรื่องของ Hellchaser มาครอสโอเวอร์อีก ไหนจะความเป็นมาของมาลาไคที่มีรายละเอียดยิบย่อยชวนงง รวมถึงเรื่องของคาเล็บและซาวิดที่เป็นตัวละครที่น่าสนใจมากๆในเล่มนี้

เราต้องขอยอมรับว่าเชอร์ริลีนเขียนหนังสือเล่มนี้ได้สนุกกว่าเล่มที่ผ่านๆมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ความสนุกมักพ่วงมาด้วยความอิรุงตุงนังอย่างถึงขีดสุด หากคุณคิดว่าสามเล่มก่อนหน้านี้อิรุงตุงนังแล้ว มาเจอเล่มนี้สามเล่มก่อนหน้าจะกลายเป็นหนังสือนิทานก่อนนอนไปเลย ไม่ใช่แค่รายละเอียดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของเทพเจ้าที่ทำให้เรางงในเล่มนี้อย่างเดียว แต่มันรวมถึงการตัดฉากที่แวบไปแวบมา งงเหลือเกินว่าตกลงนี่ความจริงหรือภาพมายาหรือโลกอะไรก็ตามตามท้องเรื่อง

เราจับแนวทางในการเขียนของเชอร์ริลีนได้แล้ว คือ 2/3 ของเนื้อเรื่องจะอืดๆและช้ามากๆ แทบจะไม่มีประเด็นความสำคัญอะไรนอกเสียจากนิคฝึกใช้พลัง หรืออธิบายชีวิตประจำวันของนิคที่ซ้ำไปซ้ำมากับเล่มก่อนหน้า แต่ไคลแมกซ์ 1/3 ที่เหลือในตอนท้ายจะยิบย่อยไปด้วยรายละเอียดซึ่ง(บางครั้ง)ก็มากเกิน จนเราไม่แน่ใจเชอร์ริลีนลืมไปว่าต้องทำให้คนอ่านเข้าใจด้วยการปูพื้นเสียตั้งแต่ตอนแรกหรือเปล่า ? หรือว่าเชอร์ริลีนคาดเดาว่าผู้อ่านทุกคนที่อ่านงานของเธอต้องรู้ตำนานเทพเจ้าอยู่แล้ว ถึงใส่ๆๆๆๆเนื้อหาแบบไม่มียั้ง ?

บอกได้คำเดียวว่าตั้งตัวไม่ติดจริงๆกับนิยายเล่มนี้ ซึ่งเราเป็นคนที่อ่านนิยายค่อนข้างระเอียดและเก็บประเด็นได้เกือบครบทั้งหมด แต่ Inferno นี่เราขอยอมจำนน โดยเฉพาะตอนท้ายๆที่โหดร้ายทารุณกับเมมโมรี่ของเรามาก เพราะเราถึงกับ Error แล้วต้องเปลี่ยนการอ่านไปโฟกัสการแก้ไขปัญหาของนิคแทนที่จะเก็บรายละเอียดในส่วนของตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามาได้อย่างไม่หยุดหย่อน

และเราก็ได้ข้อสรุปว่า Chronicles of Nick เป็นนิยายที่ไม่น่าจัดอยู่ในหมวด Young Adult เป็นอย่างยิ่งเพราะนึกภาพเยาวชนมาอ่านนิยายเรื่องนี้ คงงงกันเป็นแถบว่าตัวละครตัวนี้เป็นใคร แล้วมีความสำคัญอะไรต่อเนื้อเรื่อง ไม่ต้องพูดถึงน้องๆหนูๆที่อายุไม่ถึง 18 และไม่ได้หยิบชุดพรานราตรีมาอ่าน จะไม่มีทางอ่านเล่มนี้เข้าใจอย่างแน่นอน ! เพราะด้วยพื้นฐานของหนังสือเล่มนี้ คุณต้องอ่านพรานราตรีมาได้ประมาณสิบเล่มถึงจะเก็ตรายละเอียดบางส่วน

เป็น YA ที่เนื้อเรื่องหนักจนไม่น่าจะเป็น YA เอาเสียเลย...

คะแนน 7.5/10

Oct 1, 2014

ศึกปิศาจเทร็กเซียน - Infamous (Chronicles of Nick #3)


ชื่อเรื่อง โครนิเคิลส์ออฟนิค ตอน ศึกปิศาจเทร็กเซียน
จากเรื่อง Infamous
ผู้แต่ง เชอริลีน แคนยอน
โรมานซ์ เหนือจริง
ผู้แปล จิตอุษา
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

เรื่องย่อ

ไปโรงเรียน ได้เกรดดี ๆ อยู่ให้ไกลจากปัญหา นั่นคือภารกิจของเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ แต่นิค โกเชร์ไม่ใช่วัยรุ่นธรรมดาทั่วไป เขาเป็นหนุ่มน้อยผู้มีชะตาชีวิตที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ และภารกิจแรกสุดของเขาคือมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ ในขณะที่คนอื่น ๆ...รวมทั้งพ่อของเขาเอง...พยายามที่จะฆ่าเขา

เขาเรียนรู้การกำจัดซอมบี้และการปลุกชีพคนตาย การมองเห็นอนาคต และการมองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นมองไม่เห็น ถ้าอย่างนั้นทำไมการหัดขับรถกับการมีแฟนถึงได้ยากนักล่ะ? แต่นั่นไม่ใช่ทักษะที่เขาต้องฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ ทักษะการเอาชีวิตรอดต่างหากที่เขาต้องฝึกฝน

นิคอยู่ในจุดที่หมิ่นเหม่ต่อการจะเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด... หรือไม่ก็ผู้ที่ทำให้โลกถึงกาลอวสาน เมื่อศัตรูทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่ามารวมพลกัน เขาจะต้องเรียกพลังทุกส่วนของตนออกมาต่อสู้ ไม่เช่นนั้นเขาจะสูญเสียทุกคนที่เขารักใคร่ไยดี...หรือแม้กระทั่งตัวเขาเอง...

REVIEW

นิค โกเชร์ เจอปัญหาใหม่เข้าแล้ว เมื่อเพื่อนๆที่โรงเรียนเขาถูกใครบางคนกลั่นแกล้ง ในขณะที่เขาต้องรับมือกับภัยคุกคามครั้งใหม่ เมื่ออดาเรียน พ่อแท้ๆของนิคพยายามวางแผนที่จะแย่งชิงพลังของเขา และทำให้ตนเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ไหนจะเรื่องเงาแปลกๆที่คอยตามตัวเขาอีกล่ะ เรื่องนี้ชักจะแย่ไปกันใหญ่แล้วสิ !

นิคตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีข่มขืน เขาถูกจับ แต่นั่นยังไม่หนักหนาเท่าก่อนหน้านั้น นิคถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เป็นผลให้เขาต้องลากตัวเองไปยังการต่อสู้ในอีกโลกหนึ่ง นิคใช้พลังมาลาไคของเขาเอาชนะศัตรูโดยที่ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆของเขา

สุดท้ายแล้ว ... นิคค้นพบว่าปีศาจเทร็กเซียนนี่เองที่ได้เข้าสิงเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งของเขาและปุกปั่นความแตกแยกระหว่างกัน โดยนิคตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายในเกมนี้ แต่ไม่ว่าจะยังไง ... ชะตากรรมอันโหดร้ายก็กำลังรอนิคอยู่เมื่อเขาจะต้องเป็นมาลาไคซึ่งครอบครองขุมพลังแห่งความชั่วร้าย แต่ก็ยังมีหวังลึกๆว่านิคอาจจะเป็นมาลาไคที่แตกต่างจากตนอื่นๆก่อนหน้านี้

.............................................................................

เล่มนี้สนุกกว่าเล่มที่แล้ว แต่เนื้อเรื่องตอนหลังๆนี่สิ อิรุงตุงนังกันไปหมด จนเราตามแทบจะไม่ทัน เดี๋ยวฟื้นเดี๋ยวสลบ จนเราชักจะงงๆว่าตกลงตอนนี้นิคอยู่ในโลกไหนกันแน่ !?

มีประเด็นหลายอย่างในเล่มนี้ที่น่าสนใจ สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างเด่นนั่นก็คือเรื่องของนิคกับแม่ของเขาที่เล่มนี้ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนออกมาได้ชัดเจนมากๆ และที่มาที่ไปของมาลาไคก็ตอบคำถามในสองเล่มก่อนหน้านี้ได้พอสมควร แม้ว่าจะยังไม่เคลียร์ 100% แต่ก็พอให้เราสามารถเดาทางได้ว่าแรงจูงใจของตัวละครแต่ละตัวไปในทิศทางไหน

เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านจบภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ด้วยความระทึกของเนื้อเรื่องที่ทิ้งระเบิดทางอารมณ์เป็นพักๆ อ่านแล้วเลยรู้สึกไม่เบื่อ แม้ว่าจะมีบางจุดที่ตามไม่ทันอยู่บ้างก็ตาม สไตล์การเขียนของเชอร์ริลีนที่โลดแล่นอย่างรวดเร็วต่างจาก Dark Hunter มากๆ ซึ่งเราสงสัยว่าสไตล์การเขียนชุดโครนิเคิลส์ออฟนิคนี่ เหมาะกับกลุ่มผู้อ่าน Young Adult จริงๆน่ะหรือ ?

คะแนน 8/10