Showing posts with label Fablehaven. Show all posts
Showing posts with label Fablehaven. Show all posts

Nov 17, 2015

Grip of the Shadow Plague (Fablehaven #3)



ชื่อเรื่อง Grip of the Shadow Plague
จากชุด Fablehaven
ผู้แต่ง  Brandon Mull
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี

เรื่องย่อ

Strange things are afoot at Fablehaven. Someone or something has released a plague that transforms beings of light into creatures of darkness. Seth discovers the problem in its infancy, but as the infectious disease spreads, it becomes clear that the preserve cannot hold out for long.

In dire need of help, the Sorensons question where to turn. The Sphinx has always given sound advice–but is he a traitor? Inside the Quiet Box, Vanessa might have information that could lead to a cure–but can she be trust?

Meanwhile, Kendra and members of the Knights of the Dawn must journey to a distant preserve and retrieve another hidden artifact. Will the Society of the Evening Star recover it first? Will the plague eclipse all light at Fablehaven? Find out in Fablehaven: Grip of the Shadow Plague.

REVIEW

โรคระบาดที่เปลี่ยนให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในเฟเบิลเฮเวนกลายเป็นความชั่วร้าย นั่นทำให้เซธรวมถึงคุณปู่และคุณย่าหาทางที่จะแก้ปรากฏการณ์เหล่านี้ ทางด้านเคนดร้าที่ถูกขอร้องให้เดินทางไปยัง Lost Mesa เพื่อตามหาวัตถุเวทมนตร์ก็พบว่ามันถูกนำกลับมายังเฟเบิลเฮเวนเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเธอจึงเดินทางกลับมาสมทบกับเซธและตามหาวัตถที่ว่านี่ที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังเก่าแก่ที่มีวิญญาณประหลาดสิงอยู่

Aug 21, 2015

Rise of the Evening Star (Fablehaven #2)


ชื่อเรื่อง Rise of the Evening Star
จากชุด Fablehaven
ผู้แต่ง  Brandon Mull
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี

เรื่องย่อ

At the end of the school year, Kendra and her brother, Seth, find themselves racing back to Fablehaven, a refuge for mythical and magical creatures. Grandpa Sorenson, the caretaker, invites three specialists--a potion master, a magical relics collector, and a mystical creature trapper--to help protect the property from the Society of the Evening Star, an ancient organization determined to infiltrate the preserve and steal a hidden artifact of great power. Time is running out. The Evening Star is storming the gates. If the artifact falls into the wrong hands, it could mean the downfall of other preserves and possibly the end of the world. Will Kendra learn to use her fairy gifts in time? Will Seth stay out of trouble? Can they overcome paralyzing fear? Find out in book 2 of this bestselling series.

REVIEW

เคนดร้าพบก็อบลินตัวเป็นๆที่โรงเรียนของเธอและได้รับความช่วยเหลือจากเออร์โรวโดยการตามหารูปปั้นของโอล็อค นั่นทำให้เซธโดนรูปปั้นคางคกงับมือ จนกระทั่งทั้งคู่ได้รับการติดต่อจากเฟเบิลเฮเวนและได้รู้ว่าเออร์โรวไม่ใช่คนที่น่าไว้ใจ ปู่ของเด็กๆจึงส่งวาเนสซ่าไปรับทั้งคู่มายังเฟเบิลเฮเวน เมื่อไปถึงที่นั่น...เคนดร้าและเซธก็ได้รู้ว่า สิ่งของสำคัญของที่นี่กำลังจะถูกขโมยไปและสฟิงซ์ ซึ่งเป็นผู้รอบรู้ทุกสรรพสิ่งก็ได้เตือนพวกเขาว่าให้ตามหาสิ่งของนั้นให้พบและเปลี่ยนที่อยู่ใหม่เสีย ก่อนที่สิ่งๆนั้นจะตกไปอยู่ในมือขององค์กรอีฟนิ่งสตาร์

เมื่อรู้ว่ามีคนทรยศอยู่ในเฟเบิลเฮเวน เคนดร้ากับเซธจึงต้องคอยระมัดระวังทุกฝีเก้า จนกระทั่งวาเนสซ่าถูกเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นคนของอีฟนิ่งสตาร์ นั่นทำให้คนทั้งบ้านถูกโจมตี โชคดีที่เคนดร้าหนีออกมาได้ ส่วนเซธก็ถูกโอล็อคจอมตะกละเขมือบลงท้อง โอล็อคจะตามหาผู้ที่ถูกมันกัดและจะไม่ล่าถอยจนกระทั่งมันจะกลืนกินเหยื่อของมันได้สำเร็จ เมื่อเซธออกมากับอุจจาระของโอล็อค ทั้งเขาและเคนดร้าจึงต้องช่วยทั้งปู่และย่าออกมาจากการคุมขังให้ได้ และภารกิจของพวกเขาก็คือ...ตามหาและคุ้มครองสิ่งของสำคัญนั้นให้ปลอดภัย

แต่การจะผ่านด่านผู้หวนคืนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เซธต้องรวบรวมความกล้าและเอาชนะความกลัวของเขาเพื่อเอาชนะผู้หวนคืน เคนดร้ากับวาร์เรนจึงล่วงหน้าไปยังสถานที่ที่กักกับสิ่งของนั้นเอาไว้พร้อมกับกุญแจหนึ่งดอก ทั้งคู่ต้องผจญภัยบันไดที่เป็นภาพลวงตา การขโมยกุญแจจากรูปวาดสัตว์ประหลาดบนผนัง สุดท้านแล้ววาเนสซ่าก็ไล่ทั้งคู่มาทันและสงบศึกกับเคนดร้าช่วยคราวและร่วมมือต่อสู้กับแมวเก้าชีวิตที่กลายร่างใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่มันถูกฆ่าตาย

สุดท้ายแล้วเมื่อเคนดร้ารับสิ่งของสำคัญซึ่งเป็นกาน้ำชาที่สามารถรักษาบาดแผลทุกชนิดมาได้สำเร็จ เธอก็จับตัววาเนสซ่าให้สฟิงซ์ลงโทษเธอ และสฟิงซ์เป็นคนอาสาที่จะเป็นคนเก็บกาน้ำชาเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งของที่มีพลังมาก เมื่อเคนดร้ารู้สึกเอะใจและกลับไปยังคุกใต้ดินอีกครั้ง เธอก็ได้พบกับข้อความที่วาเนสซ่า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนของเธอ ได้ทิ้งเอาไว้ว่า...สฟิงซ์อยู่เบื้องหลังแผนการณ์ทั้งหมด เขาจ้างเธอมาทำงานนี้ แต่ตอนนี้สิ่งของสำคัญของเฟเบิลเฮเวนได้ตกไปอยู่ในมือของสฟิงซ์เสียแล้ว

...........................................................

เป็นหนังสือที่เอามาอ่านก่อนนอนได้สนุกมาก เนื้อเรื่องน่าสนใจขึ้นกว่าเล่มที่แล้ว แต่ยังไม่พีคถึงขนาดที่ว่า...อ่านแล้วจะวางไม่ลง เพราะเราหยิบๆวางๆหนังสือเล่มนี้หลายครั้งมากกว่าจะอ่านจบ เนื้อเรื่องตามสไตล์แบรนดอนเขาแหละ คือไม่เน้นความหวือหวา แต่เน้นบรรยากาศที่เรื่อยๆ อ่านเพลินๆ ไม่เร่งในการคลายปมปัญหา ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ...มันจะค่อยๆบิวท์อารมณ์เราไปเรื่อยๆแบบไม่มีสะดุด ข้อเสียก็คือ...มันง่วงจนเราหลับไปหลายรอบเลยน่ะสิ

จะว่าก็ว่านะ ... เซธน่ารำคาญน้อยกว่าเล่มที่แล้ว แต่ก็ยังมีมุมให้น่าตบกะโหลกอยู่อีกเหมือนกัน ส่วนเคนดร้าฉายเดี่ยวในตอนท้ายแบบเล่มก่อนอีกแล้ว สงสารเซธเลยงานนี้ ชวดบทสนุกส่งท้ายอีกตามเคย 555 รอดูว่าเล่มหน้าเซธจะได้ฉายเดี่ยวตอนท้ายเล่มบ้างมั้ย ภาพรวมแล้วหนังสือเล่มนี้สนุกขึ้นนะ แต่ยังไม่สามารถแตะถึงอารมณ์เราได้ คงอาจจะเป็นเพราะหนังสือเด็กหรือเปล่า ผู้แต่งเลยไม่ได้ลงลึกตรงส่วนนี้มากนัก ?

การผจญภัยตอนจบให้อารมณ์ Indiana Jones ภาคสามมากๆ ตื่นเต้น ระทึก บรรยายเห็นภาพชัด ที่แจ๋วที่สุดคือข้อความสุดท้ายของวาเนสซ่า ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้คนอ่านหงายเงิบกัน แต่ก็เชื่อว่าเล่มต่อๆไปคงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

คะแนน 7.5/10

Aug 10, 2015

Fablehaven (Fablehaven #1)


ชื่อเรื่อง Fablehaven
จากชุด Fablehaven
ผู้แต่ง  Brandon Mull
วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี

เรื่องย่อ

For centuries mystical creatures of all description were gathered into a hidden refuge called Fablehaven to prevent their extinction. The sanctuary survives today as one of the last strongholds of true magic. Enchanting? Absolutely. Exciting? You bet. Safe? Well, actually, quite the opposite.

Kendra and her brother, Seth, have no idea that their grandfather is the current caretaker of Fablehaven. Inside the gated woods, ancient laws keep relative order among greedy trolls, mischievous satyrs, plotting witches, spiteful imps, and jealous fairies. However, when the rules get broken -- Seth is a bit too curious and reckless for his own good -- powerful forces of evil are unleashed, and Kendra and her brother face the greatest challenge of their lives. To save their family, Fablehaven, and perhaps even the world, Kendra and Seth must find the courage to do what they fear most.

REVIEW

เคนดร้าและเซธไปพักอาศัยร่วมกับคุณปู่ เด็กทั้งสองได้ไปพักในห้องใต้หลังคา ทีแรกพวกเขาคิดว่าบ้านนี้เป็นบ้านธรรมดาๆ นอกจากคำสั่งของคุณปู่ที่ห้ามเด็กๆเข้าป่า จนกระทั่งวันหนึ่งเคนดร้าและเซธเริ่มมองเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับที่แห่งนี้ เซธเดินสำรวจป่าและได้พบกับแม่มดที่นั่งแทะปมเชือกอยู่ เมื่อเขากลับมาเคนดร้าก็ได้พบหนังสือที่บอกว่าให้เธอดื่มนม พอพวกเขาดื่มนมเข้าไป โลกอีกใบก็ระเบิดต่อสายตาพวกเขา เหล่าแฟรี่บินว่อนอยู่รอบบ้าน และสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติตัวอื่นๆที่พวกเด็กไม่เคยเห็นมาก่อน

คุณปู่อธิบายให้พวกเขาฟังว่าที่แห่งนี้คือเฟเบิลเฮเวน ซึ่งเป็นที่พำนักของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติซึ่งมีทั้งอันตรายและไม่อันตราย จนกระทั่งเซธไปจับแฟรี่ตนนึงเข้าและโดนพรรคพวกแฟรี่ที่เหลือรุมทำร้าย ปู่ของเขาจึงต้องพาเซธเข้าไปในป่าเพื่อขอความช่วยเหลือจากมูเรียล แม่มดแก่เพื่อแรกกับการทำลายปมเชือกที่ล่ามเธอเอาไว้ หากปมเชือกถูกทำลายจนหมด แม่มดตนนั้นก็จะเป็นอิสระ

วันมิดซัมเมอร์อีฟมาถึง ปู่ของเด็กทั้งสองเตือนว่าจะเป็นวันที่เหล่าสิ่งมีชีวิตออกมาอาละวาดและเขาขอให้เซธกับเคนดร้าเก็บตัวอยู่ในห้อง แต่มีหรือที่เซธจะยอมฟังคำของปู่ ตกกลางคืน...เขาเปิดประตูห้องให้สัตว์ประหลาดและก็อบลินเข้ามาในห้องนอน พอถึงตอนเช้าทั้งคู่ก็พบว่าคนในบ้านได้หายตัวไปหมด ดังนั้นพวกเขาจึงออกตามหาคุณปู่และคนในบ้าน

เซธและเคนดร้าได้พบกับคุณย่าที่กลายร่างเป็นไก่ ดังนั้นพวกเขาจึงพาเธอไปหามูเรียล แลกกับการทำลายปมเชือกปมสุดท้ายของเธอ มูเรียลจึงเป็นอิสระ เมื่อคุณย่าพบว่าคุณปู่ถูกจับไปยังโบสถ์ร้าง หล่อนก็เล่าให้เด็กๆฟังว่าที่แห่งนั้นคือสถานคุมขังของเบอามัท ออกมูเรียลไปถึงก่อน แม่มดจะปล่อยเบอามัดออกมา และไม่มีสนธิสัญญาหรือเขตแดนใดๆที่จะปกป้องทุกๆคนที่อาศัยอยู่ในเฟเบิลเฮเวนแห่งนี้อีกต่อไป

เมื่อทุกคนถูกมูเรียลจับตัวไว้ เคนดร้าวิ่งหนีออกมาและมาขอความช่วยเหลือจากราชินีแฟรี่ เธอได้นำกองทัพแฟรี่ที่มีไซส์ใหญ่เท่ามนุษย์ไปบุกถึงโบสถ์และจัดการกับมูเรียลและเบอามัทได้สำเร็จ หลังจากนั้นเด็กๆก็ถึงเวลาที่พ่อแม่จะมารับกลับบ้าน โดยเคนดร้ารู้ว่าดิเอเวนนิ่งสตาร์ซึ่งเป็นองค์กรที่ต้องทำการทำลายอย่างพักพิงของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติอยู่ภายใต้แผนการณ์ปลดปล่อยเบอามัทในครั้งนี้ และพวกเขากำลังรอวันที่จะแทรกซึมเพื่อทำลายเฟเบิลเฮเวนให้จงได้

...............................................

เรารู้สึกว่าผู้แต่งมาถูกทางละนะ เนื้อเรื่องก็สนุกพอตัวเลยแหละ มีเอกลักษณ์อยู่บ้าง แต่เราว่ามันยังไม่สุด เหมือนกับขาดอะไรบางอย่างไป ทีแรกว่าจะให้แค่ 2 ดาว แต่พออ่านตอนจบแล้วเราว่ามันโอเคขึ้นมาหน่อย และบวกอีก 1 ดาวเพิ่มไปละกัน ตอนแรกเรารำคาญตัวละครทั้งสองตัวมาก โดยเฉพาะ...เซธ เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ตอนแรกเรามองว่าซุกซน แต่พออ่านไปเรื่อยๆเรารู้สึกว่ามันมีเส้นบางๆกั้นระหว่างคำว่า...ซุกซน กับ นิสัยเสียอยู่ ซึ่งเราก็หาข้อสรุปได้ว่าเซธน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เราว่าซุกซนน่าจะใช้อธิบายเด็กๆที่ซน แต่ยังพอหาความน่ารักได้ พอโดนผู้ใหญ่ตักเตือน เขาจะรู้สึกผิดบ้างไม่มากก็น้อย แต่นิสัยเสียคือการที่ผู้ใหญ่เตือนก็ไม่ฟัง แลบลิ้นปลิ้นตา แถมยังขัดคำสั่งไปซะทุกอย่าง พยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนว่าตัวเองทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ในขณะที่ผู้ใหญ่เป็นฝ่ายผิดต่อตัวเองเสมอ พอตัวเองทำผิดพลาดก็ไม่มีสลด ไม่เคยจำ หาเรื่องทำให้คนอื่นวุ่นวายโดยไร้ซึ่งสำนึกตลอด ส่วนพี่สาวก็เหมือนจะห้ามปรามน้องนะ แต่เอาจริงๆแล้วก็ไม่ เออออห่อหมกไปกับน้องตลอด

ฉากในห้องนอนนี่เกลียดมาก เดาได้ว่าต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่นิสัยของเซธนี่น่าตบให้หัวทิ่มเลยจริงๆ ซึ่งนี่อาจจะเป็นความตั้งใจของผู้แต่งก็ได้ที่ต้องการดีไซน์ให้เซธออกมานิสัยแบบนี้เพื่อให้ผู้อ่านไม่ชอบขี้หน้า ถ้าผู้แต่งตั้งใจแบบนั้นจริงๆ เราขอกราบงามๆสามที เพราะคุณทำสำเร็จแล้วล่ะ
"Are all girls as brainless as you ?"
เจอประโยคนี้เข้าไปถึงกับเงิบ นี่คือประโยคที่เซธพูดกับพี่สาวตัวเอง เดิมทีไม่ค่อยชอบเซธอยู่แล้ว ถึงตรงนี้เรากลายเป็นเกลียดเด็กร้ายกาจคนนี้ไปเลย  น่ากลัวมากนะที่จะปล่อยให้เด็กคนนี้โตไปโดยไม่มีเครื่องขัดเกลา แต่ตอนท้ายเคนดร้าก็เริ่มโอเคสำหรับเราขึ้นมานิดนึง แต่เซธเนี่ยแทบอยากจะบอกผู้แต่งว่าฆ่ามันทิ้งเหอะ ไม่มีหลาบจำหรอก คือกำลังอ่านสนุกๆ อยู่ดีๆเซธก็จะโพล่งประโยคที่ทำให้เราหมดอารมณ์ตลอด

บ่นเรื่องของตัวละครมาซะยืดยาว มาถึงตรงนี้เราบอกได้เลยว่า หนังสือชุดนี้ สนุกน่าติดตาม แม้ว่าเนื้อเรื่องจะไม่ได้หนัก แต่มันก็น่าสนใจมากพอที่จะทำให้เราติตดามหนังสือชุดนี้ต่อไป ตอนจบถึงจะง่ายไปหน่อย และถ้าสามารถมองข้ามนิสัยแย่ๆของตัวละครไปได้ หนังสือเล่มนี้จะสนุกไม่เบาเลยทีเดียว

คะแนน 7/10