Showing posts with label The Heroes of Olympus. Show all posts
Showing posts with label The Heroes of Olympus. Show all posts

Nov 19, 2014

โลหิตแห่งโอลิมปัส - The Blood of Olympus (The Heroes of Olympus #5)


ชื่อเรื่อง โลหิตแห่งโอลิมปัส
จากเรื่อง The Blood of Olympus
ผู้แต่ง Rick Riordan
ผู้แปล ดาวิษ ชาญชัยวานิช
สำนักพิมพ์ เอ็นเธอร์
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง

เรื่องย่อ

Though the Greek and Roman crewmembers of the Argo II have made progress in their many quests, they still seem no closer to defeating the earth mother, Gaea. Her giants have risen—all of them—and they're stronger than ever. They must be stopped before the Feast of Spes, when Gaea plans to have two demigods sacrificed in Athens. She needs their blood—the blood of Olympus—in order to wake.

The demigods are having more frequent visions of a terrible battle at Camp Half-Blood. The Roman legion from Camp Jupiter, led by Octavian, is almost within striking distance. Though it is tempting to take the Athena Parthenos to Athens to use as a secret weapon, the friends know that the huge statue belongs back on Long Island, where it "might" be able to stop a war between the two camps.

The Athena Parthenos will go west; the Argo II will go east. The gods, still suffering from multiple personality disorder, are useless. How can a handful of young demigods hope to persevere against Gaea's army of powerful giants? As dangerous as it is to head to Athens, they have no other option. They have sacrificed too much already. And if Gaea wakes, it is game over.

REVIEW

เหล่าศัตรูวางแผนสกัดกั้นไม่ให้การเดินทางของเหล่าเจ็ดมนุษย์กึ่งเทพลุล่วงไปได้ด้วยดี เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะถึงวันที่หนึ่งสิงหาคม เมื่อนั้นไกอาจะฟื้นคืนชีพและทุกอย่างจะพังราบเป็นหน้ากลอง มนุษย์กึ่งเทพได้รับภาคกิจให้พิชิตเทพีแห่งชัยชนะให้ได้ก่อนจะไปขอความช่วยเหลือทางอพอลโลและอาร์ทิมิส ทางด้านนิโคและเรย์นาที่เดินทางผ่านเงาเพื่อเอารูปปั้นอาธีน่ากลับไปที่ค่ายฮาล์ฟบลัดก็เจออุปสรรคหนักหน่วงไม่แพ้กัน เมื่อพวกเขาก้าวล้ำเข้าไปในปอมเปอีและเกือบจะโดนวิญญาณของผู้ล่วงลับทำร้ายจนเอาชีวิตไม่รอด นิโคก็เหน็ดเหนื่อยกับการผ่านเงาจนเขาต้องผจญกับสิ่งต่างๆระหว่างการเดินทางมากมาย จนต้องหลบหนีจากศัตรูที่ต้องการขัดขวางแผนการเดินทางครั้งแล้วครั้งเล่า

เฮเซลล่วงรู้ถึงคำพยากรณ์ว่าหนึ่งในมนุษย์กึ่งเทพทั้งเจ็ด ต้องมีคนใดคนนึงเสียชีวิตจากศึกครั้งนี้ เจสันก็บาดเจ็บเมื่อโดนอาวุธที่ถูกออกแบบเมื่อเพื่อสังหารมนุษย์กึ่งเทพทำร้ายเข้า แต่ก็หายดีเมื่อเขาเข้าร่วมต่อสู้กับเพอร์ซีย์ในศึกใต้ท้องทะเล ลีโอ เฮเซลและแฟรงก์ตามหาอาร์ทิมิสและอพอลโลพบในที่สุด ทั้งคู่พยายามหาทางเอายารักษาตามที่เฮร่าแนะนำมา ลีโอคิดว่าเขาจะเป็นคนที่สละชีวิตเพื่อภารกิจนี้เอง และเขาจะโกงโชคชะตาไม่ได้ เพราะนั่นจะทำให้ทุกคนตายกันหม ดังนั้นเขาจึงสลับยารักษามาไว้กับตัวแล้วเอาของปลอมให้ไพเพอร์ไป

มนุษย์กึ่งเทพเดินทางเข้าสู่สนามศึกครั้งสุดท้ายของพวกเขา ไพเพอร์ แอนนาเบ็ธและเพอร์ซีย์เป็นแนวหน้าเพื่อเดินทางผ่านอุโมงค์ใต้ดินเพื่อไปปลดอาวุธรอบๆบริเวณที่ไกอากำลังจะฟื้นคืนชีพ โชคร้ายที่แอนนาเบ็ธและเพอร์ซีย์ถูกยักษ์จับตัวเอาไว้ได้เสียก่อน และโลหิตแห่งโอลิมปัสจากทั้งมนุษย์กึ่งเทพชายหญิงกำลังจะหลั่งรินเพื่อการฟื้นคืนชีพของไกอาในไม่ช้า ทางด้านเรย์นาก็เดินทางพาเอารูปปั้นอาธีน่ามาถึงค่ายฮาล์ฟบลัดในที่สุด เหลือเวลาอีกไม่นาน ... ดังนั้นนิโคจึงต้องหาทางยับยั้งไม่ให้ชาวกรีกโจมตีชาวโรมันอย่างเรย์นาเพื่อที่จะได้เอารูปปั้นเข้าไปวางในค่ายได้

ไกอาผงาดขึ้นมาด้วยโลหิตแห่งโอลิมปัสจากเพอร์ซีย์และแอนนาเบ็ธ เหล่าเทพเจ้ากลับมาเป็นปกติอีกครั้งเมื่อรูปปั้นอาธีน่าถูกวางคืนตำแหน่งที่ฮาล์ฟบลัด แต่การพิชิตไกอาอยู่นอกเหนือขอบเขตของเทพเจ้าตามคำทำนายที่ว่ามนุษย์กึ่งเทพทั้งเจ็ดต้องต่อสู้กับไกอาด้วยตัวพวกเขาเอง ดังนั้นชาวกรีกและโรมันจึงร่วมมือกันต่อต้านมหาวิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ค่ายฮาล์ฟบลัดซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของศึกครั้งนี้

ลีโอค้นพบวิธีการกำจัดไกอาคือการพานางขึ้นไปบนท้องฟ้า ตามวิธีที่ไกอาเคยใช้ในการกำจัดอูรานอสโดยการลากเขาลงมาบนพื้นดิน ลีโอตัดสินใจระเบิดตัวเอง(และได้รับความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆจากอ็อกเทเวียนที่เพิ่งเป็นบ้าไปหมาดๆ) ไกอาถูกทำลายลงในที่สุดพร้อมกับชีวิตลีโอที่ดับดิ้นไปตามๆกัน

มนุษย์กึ่งเทพทั้งหกกลับคืนสู่ค่ายของตัวเอง พร้อมความเศร้าสลดเพราะคิดว่าทุกคนได้สูญเสียลีโอไปแล้ว ทั้งกรีก-โรมันต่างประสานรอยร้าวและร่วมมือกันเยียวยาบาดแผลจากสงครามครั้งนี้ ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ... นิโคตัดสินใจสารภาพความในใจกับเพอร์ซีย์ในที่สุด แต่ในเมื่อมีอีกคนที่รอเขาอยู่นั่นก็คือวิล โซเลซ นิโคเลยคิดว่าการแอบชอบเพอร์ซีย์ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว เจสันกับไพเพอร์ร่วมสร้างความทรงจำแห่งรักของทั้งคู่ขึ้นมาใหม่ ในขณะที่แฟรงก์และเฮเซลกลับไปใช้ชีวิตในอาณาจักรโรมันใหม่เพื่อที่จะได้จัดการบริหารบ้านเมืองต่อไป

ลีโอฟื้นคืนขึ้นมาอีกทีบนหลังของมังกรเฟสตัสที่เขาเพิ่งดัดแปลงมาจากเรือก่อนหน้านี้ไม่นาน ... เขายังไม่ตาย ... เนื่องด้วยลีโอเก็บยารักษาไว้ในตัวเฟสตัสมาโดยตลอด เขาเลยรอดชีวิตจากการโค่นล้มไกอามาได้ และตอนนี้ลีโอกำลังบินไปรับคาลิปโซของออกเกาะนั่น หลังจากนั้นเขาก็กำลังจะบินไปหาเจสันและเพื่อนๆของเขาทั้งหมดที่กำลังรอเขาอยู่ที่ค่าย ...

......................................................................................

กว่าจะต่อสู้กันจริงๆก็ปาไป 30% สุดท้ายแล้ว มีฉากเดียวเท่านั้นที่เราคิดว่ามัน Amazing มากๆ นั่นก็คือฉากที่เทพโอลิมปัสลงมาต่อสู้กับพวกยักษ์ร่วมกับลูกๆของพวกเขา มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆในความรู้สึก และหลังจากนั้นเราก็คิดว่าเนื้อเรื่องเริ่มดรอปลงๆ เมื่อการต่อสู้กับไกอาไม่ได้สมภาคภูมิอย่างที่เราหวังเอาไว้ก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย Rick สร้างคาแรคเตอร์ไกอาให้ดูน่าเกรงขามและยากที่จะได้ชนะได้มาตลอดทั้งสี่เล่ม แต่พอเอาเข้าจริงๆ ... จุดจบของไกอาเป็นอะไรที่ง่ายมากไปหน่อยสำหรับเรา จนเราถึงกับเหวอแล้วร้องว่า ' ฮะ ! มีแค่นี้หรอ ! '

สำหรับเล่มนี้เนื้อเรื่องจบแบบจบสนิทจริงๆ ... ไม่ทิ้งปมไว้เหมือนกับ The Last Olympian ในภาคที่แล้ว แต่ถ้าเทียบกับบทสรุปสุดท้ายในเพอร์ซีย์ภาคที่แล้ว เราคิดว่าโครนอสยังจะชั่วร้ายและปราบยากกว่าไกอาเสียอีก เนื้อเรื่องตอนต้นๆของ The Blood of Olympus ไม่ได้มีอะไรต่างไปจากเล่มก่อนหน้านี้เลย ทั้งๆที่เล่มนี้เป็นเล่มจบ และเข้าใกล้บทสรุปมากขึ้นทุกที เนื้อเรื่องก็น่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆใช่มั้ย แต่นี่ช่วงแรกๆไม่ได้มีอะไรนอกจากการทำเควสแล้วตัดไปตัดมาระหว่างภารกิจของเพอร์ซีย์กับนิโค คือจะพูดว่ายังไงล่ะ ... ไอ้สนุกมันก็สนุกนะ แต่มันดูเรียบง่ายและธรรมดาไปหน่อย ถ้าเอาเล่มนี้ไปเทียบกับ The House of Hades เล่มนั้นจะมีทั้งความเข้มข้นด้านเนื้อหาและอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากกว่าเล่มนี้เสียอีก

สรุปว่า ... เป็นตอนจบของซีรีย์ที่เฉยมากๆอีกเล่มหนึ่ง บอสใหญ่ตายง่ายมากๆ โผล่มาไม่ถึงสิบหน้ามั้งก็โดนฆ่าตายซะแล้ว ลูกๆยักษ์ของนางยังจะเก่งกว่าตัวแม่อีก 555

คะแนน 7.5/10

Nov 18, 2014

เคหาสน์แห่งฮาเดส - The House of Hades (The Heroes of Olympus #4)


ชื่อเรื่อง  เคหาสน์แห่งฮาเดส
จากเรื่อง The House of Hades
ผู้แต่ง Rick Riordan
ผู้แปล ดาวิษ ชาญชัยวานิช
สำนักพิมพ์ เอ็นเธอร์
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง

เรื่องย่อ

เหล่าลูกเรืออาร์โกสองแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม นัดหมายกันทำภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะฟากเพอร์ซีย์ แอนนาเบ็ธ ที่ร่วงหล่นลงสู่นรกทาร์ทารัส

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเป็นพิษ ทั้งพื้นดิน แม่น้ำ อากาศ ศัตรูมากมายที่เพอร์ซีย์และแอนนาเบ็ธเคยสังหารมาตั้งแต่เริ่มรู้จักโลกของมนุษย์กึ่งเทพกำลังรอที่จะแก้แค้นพวกเขาทั้งคู่อยู่ นอกจากนี้ยังมีข้อน่าสงสัย ว่าในนรกทาร์ทารัสบ้านเกิด อสุรกายจะตายเป็นหรือเปล่านะ?

เรืออาร์โกสองมุ่งหน้าข้ามทะเลสู่กรีซโดยปราศจากบุตรแห่งท้องสมุทร กับมันสมองของกลุ่ม ขณะที่แต่ละคนต่างมีปัญหาของตัวเอง ความซับซ้อนของจิตใจ และการต้องเอาชนะจุดอ่อนแอโดยไม่อาจให้ใครยื่นมือเข้าช่วยได้เลย

REVIEW

เรืออาร์โกสองมุ่งหน้าสู่กรีซ เพื่อปิดประตูแห่งความตาย มนุษย์กึ่งเทพทั้งห้าต้องเจาะผ่านกองกำลังของไกอาเข้าไปให้ได้เสียก่อนที่จะเข้าถึงเคหาสน์แห่งฮาเดส ในขณะที่เพอร์ซีย์และแอนนาเบ็ธตกลงสู่นรกทาร์ทารัส ทั้งคู่ต้องผจญกับศัตรูเก่าแก่ที่พวกเขาเคยสังหารไปแล้วเพื่อให้ไปถึงประตูแห่งความตายให้ได้ พวกเขาต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดทีอยู่ในตัวและจิตใจของพวกเขาโดยได้รับความช่วยเหลือจากบ๊อบ ยักษ์ไททันที่เคยสูญเสียความทรงจำเพราะตกลงไปในแม่น้ำเลธีมาก่อน

เจสัน ไพเพอร์ ลีโอ แฟรงก์ เฮเซลและนิโคต้องร่วมมือกันฝ่าด่านอสุรกายที่จ้องจะโจมตีเรือมนุษย์กึ่งเทพ พวกเขาแต่ละคนต้องพิสูจน์ศักยภาพและก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปให้หากอยากจะมีชีวิตรอดไปถึงเคหาสน์แห่งฮาเดส นิโคต้องสารภาพความจริงที่อยู่ในใจของเขาออกมาแก่คิวปิด ลีโอได้พบกับคาลิปโซ ไพเพอร์ได้แสดงความสามารถของตนเองในการชักจูง เฮเซลได้พยายามฝึกใช้เวทมนตร์ตามที่เฮคาทีแนะนำมา แฟรงก์ก็ต้องเอาชนะความกลัวและเสริมความมั่นใจในการบัญชากองทัพ ส่วนเจสันก็ต้องพาเพื่อนของเขาให้ไปถึงเป้าหมายให้ได้ก่อนเส้นตายที่กำลังใกล้เข้ามาในไม่ช้า

เพอร์ซีย์และแอนนาเบ็ธเอาชนะความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจยามที่อยู่ในทาร์ทารัส ทั้งสองระหกระเหินจนมาถึงประตูแห่งความตายที่รายล้อมไปได้อสุรกายจำนวนมหาศาลได้สำเร็จ จนในที่สุดทั้งคู่ก็ผ่านประตูแห่งความตายและปิดมันได้สำเร็จโดยได้รับความช่วยเหลือจากบ๊อบ ยักษ์ไททันผู้ภักดีที่ยอมเสียสละตนเอง ทันทีที่เฮเซลต่อสู้ฟันฟ่าในเคหาสน์แห่งฮาเดสจนถึงอีกฝั่งของประตูแห่งความตาย ทุกคนต่างรู้ดีว่าศึกครั้งนี้ยังไม่จบ เมื่อเหล่ายักษ์ทั้งหมดหนีออกมาจากทาร์ทารัสได้สำเร็จ และไกอาก็ต้องโลหิตแห่งโอลิมปัสเพื่อคืนชีพให้กับนางอยู่

ทุกคนต้องเดินทางไปยังเอเธนส์เพื่อทำศึกสุดท้ายที่กำลังรอพวกเขาอยู่ ...

.....................................................................

เล่มนี้เป็นเล่มที่เราคิดว่าสนุกมากที่สุดในชุด เนื้อเรื่องมีมิติ มีแง่มุมให้ได้ตีความและขบคิดมากยิ่งขึ้น มีอะไรให้ได้ย่อยหลังจากที่อ่านจบ ต่างจากเล่มก่อนๆที่เหมือนอาหารจานสำเร็จที่ประเคนมาให้ถึงปาก แต่เมื่ออ่านเล่มนี้จบ มันกลับทิ้งตะกอนเล็กๆอยู่ในใจเราที่สะบัดออกไปไม่หมด ทำให้เราเริ่มมองว่า เมื่อตัวละครอายุมากขึ้นและเริ่มจะมีประสบการณ์ สิ่งเหล่านี้จะหล่อหลอมให้แต่ละคนมีความกร้าวแกร่งทนทานมากกว่าเดิม และเราดีใจมากๆที่ได้เห็นการพัฒนาตัวละครอย่างชัดเจนในเล่ม The House of Hades (แม้ว่าเหตุการณ์บางอย่างจะจงใจไปหน่อย เหมือนต้องการแจกจ่ายบทให้เท่าเทียมแก่ตัวละครทุกตัว เพื่อให้ตัวละครแต่ละคนดูเติบโตขึ้นผ่านเหตุการณ์เหล่านี้)

ประเด็นที่เราคิดว่าฮอตมากที่สุดในเล่ม (และเชื่อว่าใครหลายคนคงคิดเหมือนเรา) นั่นก็คือเรื่องของ ... นิโค เป็นการเฉลยความจริงที่ทำเอาเรา Jaw-dropping พอย้อนกลับมามองอีกครั้ง เราดีใจที่ Rick ใส่ประเด็นนี้เข้ามานะ เพราะเหมือนกับสอนน้องๆหนูๆที่อ่านนิยายเล่มนี้ ให้มองว่าคนอย่างนิโคไม่ใช่สิ่งผิดปกติ หรือเป็นที่น่ารังเกียจอะไรในสังคมเรา ณ ปัจจุบัน เช่นเดียวกับเจสันที่สนิทแนบแน่นกับนิโคมากกว่าเดิมอีกหลังจากที่เขาได้รู้ความจริง

คาแรคเตอร์ตัวหนึ่งที่ได้ใจเราไปเต็มๆ นั่นก็คือ ... บ๊อบ แม้ว่าเราจะจำบทบาทของเขาในเพอร์ซีย์ภาคที่แล้วไม่ได้ แต่แค่เล่มนี้เล่มเดียวก็ทำให้เรารู้สึกรักและผูกพันธ์กับตัวละครนี้อย่างไม่รู้ตัว ยิ่งบทสรุปตอนท้ายออกมาเช่นนี้ด้วยแล้ว เราก็ยิ่งอยากรู้ว่าบ๊อบจะมีโอกาสได้เห็นดวงดาวแบบที่เขาหวังเอาไว้หรือเปล่า

คะแนน 9.5/10

Nov 17, 2014

รอยตราอาธีน่า - The Mark of Athena (The Heroes of Olympus #3)


ชื่อเรื่อง  รอยตราอาธีน่า
จากเรื่อง The Mark of Athena
ผู้แต่ง Rick Riordan
ผู้แปล ดาวิษ ชาญชัยวานิช
สำนักพิมพ์ เอ็นเธอร์
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง

เรื่องย่อ

เจ็ดมนุษย์กึ่งเทพในคำพยากรณ์บทใหญ่มารวมตัวกันแล้วในที่สุด ที่หมายคือแหล่งอารยธรรมกรีกและโรมัน ‘ของจริง’ หากการไปเยือนแดนโบราณก็ไม่ต่างกับเหยียบลงบนตัวอสุรกาย แถมมนุษย์กึ่งเทพตั้งเจ็ดคนในที่เดียวกัน มันยิ่งกว่าการตะโกนดังๆ ว่า “เฮ้! บุฟเฟ่ต์นานาชาติอยู่นี่แล้ว รีบมากินสิ!”เสียอีก

นี่คือภารกิจที่ต้องการความสามัคคีที่สุด แต่สองในเจ็ด... เพอร์ซีย์ เจสัน... ด้วยเป็นบุตรแห่งมหาเทพกันทั้งคู่ เลยอดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกอยากเอาชนะ ส่วนสามในเจ็ด... ลีโอ เฮเซล แฟรงก์... ก็ดูจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องลับระหว่างเราอยู่นิดหน่อย บรรยากาศเลยตึงๆ ชอบกล

งานนี้ทำเอามันสมองของกลุ่มถึงกับกลุ้ม เป็นคนกลางนี่มันลำบากใจจริงๆ แถมแอนนาเบ็ธก็มีปัญหาของตัวเองให้ต้องเครียดอยู่แล้ว เมื่อเธอมีภารกิจลับ การตามรอยตราอาธีน่า ซึ่งธิดาของเทพีแห่งปัญญาจะต้องเดินลำพัง!

REVIEW

มนุษย์กึ่งเทพทั้งเจ็ดมารวมตัวกันแล้ว ตอนแรกแผนกระชับมิตรระหว่างกรีกกับโรมันเกือบจะเป็นไปด้วยดี ถ้าลีโอไม่ถูกสิงแล้วยิงปืนใหญ่ใส่ค่ายโรมันไปเสียก่อน ทำให้มิตรภาพที่มีอยู่น้อยนิดป่นปี้ไม่มีเหลือ เพอร์ซีย์และผองเพื่อนต้องรีบเดินทางไปปกป้องกรุงโรมเพื่อปิดประตูแห่งความตายและช่วยเหลือนิโคที่ถูกจับตัวไป ระหว่างทางไพเพอร์ก็ได้เบาะแสบางอย่างมาว่าไดโอนิซุสอาจจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญในศึกครั้งนี้ เขาบอกให้เพอร์ซีย์ไปตามหาทะเลในแอตเลนตาเสียก่อน ที่นั่นเพอร์ซีย์และแฟรงก์ได้เบาะแสบางอย่างมาแต่พวกเขาก็เกือบจะเอาชีวิตมาไม่รอดเหมือนกัน ดังนั้นป้ายต่อไปของเหล่ามนุษย์กึ่งเทพก็คือตามหาแผนที่ที่นำไปสู่ตราอาธีน่าและเดินหน้าไปยังกรุงโรม

แผนการณ์เดินทางนั้นไม่ง่ายเลย เมื่อไกอามัวแต่ปุกปั่นให้มนุษย์กึ่งเทพทะเลาะกันเอง พวกเขามีเวลาเหลือเพียงห้าวันในการเดินทางไปยังกรุงโรมและช่วยนิโคออกมา คำทำนายที่บอกว่าตราแห่งอาธีน่าจะเผาผลาญโรมซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับแอนนาเบ็ธโดยตรง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเธอในการตามหาตราอาธีน่าให้พบ เพราะนั่นจะเป็นการชี้ชะตาความขัดแย้งระหว่างโรมันและกรีกซึ่งมีมาเนิ่นนาน กองทัพของค่ายโรมันก็ตามมาประชิดตัวพวกมนุษย์กึ่งเทพทั้งเจ็ดเข้ามาที หนทางเดียวที่จะสลัดพวกนั้นหลุดก็คือต้องเดินทางสู่ดินแดนโบราณเท่านั้น

เมื่อมาถึงกรุงโรม แอนนาเบ็ธต้องเดินทางเพียงลำพังไปตามหาตราแห่งอาธีน่าซึ่งเป็นรูปปั้นแม่ของเธอเอง การเดินทางเต็มไปด้วยอันตราย ที่สำคัญแอนนาเบ็ธต้องเอาชนะความกลัวที่ลึกที่สุดของเธอ เพื่อต่อสู้และนำสันติภาพกลับสู่โรมันและกรีกให้ได้ ทางด้านเพอร์ซีย์และเจสัน พวกเขาสามารถช่วยชีวิตนิโคและต่อสู้เอาชีวิตรอดจากยักษ์ฝาแฝดมาได้อย่างหวุดหวิด หลังจากนั้นมนุษย์กึ่งเทพทั้งหกก็เดินทางมาเพื่อช่วยแอนนาเบ็ธที่กำลังต่อสู้อยู่ตัวคนเดียว

เพอร์ซีย์และแอนนาเบ็ธร่วงลงสู่นรกทาร์ทารัส ซึ่งเป็นหุบเหวแห่งการลงทัณฑ์ที่ไม่เคยมีมนุษย์ใดเข้าออกมาได้ พวกมนุษย์กึ่งเทพที่เหลือต้องฝากความหวังไว้ที่เพอร์ซีย์และแอนนาเบ็ธว่าพวกเขาจะสามารถปิดประตูแห่งความตายอีกฝั่งได้สำเร็จ ในขณะที่พวกที่อยู่บนโลกมนุษย์ต้องปิดประตูแห่งความตายอีกด้านให้จงได้โดยต้องฝันฝ่ากองทัพของไกอาเพื่อเข้าไปยังเคหาสน์แห่งฮาเดส ...

.....................................................................

เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ว่าสองเล่มก่อนหน้านี้ได้กรุยทางมาเพื่อเล่มนี้จริงๆ โดยพลอตเรื่องใน The Mark of Athena เริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น และการผจญภัยก็เริ่มเข้มข้นขึ้น ตัวละครเริ่มมีการพัฒนาการและยอมรับในตัวตนของพวกเขาแล้ว นอกจากนี้เรายังได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่ไม่ใช่เฉพาะคู่รัก แต่ยังมีมิตรภาพที่พัฒนาไปอีกขั้น โดยระหว่างเพอร์ซีย์และเจสันที่มีความเป็นอัลฟ่าทั้งคู่ พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะพึ่งพาและไว้ใจกันมากกว่าที่จะแยกออกไปต่อสู้ตัวใครตัวมัน ตรงนี้แหละคือจุดสำคัญ

ตอนจบทิ้งท้ายเอาไว้ได้ epic สุดๆ มันไม่ได้ cliffhanger อะไรมากมาย แต่จุดเล็กๆในตอนท้ายทำให้เราต้องรีบหยิบหนังสือเล่มต่อไปมาอ่านเพราะกลัวว่าความสนุกจะขาดช่วง อันที่จริง ... เราแน่ใจว่าตั้งแต่เล่มนี้ต่อไปคงต้องสนุกขึ้นเรื่อยๆแน่นอนเพราะเส้นตายเข้าใกล้มาทุกทีแล้ว

ช่วงท้ายๆของการผจญภัยเรายอมรับว่าติดหนึบและสนุกมากๆ (สนุกกว่าสองเล่มแรกอีก) ดีใจที่ตอนท้ายมี Plot twist เข้ามาซึ่งทำให้อารมณ์ส่วนหนึ่งแตกต่างออกไปจากสองเล่มที่แล้วเลยจริงๆ

สรุปว่า ... ชอบ ประทับใจ เนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นที่เล่มนี้ อ่านแล้วลุ้น ช่วงท้ายมันส์มากกกกกก

คะแนน 9/10

Nov 16, 2014

บุตรแห่งสมุทรเทพ - The Son of Neptune (The Heroes of Olympus #2)

ชื่อเรื่อง  บุตรแห่งสมุทรเทพ
จากเรื่อง The Son of Neptune
ผู้แต่ง Rick Riordan
ผู้แปล ดาวิษ ชาญชัยวานิช
สำนักพิมพ์ เอ็นเธอร์
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง

เรื่องย่อ

ขณะที่อีกฟากหนึ่งกำลังวุ่นวายกับการหายตัวไปของเพอร์ซีย์ แต่เจ้าตัวกลับมาปรากฏตัวอยู่หน้าค่ายจูปิเตอร์พร้อมกับความทรงจำที่แหว่งเว้า แม้จะรู้สึกว่าตนมาอยู่ผิดที่ผิดทาง แต่เขาจะทำอะไรได้ เช่นเดียวกับที่เด็กค่ายจูปิเตอร์ซึ่งเป็นชาวโรมันจะทำอะไรได้ ในเมื่อเทพีเป็นผู้ฝากฝังเพอร์ซีย์ด้วยตัวนางเองเลย

พวกเขาไม่เป็นมิตรกับชาวกรีก และรังเกียจสายเลือดแห่งเนปจูน มีเพียง ‘เฮเซล’กับ ‘แฟรงก์’ให้การต้อนรับเขา เพราะทั้งสามต่างก็มีจุดร่วม นั่นคือเป็นตัวปัญหาของค่ายเหมือนๆ กัน

แต่บทพิสูจน์ตนก็เวียนมาถึงรอบของพวกเขาแล้ว เมื่อ ‘ความตาย’ถูกคุมขัง ทำให้คนตายไม่ยอมตาย อสุรกายไม่ยอมสลายไป เพอร์ซีย์และเพื่อนใหม่ทั้งสองต้องมุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่อลาสก้า ดินแดนแห่งน้ำแข็ง สถานที่ซึ่งเหล่าเทพโอลิมปัสแผ่อำนาจไปไม่ถึง เพื่อปลดปล่อยความตาย นำโอกาสที่จะสู้อย่างสูสีมาสู่พี่น้องมนุษย์กึ่งเทพทุกค่าย และทุกคน

REVIEW

เพอร์ซีย์เดินทางมายังค่ายโรมันพร้อมความทรงจำที่ขาดหาย เขาได้พบกับเพื่อนใหม่ทั้งสองคน แฟรงก์ และ เฮเซล นี่ยังไม่รวมถึงนิโค น้องชายของเฮเซลที่เพอร์ซีย์มีความคุ้นเคยอย่างประหลาดราวกับว่าทั้งสองเคยพบกันมาก่อนหน้านี้ เมื่อความตายถูกกักขัง ทำให้เหล่าอสุรกายไม่ยอมตาย เพอร์ซีย์ แฟรงก์และเฮเซลจำต้องเดินหน้าขึ้นเหนือเพื่อปลดปล่อยทานาโทสออกจากที่คุมขังให้ได้

ระหว่างทางทั้งสามคนก็เริ่มพูดคุยถึงอดีตของตนเอง เฮเซลเปิดเผยว่าเธอเป็นคนที่ตายไปแล้ว และเธอก็เป็นคนปลุกยักษ์ตัวหนึ่งขึ้นมาซึ่งทั้งสามคนกำลังจะเดินทางไปปราบ ส่วนแฟรงก์ บุตรแห่งมาร์ส ชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับแท่งไม้เพียงแท่งเดียว หากมันมอดไหม้เมื่อไร ชีวิตของเขาจะดับสิ้นลงไปด้วย

การเดินทางสู่อลาสก้าไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเมื่อระหว่างทาง เพอร์ซีย์ แฟรงก์และเฮเซลต้องเผชิญกับศัตรูที่ไกอาเป็นคนส่งออกมา จนกระทั่งพวกเขาเดินทางไปยังอลาสก้าซึ่งเป็นสถานที่ที่อัลคีโอเนียสแข็งแกร่งที่สุด ทั้งสามปลดปล่อยทานาโทสได้สำเร็จและความตายก็กลับไปทำตามหน้าที่ของมัน นอกจากนั้นแล้วแฟรงก์กับเฮเซลยังสามารถพิชิตยักษ์อัลคีโอเนียสได้อีกด้วย

เพอร์ซีย์และผองเพื่อนต้องย้อนกลับมาปกป้องค่ายโรมันเพื่อต่อสู้จัดการกับเหล่ายักษ์อีกกลุ่มที่บุกเข้ามา ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด เพอร์ซีย์สามารถโค่นล้มยักษ์อีกตนลงได้สำเร็จ และนั่นทำให้เพอร์ซีย์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพของค่ายอีกนี้ ประจวบเหมาะกับพวกเจสัน ไพเพอร์ ลีโอและแอนนาเบ็ธเดินทางมาถึงพอดี ตามคำพยากรณ์ของมนุษย์กึ่งเทพทั้งเจ็ดที่จะร่วมมือกันต่อต้านไกอาในครั้งนี้ ...

......................................................................

อ่านเล่มนี้เหมือนอ่าน The Lost Hero Version 2 เลยอ่ะ เอิ่ม -*- เนื้อเรื่องมาอีหรอบกับเล่มที่แล้วเป๊ะๆ เข้าใจว่าเป็นภาคการผจญภัยของเพอร์ซีย์ในการแลกเปลี่ยนตัวไปยังค่ายโรมัน (เล่มที่แล้วของเจสัน แลกเปลี่ยนไปยังค่ายกรีก) แต่ทำไมไม่ทำให้ Story มันต่างกันบ้างอ่ะ นิดนึงก็ยังดีเนอะ แต่นี่การใส่ปม การเฉลยปม มันมาในจังหวะเดียวกับเล่มที่แล้วหมดเลย แถมพอมาอ่านเล่มนี้หลังจากรู้เรื่องทั้งหมดว่าอะไรเป็นอะไร ใครอยู่เบื้องหลัง ศัตรูครั้งนี้คือใคร บอกตรงๆว่า ... มันไม่ตื่นเต้นเลย อ่านด้วยอารมณ์ที่นิ่งเฉย พร้อมกับคาดหวังในใจว่า 'เล่มหน้าคงสนุกขึ้นมั้ง (?)'

300 หน้าแรกเป็นอะไรที่อืดและเอื่อยมากๆ แต่ละคนต่างก็มีปัญหาในชีวิตกันหมด (เพอร์ซีย์เหมือนจะเบากว่าเค้าหมด) แต่แฟงก์กับเฮเซลนี่สิ ผลัดกันฝัน ผลัดกัน flashback พอมาติดๆ มาเยอะๆ มันก็เลยเบื่อนิดๆ แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร เพราะในส่วนของ flashback ก็มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน

สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตเห็นได้ก็คือ ... เล่มนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์ขันเอาเสียเลย อย่างที่เราได้พูดไปเล่มที่แล้วว่ามีตัวโจ๊กอย่างลีโอและโค้ชที่ออกมาปล่อยมุกเป็นระยะๆ แต่เล่มนี้ไม่มีตัวละครที่ออกมาเล่นมุก ซึ่ง Rick กลับเพิ่มความลึกซึ้งให้กับปมปัญหาของตัวละครที่ละเอียดอ่อนกว่าเล่มที่แล้วมากขึ้น

แอบคิดว่าเมื่อมนุษย์กึ่งเทพทั้งสองกลุ่มทั้งฝั่งกรีกและโรมันมาเผชิญหน้ากันในเล่มหน้า ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบที่เราคาดหวังเอาไว้มั้ย คือจะต้องมีการปะทะและทะเลาะกัน ไหนจะเรื่องอดีตของตัวละครทั้งสองฝั่งที่ยังเชื่อมกันอยู่อีกล่ะ โอ้โห ! งานนี้มาม่าชามใหญ่แน่ๆเลย (แต่ก็หวังว่าจะไม่ลากยาวจนทำให้เนื้อเรื่องหลักมันอืดไปเสียหมดนะ)

ยังสนุกตามมาตรฐานของ Rick แม้ว่าจะตกมาตรฐานของเราไปหน่อยก็เถอะ - -' ช่วง 300 หน้าแรกน่าเบื่อไปหน่อย เพราะการดำเนินเรื่องมันเหมือนกับเล่มที่แล้วมากๆ จนแทบจะไม่มีอะไรให้ขบคิดหรือให้สงสัยใคร่รู้บ้างเลย เนื่องจาก The Son of Neptune ดันไปดำเนินเรื่องตาม The Lost Hero ทุกระเบียด เราเลยกะจังหวะกะช่วงเวลาถูกหมด

คะแนน 7.5/10

Nov 15, 2014

วีรบุรุษผู้สาบสูญ - The Lost Hero (The Heroes of Olympus #1)


ชื่อเรื่อง  วีรบุรุษผู้สาบสูญ
จากเรื่อง The Lost Hero
ผู้แต่ง Rick Riordan
ผู้แปล ดาวิษ ชาญชัยวานิช
สำนักพิมพ์ เอ็นเธอร์
วรรณกรรมเยาวชน เหนือจริง

เรื่องย่อ

สงครามกับยักษ์ไททันจบลงแล้ว แต่ความสงบสุขยังมาไม่ถึง เพราะคำพยากรณ์บทใหญ่อุบัติขึ้น! ไม่กี่เดือนหลังศึกที่แมนฮัตตัน ค่ายฮาล์ฟบลัดก็ต้องระส่ำระสายเมื่อวีรบุรุษคนสำคัญหายตัวไป ขนาดเหล่าพรานแห่งอาร์เทมีสทุ่มกำลังแกะรอยก็ยังหาตัวไม่เจอ ความช่วยเหลือจากเทพเทพีก็ไม่มีมา เนื่องจากจู่ๆ โอลิมปัสได้ปิดตัวลง

ช่วงเวลาเดียวกัน บนรถโรงเรียนซึ่งมุ่งหน้าสู่แกรนด์แคนยอน ‘เจสัน’ที่สะดุ้งตื่นขึ้นไม่รู้เลยว่าตนอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร และตัวเองเป็นใคร! อาการความจำเสื่อมประหลาดๆ นี้สร้างความเป็นกังวลให้กับ ‘ไพเพอร์’และ ‘ลีโอ’แฟนและเพื่อนซี้ของเจสันอย่างมาก

หากเรื่องประหลาดที่สุดก็เกิดขึ้นในเวลาต่อมา เมื่อเพื่อนร่วมชั้นของพวกเขากลายเป็นปีศาจลมพายุบ้าคลั่ง โค้ชทีมอเมริกันฟุตบอลมีเท้าเป็นกีบแพะ และรถศึกเทียมม้าเพกาซัสร่อนลงมาจากบนฟ้า!

ชะตากรรมแบบใดกันที่กำลังรอเด็กทั้งสามอยู่ นี่เกี่ยวข้องกับการที่เทพเทพีขาดการติดต่อหรือไม่ ยังมีการหายตัวไปของเพอร์ซีย์ แจ็กสันอีก แต่ที่รู้แน่ๆ เลยก็คือนับจากนี้... โลกในสายตาของพวกเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

REVIEW

เจสันตื่นชึ้นมาพร้อมกับความทรงจำที่หายไป เขาถูกลากเข้าไปท่ามกลางการต่อสู้ของมนุษย์กึ่งเทพอย่างช่วยไม่ได้ เพื่อนทั้งสองคนของเขา ไพเพอร์และลีโอก็ถูกพามายังค่ายฮาล์ฟบลัดเช่นเดียวกัน ทั้งสามคนได้รับภารกิจในการตามหาเทพีเฮร่าที่ถูกจับตัวไป ทางด้านแอนนาเบ็ธก็กำลังตามหาตัวเพอร์ซีย์ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อโอลิมปัสถูกปิดลง นั่นอาจหมายถึงสัญญาณบางอย่าง เจสัน ไพเพอร์และลีโอ มีเวลาแค่สี่วันในการทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ตามคำนายครั้งใหม่ที่กล่าวว่ามนุษย์กึ่งเทพเจ็ดคนถูกลิขิตมาให้กอบกู้โอลิมปัสในครั้งนี้

เจสันและผองเพื่อนเดินทางฝ่าภยันอันตรายมายังที่พำนักของเอโอลัส ระหว่างทางพวกเขาก็พบว่าคนที่ตายไปแล้วได้ฟื้นคืนขึ้นมาใหม่ภายใต้แผนการของไกอา ผืนโลกทั้งหมดผู้ให้กำเนิดโครนอสและเป็นเชื้อสายของเทพโอลิมปัสทั้งหมดทั้งมวล ไกอาต้องการทำลายโอลิมปัสตามแผนการของนาง ในระหว่างที่ไพเพอร์ต้องวางแผนช่วยเหลือพ่อของตัวเองออกมาจากที่คุมขังของเอนเซลาดัส ผู้รับใช้ไกอา

ธาเลียเดินทางไปเพื่อช่วยเฮร่าออกมาเมื่อเธอได้พบกับเจสัน น้องชายที่คิดว่าตายไปแล้วของเธอ เมื่อเวลากระชั้นชิดขึ้นมาทุกที ... ทั้งลีโอและไพเพอร์จำต้องปลดปล่อยเฮร่าออกมาากที่คุมขังให้ได้ ในขณะที่เจสันต้องรับมือกับพอร์ฟีเรียน ราชาแห่งยักษ์ที่กำลังจะปลุกไกอาขึ้นมาในเร็วๆนี้ เมื่อเฮร่าได้ปลดปล่อยพลังและกำราบเหล่าศัตรูลงได้ พอร์ฟีเรียนก็หลบฟรีไป ภัยคุกคามยังไม่หมดสิ้น มนุษย์กึ่งเทพทั้งสามต้องล่องเรือสู่กรีซ เพื่อป้องกันไม่ให้ไกอาผงาดขึ้นมาให้ได้ ...

เฮร่ามาหาเจสันพร้อมข่าวสารเรื่องการแลกเปลี่ยนผู้นำระหว่างค่ายฮาล์ฟบลัดของกรีก-โรมัน นั่นทำให้ทุกอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากยิ่งขึ้น และเป็นคำตอบว่าทำไมเพอร์ซีย์ถึงหายตัวไป พราะเขาถูกส่งไปยังค่ายของโรมัน ให้อีกฝ่ายได้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับกรีก เผื่อผนึกกำลังและก้าวข้ามความเป็นปรปักษ์และสามารถพิชิตไกอาได้สำเร็จ

...............................................................................

เราดองหนังสือเล่มนี้เอาไว้ 2 ปีกว่าจนเกือบลืมว่าเคยซื้อไปแล้ว พอเห็นว่าชุดนี้ออกครบทุกเล่ม ก็เลยหยิบมาอ่านรวดเดียวเลยจะไม่ได้ค่าง เนื้อเรื่องก็สนุกตามมาตรฐานของ Rick แม้เราจะคิดว่าการผจญภัยของเพอร์ซีย์จะสนุกกว่านิดนึงก็เถอะ (สงสัยเป็นเพราะตอนที่เราได้อ่านเพอร์ซีย์เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ทุกสิ่งเกี่ยวกับพวกเทพเจ้ากรีกยังแปลกใหม่สำหรับเราอยู่) สำหรับ The Lost Hero เราคิดว่า Storyline ชัดเจนดี ถึงจะเป็นเส้นตรงไปหน่อยก็ตาม ไม่ค่อยมีหักเลี้ยวหักมุมให้ใจหายใจคว่ำเท่าไร แต่ก็มีความ fresh มากพอที่จะทำให้เรารู้สึกเข้าถึงภาคผจญภัยได้ดียิ่งขึ้น

ช่วงแรกๆเราไม่สามารถเข้าถึงตัวละครได้เท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะความกระจัดกระจายของคาแรคเตอร์ที่แบ่งออกเป็น 3 คน นั่นทำให้ Pov ของแต่ละคนดูไม่ค่อยรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันเลย ในเมื่อแต่ละคนต่างก็มีปัญหาของตัวเองทั้งนั้น แถมต่างคนต่างยังฝันคนละเรื่อง ฝันถี่ๆบ่อยๆอีกต่างหาก เลยรู้สึกว่าเนื้อเรื่องไม่ค่อยขยับไปไหนเท่าไร Bond ระหว่างตัวละครก็คิดว่ายังชัดเจนไม่พอที่จะทำให้เราเชื่อทั้งสามจะสามารถฝันฝ่าอุปสรรคหนักๆไปด้วยกันได้ (สงสัยเล่มต่อๆไปคงต้องเล่นประเด็นตรงนี้แน่ๆเลย)

เราชอบตรงไอเดียที่แบ่งเทพเจ้าเป็น 2 ภาค คือ กรีกและโรมัน ซึ่งเราว่ามันน่าสนใจมากๆและเป็นการขยายขอบเขตของเนื้อเรื่องให้กว้างขึ้นโดยที่ไม่ทำให้เนื้อเรื่องที่ดีอยู่แล้วหลุดกรอบไป ไหนจะยังมีเรื่องค่ายฮาล์ฟบลัดอีกค่ายของโรมันอีกล่ะ อ่านตอนจบแล้วแทบจะหยิบเล่มต่อไปขึ้นมาอ่านทันที คิดว่าหนังสือชุดนี้ต้องสนุกมากขึ้นเรื่อยๆแน่นอน

ปล. ชอบคาแรคเตอร์ของลีโอกับโค้ช ฮามากๆ บางช่วงอ่านไปขำไม่หยุดเลย ฮ่าๆ

คะแนน 8/10