Showing posts with label The Kane Chronicles. Show all posts
Showing posts with label The Kane Chronicles. Show all posts

Jun 27, 2015

Percy Jackson & Kane Chronicles Crossover

The Son of Sobek (Percy Jackson & Kane Chronicles Crossover #1)


เรื่องย่อ

Carter Kane is investigating rumored sightings of a monster on Long Island when he runs into something else: a mysterious boy named Percy Jackson. And their meeting isn't exactly friendly.

REVIEW

คาร์เตอร์ เคนไปตามหาสัตว์ประหลาดที่อาละวาดอยู่ ณ ตอนนี้ และได้พบว่ามันคือจระเข้ที่อาจจะเป็นบุตรของโซเบ็ก และนั่นทำให้เขาโดนจระเข้กลืนเข้าไป โชคดีที่เพอร์ซีย์ แจ็คสันมาช่วยเขาไว้ ท่ามกลางความกังขาที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ระหว่างตำนานกรีกโรมันและอียิปต์ คาร์เตอร์และเพอร์ซีย์จึงต้องรวมพลังกันเพื่อเอาชนะจระเข้ตัวนี้ให้ได้

.....................................

เหตุการณ์จะเกิดขึ้นหลังจากที่ The Kane Chronicles จบทั้ง 3 เล่มแล้ว แต่อ่านก่อนก็ได้ไม่ว่ากัน แต่จะมีจุดที่สปอยล์เล็กๆน้อยๆอยู่สองสามจุด ถ้ามองข้ามๆไปก็โอเคแหละ คาร์เตอร์กับเพอร์ซีย์ดูไปดูมาบุคลิกคล้ายกันอยู่นะ แต่เรารู้สึกว่าคาร์เตอร์จะอีโก้สูงกว่าเพอร์ซีย์นิดนึง เนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรมาก ... เป็นการครอสโอเวอร์กันระหว่างกรีกโรมันและอียิปต์ ต่างคนต่างไม่กล้าเล่าความลับฝ่ายของตนให้ฟัง เพราะเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ มีใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์จระเข้ครั้งนี้แน่ๆ อ่านได้เรื่อยๆ สนุกดี ไม่ได้สะเทือนใจอะไรมากมายนัก ถือว่าเป็นบทส่งท้าย The Kane Chronicles แบบยาวๆไปละกัน ^.^

คะแนน 7.5/10




The Staff of Serapis (Percy Jackson & Kane Chronicles Crossover #2)


เรื่องย่อ

In this adventure, Annabeth encounters more oddities in the subway than usual, including a two-headed monster and a younger blond girl who reminds her a little of herself. This is the story fans have asked for, in which Annabeth Chase teams up with Sadie Kane. The demigod daughter of Athena and the young magician from Brooklyn House take on a larger-than-life foe from the ancient world. Perhaps even more disturbing than the power-hungry god they encounter is the revelation that he is being controlled by someone—someone all too familiar to Sadie.

REVIEW

แอนนาเบ็ธและเซดี้มาพบกันในภารกิจปราบเซราพิสซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างการเอาเทพกรีกและอียิปต์ เมื่ออาวุธแต่ละส่วนของเซราพิสซึ่งมีส่วนหัวเป็นสิงโต หมาป่าและสุนัขกำลังหาทางมารวมกัน เซดี้และแอนนาเบ็ธจึงต้องยับยั้งไม่ให้อาวุธนั้นรวมตัวได้ แต่สายเกินไปเมื่อเซราพิสกลับคืนมาอย่างองอาจ ภายใต้แผนการณ์ของเซตเน่ที่ต้องการตามหามงกุฏแห่งปโตเลมี เซดี้และแอนนาเบ็ธจึงต้องหลอกล่อให้เซราพิสตกหลุมพรางของพวกเธอ ก่อนที่จะตัดหัวแห่งอนาคตของสุนัขบนอาวุธของเซราพิสได้ในท้ายที่สุด

ทั้งคู่รู้แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้คาร์เตอร์มาเจอกับเพอร์ซีย์ และเซดี้มาเจอกับแอนนาเบ็ธคือแผนการณ์บางอย่างของเซตเน่ และมงกุฏแห่งปโตเลมีคือเป้าหมายต่อไป...

.................................................................

ตอนนี้สนุกกว่าตอนที่แล้วของเพอร์ซีย์&คาร์เตอร์อีก ไม่มีอารมณ์กระอักกระอ่วนระหว่างตัวละครที่พร้อมจะต่อยหน้ากันทุกเมื่อ สำหรับเล่มนี้ให้อารมณ์เพื่อนสาวผนึกกำลังต่อสู้อสูรร้ายมากกว่า แถมยังปูเรื่องต่อไปถึง The Crown of Ptolemy ด้วย อ่านแล้วรู้สึกโอเคกว่าเล่มที่แล้วนะ เซราพิส...ตัวร้ายในเล่มนี้แอบตลกนะ เซดี้ก็ตลกเหมือนกัน คล้ายจะสลัดลุคสาวเอาแต่ใจตอน The Kane Chronicles ออกไปบ้างแล้ว ตอนแรกนึกภาพ The Staff of Serapis ไม่ออก พอย้อนมาดูหน้าปกถึงรู้เลย ฮ่าๆ

คะแนน 8/10



The Crown of Ptolemy (Percy Jackson & Kane Chronicles Crossover #3)

เรื่องย่อ

In their first encounter, demigod Percy Jackson and magician Carter Kane had to battle a giant crocodile on Long Island. A month later, Annabeth Chase ran into Carter's sister, Sadie, on the A train to Rockaway, where the pair fought a god named Serapis. Now trouble is brewing again, this time on Governor's Island. An ancient Egyptian magician named Setne has come back from the dead and is experimenting with Egyptian and Greek magic, trying to become a god himself. He's so powerful and tricky that all four—Percy, Annabeth, Carter, and Sadie—have to team up against him. But their usual weapons and spells aren't going to cut it this time. Will the heroes be taken down by a wannabe god who looks like Elvis, or will they rise to the challenge?

REVIEW

เซตเน่รวบรวมมงกุฎจากวัดเจตและเนคห์เบตเพื่อประกอบกันเป็นมงกุฏแห่งปโตเลมี และนั่นจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เซตเน่กลายเป็นเทพเจ้า เพอร์ซีย์ แอนนาเบ็ธ คาร์เตอร์และเซดี้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อยับยั้งไม่ให้แผนการณ์ของเซตเน่สำเร็จ พวกเขาวางแผนว่า...ฝั่งอียิปต์จะต้องใช้พลังฝั่งกรีก ส่วนฝั่งกรีกต้องยืมพลังของอียิปต์มาใช้ เพอร์ซีย์รวมร่างกับเนคห์เบตและใช้พลังของเธอในการต่อสู้ ส่วนเซดี้และแอนนาเบ็ธต้องใช้พลังในการร่ายคาถาเพื่อเตรียมผนึกเซตเน่เอาไว้ โดยเซดี้ยอมบอกนามลับแก่แอนนาเบ็ธทำให้เธอมีความสามารถที่จะอ่านตัวอักษรเฮียโรกลิฟฟิก ส่วนคาร์เตอร์ยืมหมวกล่องหนของแอนนาเบ็ธมาใช้เพื่อลอบโจมตีเซตเน่

เมื่อกำจัดเซตเน่เรียบร้อยแล้ว คาร์เตอร์และเซดี้เป็นฝ่ายอาสาที่จะนำมงกุฏแห่งปโตเลมีไปเก็บไว้ยังโนมที่หนึ่ง ส่วนทางเพอร์ซีย์และแอนนาเบ็ธก็กลับไปใช้ชีวิตปกติโดยสัญญาว่าจะเก็บความลับการไฮบริดเวทมนตร์กรีกและอียิปต์เอาไว้เพื่อกันไม่ให้คนอื่นนำไปใช้ในทางผิดๆอีก

.............................................................

สนุกพอๆกับที่แล้วเลย แต่เนื้อเรื่องให้อารมณ์เหมือนเกมส์คอมพิวเตอร์มากไปหน่อย และก็ดูรีบๆร้อนๆยังไงก็ไม่รู้ อ่านไปอ่านมา อ้าวจบแล้วหรอ ! ช่วงแรกเปิดเรื่องมาสมเป็น Novella จริงๆ วาร์ปไปกลางการต่อสู้เลย สักพักตัวร้ายก็วาร์ปหนี ฝ่ายพระเอกเราก็ตามไป แล้วก็วาร์ปหนีกันอีกรอบ คราวนี้พอต่อสู้กัน ฝ่ายอียิปต์กับกรีกไฮบริดกันมันเลยพี่น้อง ที่แน่ๆคือเซดี้กับแอนนาเบ็ธเข้าขากันดีมาก จนเราเกือบลืมไปว่ายังมีคาร์เตอร์อยู่ในเรื่องอีกคน -*- ให้อารมณ์แบบว่า...คาร์เตอร์ผู้จืดจางหายไปไหน เพราะคาร์เตอร์นี่กลมกลืนไปกับพื้นหลังจนเรามองไม่เห็นเลยจริงๆนะ

แอบสยองที่ยอมให้เพอร์ซีย์เป็นร่างประทับของเทพีนกแร้งเนี่ย รู้สึกกระอักกระอ่วนในท้องยังไงชอบกล  storyline ชอบเข้าอีหรอบเดิมตรงที่ว่า ต้องให้ตัวร้ายหวุดหวิดจะครองพลังขั้นสุดยอดก่อน ตัวเอกถึงจะปราบได้ แต่ก็อ่านได้เรื่อยๆนะ ตอนนี้ทำให้รู้ว่าการที่เราอ่านจาก POV ของเพอร์ซีย์นี่มันดีกว่าอ่านจาก POV ของคาร์เตอร์อยู่หน่อยนึง ฮ่าๆ

คะแนน 7.5/10

Jun 26, 2015

The Serpent's Shadow (The Kane Chronicles #3)


ชื่อเรื่อง ล่าเงาพญางู (The Serpent's Shadow)
จากชุด เดอะเคนโครนิเคิลส์ (The Kane Chronicles)
ผู้แต่ง Rick Riordan
วรรณเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ เอ็นเธอร์บุ๊คส์

เรื่องย่อ

พญางูฟื้นตื่นแล้ว เวลานี้มันเหลือเพียงรอเวลาพลางสั่งสมพลัง โลกเริ่มนับถอยหลังสู่การล่มสลาย ต่อให้สุริยะเทพราจะคืนบัลลังก์ หากก็เป็นเพียงตาแก่หลงๆ ลืมๆ ความหวังว่าจะได้ผู้นำทัพเทพอันเกรียงไกรพลันมลาย หรือนี่... คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดของสองพี่น้อง ทุกชีวิตกำลังจะสิ้นสูญเพราะพวกเขา

เพื่อแก้ไขเรื่องทั้งหมด คาร์เตอร์กับเซดี้จึงใช้ทุกอย่างที่มี ทำทุกสิ่งที่ทำได้ ซึ่งก็คิดออกเพียงแผนที่ไม่เข้าท่าและไม่มีหวังว่าจะรอด คือพวกเขาต้องแทรกแซงพิธีการในโถงแห่งการตัดสินเพื่อช่วยดวงวิญญาณของผู้ใช้เวทที่ชั่วร้ายที่สุด เจ้าเล่ห์ที่สุด หากก็รอบรู้ที่สุดด้วย เพราะมีเพียงเขาที่รู้เวทโบราณซึ่งใช้สะกดอโพฟิส แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้นได้ ทั้งสองต้องไม่ถูกอีกฝ่ายแทงข้างหลังซะก่อนน่ะนะ

แม้โลกใกล้จะจมลงสู่มหาสมุทรแห่งความโกลาหล ทว่าปัญหาหัวใจก็ยิ่งใหญ่และหนาหนักไม่แพ้กัน คาร์เตอร์ที่แอบรักสาวเจ้าเค้าข้างเดียว ส่วนเซดี้ก็ไม่รู้จะเลือกใคร ระหว่างหนุ่มสุดฮอตแต่ใกล้ตาย กับเทพแห่งความตายที่จับต้องไม่ได้ในความเป็นจริง

REVIEW

เมื่อคัมภีร์ที่จะใช้ปราบอโพฟิสถูกทำลายลง และวันที่พญางูจะกลืนกินโลกได้ใกล้เข้ามา หนทางเดียวที่คาร์เตอร์และเซดี้มีอยู่คือการทำลายเงาของพญางู แต่นั่นอาจจะต้องแลกมาด้วยชีวิตของพวกเขา การที่จะตามหาข้อความในคัมภีร์ที่ถูกทำลายไปแล้วคือการไปพบกับผู้วายชนม์อย่างเซตเน่ ผู้ที่เป็นคนร่างคัมภีร์นั้นขึ้นมาในโถงแห่งการตัดสินที่โอซิริสประทับอยู่ ซึ่งก็คือพ่อของคาร์เตอร์และเซดี้นั่นเอง เมื่อพวกเขาได้ตัวเซตเน่และออกตามหาคัมภีร์แห่งธอธเพื่อร่ายคาถาลบเลือนเงา เซดี้และวอลต์ก็เดินทางไปเอาเงาของเบสกลับมาเพื่อคืนชีวิตให้กับมิตรของพวกเขาเช่นเดียวกัน

การเดินทางเพื่อตามหาเงาของอโพฟิสนำทางให้คาร์เตอร์และเซียมายังแดนแห่งปีศาจ ส่วนเซดี้กับวอลต์ก็ช่วยเบสได้สำเร็จแต่ต้องแลกกับการที่วอลต์ใช้พลังจนตัวตาย โชคดีที่อะนูบิสและวอลต์ได้วางแผนโดยที่ไม่มีเวลาบอกเซดี้มาก่อนหน้าแล้ว และนั่นทำให้วอลต์และอะนูบิสรวมร่างเข้าด้วยกันหลังจากนั้นสำเร็จ เมื่อเซดี้และคาร์เตอร์ตามหาเงาของอโพฟิสจนเจอ ก็ถึงเวลาที่พญางูเปิดศึกเพื่อทำลายล้างโลก คาร์เตอร์และเซดี้จึงต้องร่ายมนตร์ต่อหน้าพญางู เมื่อทั้งคู่ทำได้สำเร็จ...อโพฟิสได้กล่าวไว้ว่า เมื่อความโกลาหลหายไป เหล่าเทพก็จะหายไปเช่นเดียวกัน...

คาร์เตอร์และเซดี้ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเพื่อนเก่าอย่างเบสและบาสต์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเดินทางกลับ ฮอรัสได้ขึ้นครองบัลลังก์เหมือนกับคาร์เตอร์ที่ได้ครองบัลลังก์ฟาโรห์เช่นเดียวกัน เมื่อเซดี้กลับบ้าน...เธอจึงได้พบกัลวอลต์และอะนูบิสอีกครั้ง 

............................................................

อ่านจบทั้งสามเล่มแล้วในหัวเรามีแต่ภาพหุ่น Transformer พระเอกเข้าไปฟิวชั่นกับบัมเบิ้ลบีไรงี้ คือระหว่างเคนกับเพอร์ซีย์จะมีจุดที่ค่อนข้างต่างกันชัดเจนคือเคนจะให้เทพเจ้ามาสิ่งร่าง ถ้าไม่ใช่พลังจากเทพเจ้า จะให้อารมณ์การวาดรูนเหมือนตัวละครใน The Mortal Instruments เลย ส่วนเพอร์ซีย์จะได้รับพลังมาจากเทพเจ้า สิ่งที่เราแอบขัดใจเล็กๆคือความบังเอิญในเนื้อเรื่องที่ดูเหมือนว่าจะบังเอิญเกินไปหลายครั้งจนน่าหมั่นไส้ 555 แบบกำลังเข้าตาจน ความช่วยเหลือจะมาพอดี พยายามคิดอยู่เสมอว่านี่เป็นหนังสือ Middle Grade อ่านแล้วเหมือนดูการ์ตูร ที่อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ขนาดออโรร่า(Sleeping Beauty)เจอเจ้าชาย 3 วิ ยังสามารถชวนกลับกระท่อมได้เลยเนอะ 555

The Serpent's Shadow  สนุกในระดับหนึ่ง การดำเนินเรื่องให้โทนคล้ายๆกับเล่มที่ 2 ไม่ได้ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนเล่มแรก ซึ่งนี่เป็นตอนจบแล้ว... เรื่องที่ชอบมากที่สุดในเล่มนี้ก็คงเป็นประเด็นระหว่างวอลต์และอะนูบิส ที่ให้อารมณ์คล้ายๆ(ย้ำว่าแค่คล้าย)กับ Clockwork Princess เสียดายที่นิยายของริคไม่ได้เน้นโรมานซ์เลย อย่างมากก็เขียนคำว่า 'จูบ' แล้วก็ไปบรรยายอย่างอื่นแล้ว เราเลยรู้สึกว่าลำดับความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครไม่ใช่สิ่งที่น่าโฟกัสสักเท่าไร

ที่น่าเสียดายคือเล่มจบไม่ได้ทำให้เราประทับใจมากมายอะไร ถือว่าอ่านเพลินๆฆ่าเวลาได้ แต่ไม่ได้อยู่ในลิสต์นิยายที่เราโปรดปรานแน่ๆ เนื้อเรื่องยังไม่แน่นพอ ตัวเอกเสียท่าไปกับกลอุบายงี่เง่าของผู้ร้ายบ่อยเกินไป กว่าจะรู้ทันก็ตอนมีดมาจ่ออยู่ที่คอหอยแล้ว อีกเรื่องนึงคือผู้แต่งพยายามจะทำให้หนังสือดูตลก แต่เราก็ไม่ค่อยจะขำ บางทีอ่านผ่านมุกตลกไปสองย่อหน้าเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองควรจะขำตั้งแต่ย่อหน้าที่แล้ว งั้นก็ขอหัวเราะย้อนหลังละกันได้มั้ย ฮ่าๆ โดยรวมทั้งสามเล่มดูเหมือนจะจืดไปหน่อย แต่ก็อ่านได้เรื่อยๆนะ...

คะแนน 7/10

Jun 25, 2015

The Throne of Fire (The Kane Chronicles #2)


ชื่อเรื่อง บัลลังก์แห่งไฟ (The Throne of Fire)
จากชุด เดอะเคนโครนิเคิลส์ (The Kane Chronicles)
ผู้แต่ง Rick Riordan
วรรณเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ เอ็นเธอร์บุ๊คส์

เรื่องย่อ

สมดุลของโลกกำลังปั่นป่วนเพราะการตื่นของอโพฟิส บัดนี้คุกที่คุมขังมันไว้ในดูอาตอ่อนกำลัง อีกไม่นานพญางูจะแหกคุกออกมาสำเร็จ แล้วโลกก็จะถึงกาลวิบัติ

คาร์เตอร์และเซดี้จึงเร่งฟื้นฟูวิถีโบราณ ผู้ใช้เวทกับเทพจะต้องร่วมมือกันถึงจะกำราบความโกลาหลลงได้ หากนั่นก็ยังไม่เพียงพอ เพราะศัตรูยิ่งใหญ่เกินไป ทั้งสองจึงต้องพึ่งพาสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอกัน นั่นคือ รา... ผู้เป็นราชาแห่งเทพเทพีทั้งปวง

สุริยเทพอำลาโลกและหลับใหลมานานนับสหัสวรรษ การจะปลุกเขาต้องตามหาคัมภีร์แห่งราทั้งสามส่วนมารวมเป็นหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าคนตระกูลเคนไม่เคยเจอเรื่องง่าย ไหนจะถูกขัดขวางจากสมุนของอโพฟิส ไหนจะอุปสรรคจากเทพเทพีที่ไม่ต้องการให้ราผู้ชรามาเป็นนายทัพ และไหนจะคนของเคหาสน์แห่งชีวิตที่ยังคงมองพวกเคนเป็นภัยที่ต้องปราบปราม

ในยามที่ความร่วมมือร่วมใจจำเป็นที่สุด แต่ทั้งมนุษย์และเทพกลับแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันเอง ราวกับความโกลาหลได้แทรกซึมเข้าสู่วิญญาณ ไม่เว้นแม้แต่สองพี่น้องสายเลือดเคนซึ่งต่างคนต่างมีความในใจ ทำให้ช่องว่างระหว่างกันขยายตัว...

REVIEW

คาร์เตอร์และเซดี้ได้รับภารกิจให้ตามหาคัมภีร์ทั้งสามส่วนที่จะปลุกเทพราแห่งดวงอาทิตย์ขึ้นมาเพื่อต่อกรกับการผงาดของอโพฟิส พญางูแห่งความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า โดยการตามหาคัมภีร์ส่วนแรกนั้นได้มาไม่ง่ายนัก และอีกส่วน...คาร์เตอร์และเซดี้ต้องเดินเข้าไปในรังของศัตรูเพื่อขโมยคัมภีร์ออกมา และต้องต่อสู้กับวลาดิเมียร์ คนของเคหาสน์ที่ทรยศและต้องการที่ปลุกอโพฟิส คาร์เตอร์กับเซดี้ได้พบกับเซตอีกครั้ง เทพเจ้าให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขาโดยการบอกที่ซ่อนคัมภีร์ชิ้นสุดท้ายแก่เซดี้เพื่อที่พวกเขาจะปลุกเทพราได้สำเร็จ

รานั้นถูกบังคับให้สละบัลลังก์ให้แก่โอซิสที่ใช่เล่ห์กลหลอกล่อให้ราบอกนามลับให้แก่หล่อน โอซิสนั้นได้มอบบัลลังก์ให้แก่โอซิริส สามีของนางและได้รู้ว่ารัชสมัยของตนนั้นไม่ได้รุ่งเรืองยืนนาน เทพราโกรธเคืองมากที่โดนหลอก เขาหนีไปพักและไม่ปรากฏตัวอีกเลยนับจากนั้น ส่งผลให้ความสมดุลระหว่างมาอัตและความโกลาหลใกล้จะพังทลายลงเต็มที

กลายเป็นว่าการปลุกราขึ้นมากลายเป็นแผนล้างแค้นของวลาดิเมียร์ หนึ่งในสมาชิกเคหาสน์แห่งชีวิตที่ชิงชังพี่น้องตระกูลเคนนักหนา คาร์เตอร์ต้องทนแรงยั่วเย้าของฮอรัสที่ให้ตนขึ้นครองบัลลังก์แห่งไฟด้วยกันกับเขา แต่นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ เมื่อสิทธิ์อันชอบธรรมเป็นของรา แต่เซดี้รวบรวมคัมภีร์มาครบสามส่วนได้สำเร็จ แผนการปลุกเทพราจึงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป ทั้งสองคนต้องรวมทีมกับเบสเพื่อล่องเรือไปยังแม่น้ำในดูอาตโดยผ่านเรือนทั้งสิบสองและรับรามาเพื่อทำให้เขากลายเป็นเทพที่สมบูรณ์อีกครั้ง ระหว่างทางคาร์เตอร์และเซดี้ได้ต่อสู้กับวลาดิเมียร์ และอัคราจารย์เป็นคนโค่นล้มเขาได้สำเร็จ แต่ทุกคนรู้ดีว่า...นี่ไม่ใช่วิถีทางในกำจัดพญางูโดยแท้จริง เพราะอโพฟิสกำลังรอเวลาที่จะฟื้นคืนในไม่ช้า...

.....................................................................

ถ้าเปรียบเทียบเล่มที่แล้วเป็นระเบิดซีโฟร์ เล่มนี้ก็เป็นเพียงประทัดพวงเล็กๆ ส่งเสียงเป๊าะแป๊ะตลอดทั้งเล่ม คือไม่ใช่ว่าเนื้อเรื่องมันไม่ดีนะ แต่เรารู้สึกว่ามันดรอปลงจากเล่มที่แล้วจริงๆ โทนเรื่องที่เริ่มแผ่วลงตั้งแต่บทแรก น้ำหนักและจังหวะในการเล่าเรื่องเริ่มเบาลง(หรืออาจจะเป็นเพราะเราคุ้นเคยกับเนื้อเรื่องมากขึ้นก็เป็นไปได้) มีช่วงเดียวที่เรารู้สึกว่ามันน่าตื่นเต้น แต่ก็ไม่ได้มากเหมือนเล่มที่แล้ว ก็คือตอนที่คาร์เตอร์กับเซดี้ล่องเรือผ่านแม่น้ำในดูอาตตอนท้ายเล่มนั่นแหละ

บอกเลยว่าเซงกับการตัดสินใจของทั้งคาร์เตอร์และเซดี้ในเล่มนี้มากๆ เพราะเห็นหลายคนบ่นกันว่าไม่ชอบคาร์เตอร์บ้างละ ไม่ชอบเซดี้บ้างละ เราก็พยายามจะทำใจเป็นกลาง เพื่อที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ให้สนุกและไม่เสียอรรถรส แต่มีอยู่หลายครั้งหลายหนที่คาร์เตอร์กับเซดี้เลือกทางเลือกที่ทำให้เราถอนหายใจออกมาด้วยความเซง อย่างเช่น...ตอนที่เซดี้จะกลับไปหาเพื่อนสาวของเธอตอนวันเกิด มันดูเอาแต่ใจแบบไร้เหตุผลมากเกินไป ถ้าคิดในแง่ที่ว่าเธอผ่านอะไรมามากมายในเล่มแรก เธอน่าจะโตขึ้นบ้างได้แล้ว น่าจะคิดอะไรได้ดีกว่านี้ด้วย และตอนที่คาร์เตอร์ทิ้งเซดี้ไว้ และไปตามหาเซีย(เด็กสาวที่เขาแอบชอบ) เรานี่ถึงกับอุทานออกมาว่า 'อะไรกันวะ ?' เหตุผลของนายงี่เง่ามากเลยคาร์เตอร์ ไม่มีหลักประกันอะไรที่จะทำให้ตัวเองประสบผลสำเร็จในการที่จะทำสิ่งนั้นลงไปเลยนะ ... แต่ก็ตามประสานิยายของริคแหละ ตัวละครก็ต้อง โป๊ะเช๊ะ ! เจอแรร์ไอเท็ม(แบบบังเอิญ)เพื่อที่จะเอาไปโค่นบอสพอดีเลย

เมื่อเริ่มจับทางเนื้อเรื่องแล้ว ก็ทำให้ตื่นเต้นน้อยลงทุกทีๆ อ่านเล่มนี้แล้วบอกได้เลยว่า...ตอนเริ่มต้นมาแบบแผ่วๆฉันใด ตอนจบก็จากไปแบบแผ่วๆฉันนั้น... แผ่วเสมอต้นเสมอปลายดีจริงๆ 555

คะแนน 7/10

Jun 24, 2015

The Red Pyramid (The Kane Chronicles #1)


ชื่อเรื่อง พีระมิดสีเลือด (The Red Pyramid)
จากชุด เดอะเคนโครนิเคิลส์ (The Kane Chronicles)
ผู้แต่ง Rick Riordan
วรรณเยาวชน แฟนตาซี
สำนักพิมพ์ เอ็นเธอร์บุ๊คส์

เรื่องย่อ

คาร์เตอร์มักสงสัยว่าทำไมเขาถึงมีชีวิตแบบเด็กทั่วไปที่มีทั้งบ้าน ทั้งเพื่อน ทั้งโรงเรียนไม่ได้ เพราะอะไรเขากับพ่อถึงต้องตะลอนไปทั่วโลกแบบนี้ แล้วเหตุใดพ่อถึงทำเหมือนกำลังหลบหนีใครอยู่ตลอดเวลา

ในวันพบปะครอบครัวประจำปี พวกเขามาหาเซดี้ที่อังกฤษเหมือนที่ผ่านมา ทว่ากิจกรรมวันพบญาติในปีนี้ดูจะพิเศษแตกต่างไป เมื่อพ่อของคาร์เตอร์กับเซดี้ตัดสินใจระเบิดหินโรเซตตาที่บริติชมิวเซียมแทนการนั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน และมันไม่ใช่การระเบิดธรรมดา เพราะเมื่อผู้ที่ทำมันคือสายเลือดตระกูลเคน นี่จึงเป็นพิธีกรรมอัญเชิญเทพเจ้า!

เด็กทั้งสองไม่รู้เลยว่าพ่อทำได้อย่างไร และทำไปทำไม รู้เพียงว่ามันต้องไม่อยู่ในแผนแน่ เพราะเทพที่มาคือเทพแห่งความโกลาหลผู้ชั่วร้าย และพ่อของพวกเขาก็ถูกสูบหายลงไปใต้ดิน

แม้ไม่ได้เป็นผู้ก่อเรื่องโดยตรง แต่สองพี่น้องก็ต้องรับผิดชอบเนื่องจากสายเลือดที่ไหลเวียนในร่าง และความลับซึ่งตกทอดกันมาในตระกูล ...เวทมนตร์โบราณ เทพเจ้าเก่าแก่ อสุรกาย หายนะภัยล้างโลก... ทั้งหมดนี้จะอยู่เหนือสามัญสำนึกเกินไปแล้ว!

REVIEW

คาร์เตอร์และเซดี้ต้องทนเห็นพ่อของตัวเองถูกพาตัวไปต่อหน้าต่อหน้า หลังจากที่พ่อของคาร์เตอร์และเซดี้ได้ปลุกพลังและเรียกเทพเจ้าขึ้นมา โดยหนึ่งในนั้นคือเซตผู้ชั่วร้าย คาร์เตอร์และเซดี้ต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปยังบ้านของอาตัวเอง หลังจากนั้นสัตว์ประหลาดหน้าตาแปลกๆก็บุกมาถึงบ้านพวกเขา คาร์เตอร์และเซดี้ได้หายตัวเพื่อหลบหนีปีศาจเหล่าได้ และได้ค้นพบว่าตัวเองเป็นทายาทของฟาโรห์ที่สามารถอัญเชิญให้เทพเจ้ามาสถิตในร่างของตัวเองได้ โดยฮอรัสได้สิงในร่างของคาร์เตอร์ และไอซิสในร่างของเซดี้

พวกเขาต้องทำภารกิจต่างๆที่ได้รับมอบหมายจากธอธ หรือแม้กระทั่งอะนูบิสเพื่อเอาขนนกมา คาร์เตอร์และเซดี้เดินทางไปถึงฟินิกซ์เพื่อยับยั้งไม่ให่พีระมิดสีแดงของเซตสร้างเสร็จ ไม่งั้นความโกลาหลจะเกิดขึ้นและทำลายอเมริกาได้เลยทีเดียว คาร์เตอร์ใช้พลังของฮอรัสที่ประสานกับเขาในการต่อสู้กับเซต และเซดี้ก็รู้ถึงเจตจำนงของแม่เธอและมาช่วยคาร์เตอร์ขับไล่เซตกลับดูอาตไป แต่ก่อนที่จะทำสำเร็จ เธอได้เหลือบเห็นอโพฟิสหรือพญางูที่ได้ผงาดกลับมาอีกครั้งแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่กำจัดเซตแต่ใช้อำนาจในการขานชื่อที่เซดี้มีใช้บังคับให้เขายอมร่วมมือกับตน

...........................................................

เป็นหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกสะพรึงมาก ! สะพรึงในที่นี้มีหลายความหมาย...อย่างแรกก็คือ ครั้งแรกที่เราเริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่กี่หน้า...เรารู้สึกทึ่งมาก ! ทึ่งในการสร้างโลกใบใหม่ของริคที่เอาตำนานของอียิปต์ยัดใส่เข้าไปได้อย่างน่าสนใจ สะพรึงในอีกความหมายคือ...ชื่อเรียก คำเฉพาะ ที่อ่านยากและจำยากมาก บางคำนี่อ่านจบเล่มแล้วยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรเลย จำไม่ได้อ่ะ เยอะแยะมากมายไปหมด (แล้วก็ขี้เกียจพลิกกลับไปดูด้วย เหอๆ) สิ่งที่ทำเราสะพรึงอีกอย่างคือเนื้อเรื่องที่พลิกไปพลิกมาตลอด มองในแง่ดีก็คือ...มันทำให้คนอ่านอย่างเรารู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลาที่อ่าน แต่ถ้าคิดอีกแง่น่ะหรอ...มันก็ทำให้เรางงมาก(ก.ไก่ล้านตัว)เลยน่ะสิ ถ้าไม่จับสมาธิดีๆแล้วตั้งใจอ่าน คือจะต่อเนื้อเรื่องไม่ติด จำได้เป็นฉากๆแต่มองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดของหนังสือ

อย่างที่เราได้บอกไปว่าช่วงแรกของ The Red Pyramid น่าตื่นเต้นมากๆ แต่พอถึงตรงกลางเรื่องเรากลับรู้สึกเฉยชา ด้วยสไตล์การเขียนของริคที่นิยมผูกเนื้อเรื่องให้เป็นเควสต่อเควส คือให้ตัวละครทำเควสนี้เพื่อเก็บไอเท็มที่ใช้ในเควสต่อไปที่จะนำไปสู่การกำจัดบอสใหญ่ในเนื้อเรื่อง ซึ่งถ้าเป็นเกมส์มันจะสนุกมาก แต่เมื่อมาเป็นนิยาย...เราเลยรู้สึกว่าบางครั้งก็ทำให้โทนนิยายมันดูเรียบมากเกินไป แม้ว่าจะใส่สถานการณ์ที่ทำให้มันต่างกันก็ตาม แต่ความรู้สึกและอารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมาจากหน้าหนังสือมันไม่ต่างไปด้วยเลยจริงๆ

แน่นอนว่า...คนอ่านหลายคนต้องอดเปรียบเทียบชุดนี้กับเพอร์ซีย์ไม่ได้ และด้วยความที่เราอ่านเพอร์ซีย์จบมาแล้วสองภาค (ซึ่งรู้สึกเอียนกับภาคสองมาก) เราเลยขอจัดอันดับความชอบตามนี้ Percy Jackson and the Olympians >  The Heroes of Olympus > The Kane Chronicles อนึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วยทั้งนั้น สาเหตุที่เราไม่ค่อยชอบ The Heroes of Olympus ก็เพราะตัวละครมากเกินไป ซึ่งตอนแรกดูน่าสนใจ แต่เล่มท้ายๆจะรู้สึกว่าการกระจายบทเริ่มสะเปะสะปะ และทำให้ความสำคัญของเนื้อเรื่องแต่ละช่วงถูกลดทอนลงด้วยเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน รวมถึงทำให้โฟกัสของคนอ่านไม่ได้อยู่ที่เรื่องๆเดียว แต่ต้องกระจายความสนใจเพื่อไตร่ตรองถึงเหตุการณ์อื่นๆที่เกิดขึ้นด้วย

สรุปแล้ว ... นี่เป็นหนังสือที่ดูเหมือนจะอ่านง่าย แต่สำหรับเรา...อ่านยากนะ ชื่ออียิปต์อะไรก็จำไม่ค่อยจะได้ พอเล่าถึงเรื่องเทพเจ้าก็เลยมีงงๆเอ๋อๆไปเหมือนกัน

คะแนน 8/10