Showing posts with label Classics. Show all posts
Showing posts with label Classics. Show all posts

Jan 15, 2016

The Silver Chair (Chronicles of Narnia #6)



ชื่อเรื่อง The Silver Chair
จากชุด Chronicles of Narnia
ผู้แต่ง C.S. Lewis
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

Through dangers untold and caverns deep and dark, a noble band of friends is sent to rescue a prince held captive. But their mission to Underland brings them face-to-face with an evil more beautiful and more deadly than they ever expected.

The Silver Chair is the sixth book in C. S. Lewis's classic fantasy series. For over sixty years, it has been drawing readers of all ages into a magical land where giants wreak havoc and enchantment rules. This is a complete stand-alone read, but if you want to discover what happens in the final days of Narnia, read The Last Battle, the seventh and concluding book in The Chronicles of Narnia.

   
 
REVIEW

ยูสตาซและจิลเดินทางกลับมายังนาร์เนีย ในขณะที่ยูสตาซตกหน้าผาแต่ได้รับความช่วยเหลือจากอัซลาน จิลก็ได้มอบหมายภารกิจให้ตามหาเจ้าชายริเลียนที่หายสาบสูญไปและให้จิลท่องจำสัญญาณทั้ง 4 ประการ ยูสตาซและจิลได้มาพบกับพัดเดิลกลัม ทั้งสามได้ร่วมเดินทางผ่านหุบเขาและไปยังเมืองของยักษ์ แต่เมื่อจิลจำสัญญาณทั้ง 3 ที่เธอหลงลืมไปได้ เธอก็พบว่าเธอต้องย้อนกลับไปยังเมืองที่ถูกทำลายจนย่อยยับที่พวกเธอผ่านมาก่อนหน้านี้ ประจวบเหมาะกับที่เด็กๆรู้ว่ายักษ์ตั้งใจจะจับพวกเขากิน ดังนั้นจิล ยูสตาสและพัดเดิลกลัมจึงหนีออกมาเมืองยักษ์และเดินทางสู่เมืองที่ซ่อนอยู่ใต้พิภพ

Jul 30, 2015

The Voyage of the Dawn Treader (Chronicles of Narnia #5)


ชื่อเรื่อง The Voyage of the Dawn Treader
จากชุด Chronicles of Narnia
ผู้แต่ง C.S. Lewis
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

Lucy, Edmund, and their cousin Eustace, are magically transported onto the ship, Dawn Treader, where King Caspian is searching for the seven lost friends of his father. On the voyage, the children meet many fantastical creatures, including the great Aslan himself.

REVIEW

ลูซี่ เอ็ดมันด์รวมทั้งยูสตาซได้เดินทางผ่านภาพวาดในห้องไปสู่ท้องทะเลแห่งนาร์เนีย พวกเขาได้พบกับเจ้าชายแคมเปียนที่กำลังล่องเรือเพื่อค้นหาขุนนางที่หายตัวไป และแคสเปียนได้ช่วยลูซี่ เอ็ดมันด์และยูสตาซมาจากพ่อค้าทาสได้อย่างหวุดหวิด และได้ล่องเรือต่อไปเพื่อต่อสู้กับอสุรกายแห่งท้องทะเล รวมไปถึงเกาะที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น ลูซี่จึงต้องเดินทางเข้าไปยังคฤหาสน์ของจอมขมังเวทย์เพื่ออ่านตำราเวทย์ที่ทิ้งเอาไว้ ที่นั่นลูซี่ได้พบกับอัสลานอีกครั้ง

หลังจากเดินทางมาจากเกาะนั้นแล้ว เรือดอว์น เทรดเดอร์ ได้ล่องไปจนถึงบริเวณที่ถูกความมืดมิดปกคลุม และแคสเปียนได้ช่วยลอร์ดคนนึงมาจากที่นั่นได้สำเร็จ ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางต่อไปอีกเกาะและได้พบกับลอร์ดอีกสามคนที่กำลังหลับไหลภายใต้มนตร์สะกด แคสเปียน เอ็ดมันด์ ลูซี่ ยูสตาซและรีพีชิ้พได้พบกับดวงดาวที่ไม่อาจโชนแสงได้ รวมถึงได้รู้วิธีที่จะได้ช่วยเหลือลอร์ดทั้งสามให้ตื่นขึ้นมา พวกเขาต้องเดินทางไปยังสุดขอบโลกทางตะวันออกและต้องทิ้งคนใดคนนึงไว้ทีนั่น โดยรีพีชิ้พเป็นผู้อาสาที่ว่านี้ เมื่อเดินทางไปถึงสุดขอบโลก ลูซี่ เอ็ดมันด์และยูสตาซได้พบกับอัสลานอีกครั้ง เขาบอกว่าลูซี่กับเอ็ดมันด์จะไม่ได้กลับมาที่นาร์เนียอีกครั้ง และอัลสานได้พาพวกเขากลับบ้านอย่างปลอดภัย ในขณะที่แคสเปียนได้ล่องเรือกลับเพื่อไปปกครองนาร์เนีย...

......................................

ช่วงแรกๆของหนังสือเราใช้เวลาอ่าน 7 วัน พอช่วงหลังเริ่มสนุกขึ้น เลยอ่านรวดเดียวจบ ... เล่มนี้จะเล่าถึงการล่องเรือของเจ้าชายแคสเปียนเพื่อตามหาลอร์ดทั้งเจ็ดที่หายตัวไป ถือว่าเป็นหนังสือที่อ่านได้เพลินๆ เราชอบช่วงที่ลูซี่เดินเข้าไปในบ้านเพื่ออ่านตำราเวทย์มากสุดละ แล้วตอนท้ายแคสเปียนเดินทางไปถึงเกาะที่ลอร์ดสามคนนอนหลับอยู่นี่ทำให้เรานึกถึง The Last Supper ขึ้นมาเลย คือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เอาไบเบิลสอดแทรกเข้ามาได้อย่างลงตัว ไม่ได้รู้สึกว่ามันโดดขึ้นมาจนเว่อร์เหมือนกับเล่มก่อนๆ

เล่มนี้เราว่าบรรยากาศกลับไปคล้ายๆกับเล่ม The Lion, the Witch, and the Wardrobe บ้างละ คือมันมีเสน่ห์ของการเล่าเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับฟังนิทานก่อนนอน สบายๆ เพลินๆ

คะแนน 8/10

May 22, 2015

Prince Caspian (Chronicles of Narnia #4)


ชื่อเรื่อง Prince Caspian
จากชุด Chronicles of Narnia
ผู้แต่ง C.S. Lewis
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

Troubled times have come to Narnia as it is gripped by civil war. Prince Caspian is forced to blow The Great Horn of Narnia, summoning the help of past heroes, Peter, Susan, Edmund, and Lucy. Now they must overthrow Caspian's uncle, King Miraz, to restore peace to Narnia.

REVIEW

เจ้าชายแคสเปียนเชื่อว่าชาวนาร์เนียมีอยู่จริง จนเมื่อเขาออกเดินทางเพื่อหลบหนีจากลุงทรราชย์ของเขาที่ต้องการฆ่าแคสเปียนเพื่อให้ราชสมบัติตกมาเป็นลูกชายของตัวเอง แคสเปียนได้พบกับสัตว์พูดได้และได้รวบรวมกองทัพเพื่อเตรียมรบกับคิงไมราซ เมื่อข้าศึกบุกประชิดเข้ามาทุกที เจ้าชายแคสเปียนจึงเป่าเขาสัตว์เพื่อขอความช่วยเหลือตามที่ชาวนาร์เนียได้กล่าวเอาไว้

ปีเตอร์ ซูซาน เอ็ดมันด์และลูซี่ถูกดึงกลับเข้าสู่โลกของนาร์เนียอีกครั้ง สิ่งแรกที่เด็กๆได้พบคือซากปรักหักพังของแคร์พาราเวล ดินแดนที่พวกเขาเคยปกครอง เด็กทั้งสี่ต้องเดินทางไปยังแท่นหินของอัสลานเพื่อไปเสริมกำลังทัพให้แก่แคสเปียนที่กำลังรับมือกับไมราซ เมื่อปีเตอร์ยื่นข้อเสนอแก่คิงไมราซว่าเขาจะท้ารบตัวต่อตัวสำหรับศึกครั้งนี้ คิงไมราซรับข้อเสนอและพ่ายแพ้ให้แก่ปีเตอร์ แคสเปียนได้ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปของนาร์เนีย ในขณะที่ปีเตอร์ ซูซาน เอ็ดมันด์และลูซี่ต้องเดินทางกลับลอนดอนผ่านทางประตูที่อัสลานได้สร้างเอาไว้ นอกจากนั้นอัสลานยังบอกกับปีเตอร์และซูซานว่าทั้งสองจะไม่ได้กลับมายังนาร์เนียอีกแล้วด้วยอายุที่มากเกินไปของพวกเขา

...................................................

รู้สึกว่าลูอิสใส่ความหมายเชิงสัญลักษณ์ไว้ในนิยายเล่มนี้ค่อนข้างเยอะ ด้วยความที่เราไม่เคยอ่านไบเบิล ก็พอรู้บ้างว่าอัสลานคือ God ผู้ก่อกำเนิดและปกครองทุกสรรพสิ่งในนาร์เนีย แต่เล่มนี้เราตลกตอนท้ายๆอ่ะที่อัสลานเดินผ่านไปที่ไหนผู้คนก็ร้องรำทำเพลง แฮปปี้มีความสุข หายจากโรคภัย ส่วนตัวเราคิดว่าตอนท้ายค่อนข้างจะลวกไปหน่อย สำหรับนิยายที่ปูทางมาแบบเรื่อยๆตลอดทั้งเล่ม ถึงตอนนี้นี่เหมือนกับการ์ตูนที่พอเพลงขึ้นและต้นไม้งอกงาม ดอกไม้บานสะพรั่ง ซึ่งเราว่ามันม่ายยยช่ายยยยยแล้ว ความขลังมันหายเกลี้ยงเลยอ่ะ

เราชอบช่วงแรกมากกว่าช่วงหลังมาก ตอนที่ปีเตอร์ ซูซาน เอ็ดมันด์ ลูซี่ เดินทางกลับมานาร์เนีย เรารู้สึกว่าบรรยากาศมันกลับไปเป็นเหมือนกับเล่มตู้เสื้อผ้า แต่พอช่วงกลางๆ...เนื้อเรื่องเริ่มดรอปลง เราไม่แน่ใจถึงสาเหตุว่าทำไมทีแรกลูซี่ถึงเห็นอัสลานแค่คนเดียวก่อนที่คนอื่นจะเห็น แต่ถ้าจะให้ลองตีความหมาย เราว่าต้องเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพระเจ้าที่ลูซี่(ซึ่งเด็กสุด)ยังมีความเชื่อตรงนั้นอยู่ในขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวังและเริ่มจะเชื่อว่าไม่มีปาฎิหาริย์อยู่จริง

เป็นเล่มที่ความชอบอยู่กลางๆเหมือนกับเล่มที่แล้วอ่ะ มีช่วงที่สนุกและน่าเบื่อสลับๆกันไป มนต์สะกดที่มีในช่วงเล่มแรกเล่มทยอยหายไป กลายเป็นการใส่ความเชื่อทางศาสนาเข้ามาแทน ถ้าเป็นคริสเตียนน่าจะอ่านสนุกกว่านี้ แต่นี่เราก็พยายามเปิดใจรับนะ...แต่พอเปิดใจปุ๊บก็เริ่มง่วง หนักตาเริ่มตก ทะลึ่งพรวดขึ้นมาเพราะคินเดิลตกใส่หน้า เลยอ่านต่อยาวๆจนจบ 555 สงสัยในหนังสือไม่มีฉากรบฟันกระบี่กระบองอิโล้งโช้งเช้งละมั้ง เลยทำให้ง่วง

ปล.เอ็ดมันด์เล่มนี้เป็นคนดีแล้วเท่ห์ชะมัด 

คะแนน 7.5/10

May 21, 2015

The Horse and His Boy (Chronicles of Narnia #3)


ชื่อเรื่อง The Horse and His Boy
จากชุด Chronicles of Narnia
ผู้แต่ง C.S. Lewis
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

Shasta escapes from the land of Calormen with a Narnian warhorse, Bree. Along with Aravis and her horse Hwin, they uncover a Calormene plot to conquer Narnia and must find a way to save Narnia and its people.

REVIEW

ชาสต้าเป็นเด็กชายที่หลบหนีออกจากบ้านพร้อมกับบรี...ม้าที่พูดได้ ชาสต้าต้องการเดินทางไปยังดินแดนแห่งนาร์เนีย ระหว่างทางเขาได้พบกับอราวิสและพาเธอเดินทางไปด้วยกัน ทั้งคู่เดินทางไปถึงเมืองๆหนึ่ง ชาสต้าได้พบกับราชันย์เอ็ดมันย์และราชินีซูซาน หลังจากนั้นอราวิสก็ได้ล่วงรู้ถึงแผนการณ์อันชั่วร้ายของเจ้าชายราบาดาชที่ต้องการพิชิตนาเนียและต้องการเอาชนะใจราชินีซูซาน

ชาสต้าและอราวิสจึงควบม้ามาผ่านทะเลทรายเพื่อมาเตือนให้ราชาสามารถรับมือกับกองทัพของราบาดาชได้ทันท่วงที เมื่อพวกเขาใกล้ถึงนาร์เนีย ชาสต้าได้พบกับอัสลานและได้รับคำชี้แนะ เมื่อเขาเข้าสู่ศึกกับเอ็ดมันด์และลูซี่ นาร์เนียเป็นฝ่ายชนะ และชาสต้าก็ค้นพบความจริงว่าเขาเป็นพี่น้องฝาแฝดกับเจ้าชายแห่งอาร์เคนแลนด์ และชาสต้าก็ได้เป็นพระราชาองค์ต่อไป...ส่วนราบาดาชที่ไม่สำนึกในความผิดของตนถูกอัสลานสาปให้กลายเป็นลา และไม่สามารถที่จะย่างกรายออกจากเมืองของตัวเองไประรานใครได้อีกต่อไป

................................................................

หลังจากอ่านเล่มที่แล้วจบไป พอมาอ่านเล่มนี้รู้สึกดรอปลงไปนิด ตอนจบดูตลกขบขันราวกับนิทานอีสป ว๊อยซ์ในการเล่าเรื่องดูขลังน้อยลง แต่คงเป็นเพราะว่าโทนการผจญภัยในเรื่องที่เรียบเป็นเส้นตรง ไม่ได้น่าตื่นตาตื่นใจ อีพิคเหมือนกับเล่มที่แล้ว อ่านไปได้ครึ่งเล่มนี่ก็นั่งหลับสัปหงกโยกเยกไปได้เหมือนกัน หนังสือบางๆไม่ได้หนาอะไร แต่เราใช้เวลาอ่านทั้งวันเลย ปกติถ้าสนุกๆนี่สองชั่วโมงก็จบแล้ว คงเป็นเพราะบทสนทนาตอนกลางๆเรื่องมันยืดยาวเกินไปหน่อยนะเราว่า ถ้าเน้นความกระชับ คงจะดีกว่านี้ ยังไงฝีมือการเล่าเรื่องของลูอิสเป็นเอกลักษณ์ที่น้อยคนจะเลียนแบบได้

เรารู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าเล่มนี้มีการใช้คำโบราณเยอะพอสมควร บางคำนี่ unseen มาเลย พอถึงประโยคสนทนานี่ต้องรีบตั้งสติ เข้าใจว่าตัวละครเป็นมุสลิมโพกหัวนุ่งส่าหรี ฟังตัวละครตอบโต้กันบางทีก็หนักใจเบาๆนะ ... O enlightened Prince , O loquacious Vizier , O my resourceful son , O eternal Tisroc , O impeccable Tisroc จะ O โอ้ ! เยอะไปไหนละจ๊ะนายจ๋า อิชั้นแทบจะเปิดเพลงจีนี่จ๋าแล้วฮัลเลวองก้าตามแล้วนะ...

สนุกนะ ... แต่สนุกแบบง่วงๆอ่ะ ไม่ค่อยบ้าพลังสมบุกสมบันอ่านให้จบเหมือนเล่มที่แล้ว อาจจะเป็นเพราะเปลี่ยนตัวเอกสี่พี่น้องหรือ ... ก็ไม่น่าใช่ ! เพราะเล่มแรกเป็นเด็กสองคน เรายังอ่านได้เลย ...  หรืออาจจะเป็นเพราะตัวละครระแวดระวังกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ดูไม่มี unity ใกล้จะจบแล้วยังตัวใครตัวมันกันอยู่เลย อืม...คงเพราะสาเหตุนี้แหละที่ทำให้ไม่ว่าจะจับตรงไหน ตรงนั้นก็ดูห้วนๆไปหมด

(นี่นั่งพิมพ์รีวิวไปตาก็ปรือๆไป หนังสือเล่มนี้เป็นยากล่อมประสาทชั้นดีเลยนะ 555)

คะแนน 7.5/10

May 20, 2015

The Lion, the Witch and the Wardrobe (Chronicles of Narnia #2)


ชื่อเรื่อง The Lion, the Witch and the Wardrobe
จากชุด Chronicles of Narnia
ผู้แต่ง C.S. Lewis
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

Peter, Susan, Edmund, and Lucy find their way through an old wardrobe into the world of Narnia. There, they unite with Aslan to fight the White Witch and save Narnia from perpetual Darkness.

REVIEW

ปีเตอร์ ซูซาน เอ็ดมันด์ ลูซี่ ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ พี่น้องทั้งสี่ค้นพบความลับภายในบ้าน ก่อนที่ลูซี่จะเจอกับตู้เสื้อผ้าที่นำพาเธอสู่โลกที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เมื่อเด็กๆทั้งสี่ได้ก้าวเข้าสู่โลกของนาร์เนีย พวกเขาก็ต้องพบกับแม่มดที่สาปให้ดินแดนแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น จนกระทั่งคำพยากรณ์ที่บอกว่าบุตรแห่งอดัมกับอีฟจะปัดเป่าความหนาวเย็นทิ้งไป และอัสลานกำลังจะกลับมา นั่นทำให้แม่มดต้องรีบหาพวกโดยหล่อนล่อลวงเอ็ดมันด์ให้ทรยศพี่น้องของเขาเอง และใช้เอ็ดมันด์เป็นกุญแจที่จะทำให้หล่อนสามารถทำล้ายเด็กๆพวกนี้ก่อนที่คำพยากรณ์จะกลายเป็นจริง

อัสลานใช้ตัวเขาแลกกับอิสรภาพของเอ็ดมันต์จากแม่มด นั่นทำให้เขาเสียสละตัวเอง แต่เมื่อเวทมนตร์ที่อยู่ลึกกว่านั้นทำให้อัสลานกลับมาชีวิตอีกครั้งและปลุกชีพสิ่งมีชีวิตที่ถูกสาปเป็นหินทั้งหมด นำพวกเขาเข้าสู่ศึกระหว่างความดีและความชั่ว ในที่สุดแม่มดก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ปีเตอร์ ซูซาน เอ็ดมันด์ และลูซี่ได้ครองบัลลังก์แห่งแคร์พาราเวล จนกระทั่งถึงวันที่พวกเขาเติบใหญ่และกลับไปยังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง เสาไฟที่ส่องแสงทำให้พวกเขานึกอะไรบางอย่างออกและก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกับเพื่อที่จะค้นพบว่าตัวเองได้กลับออกมาจากตู้เสื้อผ้าอีกครั้งในเวลาที่ไล่เลี่ยกับที่พวกเขาได้เข้าตู้เสื้อผ้าสู่การผจญภัยอันยิ่งใหญ่

................................................................

คือไม่รู้จะหักคะแนนตรงไหน เพอร์เฟ็คไปหมดซะทุกอย่าง เนื้อเรื่องยังกับขนมหวาน อ่านไปยิ้มไป ละมุนเป็นที่สุด ไม่รู้สิ ! การเล่าเรื่องลูอิสใช้ภาษาง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก แต่อาจจะเป็นเพราะผู้แต่งเค้าใส่ความคิดและคำพูดของเค้าลงไปในหนังสือด้วย เลยทำให้มันออกมาดูจับต้องได้ ดูน่าค้นหา ฉากที่บรรยายทุ่งหญ้าป่าเขาปกติเราจะเบื่อนะ แต่นี่เหมือนนั่งฟัง Audiobook แล้วมีคนมากระซิบข้างหูให้ฟังเลยอ่ะ ละเมียดละไมดีจริงๆ

คิดว่าถ้าไม่เคยดูหนังมาก่อนคงอินมากแน่ๆ แต่ตอนเด็กๆเราดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่จำความได้ ดูซ้ำไปซ้ำมาจนจำได้ทุกรายละเอียด ทำให้ความสดใหม่ในการรับสารตรงนี้มันหายไปเมื่อมาอ่านหนังสือ (คิดว่าถ้าอ่านหนังสือก่อนดูหนังคงฟินเว่อร์ๆแน่ๆ) แต่เนื่องด้วยตอนนั้นกระแสแฮร์รี่ก็กำลังมาละมั้ง เลยทำให้เราไม่ได้สนใจที่จะอ่านหนังสือเรื่องนี้เท่าไร พอโตแล้วกลับมาอ่าน คิดว่าความประทับใจในวัยเด็กคงต้องหายไป เอาจริงๆมันไม่หายนะ มันยังอยู่ในตัวเรานี่แหละ และหนังสือเล่มนี้ก็ดึงความรู้สึกนั้นของเรากลับมาได้จริงๆ

เนื้อเรื่องเป็นการผจญภัยที่เรียบง่าย และเต็มไปด้วยไคลแมกซ์เกือบจะในทุกจุด เราชอบฉากที่หนูมาช่วยกัดเชือกเพื่อปลดปล่อยอัสลานมากๆ ตอนดูหนังฉากนี้ก็ประทับใจ มาอ่านหนังสือก็เผลอยิ้มออกมาเลย อิ่มเอมใจมากๆ

คะแนน 10/10

The Magician's Nephew (Chronicles of Narnia #1)


ชื่อเรื่อง The Magician's Nephew
จากชุด Chronicles of Narnia
ผู้แต่ง C.S. Lewis
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ HarperCollins

เรื่องย่อ

Digory and Polly discover a secret passage that links their houses, and are tricked into vanishing out of this world and into the World of Charn, where they wake up the evil Queen Jadis. There, they witness the creation of the Land of Narnia, as it is sung into being by the Great Lion, Aslan.

REVIEW

พอลลี่กับดิกกอรี่เป็นเพื่อนบ้านกัน จนกระทั่งวันหนึ่งพอลลี่ค้นพบทางลับในบ้านของเธอ เธอจึงชวนดิกกอรี่มาช่วยสำรวจสิ่งที่เธอเพิ่งค้นพบ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าวินาทีที่เธอได้เหยียบย่างสู่เส้นทางนั้น ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนผันไปตลอดกาล ด้วยแหวนวิเศษที่พาเด็กทั้งสองเดินทางไปยังอีกโลกหนึ่งที่รอพวกเขาอยู่ ที่นั่นทั้งพอลลี่และดิกกอรี่ได้พบกับแม่มดที่ทั้งคู่เผลอพาติดกับมายังโลกปัจจุบันด้วย นั่นทำให้ทั้งบ้านโกลาหลวุ่นวายกันใหญ่ เมื่อเด็กทั้งสองวางแผนที่จะนำแม่มดกลับไปยังโลกเดิมของเธอ ใครจะรู้ว่านั่นจะทำให้พวกเขาเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่คาดว่าจะมีอยู่จริงๆ พวกเขาได้เห็นการกำเนิดของโลกใบใหม่ที่มีชื่อว่า...นาร์เนีย... ภายใต้อำนาจของอัสลาน สิงโตผู้ยิ่งใหญ่

ดิกกอรี่ต้องการที่จะหายาเพื่อรักษาแม่เขาที่กำลังป่วยได้เดินทางตามคำสั่งของอัสลาน ดิกกอรี่ได้เดินทางมาถึงสวนของแอปเปิ้ลแห่งความเยาว์วัยและได้พบกับแม่มดผู้ชั่วร้ายที่กำลังรอเขาอยู่ แม่มดยั่วยวนให้ดิกกอรี่จมสู่ความปราถนาที่จะได้ลิ้มลองแอปเปิ้ลในกระเป๋าของเขาแทนที่จะนำมันกลับไปให้อัสลานเมื่อดิกกอรี่ไม่จำนนต่อแม่มด เขาได้นำแอปเปิ้ลกลับมาให้อัสลานและหว่านเมล็ดพันธุ์จนงอกงามเป็นเกราะป้องกันนาร์เนียจากความชั่วร้ายทั้งปวง รวมถึงแม่มดตนนั้นด้วย

อัสลานได้มอบแอปเปิ้ลแก่ดิกกอรี่มาผลนึงเพื่อรักษาแม่ของเขา หลังจากแม่ของเขาหายดี ดิกกอรี่ได้ฝังส่วนที่เหลือของแอปเปิ้ลนั้นเอาไว้ จนมันโตมากลายเป็นต้นแอปเปิ้ลธรรมดาๆต้นหนึ่ง แต่ใครจะรู้ล่ะว่า...ในไม่ช้าต้นแอปเปิ้ลต้นนั้นจะถูกนำไปทำตู้เสื้อผ้าที่จะนำพาเด็กอีกกลุ่มไปสู่โลกแห่งนาร์เนีย...

............................................

หยิบขึ้นมาอ่านด้วยความรู้สึกที่ว่าต้องเบื่อ ต้องง่วงๆแน่ เพราะนี่เป็นวรรณกรรมคลาสสิคที่แฝงไปด้วยคำสอนทางศาสนามากมาย แต่ที่ไหนได้...แค่หน้าแรกก็ดูดเรากลับไปยังวันวานเก่าๆที่คุณยายนั่งอ่านหนังสือนิทานให้ฟังในวันที่ฝนตกปรอยๆ(ความรู้สึกเรามันเป็นแบบนั้นจริงๆนะ) เราชอบเสียงในการเล่าเรื่องของลูอิสมากๆ มันคลาสสิค มันชัดเจน มันทำให้เราคล้ายๆว่ามองทั้งองค์รวมของเรื่องผ่านมุมกล้องที่ค่อยๆแพนแล้วขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เราว่ามันเจ๋งนะ...เพราะไม่คิดว่าแค่ตัวอักษรมาเรียงๆกันจะทำให้เรารู้สึกได้มากมายขนาดนี้

The Magician's Nephew แฝงไปด้วยคำสอนทางศาสนาคริสต์ ที่เราว่ามันชัดเจนมากๆเลยนะ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนศาสนาอื่นมาอ่านแล้วจะไม่สนุกนะ ทุกเรื่องราวมีคติสอนใจในตัวของมันแล้วแต่คนเลือกที่จะมอง ตลอดเวลาที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้ ทำให้เรานึกถึงเรื่องสวนแห่งอีเดนในไบเบิลมากๆ หรือจะเรียกว่าเป็นเรื่องเดียวกันเลยก็ได้นะ เพราะมันเหมือนกันเป๊ะเลย 555

สำหรับเล่มนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของนาร์เนียทั้งหมด ว่ามีที่มาจากไหน และที่สำคัญคือตู้เสื้อผ้านั้นมาจากไหน ซึ่งเราแนะนำให้อ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรกนะ เนื้อเรื่องสนุกมาก อ่านเพลิน ให้อารมณ์เหมือนอ่านนิทานก่อนนอนเลย คลาสสิคแต่ก็ไม่ตกยุคสมัยนะ เกินคาดจริงๆหนังสือเล่มนี้

“Son of Adam,” said Aslan, “you have sown well. And you, Narnians, let it be your first care to guard this Tree, for it is your Shield. The Witch of whom I told you has fled far away into the North of the world; she will live on there, growing stronger in dark Magic. But while that Tree flourishes she will never come down into Narnia. She dare not come within a hundred miles of the Tree, for its smell, which is joy and life and health to you, is death and horror and despair to her.”
คะแนน 8.5/10